<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2020 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เปิดสมบัติ &#039;รักษเกชา&#039; อดีตเลขาฯผู้ตรวจการแผ่นดิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.63 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ในรายของ นายรักษเกชา แฉ่ฉาย กรณีพ้นตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายรักษเกชาและคู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งหมด 10,670,458 บาท หนี้สินทั้งหมด 1,960,392 บาท ซึ่งเป็นหนี้สินประเภทเงินกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 8,710,065 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ประกอบด้วยที่ดิน 1 รายการ ในพื้นที่เขตคลองสามวา กทม. มูลค่า 3,000,000 บาท เงินลงทุนรวม 2,445,510 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นห้องชุด 2 รายการ มูลค่ารวม 2,800,000 บาท ยานพาหนะ 2 รายการ แจ้งว่าได้มาในเดือน เม.ย.และส.ค.2563 มูลค่ารวม 1,168,000 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) รวม 988,000 บาท อาทิ ทองรูปพรรณ/ทองคำ มูลค่ารวม 348,000 บาท สร้อยเพชร แหวนเพชร แหวนทอง ต่างหูเพชร กำไลทอง นาฬิกามูลค่า 100,000 บาท ปืนพก .357 1 กระบอก แจ้งว่าได้มาช่วงปี 2563 พระบูชา/พระเครื่อง ไม่ได้แจ้งมูลค่า เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรักษเกชาและคู่สมรส​ยังแจ้งอีกว่า มีรายได้ระหว่างดำรงตำแหน่งรวม 17,577,721 บาท รายจ่ายรวม 15,813,621 บาท โดยรายได้ของนายรักษเกชา เป็นเงินเดือน 11,123,238 บาท นอกจากยั้งมีรายได้จากเบี้ยประชุม ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินบำเหน็จ 2,100,000 บาท.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ &amp;#39; เตือนสติคนไทยให้ฉุกคิดถึงวัฒนธรรมอันน่าภาคภูมิใจของไทยและในหลวงรัชกาลที่ 9
	คณาจารย์มธ.เยี่ยม&amp;#39;เพนกวิน-รุ้ง&amp;#39; อ่านแถลงการณ์3ข้อหน้าเรือนจำ
	ใช้กำลังล้มล้างรัฐบาลได้หรือไม่! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39;ยก2ทฤษฎีไขคำตอบ
	ร้องผบ.ตร.จับ&amp;#39;พิธา&amp;#39;ผิดพรก.ฉุกเฉิน-พรบ.คอมพ์ โพสต์เฟกนิวส์ปลุกปั่น
	&amp;#39;สมศักดิ์&amp;#39;เข้าเรือนจำเยี่ยมแกนนำม็อบ นั่งคุยกับ&amp;#39;เพนกวิน-รุ้ง-ไมค์&amp;#39;
	สว.สมชาย ชง 9 ข้อแก้ปัญหาม็อบป่วนเมือง
	อิสระ-สส.ปชป. ชี้มีฝ่ายไม่จริงใจ ยึกยักแก้รธน. ต้นตอม็อบยืดเยื้อ

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81830</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีทรัพย์สิน, ปปช., รักษเกชา แฉ่ฉาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d4be8df73e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยมุกอำลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการทำงาน ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร จะอยู่กับอาชีพนั้นนานแค่ไหน สุดท้ายงานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา เหมือนกับกรณีเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน รักษเกชา แฉ่ฉาย หรือชื่อที่หลายคนเรียกประจำคือ &amp;ldquo;น้าเก&amp;rdquo; ที่เป็นที่รักของทุกคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้จัดงานมุทิตาจิต โดยมีทั้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน, ผู้ตรวจฯ, รองเลขาฯ และเจ้าหน้าที่สำนักต่างๆ ร่วมแห่อำลา เนื่องจากได้หมดวาระตำแหน่งเลขาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;น้าเก&amp;quot; ถือเป็นบุคคลหนึ่งที่หลายคนต่างให้ความเคารพ และเป็นผู้ให้ข้อคิดดีๆ ในการทำงานและการใช้ชีวิต จนได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ทุกคนในวงการให้ทำหน้าที่สำคัญต่างๆ ถึงขนาดประธานผู้ตรวจการแผ่นดินออกมาเปิดเผยเองในทำนอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ถ้าไม่ใช่น้าเก ผู้ตรวจการแผ่นดินของไทย ชื่อเสียงคงไม่ไปไกลขนาดนี้ เพราะหลายครั้งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไทยได้ก้าวไปสู่การประชุมของผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างประเทศ มักสร้างชื่อเสียงให้กับไทยอยู่เสมอ รวมถึงได้มีการทำความร่วมมือต่างๆ เพื่อให้คนไทยได้รับประโยชน์สูงสุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้น จึงร่วมรับประทานอาหารกับสื่อมวลชน อย่างเรียบง่าย ทำให้รู้ว่า น้าเก ก็เป็นคนตลกไม่ใช่น้อย ปล่อยมุกออกมาทุก 2 นาที ไม่ว่าจะเป็นกรณีทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อโควิด-19 มาระยอง หวั่นว่าจะแพร่เชื้อหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้าเกก็คุยติดตลก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เขาไม่ใช่คนแพร่ เขาเป็นคนอียิปต์&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์ ที่คาดว่าเจ้าตัวอาจจะสมัครเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินในอนาคต หลังจากที่ชุดปัจจุบันเตรียมลงจากตำแหน่งในปีนี้ ซึ่งเจ้าตัวมีพระเครื่องมากมาย โดยพูดถึง ส.ส.ท่านหนึ่งที่ได้ยื่นเหล็กไหลอยู่ในบัญชีทรัพย์สิน ตีราคา 700 ล้านบาท สั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เหล็กไหลมีทั้งดีและไม่ดีนะ โดยเฉพาะถ้าขับรถอยู่เจอเหล็กไหล ยุ่งแน่&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวคิดอยู่นานว่ายุ่งอะไร อ๋อ เหล็กไหลจากรถบรรทุก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆ น้าเกปล่อยมุกออกมาไม่ต่ำกว่า 20 มุก ทั้งมุก 3 บาท 5 บาท ไปจนถึงมุกตลกคาเฟ่ ไม่แปลกที่มีแต่คนรัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอชเชอร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72581</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, รักษเกชา แฉ่ฉาย, วอชเชอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้ 3 รายชื่อชิงเลขาฯผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังวิจารณ์แซดแก้ระเบียบเอื้อบางคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.63 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ประกาศเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินระหว่างวันที่ 15 มิ.ย. -14 ก.ค. &amp;nbsp;แทน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการ ที่จะหมดสัญญาจ้างในวันที่ 19 ก.ค.นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฎว่าหลังการปิดรับสมัครเมื่อวานที่ผ่านมา ( 14 ก.ค.) พบว่ามีผู้ยื่นใบสมัครรวม 3 คน ประกอบด้วยนายกีรป กฤตธีรานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการกกต. และนายณัฐ เล่าสีห์สวกุล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งสำนักงานกกต. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้คณะกรรมการสรรหาเลขาธิการฯที่ผู้ตรวจการแผ่นดินตั้งขึ้นซึ่งประกอบไปด้วย นายพิเชต สุนทรพิพิธ &amp;nbsp;อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ &amp;nbsp;นายประวิช รัตนเพียร นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ &amp;nbsp;อดีตผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นกรรมการสรรหาฯ &amp;nbsp;ก็จะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติ &amp;nbsp;ลักษณะต้องห้าม ประวัติความประพฤติ &amp;nbsp;รวมทั้งดำเนินการสรรหาโดยประเมินจากเอกสารประกอบการสมัคร การสัมภาษณ์ และอาจให้ผู้สมัครมีการแสดงวิสัยทัศน์ ก่อนจะเสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินคนหนึ่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา &amp;nbsp;ซึ่งหากผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นชอบจะมีการทำสัญญาจ้าง โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี &amp;nbsp;แต่ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่เห็นชอบรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาฯเสนอก็จะดำเนินการสรรหาใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามประกาศการเปิดรับสมัครไม่ได้มีการระบุระยะเวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอนนับจากนี้ว่าที่สุดแล้วจะได้เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่เมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ผู้ตรวจการแผ่นดินตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กรณีแก้ไขระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินว่าด้วยเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 ที่มีการตัดคุณสมบัติเรื่องผู้ที่จะเข้ารับการสรรหาเป็นเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้บริหารระดับสูงหรือเทียบเท่าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ออกจากที่เดิมมีกำหนดอยู่ในระเบียบปี 2561 ว่า เพื่อเอื้อกับบุคคลหนึ่งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินต้องการให้มาเป็นเลขาธิการสำนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันการที่ &amp;nbsp;2 ผู้บริหารของสำนักงานกกต.ไปยื่นสมัครเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจฯก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในองค์กรกกต.เช่นกันว่าเพราะเหตุใด เนื่องจากทั้งนายกฤช และนายณัฐ เป็นเจ้าหน้าที่กกต.ตั้งแต่รุ่นก่อตั้งองค์กร และยังเหลืออายุราชการอีก 1 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71546</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤช เอื้อวงศ์, ณัฐ เล่าสีห์สวกุล, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, พิเชต สุนทรพิพิธ, รักษเกชา แฉ่ฉาย, เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0eea7847085.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยุติสอบปม &#039;อดีต สนช.&#039; นั่ง ป.ป.ช. อ้างไม่ได้เป็นอำนาจหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.63 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า วันนี้(14 ก.ค.)​ผู้ตรวจฯได้มีคำวินิจฉัยยุติเรื่องร้องเรียนของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยที่ขอให้ผู้ตรวจฯพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง ตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า(พ.ร.ป.)ด้วยผู้ตรวจฯ 2560 เพื่อพิจารณาวินิจฉัย กรณีสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการและส่งรายชื่อนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งพ้นจากตำแหน่งมายังไม่ครบ 10 ปี อันมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 (18) ของพ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช. 2561 ให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบเป็นกรรมการป.ป.ช. เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ตรวจฯได้พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า&amp;nbsp;การที่ผู้ร้องเรียนขอให้ผู้ตรวจฯจะพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย ตามมาตรา 23 (1) ได้นั้น จะต้องเป็นกรณีที่เห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยที่ &amp;ldquo;บทบัญญัติแห่งกฎหมาย&amp;rdquo; หมายถึง กฎหมายที่ตราขึ้นโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารก็ตาม ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนดที่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภาแล้ว และประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่มีผลใช้บังคับเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ แต่กรณีนี้เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและคณะกรรมการสรรหากรรมการป.ป.ช. มิใช่เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้ตรวจฯจะพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรักษเกชา กล่าวอีกว่า การปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เป็นลักษณะการใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มิใช่เป็นการใช้อำนาจทางบริหารหรือทางปกครองแต่อย่างใด ผู้ตรวจฯจึงไม่อาจพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 23 (2) พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจฯ 2560 ดังนั้น กรณีเรื่องร้องเรียนของนายศรีสุวรรณนี้ เป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจฯ จึงมีมติให้ยุติเรื่องร้องเรียน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71405</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., นายศรีสุวรรณ จรรยา, รักษเกชา แฉ่ฉาย, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, สุชาติ ตระกูลเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d4be8df73e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 07:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>90 ส.ว.เฮลั่น! ผู้ตรวจฯยุติเรื่องร้องเรียนปมสมาชิกภาพ อ้างไม่อยู่ในอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรธน.วินิจฉัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยวานนี้ว่า วันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ และ นายทรรศนัย ทีน้ำคำ ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย เกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 90 คน ซึ่งเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่ามีลักษณะต้องห้ามเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 108 ข. (1) (3) และ (9) อันมีผลทำให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 111 (4) หรือไม่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยว่า ตามมาตรา 23 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 กำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ เมื่อเห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยที่ &amp;ldquo;บทบัญญัติแห่งกฎหมาย&amp;rdquo; หมายถึง กฎหมายที่ตราขึ้นโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะตราขึ้นโดยฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารก็ตาม ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนดที่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภาแล้ว และประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่มีผลใช้บังคับเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กรณีปัญหาตามคำร้องเรียนในเรื่องนี้เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง มิใช่เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 82 บัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) (5) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (12) หรือมาตรา 111 (3) (4) (5) หรือ (7) แล้วแต่กรณี และให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงหรือไม่...&amp;rdquo; วรรคสี่ บัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งได้ด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภามีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานวุฒิสภา ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาคนใดคนหนึ่งสิ้นสุดลง โดยให้ประธานวุฒิสภาที่ได้รับคำร้องส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และยังกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจส่งเรื่องในลักษณะดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน &amp;nbsp;กล่าวว่ากรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดหน่วยงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงไว้โดยชัดแจ้งและเป็นการเฉพาะแล้ว โดยเป็นอำนาจของประธานวุฒิสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้งในการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนด ดังนั้น กรณีปัญหาตามคำร้องเรียนในเรื่องนี้จึงไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินตามมาตรา 37 (3) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่อาจอาศัยอำนาจตามมาตรา 23 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงวินิจฉัยให้ยุติเรื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69191</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัติสมาชิกวุฒิสภา, รักษเกชา แฉ่ฉาย, วินิจฉัยคุณสมบัติ, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1cdd2b9c46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’แจงผู้ตรวจฯ ปมถวายสัตย์จบ27ส.ค./‘ชวน’บรรจุญัตติซักฟอกต้นกันยา.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับคำชี้แจงถวายสัตย์ฯ ไม่ครบจาก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แล้ว ข้อมูลครบ 27 ส.ค.นี้น่าจะจบ ด้าน &amp;quot;ชวน&amp;quot; เผยกำหนดวันอภิปรายซักฟอกนายกฯ ได้ต้นเดือนหน้า เพราะจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 ก.ย. ขณะที่พรรคฝ่ายค้านเชิญชวนรัฐบาลตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;&amp;quot;เทพไท&amp;quot; ขานรับทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 27 ส.ค. ที่จะมีการพิจารณากรณีนายกรัฐมนตรีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าขณะนี้ทางสำนักงานได้รับคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในกรณีดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ทำการสรุปประเด็น และจะเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เป็นดุลพินิจของผู้ตรวจว่าจะมีความเห็นหรือมีมติอย่างไร แต่ทั้งนี้ในเรื่องคำร้องเกี่ยวกับการถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนนั้น นอกจากจะมีการร้องจากนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ที่ขอให้วินิจฉัยการกระทำดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองวินิจฉัยหรือไม่แล้ว ระหว่างที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรอคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาประเด็นเดียวกัน โดยขอให้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่นายภาณุพงศ์เห็นว่านอกจากนายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนอาจขัดรัฐธรรมนูญแล้ว ก็มีผลทำให้การกระทำในเวลาต่อมาของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;เช่น การตั้งคณะรัฐมนตรี การแถลงนโยบาย การโยกย้ายข้าราชการ เป็นโมฆะไปด้วย และตัวนายภาณุพงศ์ในฐานะประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย หรือให้คำมั่นสัญญาเมื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ก็จะไม่ได้รับการปฏิบัติ ตามที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีระบุไว้ จึงถือว่าตนเองถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ประกอบมาตรา 46 พ.ร.ป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 ระบุให้บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน และ พ.ร.บผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 มาตรา 22 ก็ให้ผู้ตรวจฯ มีหน้าที่และอำนาจอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่น&amp;nbsp;
27 ส.ค.ได้ข้อยุติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรักษเกชากล่าวว่า แม้คำร้องดังกล่าวจะมีการร้องเสริมในเรื่องของการที่บุคคลถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ทางสำนักงานก็เห็นว่าสามารถที่จะนำคำร้องดังกล่าวเสนอผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาในคราวเดียวกันได้ เนื่องจากประเด็นที่ร้องนั้นมีความเชื่อมโยงกัน โดยเท่าที่ทราบจากเจ้าหน้าที่ ข้อมูลต่างๆ ที่ทางสำนักงานได้รับในขณะนี้ ถือว่าค่อนข้างครบถ้วนเพียงพอที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 27 ส.ค.จะพิจารณาให้ได้ข้อยุติ น่าจะไม่ต้องมีการขอให้หน่วยงานใดชี้แจงอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันดังกล่าว ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินยังจะได้มีการพิจารณาคำร้องที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ร้องขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา รวบรัดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และประชุมรัฐสภาเพื่อคัดเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความชัดเจนของการบรรจุญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าขั้นตอนต่อไปเมื่อตรวจสอบญัตติที่เสนอมาว่าถูกต้องตามข้อบังคับและกฎหมายแล้ว ก็จะจัดเตรียมบรรจุระเบียบวาระ ซึ่งตนได้คุยเป็นหลักการกับรองประธานสภาฯ แล้วว่าจะแยกเรื่องนี้ออกมา จัดวันอภิปรายเป็นกรณีพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาผู้แทนฯ กล่าวว่า สำหรับการกำหนดวันนั้น ต้องขอเวลาประสานงาน เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นการซักถามและแนะนำ เมื่อซักถามก็ต้องมีคนตอบ ดังนั้น ต้องประสานกับทางรัฐบาลว่าพร้อมวันไหน ขณะนี้จึงยังไม่ได้กำหนดวันเวลา แต่ได้พูดคุยในเชิงหลักการกันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนเผยว่า สภาจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 กันยายนนี้ ฉะนั้นวันที่จะกำหนดคงเป็นช่วงต้นเดือนกันยายน ส่วนในสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันที่ 25-30 สิงหาคม ตนคงยุ่งกับภารกิจการประชุมรัฐสภาอาเซียน แต่ฝ่ายญัตติก็จะเตรียมการเพื่อประสานกับรัฐบาลต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมเสนอญัตติตั้งกรรมาธิการศึกษาวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทางพรรคพลังประชารัฐจะเสนอตั้งด้วยหรือไม่ว่า รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้มีการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้พรรค พปชร.ยังไม่มีแนวคิดในการจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
รัฐบาลเชิญซักฟอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายไม่ลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีการถวายสัตย์ฯ นั้น เป็นการดำเนินงานทางสภา กรอบที่สามารถทำได้ก็ต้องดำเนินไป ไม่มีอะไรพิเศษ ทำตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อถึงเสียงตอบรับในการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้ามานั่งประธานยุทธศาสตร์พรรค นายสนธิรัตน์ตอบว่า ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ เป็นความตั้งใจของท่านที่จะมาช่วยทำการเมือง พรรคก็ยินดีต้อนรับ ถือเป็นเรื่องที่ดีของพรรคพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตรเปิดตัวเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐว่า แม้ช่วงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐกับทหารจะลับลวงพรางกันไปบ้าง แต่การเปิดตัว พล.อ.ประวิตร ก็เป็นการตอกย้ำให้เห็นภาพของพรรคพลังประชารัฐเป็นเนื้อเดียวกันกับ คสช.มากขึ้น ถือว่าไม่เหนือความคาดหมาย ในไม่ช้าอาจจะได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดตัวเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่อาจต้องรอให้ฝ่ามรสุมเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ และปัญหาอุปสรรคที่ถาโถมต่างๆ ให้ได้เสียก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวต่อไปว่า ถึงเวลาที่ พล.อ.ประวิตรจะได้สัมผัสชีวิตการเมือง แต่แค่เจอ 2 โจทย์แรก พล.อ.ประวิตรก็อาจไม่ได้เป็นผู้มีบารมีตัวจริง ทั้งการขอให้ 5 รัฐมนตรีของพรรคลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อแก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ไม่ให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ต้องมาร่วมโหวตกรณีมีส่วนได้เสียจะทำให้หมดสิทธิ์ลงมติ แต่สุดท้าย 5 รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐก็ไม่ยอมลาออก และยังออกมาแสดงความเห็นต่อต้าน พล.อ.ประวิตร ในขณะที่รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมเขายังยอมลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อช่วยแก้ปัญหารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ รวมถึงการที่ พล.อ.ประวิตรออกมาเตือนนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. ไม่ให้แสดงพฤติกรรมกร่างใส่ตำรวจ ก็ไม่มีผลแต่อย่างใด เพราะนายสิระก็ยังคงแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แค่ 2 กรณีนี้ก็พอจะเป็นตัวชี้วัดบารมีของ พล.อ.ประวิตร ในพรรคพลังประชารัฐได้แล้วว่ามีมากน้อยแค่ไหน นักการเมืองในพรรคพลังประชารัฐเชื่อฟัง พล.อ.ประวิตร เหมือนกับตอนเป็น คสช.หรือไม่ ไม่รู้ว่า พล.อ.ประวิตรจะเข้ามาเป็นนักการเมืองให้เสียคนตอนแก่ทำไม&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
ฝ่ายค้านชวนแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ว่าอยากเชิญพรรคร่วมรัฐบาลว่าพรรคใดเคยมีนโยบายจะแก้ไขรัฐธรรมนูญและบอกประชาชนไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงรัฐบาลที่เสนอนโยบายต่อรัฐสภาในข้อ 12 ว่าจะศึกษาแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โอกาสนี้ควรมาร่วมมือกันดำเนินการ พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ได้ผลีผลามแก้ตามใจพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่อยากให้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้มาศึกษาร่วมกันว่าหลักเกณฑ์และวิธีการใดจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน และได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วให้การยอมรับทั้งประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า วิธีนี้เท่านั้นจะเป็นทางออกที่ดีของประเทศได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีจุดอ่อนสำคัญคือการขาดการมีส่วนร่วม และถูกเขียนในบรรยากาศที่ประชาชนไม่มีเสรีภาพ จะเกิดปัญหาข้อปฏิบัติต่างๆ ที่ประสบอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางในสภาได้ยื่นญัตติไปแล้ว เป็นการยื่นญัตติหาวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จ เนื่องจากรัฐธรรมนูญปัจจะบันมีข้อกำหนดไว้หลายมาตรา เลยต้องศึกษาว่าถ้าจะทำให้สะดวกและประสบความสำเร็จควรทำอย่างไรก่อนหลัง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า การผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาอย่างเดียวโอกาสสำเร็จจะยาก จึงจะดำเนินการพร้อมกันกับการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 60 เพื่อให้เกิดความเห็นร่วมกันว่าต้องแก้ ถ้าประชาชนเห็นด้วยจะทำให้การแก้ไขสะดวกมากขึ้น ทั้งรัฐบาลและ ส.ว.จะได้จับมือกันแก้รัฐธรรมนูญในบทบัญญัติที่ยังไม่เห็นว่าเป็นประชาธิปไตยเพียงพอ เช่น เรื่องสิทธิเสรีภาพความเป็นประชาธิปไตย เช่น การเลือกนายกฯ ต้องยึดโยงกับประชาชน แต่ปัจจุบัน ส.ว. 250 คนมีส่วนในการเลือกนายกฯ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ที่พรรคการเมืองจะคิดนอกกรอบในการพัฒนาประเทศลำบาก ทั้งที่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นต้น และเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชาชนที่ต้องการให้ขยายมากขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ต้องเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน 7 พรรคฝ่ายค้านเป็นเพียงผู้ริเริ่ม ดังนั้นการแก้ไขต้องให้ทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงองค์กรเอกชน ประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชน ก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของทุกคนในประเทศจึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข การจะสำเร็จหรือไม่จึงขึ้นอยู่กับประชาชน ไม่ใช่แค่ฝ่ายการเมือง&amp;nbsp;
&amp;quot;เทพไท&amp;quot;เอาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่พรรคประชาธิปัตย์เคยให้คำมั่นสัญญากับประชาชนเรื่องเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 3 ข้อ คือ 1.นโยบายประกันรายได้เกษตรกร 2.แก้ไขรัฐธรรมนูญ 3.ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันนั้น ตอนนี้รัฐมนตรีของพรรคได้ผลักดันนโยบายประกันรายได้เกษตรกรได้เป็นผลสำเร็จในเรื่องประกันราคาปาล์ม กก. 4 บาท ยางพารา กก.ละ 60 บาท และประกันรายได้ข้าว ตันละ 10,000-15,000 บาท ซึ่งอยู่ในขั้นตอนเพื่อขอมติ ครม.เท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้บรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของรัฐบาลนั้น ส่วนตัวเห็นว่า เราสามารถขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กับการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนได้ และเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ละเลยต่อเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะนำเสนอประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุม ส.ส.ของพรรคในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ที่ประชุมของพรรคพิจารณา มีมติยื่นญัตติด่วน เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหา และหาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยตามหลักสากลโดยเร็วด้วย ส่วนการจะบรรจุเข้าวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อไหร่ ขอให้เป็นดุลพินิจของประธานสภาฯ ที่จะพิจารณาต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวต่อว่า สำหรับเงื่อนไขการปราบปรามหรือการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันนั้น ทางพรรคไม่เคยละเลย ได้กำชับให้สมาชิกพรรคทุกคนที่เข้ารับตำแหน่งทางการเมือง จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โดยเคร่งครัด และสมาชิกพรรคทุกคนจะต้องมีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน และรัฐบาลต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ หรือทำงานแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูกอย่างเด็ดขาด จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะยึดถือคำมั่นสัญญาที่ให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ จะเร่งผลักดันนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ข้อ 4, ข้อ 8, ข้อ 12 ที่เป็นข้อเสนอของพรรคให้สำเร็จ และมีผลในทางปฏิบัติโดยเร็วที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44200</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติซักฟอก, ปมถวายสัตย์, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รักษเกชา แฉ่ฉาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190824/image_big_5d61587ae5b00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>27 สิงหารู้เรื่อง! &#039;ผู้ตรวจ&#039; สรุปปม &#039;บิ๊กตู่&#039; ถวายสัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.62 - นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 27 ส.ค.ที่จะมีการพิจารณากรณีนายกรัฐมนตรีกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า ขณะนี้ทางสำนักงานฯได้รับคำชี้แจงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในกรณีดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ทำการสรุปประเด็นและจะเสนอให้ที่ประชุมฯได้พิจารณาซึ่งก็เป็นดุลพินิจของผู้ตรวจว่าจะมีความเห็นหรือมีมติอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในเรื่องคำร้องเกี่ยวกับการถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนนั้น นอกจากจะมีการร้องจากนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ที่ขอให้วินิจฉัยการกระทำดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองวินิจฉัยหรือไม่แล้ว ระหว่างที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรอคำชี้แจง ของนายกรัฐมนตรีนั้นเมื่อวันที่ 20 ส.ค. นายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาประเด็นเดียวกันโดยขอให้ส่งเรื่องพร้อมความเห็น ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายภาณุพงศ์เห็นว่านอกจากนายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ไม่ครบถ้วน อาจขัดรัฐธรรมนูญแล้ว ก็มีผลทำให้การกระทำ ในเวลาต่อมาของรัฐบาล เช่นการตั้งคณะรัฐมนตรี การแถลงนโยบาย การโยกย้ายข้าราชการเป็นโมฆะไปด้วย และตัวนายภานุพงศ์ในฐานะประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย &amp;nbsp;หรือให้คำมั่นสัญญาเมื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ก็จะไม่ได้รับการปฏิบัติ ตามที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีระบุไว้ จึงถือว่าตนเองถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ประกอบมาตรา46 พ.ร.ปวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ2561ระบุให้บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินและพ.ร.บผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 มาตรา 22 ก็ให้ผู้ตรวจมีหน้าที่และอำนาจอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นแม้คำร้องดังกล่าว จะมีการร้องเสริมในเรื่องของการที่บุคคลถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ทางสำนักงานก็เห็นว่าสามารถที่จะนำคำร้องดังกล่าวเสนอผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาในคราวเดียวกันได้เนื่องจากประเด็นที่ร้องนั้นมีความเชื่อมโยงกัน โดยเท่าที่ทราบจากเจ้าหน้าที่ ข้อมูลต่างๆที่ทางสำนักงานได้รับในขณะนี้ถือว่าค่อนข้างครบถ้วนเพียงพอที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 27 ส.ค.จะพิจารณาให้ได้ข้อยุติ น่าจะไม่ต้องมีการขอให้หน่วยงานใดชี้แจงอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันดังกล่าวที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินยังจะได้มีการพิจารณา คำร้องที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยร้อง ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่นายชวน หลีกภัย ประธาน รัฐสภารวบรัดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและประชุมรัฐสภาเพื่อคัดเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตย์ปฏิญาณ, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, รักษเกชา แฉ่ฉาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1cdd2b9c46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
