<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ศิริราช’ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เนื้อเยื่อลิมบัส รักษาผิวกระจกตาบกพร่องสำเร็จครั้งแรก ผู้ป่วยสตีเวนส์จอห์นสันกลับมามองเห็นอีกครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;มิ.ย.62- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดลจัดแถลงข่าวเรื่อง&amp;ldquo;ศิริราชประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์รักษาผิวกระจกตาเป็นครั้งแรกของประเทศไทย&amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องจุฬาภรณ์&amp;nbsp;ตึกสยามินทร์&amp;nbsp;รพ.ศิริราชศ. นพ.ประสิทธิ์&amp;nbsp;วัฒนาภา&amp;nbsp;คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ปีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้พัฒนาวิธีการรักษาด้านจักษุวิทยามาจนประสบความสำเร็จจากงานวิจัยสู่การรักษาช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยเฉพาะภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่อง ซึ่งรักษายาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีประสบการณ์ตั้งแต่พ.ศ. 2550&amp;nbsp;ทีมจักษุแพทย์ศิริราชได้ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตาสำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทยด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อลิมบัสCLET&amp;nbsp;ต่อมาพ.ศ. 2551&amp;nbsp;พัฒนาการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ด้วยวิธีเพาะเลี้ยงเยื่อบุปากCOMET&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นพ.ศ. 2557&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันใช้วิธีปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อลิมบัสโดยไม่อาศัยการเพาะเลี้ยงSLETมาใช้สำเร็จเป็นครั้งแรกของไทยช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษา ถือเป็นการพัฒนากระบวนการผลิตเซลล์โดยศิริราชเทคนิค&amp;nbsp;&amp;nbsp;การปลูกถ่ายมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูง&amp;nbsp;ส่วนจะรักษาวิธีใดจาก3&amp;nbsp;วิธีนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย ทำให้กลับมามองเห็นภาพได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะการมองไม่เห็นคือทุกข์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.นพ.งามแขเรืองวรเวทย์หัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยากล่าวถึงภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องพบได้ในหลายโรคเช่นตาที่ได้รับอันตรายรุนแรงจากสารเคมีเข้าตากลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสันการอักเสบหรือติดเชื้อที่กระจกตาโรคสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องแต่กำเนิดโรคเนื้องอกต้อเนื้อขั้นรุนแรงตาที่ได้รับการผ่าตัดหลายครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อสเต็มเซลล์บกพร่องทำให้มีเส้นเลือดรุกเข้ามาในกระจกตากระจกตาขุ่นเกิดแผลถลอกที่ผิวกระจกตากระจกตาติดเชื้อทำให้ผู้ป่วยมีสายตามัวลงภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องเป็นภาวะที่รักษายาก&amp;nbsp;ในผู้ป่วยที่มีภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องนั้นเสมือนไม่มีโรงงานที่คอยสร้างเซลล์และไม่มีเขื่อนที่คอยป้องกันเส้นเลือดซึ่งการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาตามวิธีมาตรฐานไม่สามารถรักษาภาวะสเต็มเซลล์บกพร่องได้และเส้นเลือดยังสามารถรุกเข้ามาในกระจกตาจนบดบังการมองเห็นดังนั้นในผู้ป่วยที่สเต็มเซลล์บกพร่องมากการรักษาจึงจำเป็นต้องทำการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.พญ.ภิญนิตา&amp;nbsp;ตันธุวนิตย์หัวหน้าสาขากระจกตาภาควิชาจักษุวิทยาและหัวหน้าทีมปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตาศิริราชทางคลินิกกล่าวว่าผู้ป่วยที่มีสเต็มเซลล์บกพร่องอย่างรุนแรงจำเป็นต้องรักษาโดยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตาซึ่งวิธีการในปัจจุบันแบ่งเป็น2&amp;nbsp;กลุ่มคือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มที่1&amp;nbsp;จากการเพาะเลี้ยงเซลล์ในห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อลิมบัส โดยลิมปัสที่นำมาเพาะเลี้ยงได้จากตาที่ดีอีกข้างหนึ่งของผู้ป่วย กรณีผู้ป่วยเป็นโรคใสตาข้างเดียว แต่ถ้าเป็นทั้งสองตา จะใช้ลิมบัสจากญาติสายตรงหรือตาบริจาคของผู้ที่เสียชีวิต ผู้ป่วยต้องได้รับยากดภูมิลดปฏิกริยาต่อต้าน อีกวิธีการเพาะเลี้ยงเยื่อบุปากของผู้ป่วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะมีคุณลักษณะคล้ายเซลล์ผิวกระจกตา ข้อดีเป็นเซลล์ของผู้ป่วย วิธีนี้ไม่ต้องรับยากดภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกลุ่มที่สอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;การนำเนื้อเยื่อจากลิมปัสมาปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยโดยตรง โดยไม่ต้องเพาะเลี้ยง เป็นวิธีล่าสุดที่นิยมใช้ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;nbsp;วิธีนี้จะตัดเนื้อเยื่อที่มีสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตาจากลิมบัสให้เหมาะสมกับตาผู้ป่วยไทยยาว1.5 x 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตรแล้วนำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ20-30&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;วางบนกระจกตาผู้ป่วยที่เสื่อมที่มีเยื่อรกคลุมผิวกระจกตาใช้กาวหยอดโดยไม่ต้องเย็บจากนั้นจะปล่อยให้เซลล์เจริญเติบโตจนเต็มผิวกระจกตาประมาณ2-3&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระยะพักฟื้นของผู้ป่วยราว1&amp;nbsp;เดือนวิธีนี้ประสบผลสำเร็จดีมีผู้ป่วยกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสันมารักษาและกลับมามองเห็นอีกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้งลดข้อจำกัดวิธีการเพาะเลี้ยงเพราะต้องอาศัยห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานสูงในโรงพยาบาลหรือสถาบันการศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;รศ.พญ.ภิญนิตา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.พญ.ภิญนิตา&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า โรงพยาบาลศิริราชได้ทำการรักษาผู้ป่วยภาวะสเต็มเซลล์เยื่อบุผิวกระจกตาบกพร่องด้วยวิธีการทั้ง3&amp;nbsp;วิธีและได้พัฒนาเทคนิคเฉพาะให้เหมาะสมกับผู้ป่วยไทยด้วยวิธีSLET&amp;nbsp;เรียกว่า&amp;ldquo;ศิริราชเทคนิค&amp;rdquo;&amp;nbsp;โดยจะเลือกใช้วิธีSLET&amp;nbsp;โดยใช้เซลล์ผู้ป่วยเองวิธีแรก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันทำการผ่าตัดไปทั้งสิ้น86&amp;nbsp;ตาในผู้ป่วย75&amp;nbsp;รายจากวิธีCLET 24&amp;nbsp;ตาCOMET 27&amp;nbsp;ตาประสบผลสำเร็จร้อยละ70&amp;nbsp;ในขณะวิธีล่าสุดSLET&amp;nbsp;ผ่าตัดแล้ว35&amp;nbsp;ตาประสบผลสำเร็จถึงร้อยละ83&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามการรักษาทั้ง3&amp;nbsp;วิธีระยะเวลาของการเจ็บป่วยไม่ใช่ข้อจำกัดแต่ขึ้นอยู่กับสภาพกระจกตาของผู้ป่วยโดยก่อนผ่าตัดใหญ่ต้องประเมินน้ำตาผู้ป่วยยังมีเพียงพอเปลือกตาของผู้ป่วยคุณภาพดีพอหรือไม่&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงใช้ศิริราชเทคนิคพิสูจน์ก่อนว่าเซลล์ผิวกระจกตาเสื่อมหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ขณะนี้เป็นงานวิจัยสู่การรักษาวางแผนจะกระจายองค์ความรู้วิธีSLET&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดือนสิงหาคมนี้โดยจัดประชุมถ่ายทอดความรู้ให้จักษุแพทย์กระจกตาทั่วประเทศและจัดฝึกอบรมภาคปฏิบัติรวมถึงสาธิตการผ่าตัดวิธีนี้ให้แพทย์ทั่วประเทศจะเกิดประโยชน์อย่างแน่นอนนอกจากนี้ฝ่ายวิจัยจะบริการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ให้แก่โรงพยาบาลที่ต้องการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์รักษาผิวกระจกตาให้ผู้ป่วยด้วย&amp;ldquo;&amp;nbsp;รศ.พญ.ภิญนิตา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประกอบ ขจรฤทธิ์ ผู้ป่วยปลูกถ่ายโดยไม่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ SLET กล่าวว่า ก่อนมารักษาป่วยเป็นสตีเวนส์จอห์นสันมาตั้งแต่ปี2540&amp;nbsp;เป็นเวลาร่วม22&amp;nbsp;ปีตนได้รับการรักษามาหลายโรงพยาบาลผ่านการผ่าตัดตาทั้ง2&amp;nbsp;ข้างเกินข้างละ3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงเปลี่ยนถ่ายท่อน้ำตาแต่หลังการรักษายังไม่ดีขึ้นจนได้รับคำแนะนำมาเข้าโครงการวิจัยที่ศิริราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;&amp;nbsp;เหมือนได้ชีวิตใหม่ผมมองไม่เห็นชีวิตแทบจะเป็นศูนย์ทีมแพทย์ช่วยให้ผมกลับมามองเห็นอีกครั้งแม้ไม่เต็มร้อยแต่สามารถดำรงชีวิตเหมือนคนปกติได้กลับมาทำงานอีกครั้งหลังการรักษา1&amp;nbsp;ปี6&amp;nbsp;เดือนความเป็นอยู่ครอบครัวดีขึ้นผมได้ชีวิตใหม่จริงๆ&amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายประกอบกล่าวทั้งน้ำตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบ ขจรฤทธิ์ ผู้ได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จนกลับมามองเห็นอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37619</URL_LINK>
                <HASHTAG>รพ.ศิริราฃ, รักษาผิวกระจกตาบกพร่องด้วยสเต็มเซลล์สำเร็จครั้งแรก, ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนภา, สเต็มเซลล์, โรคสตีเวนส์จอห์นสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf63355296d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
