<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี.กริม ผนึกรัฐ - เอกชนจัดการขยะหมู่เกาะลันตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;บี.กริม ผนึกความจับมือ โรงแรมพิมาลัย รีสอร์ท แอนด์สปา และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา สานต่อโครงการ &amp;ldquo;รักษ์ลันตา&amp;rdquo; ร่วมรณรงค์ไม่ทิ้งขยะพร้อมปลูกจิตสำนึกชาวบ้านเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ หวังช่วยลดประมาณขยะได้มากถึง 80% เผยเคล็ดลับคัดแยกขยะเพื่อการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
24 ต.ค. 62 -นายอนุรัต ตียาภรณ์ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของโรงแรมพิมาลัยฯ กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้สัตว์ทะเลหลายชนิดต้องตายไป คือ ปริมาณขยะที่พบในท้องทะเลไทย โดยเฉพาะปริมาณถุงพลาสติกที่มีมากถึง 11.7% ทุกภาคส่วนจึงเริ่มตระหนักและต้องการที่จะช่วยลดปริมาณขยะในทะเล จนเกิดโครงการ &amp;ldquo;รักษ์ลันตา&amp;rdquo; ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการประชารัฐร่วมใจจัดการขยะทะเลในแหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลต.1 (เกาะรอก) จังหวัดกระบี่ จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 15 โดยความร่วมมือระหว่าง บี.กริม โรงแรมพิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการแรกเริ่มจากการปล่อยปลาการ์ตูนคืนกลับสู่ธรรมชาติ เพื่อปลูกจิตสำนึกให้คนในเกาะและชาวบ้านไม่ไปจับปลา สู่การบริหารจัดการขยะและการคัดแยกขยะโดยเริ่มนำร่องจากในโรงแรมพิมาลัยฯ ก่อน แล้วค่อยส่งวิทยากรไปอบรมให้เด็กๆ ใน 15 โรงเรียนทั้งชั้นประถมและมัธยมจากนั้นจึงขยายสู่ชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้จักการคัดแยกขยะซึ่งเป็นวิธีบริหารจัดการขยะได้ดีที่สุด ทำให้ชุมชนบนเกาะลันตามีการบริหารขยะได้ดีขึ้น รวมทั้งการรณรงค์การงดใช้ถุงพลาสติกและนำขยะบางจำพวกมาใช้ใหม่ ตลอดจนการเก็บขยะบริเวณชายหาด เพราะปัญหาหลักใหญ่ๆ คือขยะจากเมืองมักจะหลุดรอดสู่ทะเลมากถึง 90% &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ใต้ท้องทะเลเป็นอย่างมาก ทำให้แต่ละปีมีสัตว์ทะเลจำนวนมากที่ตายจากการกินขยะเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังได้ทำโครงการเก็บขยะในทะเลซึ่งได้ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว และ นักประดาน้ำทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ มาช่วยเก็บขยะใต้ทะเลเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราปลูกจิตสำนึกให้ชาวบ้านตระหนักถึงเรื่องการคัดแยกขยะมาตลอด15 ปี แต่สิ่งที่ช่วยเรามากคือการน้ำขยะไปทำปุ๋ย จึงเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทุกปี เช่น ปริมาณขยะในทะเลบริเวณอุทยานแห่งชาติเกาะ 5 ลดลงไปมาก และยังได้เร่งเก็บขยะก่อนเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว ซึ่งมีการเปิดเกาะวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เพื่อธรรมชาติที่สวยงาม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไม่น้อยกว่า 5,000 คนต่อปี&amp;rdquo; นายอนุรัตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นาย ฮาราลด์ ลิงค์ &amp;nbsp;ประธาน &amp;nbsp;บีกริม กล่าวว่า บี.กริม ให้ความสำคัญกับกิจกรรมต่างๆ เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหามลภาวะอันเนื่องมาจากขยะและของเหลือใช้จากภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคการเกษตร โดยยอมรับว่า ขณะนี้ปัญหาขยะทะเล เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยและของโลก โดยไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 6 ของประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลมากที่สุด และจากข้อมูลสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ชัดว่าส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก ดังนั้น กิจกรรมเก็บขยะใต้ทะเลของเกาะลันตา รวมถึงการให้ความรู้กับนักเรียนและชุมชนถึงความสำคัญและความจำเป็นในการแยกขยะและการกำจัดขยะอย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน แซฟฟรอน คิดดี เจ้าของ Scubafish โรงเรียนสอนดำน้ำหนึ่งในอาสาสมัครพานักประดาน้ำนานาชาติมาช่วยเก็บขยะใต้ท้องทะเลย เล่าว่าการพิชิตขยะใต้ท้องทะเลยซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ และต้องใช้งบประมาณในการบริหารจัดการที่ยุ่งยาก นับเป็นความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ผู้เช่าเหมาเรือ และนักประดาน้ำเอกชนที่ส่งนักดำน้ำพร้อมอุปกรณ์มาช่วยเรื่องการเก็บขยะในแต่ละปี ปีหนึ่งมีสมาชิกนักดำน้ำราว 80-100 คนเข้าร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายอาสัน เสื้อชาติ กำนันตำบลเกาะลันตาใหญ่ เล่าถึงแนวทางการบริหารจัดการขยะบนบก เมื่อเก็บขยะบนเกาะลันตาใหญ่ เล่าถึงแนวทางการบริหารจัดการขยะบนบก เมื่อเก็บขยะบนเกาะแล้วต้องทำการคัดแยกให้เป็นหมวดหมู่ เช่น พลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็แยกแล้วนำไปขาย บางส่วนที่เป็นขยะเคมีหรืออื่นๆ ก็ต้องลำเลียงขึ้นฝั่งเพื่อการกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา มีการณรงค์ไม่ใช้พลาสติกบนเกาะและพยายามสอนเด็กๆ ให้นำกล่องนม พลาสติกมาทำกระเป๋าหรือของใช้อื่นๆ ซึ่งทำต่อเนื่องมาหลายปี และคาดหวังว่าปีนี้ทุกคนจะช่วยกันลดขยะให้ได้ 80% ทุกภาคส่วน และมีขยะเหลือเพียง 20% เท่านั้นที่จะต้องนำไปฝังกลบซึ่งมีพื้นที่ที่จำกันบนเกาะ&amp;rdquo; นายอาสันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายกรรณเกษม มีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา กล่าวว่า กิจกรรมเก็บขยะในทะเลในปีแรกๆ มีปริมาณมากถึง 5 ตัน และทางอุทยานฯ รณรงค์ให้นักท่องเที่ยวไม่นำขนมขบเคี้ยว งดพลาสติก และให้น้ำแก้วน้ำมาใช้บนเกาะ หากนำขยะมาก็ให้นำกลับคืนสู่ฝั่งด้วย รวมถึงการปลูกฝังให้ชาวบ้านในชุมชนมีความรู้เรื่องการบริหารจัดการขยะโดยวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งปัญหาหลักของขยะบนอุทยานฯ คือขวดพลาสติก หลอดพลาสติก โฟม ไฟแช็ค แปรงสีฟัน ปละคอตตอนบัด และขยะที่พบในทะเลทั้งจากในประเทศไทยเอง และถูกพัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ศรีลังกา บังคลาเทศ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับผลการจัดกิจกรรมเก็บขยะทั้งบนบกและในทะเลในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 5 จุด คือ อ่าวมะขาม, อ่าวทะลุ, หาดแหลมสน, อ่าวม่านไทร และหาดศาลเจ้า สามารถเก็บขยะได้ 9 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป &amp;nbsp;1,030 กิโลกรม, ขยะอันตราย 35.26 กิโลกรัม, ขวดแก้ว 514 กิโลกรัม, โฟม 414 &amp;nbsp;กิโลกรัม, ทุ่น 34.6 กิโลกรัม, ขวดพลาสติก 830 กิโลกรัม, รองเท้า 131 กิโลกรัม, เชือก 945 กิโลกรัม และอุปกรณ์ประมง 7.9 กิโลกรัม รวมขยะทั้งหมดประมาณ 3,944 กิโลกรัม โดยปีนี้พบขยะที่เก็บได้ในทะเลมีปริมาณที่ลดลง นับเป็นความสำเร็จของการรณรงค์อย่างเมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48790</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดแยกขยะ, บีกริม, รักษ์ลันตา, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db17468c98fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
