<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; หงอซาอุฯ ยันรักษาสัมพันธ์ ต่อให้ปรินซ์สั่งฆ่าคาช็อกกี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยึดผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ประกาศรักษาความสัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นกับซาอุดีอาระเบีย ต่อให้เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อยู่เบื้องหลังการฆ่าจามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์วอชิงตันโพสต์ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับพระหัตถ์เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561 ยอมรับว่า มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียพระองค์นี้อาจจะทรงรับรู้ หรืออาจไม่รับรู้ เรื่องการสังหารนักข่าวอาวุธชาวซาอุฯ รายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอาจไม่มีวันรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับการฆาตกรรมจามัล คาช็อกกี แต่ไม่ว่าอย่างไร เรายังคงความสัมพันธ์ของเรากับซาอุดีอาระเบีย&amp;quot; ทรัมป์กล่าว &amp;quot;สหรัฐมีความตั้งใจจะคงความเป็นหุ้นส่วนที่แน่วแน่ต่อไป เพื่อรับประกันผลประโยชน์ของประเทศเรา, ของอิสราเอล และหุ้นส่วนชาติอื่นๆ ของเราในภูมิภาคนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าว ซึ่งมักวิจารณ์นโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ดรายนี้ หนีออกนอกประเทศมาพักพิงในสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนจับกุม เขาหายตัวหลังจากเข้าสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบุลของตุรกีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงานกับคู่หมั้นชาวตุรกี การสังหารเขาสร้างความอับอายใหญ่หลวงต่อสหรัฐ ทั้งยังทำลายภาพพจน์ที่เจ้าชายทรงเพียรสร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าราชอาณาจักรอนุรักษ์นิยมของพระองค์กำลังอยู่บนเส้นทางปฏิรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าคำแถลงของทรัมป์ ซึ่งยืนกรานไม่ยอมรับหลักฐานที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลซาอุฯ เกี่ยวข้องและคำกล่าวหาว่าเจ้าชายเป็นผู้สั่งการ นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ได้ข้อสรุปว่าเจ้าชายทรงเกี่ยวข้องด้วย หลายฝ่ายจึงจับตาว่าทรัมป์จะลงโทษซาอุฯ หรือไม่ หรือจะปล่อยซาอุฯ ลอยนวล แต่จากคำแถลงเมื่อวันอังคาร เห็นได้ว่าทรัมป์เลือกประการหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับซาอุฯ สำคัญกว่าเรื่องความเป็นไปได้ที่เจ้าชายจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และย้ำว่า กษัตริย์ซัลมานและเจ้าชายทรงปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าไม่ทรงรับรู้เรื่องแผนการหรือการสังหารคาช็อกกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังชี้ด้วยว่า ซาอุฯ มีส่วนช่วยสหรัฐอย่างมากในการควบคุมความทะเยอทะยานของอิหร่าน รวมถึงยังทำสัญญาซื้ออาวุธของสหรัฐและการลงทุนด้านอื่นๆ มูลค่า 450,000 ล้านดอลลาร์ ยิ่งกว่านั้น ซาอุฯ ยังช่วยทำให้น้ำมันมีราคาถูกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านวอชิงตันโพสต์ ประณามว่า ทรัมป์เห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัวและผลประโยชน์ทางการค้าเหนือผลประโยชน์ของอเมริกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22464</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, รักษาสัมพันธ์, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf55644718a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
