<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2019 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2019 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐคงทหาร 200 นายในซีเรียหลังถอนทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่ากองทัพสหรัฐจะคงทหารไว้ในซีเรียต่อไปอีกประมาณ 200 นายเพื่อปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพ หลังจากกองทัพถอนทหาร 2,000 นายออกจากซีเรียตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลายเดือนเมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยานหุ้มเกราะของกองกำลังผสมที่สหรัฐหนุนหลังออกปฏิบัติการกวาดล้างไอเอสที่จังหวัดดาอีร์เอซซอร์ในภาคตะวันออกของซีเรีย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 อ้างคำแถลงของซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวว่า กองทัพสหรัฐจะยังคงทิ้งทหารกลุ่มเล็กๆ ไว้ในซีเรียประมาณ 200 นายเพื่อปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง แต่เธอไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของสหรัฐนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่า สหรัฐจะถอนทหารอเมริกัน 2,000 นายออกจากซีเรีย เนื่องจากกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) พ่ายแพ้แล้ว ถึงแม้ว่าสถานการณ์จริงในพื้นที่ยังคงเหลือนักรบญิฮาดไอเอสอีกหลายพันคน และการสู้รบเพื่อรักษาดินแดนแห่งสุดท้ายในซีเรียยังดำเนินอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของทรัมป์ที่จะถอนทหารออกจากซีเรียภายในวันที่ 30 เมษายน ทำให้สหรัฐโดนวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งจากชาติพันธมิตร หรือแม้แต่สมาชิกในพรรครีพับลิกันเอง นักวิจารณ์กล่าวเตือนถึงสภาพการณ์ที่อาจเกิดขึ้นภายหลังสหรัฐถอนทหารจำนวนมากอย่างปุบปับ ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่ตุรกีจะโจมตีกองกำลังชาวเคิร์ดที่สหรัฐหนุนหลัง และการฟื้นคืนชีพของไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคงกำลังทหารสหรัฐกลุ่มเล็กๆ ไว้ในซีเรียต่อไปเพื่อรักษาสันติภาพอาจเพื่อกรุยทางให้ชาติพันธมิตรของสหรัฐในยุโรปจัดกำลังทหารเพื่อปฏิบัติภารกิจนี้ในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แพทริก ชานาแฮน รักษาการรัฐมนตรีกลาโหม เดินทางเยือนยุโรปเพื่อพยายามเกลี้ยกล่อมให้ชาติพันธมิตรคงกำลังทหารไว้ในซีเรียต่อไปหลังจากสหรัฐถอนกำลัง แต่เขายังต้องดิ้นรนหาเหตุผลมาชักจูงว่าเหตุใดประเทศเหล่านั้นจึงต้องเอากองทัพของตนเข้ามาเสี่ยงในเมื่อสหรัฐถอนทหารกลับไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวเผยด้วยว่า ทรัมป์เพิ่งโทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี ทั้งคู่หารือกันเรื่องซีเรีย และต่างเห็นพ้องกันว่าจะประสานความร่วมมือกันต่อไปเพื่อจัดตั้ง &amp;quot;เขตปลอดภัย&amp;quot; ในซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) กองกำลังติดอาวุธภายใต้การนำของกลุ่มเคิร์ดที่สหรัฐหนุนหลัง กำลังพยายามยึดที่มั่นสุดท้ายของไอเอส ซึ่งขณะนี้เหลือพื้นที่ราวครึ่งตารางกิโลเมตรในหมู่บ้านบากูซ เทียบกับสมัยรุ่งเรืองที่คอลิฟะห์ของพวกนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่เท่าเกาะอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสดีเอฟกำลังเร่งอพยพพลเรือนออกจากพื้นที่นั้น เพื่อกวาดล้างพวกไอเอสเดนตายผ่านการรบขั้นแตกหัก หรือไม่ก็ทำข้อตกลงยอมจำนน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29725</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงทหาร 200 นาย, ซีเรีย, ถอนทหาร, รักษาสันติภาพ, สหรัฐ, ไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190222/image_big_5c6fff6909678.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
