<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน จัดทำกล่อง “tOgetheR Box” 15,000 ชุด มอบให้หน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่แยกรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นกว่า 20,000 คนต่อวัน ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ภาครัฐมีนโยบายให้ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงสามารถแยกกักตัวที่บ้าน Home Isolation โออาร์ ได้จัดทำ &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; จำนวน 15,000 ชุด รวมมูลค่า 7.5 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อส่งต่อผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้าน Home Isolation ให้ปลอดภัยตลอดช่วงเวลารักษาตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โออาร์ มอบกล่อง &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; ซึ่งเป็นชุดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด- 19 ที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation Kit) จำนวนรวม 15,000 ชุด รวมมูลค่า 7.5 ล้านบาท แก่ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กรมการแพทย์ โรงพยาบาลพระราม 9 กาญจนาภิเษก โรงพยาบาลธัญญารักษ์ จ.ปัตตานี โรงพยาบาลชัยบาดาล จ.ลพบุรี รวมไปถึงเพจ &amp;ldquo;เราต้องรอด&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อีจัน&amp;rdquo; &amp;ldquo;โครงการตัวเล็ก ใจใหญ่&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หมอแล็บแพนด้า&amp;rdquo; เพื่อนำกล่อง tOgetheR Box ไปส่งให้ผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR  เปิดเผยว่า โออาร์ได้จัดโครงการ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether โดยมอบความช่วยเหลือให้แก่หน่วยงานและชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด &amp;ndash; 19 มาอย่างต่อเนื่อง และภายหลังจากที่ภาครัฐมีนโยบายให้ผู้ป่วยโควิด- 19 ที่อาการไม่รุนแรง และสามารถให้แยกกักตัวที่บ้านได้ โออาร์จึงได้จัดทำกล่อง &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; ซึ่งประกอบไปด้วยปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ยาพาราเซตามอล ยาฟ้าทะลายโจร หน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้งระบบติดตามอาการสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อส่งมอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ดูแลผู้ป่วยที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน โดยจะมอบให้แก่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เพื่อนำกล่อง tOgetheR Box ไปมอบให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทราบผลจากการตรวจเชิงรุกของรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทาน (Express Analysis Mobile Unit) สำหรับใช้ดูแลรักษาตนเองที่บ้านขณะรอเตียง รวมทั้งช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่คลองเตยและชุมชนที่ได้รับผลกระทบเป็นหน่วยงานแรก นอกจากนี้ โออาร์ จะส่งมอบกล่อง tOgetheR Box ให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานจิตอาสาต่าง ๆ ที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา โออาร์ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือแก่ชุมชนและสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้โครงการ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ให้กับทั้งหน่วยงานและชุมชนโดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานประกอบการของ โออาร์ ตั้งอยู่ การจัดพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 (ขาออก) เป็นจุดฉีดวัคซีน การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนไปฉีดวัคซีน การร่วมกับผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลในแต่ละจังหวัด เป็นต้น นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้มอบความช่วยเหลือให้แก่คู่ค้า ลูกค้า ผู้แทนจำหน่าย และพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นางสาวจิราพร กล่าวเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113997</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Isolation, OR, ORStayStrongTogether, tOgetheR Box, กรมควบคุมโรค, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชุดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์, นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), พีทีที สเตชั่น, รักษาตัวที่บ้าน, สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง, ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน, หมอแล็บแพนด้า, อีจัน, เราต้องรอด, โครงการตัวเล็ก ใจใหญ่, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f9e9f48adb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงพยาบาลในญี่ปุ่นรับผู้ป่วยโควิดอาการหนักเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันอังคารว่า รัฐบาลญี่ปุ่นแถลงว่าโรงพยาบาลต่างๆ จะรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการหนักหรือผู้ที่เสี่ยงจะมีอาการหนักเท่านั้น ส่วนผู้ติดเชื้อที่อาการยังไม่รุนแรงให้กักตัวอยู่ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และขณะนี้มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศมากกว่าวันละ 10,000 ราย วันเสาร์ที่ผ่านมากรุงโตเกียวมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากเป็นสถิติสูงสุด 4,058 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัตซูโนโบะ คาโตะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นผู้สูงอายุมีจำนวนไม่มากซึ่งส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนแล้ว แต่พบผู้ติดเชื้อที่เป็นคนหนุ่มสาวเพิ่มขึ้น และประชาชนในวัย 40 และ 50 ปีที่ติดเชื้อพบว่ามีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูกะ ที่ประกาศเมื่อวันจันทร์เรื่องการเปลี่ยนนโยบายรับผู้ป่วยโควิดเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ยืนยันว่า ประชาชนที่ติดเชื้อที่กักตัวอยู่ที่บ้าน จะรับตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลทันทีถ้ามีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้โรงพยาบาลญี่ปุ่นรับผู้ป่วยโควิด เข้ารักษาตัวในทุกกลุ่มอาการ ข้อมูลของกรุงโตเกียวเมื่อวันเสาร์เผยว่า ขณะนี้เตียงผู้ป่วยเกือบ 70% เป็นผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น ผู้ป่วยที่อาการหนักคือผู้ที่ต้องเข้ารักษาในห้องไอซียูหรือต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์โตเกียวชิมบุนรายงานว่า มีผู้ป่วยโควิดที่กักตัวอยู่ที่บ้านขณะนี้ 12,000 คน เพิ่มขึ้น 12 เท่าจากเมื่อเดือนก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112115</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, รักษาตัวที่บ้าน, โควิด-19, โรงพยาบาลรับเฉพาะผู้ป่วยหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_610944b021d2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.หนุนรักษาตัวที่บ้าน (Home isolation) จ่ายค่าอาหาร 3 มื้อ 1,000 บาท/วัน  ค่าอุปกรณ์ 1,100 บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29มิ.ย.64-นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ขณะนี้มีจำนวนคนไข้ปริมาณมาก จำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายกับที่เข้ามาใหม่ไม่สมดุลกันทำให้เตียงว่างมีไม่พอ การเพิ่มโรงพยาบาลสนามไม่ทันกับการเพิ่มจำนวนของคนไข้ในช่วงนี้ และสิ่งสำคัญคือบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนักมาหลายเดือนอยู่แล้วมีไม่พอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้จึงมีการนำแนวทางการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน หรือ Home isolation เข้ามาใช้เพื่อให้จำนวนบุคลากรที่มีสามารถดูแลผู้ป่วยในปริมาณมากๆ ได้ โดยขณะนี้มีการนำร่องที่โรงพยาบาลราชวิถีและวันนี้ (29 มิ.ย. 2564) จะมีการประชุมโรงพยาบาลเพื่อเตรียมพร้อมขยายระบบดังกล่าวไปทั่วประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวว่า ระบบ Home isolation ของไทยนี้จะต่างจากของต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศจะให้คนไข้ดูแลตัวเองทุกอย่าง แต่ระบบของไทยจะยังอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาล มีการให้อุปกรณ์วัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนไปที่บ้านเพื่อวัดค่าต่างๆ มีแพทย์โทรศัพท์หรือวิดีโอคอลตรวจสอบอาการทุกวัน มีการส่งอาหารและน้ำให้วันละ 3 มื้อ หากอาการทรุดลงก็จะส่งยาฟ้าทะลายโจรและยาฟาวิพิราเวียร์ไปให้ที่บ้านหรือส่งรถไปรับมานอนที่โรงพยาบาล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ระบบของไทยจึงไม่ใช่การผลักผู้ป่วยให้ไปเผชิญชะตากรรมเดียวดายอยู่ที่บ้าน แต่ดูแลเหมือนอยู่ในโรงพยาบาลเพียงแต่เปลี่ยนสถานที่เป็นที่บ้าน ซึ่งคนไข้ที่จะทำแบบนี้ก็ไม่ได้ทำกับผู้ป่วยทั้งหมดแต่ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และลักษณะบ้านว่ามีความเหมาะสมที่จะกักตัวได้หรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สปสช.เราจะสนับสนุนค่าบริการให้แก่โรงพยาบาลตั้งแต่ค่าตรวจหาเชื้อ ค่ารักษา ค่ายา และยังจะสนับสนุนค่าอุปกรณ์ไม่เกิน 1,100 บาท และค่าดูแลผู้ป่วยร่วมอาหาร 3 มื้อ ไม่เกิน 1,000 บาท/วัน เป็นเวลา 14 วันให้ด้วย สิ่งที่เรากลัวคือท่านไม่อยู่บ้านแต่ออกมาข้างนอก แต่คนไข้ที่จะทำแบบนี้ก็ต้องมีการแนะนำแนวทางการปฏิบัติตัวกันระดับหนึ่งเพื่อให้ปฏิบัติตามกฎและอยู่บ้านจริงๆ เราคิดว่าถ้ามีการส่งอาหารส่งน้ำให้ทุกวันก็ไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรให้ออกจากบ้าน ส่วนอาหารจะส่งยังไงขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของโรงพยาบาล เช่น ประกอบอาหารจากโรงครัวแล้วส่งให้ผู้ป่วยที่บ้าน หรืออาจสั่งซื้ออาหารจากร้านค้าแล้วใช้บริการจัดส่งอาหารไปส่งให้ผู้ป่วยก็ได้&amp;quot; นพ.จเด็จ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นอกจากการทำ Home isolation ในบางสถานที่ที่มีผู้ติดเชื้อหลายคนก็อาจทำเป็นลักษณะ Community isolation ก็ได้ คือนำผู้ป่วยหลายๆคนไปดูแลในสถานที่ที่จัดไว้เป็นการเฉพาะในชุมชน เช่น ในโรงงาน ในวัด เป็นต้น มีรถเอกซเรย์ รถแล็บไปตรวจ มีแพทย์ใช้ระบบ teleconference ดูแลสอบถามอาการทุกวัน ทาง สปสช.ก็จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น หลักการคือดูแลเสมือนอยู่ในโรงพยาบาล มีอุปกรณ์ให้ มีระบบการดูแลติดตามอาการทุกวัน และมีการส่งข้าว ส่งน้ำให้ 3 มื้อ นอกจากนี้แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าตรวจพบเชื้อแล้วจะให้ไปอยู่บ้านทันที อาจจะเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลก่อน 7 วัน พอเชื้อในตัวหมดลง อาการดีขึ้นก็กลับไปดูแลตัวเองที่บ้านให้ครบ 14 วันก็ได้ และแนวทางนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำตลอดไปแต่เอามาใช้ในสถานการณ์ที่เตียงเริ่มมีความตึงตัวเท่านั้น&amp;quot; นพ.จเด็จ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108007</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., #โควิด19, Home Isolation, รักษาตัวที่บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60da91945b7be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
