<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 06:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ!&#039;ทั่นรังสิมันต์&#039;ผายลมโควิดเพียบวัคซีนไม่เข้าเป้าเปิดประเทศเพียงลมปากพล่อยๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่าอีก 2 วันครบกำหนด 120 วันเปิดประเทศ บทพิสูจน์คำพูดของพลเอกประยุทธ์อีกครั้ง กับความหวังของประชาชนที่จะมีชีวิตปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเวลาที่ผ่านมาตลอดการปิดสมัยประชุมสภา ผมและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน เพื่อพูดคุยปัญหาต่างๆหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งนอกจากปัญหาในประเด็นต่างๆทั้งที่ดิน ประมง เกษตรกรรม แรงงาน ภัยธรรมชาติ ปัญหาหลักอีกอย่างที่สำคัญคือเรื่องวิกฤติโควิดที่ยังคงทำให้การกลับมามีวิถีชีวิตปกติยังคงไม่สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจเหลือคณานับสวนทางกับการเยียวยาที่น้อยนิดและไม่ตรงจุด ปัญหาหนี้สินที่ทำให้ผู้ประกอบการยังกลับมาดำเนินกิจการได้ไม่เต็มที่ รวมถึงความไม่มั่นใจในการบริหารจัดการวิกฤติที่ตัวเลขผู้ป่วยก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ การจัดการวัคซีนที่ยังไม่ได้ตามเป้าที่รัฐบาลคาดหวัง จนเกิดเป็นคำถามถึงความเป็นไปได้ที่จะกลับมามีชีวิตปกติและทำการเปิดประเทศตามกำหนดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเอาเข้าจริง ภาคเอกชนทั้งหลายรวมถึงประชาชนเองก็ตั้งความหวังไว้สูงมากกับกำหนดการครั้งนี้ที่ทุกคนจะได้กลับมามีชีวิตปกติกันเสียที และผมยืนยันว่า เราควรได้เปิดประเทศและคลายมาตรการต่างๆได้แล้ว เพราะเวลาที่เราเสียไปกับโควิดมันมีต้นทุนที่สูงมาก และเรียกกลับคืนได้ยากเหลือเกิน หากคำมั่นในการเปิดประเทศของพลเอกประยุทธ์กลายเป็นเพียงลมปากพล่อยๆอีกครั้งเหมือนกับที่ผ่านมาตลอด กับสัญญาที่ไม่เคยรักษาไว้ได้ สุดท้ายความคาดหวังของประชาชนก็จะสูญสลายลงไปอีกครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าสัญญาไหนอีกจากผู้บริหารประเทศที่เราจะถูกเบี้ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองแม้จะยังไม่เห็นความเป็นรูปธรรมในการจัดการอะไรที่จะให้ความมั่นใจจากรัฐบาล แต่ผมคาดหวังจริงๆว่าอย่างน้อยการรักษาสัญญาครั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ต้องทำให้ได้ แล้วปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นก็ใช้ฝีมือในการแก้ปัญหาเอาเสียบ้าง ไม่ใช่เอะอะก็ใช้แต่อำนาจแต่ไม่ใช้สมองในการแก้ปัญหาเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเอาชีวิตปกติไปจากประชาชนถือเป็นบาปกรรมที่หนักหนาสาหัส เพราะคุณไปทำลายชีวิตปกติ รายได้ของประชาชน และเวลาเรียนรู้ของเยาวชนมากมายเกินไปแล้ว และเวลาที่เสียไปคุณไม่มีทางจ่ายคืนได้ เหมือน 7 ปีที่ประเทศที่เรารัก ได้เสียอะไรไปมากเหลือเกินจากการทำหน้าที่อันไม่ได้เรื่องของพลเอกประยุทธ์.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119474</URL_LINK>
                <HASHTAG>รังสิมันต์ โรม, เปิดประเทศ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_6164bdd8d1df1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 07:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 07:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมันต์&#039;ค้นพ้นวิธีแก้ปัญหาให้เกษตรกร ต้องคืนอำนาจให้ประชาชนแล้วจบที่รุ่นเรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
11 ต.ค.64- นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่าวันที่ 10 ตุลาคม 2564 คุณ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, คุณ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล, ผม รังสิมันต์ โรม และทีมงานพรรคก้าวไกลพื้นที่ภาคตะวันออก ได้ลงพื้นที่เดินทางไปรับฟังและติดตามปัญหาของพี่น้องประชาชนกันต่อในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงเช้า เราได้เดินทางไปยัง ต.เกาะลอย อ.ประจันตคาม พบปะกับเกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่ ที่รวมกลุ่มกันเพื่อขอการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ ตั้งแต่พันธุ์ข้าว ปุ๋ย รถเกี่ยวข้าว ไปจนถึงโดรนที่ใช้พ่นปุ๋ยและสารเคมี ปัญหาของพี่น้องชาวบ้านที่นี่มีส่วนคล้ายคลึงกับปัญหาของพี่น้องเกษตรกรอีกหลายที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินที่มีกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ปัญหาราคาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูง ทั้งปุ๋ยและน้ำมัน ในขณะที่ราคาผลผลิตกลับตกต่ำ หรือปัญหาเรื่องน้ำ ที่แหล่งน้ำกักเก็บต่างๆ ที่มีอยู่ไม่เคยให้ความสำคัญกับการนำน้ำมาให้กับการเกษตร ในขณะที่แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่นหนองบึงหรือลำน้ำ ก็ถูกนายทุนจากภายนอกเข้ามาซื้อที่ดินเพื่อทำโรงงานหรือพืชเศรษฐกิจอื่นแล้วส่งผลกระทบ เช่น ซื้อที่ล้อมรอบแหล่งน้ำไว้หมด หรือสร้างถนนขวางกั้นไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในช่วงบ่าย เราได้เดินทางไปยังเทศบาลตำบลกรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ พบกับพี่น้องชาวบ้านที่ประสบกับปัญหามลภาวะจากบ่อขยะที่ตั้งอยู่ในท้องที่ข้างเคียง แต่ส่งผลแพร่มาถึงชุมชนแห่งนี้ กระทบต่อทั้งสุขภาพ ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเจ็บป่วยต่อเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความเสียหายต่อพืชผักที่ชาวบ้านเพาะปลูก และทำลายระบบนิเวศที่มีกุ้งหอยปูปลาที่ชาวบ้านจับมาเป็นอาหาร ครั้นจะเข้าไปตรวจสอบก็ถูกกีดกัน โดยชาวบ้านหวังเพียงว่าอยากให้บ่อขยะไปตั้งอยู่ในที่ที่เหมาะสม ไม่ใช่มาอยู่ใกล้กับชุมชนแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถัดมาอีกที่หนึ่ง เราได้เดินทางไปยัง ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี ก็พบกับปัญหาที่ดินทำกินเช่นเดียวกันกับที่ระยอง โดยชาวบ้านเคยได้รับการออกโฉนดที่ดิน (นส.3ก) ในปี 2517 แต่พอมาในปี 2554 กลับเปลี่ยนสภาพที่ดินที่ออกโฉนดนั้นกลายเป็น สปก.4-01 ทั้งยังมีขบวนการนอมินีของนายทุนที่ไม่ใช่คนในพื้นที่เข้ามาจับจองสิทธิกันคนละ 50 ไร่ (ตามข้อจำกัดของกฎหมาย) นอกจากนี้ยังมีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการประกอบอาชีพต่างๆ เช่น การคุ้มครองแรงงาน การขอสินเชื่อเพื่อทำไร่อ้อย เกณฑ์จำกัดน้ำหนักบรรทุกสินค้า การเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อประเด็นปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ทั้งผมกับคุณชัยธวัชและคุณวิโรจน์เห็นตรงกันว่าปัญหาใหญ่เบื้องหลังที่เป็นจุดร่วมในทุกปัญหา นั่นคือเครือข่ายผลประโยชน์ระหว่างนักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น นายทุนใหญ่ และระบบราชการ โดยอาศัยประโยชน์จากกลไกรัฐที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่สร้างสมกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 มาจนถึงปัจจุบัน เช่นการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2559 ยกเว้นกฎหมายผังเมืองในการสร้างโรงงานบางประเภท การเปิดช่องให้นำเข้าขยะมาจากต่างประเทศ การเปิดช่องให้ใช้งานที่ดิน สปก.4-01 ในทางที่เอื้อประโยชน์กลุ่มทุน การตั้งคณะกรรมการ EEC ที่มีตัวแทนบริษัทยักษ์ใหญ่อยู่ในนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเครือข่ายผลประโยชน์เหล่านี้ก็มาหากินด้วยการขูดรีดประชาชน พี่น้องเกษตรกรต้องแบกรับหนี้ ธกส. ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 7 ในขณะที่กลุ่มธุรกิจต่างๆ ได้สินเชื่อดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 2 ขยะที่โรงงานผู้สร้างมันขึ้นมาควรจัดการอย่างมีสำนึกรับผิดชอบ ก็เอามาทิ้งให้ชาวบ้านในที่ห่างไกลรับเคราะห์ พอจะออกมาคัดค้านก็ต้องเจอกับการข่มขู่ด้วยกฎหมาย อิทธิพล และการคุกคามหมายจะเอาชีวิต ทุกวันนี้จังหวัดปราจีนบุรีกำลังกลายเป็นจุดหมายต่อไปของขยะจาก EEC และหากปล่อยไปเรื่อยๆ วันหนึ่งประเทศไทยอาจกลายเป็นถังขยะของโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยังเห็นด้วยว่าอันที่จริงแล้วพี่น้องชาวบ้านประชาชนเองก็พยายามต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีของพวกเขามาตลอด บ้างทำเกษตรอินทรีย์เพื่อพึ่งพาตัวเอง บ้างรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กับตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วทั้งทรัพยากรเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทั้งสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี สิ่งเหล่านี้เคยอยู่รอบตัวพวกเขาให้ใช้ได้ฟรีๆ แต่มาวันนี้กลับถูกทำลาย ถูกดูดกลืนไปให้กับคนกลุ่มเดียว และที่ผ่านมาแม้จะมีผู้พยายามเข้ามาแก้ปัญหาในวงการเมือง ก็ถูกเอาไปเป็นเหตุในการสร้างวิกฤต จนเกิดรัฐประหาร แล้วทหารที่เข้ามาก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะแท้จริงแล้วพวกนี้ก็คือส่วนหนึ่งของเครือข่ายผลประโยชน์ที่ว่านั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนทางที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างยั่งยืนมีแต่ต้องคืนอำนาจให้กับประชาชน ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ที่มีทรัพยากรมหาศาลแต่ไม่เคยช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริงเพราะติดระเบียบเยอะแยะไปหมด ให้ชุมชนได้บริหารจัดการแหล่งน้ำในพื้นที่ ให้เกษตรกรได้มีกองทุนไว้พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและบริหารความเสี่ยงในอาชีพด้วยมันสมองและฝีมือของพวกเขาเอง ให้สิทธิในที่ดินเป็นของประชาชนที่ลงแรงได้ลงหลักปักฐาน ให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมตัดสินใจว่าจะยอมรับให้มีบ่อขยะหรือสิ่งที่ก่อมลพิษตั้งอยู่ในละแวกบ้านพวกเขาหรือไม่ หากมีแล้วจะเยียวยาความเดือดร้อนและช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กับพวกเขาได้อย่างไร ให้ประชาชนได้กำหนดชะตากรรมของตัวเองจริงๆ เสียที ไม่ใช่ให้ใครที่ทำตัวเหมือนรู้ดีมาคอยชี้นิ้วสั่ง แล้วสุดท้ายลงเอยก็กอบโกยกันในเครือข่ายตัวเองเสียหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนนั้น แม้พรรคก้าวไกลจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน ไม่มีอำนาจอะไรไปสั่งการรัฐบาลหรือข้าราชการโดยตรงได้ แต่ในสภาเรายังมีกลไกของการปรึกษาหารือปัญหาชาวบ้านให้ออกอากาศทั่วประเทศ การตั้งกระทู้ถามเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบจากรัฐมนตรี แล้วใช้ไปกดดันหน่วยงานราชการต่ออีกที (หรือฟ้องศาลต่อไปหากยังไม่ปฏิบัติตามอีก) รวมถึงคณะกรรมาธิการต่างๆ ที่เป็นเวทีในการเรียกเอกสารของราชการมาตรวจสอบ เรียกตัวเจ้าหน้าที่มาซักถาม คอยรวบรวมหลักฐานมาเพื่อผลักดันประเด็นต่างๆ ให้คืบหน้า ซึ่งเคยมีการใช้จนประสบผลมาบ้างแล้ว เช่น กรณีสืบหาตัวผู้ก่อเหตุยิงผู้ชุมนุมทางการเมือง โดยการทำงานของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ที่ ส.ส. พรรคก้าวไกลเป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมากไปกว่าการรับฝากกรณีปัญหาต่างๆ พรรคก้าวไกลอยากเป็นอีกพื้นที่ให้กับพี่น้องประชาชนได้มาร่วมเป็นเจ้าภาพในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ไปด้วยกัน ผ่านทีมงานของเราในจังหวัดต่างๆ และบุคคลที่เราไว้วางใจในศักยภาพและอุดมการณ์ที่จะเสนอให้เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนต่อไปในอนาคตหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น รวมถึงผู้ที่จะขออาสาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในส่วนของจังหวัดปราจีนบุรี ที่ได้แนะนำตัวกับพี่น้องชาวบ้านในพื้นที่วันนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมและพรรคก้าวไกลขอฝากพวกเขาเหล่านี้ไว้ให้พี่น้องประชาชนโปรดได้พิจารณา มาร่วมกันทำให้ทั้งปัญหาการเมืองและปัญหาในชีวิตของพี่น้องชาวบ้านประชาชน มันจบที่รุ่นเราครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, คืนอำนาจประชาชน, รังสิมันต์ โรม, แก้ปัญหาเกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_61637dba275a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุจเทพมาจุติ!&#039;ทั่นรังสิมันต์&#039;ด่า&#039;บิ๊กตู่&#039;อยู่มา 7 ปี มีเงิน2.9แสนล้าน ยังปล่อยให้น้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64-นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุึ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรมว่า &amp;nbsp;เวลา 7 ปี, เงิน 2.9 แสนล้าน, ประสบการณ์ตั้งมากมาย แต่รัฐบาลประยุทธ์ยังปล่อยให้น้ำท่วมเป็นปัญหาที่ประชาชนต้องแก้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การปกครองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวกพ้องที่รวมศูนย์อำนาจอยู่ในหมู่ทหาร ประเทศไทยต้องประสบพบเจอกับภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรค COVID-19, ฝุ่น PM2.5, โรคระบาดในปศุสัตว์ (ลัมปีสกิน), อัคคีภัยทั้งในป่าและในเมือง ฯลฯ ที่ต่างพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ที่อ้างความมั่นคงเหนือสิ่งอื่นใด ละเมิดสิทธิลิดรอนเสรีภาพประชาชนอยู่ทุกวี่วันในนามของความมั่นคง กลับไม่ได้มีน้ำยาอะไรดีกว่ารัฐบาลอื่นๆ ในการแก้ไขหรือป้องกันภัยพิบัติเหล่านี้เพื่อประกันความมั่นคงให้กับชีวิตของประชาชนเลย ยิ่งกับภัยพิบัติบางอย่างยิ่งไร้ประสิทธิภาพและไร้สำนึกรับผิดชอบจนเรียกได้ว่ากลายเป็นตัวปัญหาเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในวันนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กำลังจะประจานความไร้น้ำยาของตัวเองอีกครั้งกับภัยพิบัติที่คนไทยต้องประสบพบเจอบ่อยที่สุด เป็นภัยพิบัติที่จริงๆ แล้วเกิดขึ้นแทบทุกปีภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งในภาคเหนือ, อีสาน, กลาง และใต้ นั่นคืออุทกภัย ที่รอบนี้เกิดขึ้นพร้อมกันนับสิบจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน, ภาคกลางตอนบนและตอนล่าง และยังต้องติดตามต่อไปว่าจะกระทบกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในขณะนั้นที่เพิ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่ไม่นานมีเวลาเตรียมตัวไม่ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ที่ในปีนั้นยังเคยไปเดินลุยน้ำด้วยกันกับคุณยิ่งลักษณ์ บัดนี้อยู่ในอำนาจมาแล้วกว่า 7 ปี เคยมีอำนาจสูงสุดขนาดว่าสั่งอะไรก็ได้ไม่ผิดกฎหมาย งบประมาณเอาแค่ในปี 2560 - 2564 ที่มี &amp;quot;แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;quot; (ช่วงปีหลังๆ สุดมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวเรือใหญ่) ก็ใช้ไปแล้วกว่า 296,780 ล้านบาท และที่สำคัญคือผ่านประสบการณ์น้ำท่วมมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เห็นภาพบ้านเรือนจมบาดาล เห็นผู้คนต้องขนของหนีน้ำมาแล้วมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่สังคมคาดหวังจากรัฐบาลที่มีทั้งเวลา ทั้งเงิน ทั้งประสบการณ์ ทั้งกำลังคน คือระบบที่สามารถป้องกันภัยซ้ำซากแบบนี้ได้ตั้งแต่แรก หรือหากจะมีส่วนที่เกินจะป้องกันได้หลุดรอดออกมาบ้าง ก็ต้องสามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้าให้มีเวลาเตรียมพร้อมได้จริง สามารถช่วยอพยพผู้คนและทรัพย์สินได้ทันกาล สามารถระบายน้ำท่วมขังได้โดยเร็ว และสามารถเยียวยาความเสียหายได้อย่างเหมาะสม แต่สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์สื่อสารต่อสังคมออกมาได้ก็ยังจมอยู่กับการสวดมนต์ไล่น้ำกับเรียกร้องให้ประชาชนไปปลูกบ้านบนที่สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอบอกอีกครั้งว่ารัฐบาลแบบนี้มีไว้ต่อไปก็มีแต่จะเป็นภาระ เพราะสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์และพวกทำได้ดีที่สุดคือโทษและทิ้งประชาชนให้อยู่กับความผิดและความเดือดร้อนที่พวกเขาไม่ควรต้องแบกรับ ชีวิตประชาชนมีค่าเกินกว่าที่จะมาฝากไว้กับรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ ไร้สำนึก ไร้น้ำยาเช่นนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118053</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, นายกฯ, น้ำท่วม, รังสิมันต์ โรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152584a80712.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.รังสิมันต์&#039; ฉุนตร.จับแอดมินเพจ 3 นิ้วฝ่าเคอร์ฟิว อ้างเป็นสื่อน้ำดีกล้าหาญเปิดหูเปิดตาปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา นอกจากภาพการใช้อาวุธและความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุมที่กระทำกันอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่มีการชุมนุม ราวกับต้องการให้เป็นภาพปรกติต่อคนในสังคมไปแล้ว ยังพบว่ามีการจับกุมสื่ออิสระ 2 คน คนหนึ่งคือผู้สื่อข่าวของ &amp;quot;สำนักข่าวราษฎร&amp;quot; อีกคนหนึ่งคือผู้สื่อข่าวประจำเพจ &amp;quot;ปล่อยเพื่อนเรา&amp;quot; รวมอยู่ด้วย โดยถูกตั้งข้อหาร่วมกันชุมนุมและฝ่าฝืนเคอร์ฟิว&amp;nbsp;ในสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่ตึงเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชุมนุมที่ย่านดินแดงในช่วงกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐยกระดับการสลายการชุมนุมหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ เราจะพบว่าสื่อมวลชนกระแสหลักกลับมีบทบาทน้อยอย่างเห็นได้ชัดในการถ่ายทอดเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดและรอบด้าน หากจะมีบ้างก็มักเป็นการรายงานอยู่หลังแนวของตำรวจ โดยพร้อมจะล่าถอยออกไปเมื่อได้รับคำสั่ง ทำให้สังคมที่ติดตามอยู่ไม่อาจรู้ได้ว่านอกเลนส์กล้องของนักข่าวนั้นเจ้าหน้าที่รัฐจะไปกระทำการอะไรไว้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ กล่าวว่า&amp;nbsp;กลายเป็นว่านักข่าวพลเมืองอย่าง 2 ท่านที่ถูกจับไปนี้เสียอีก ที่เป็นกำลังหลักในการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกันแบบสดๆ ทำให้ด้านมืดที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่อยากให้เห็นถูกนำขึ้นมาเปิดเผยในที่สว่าง อย่างสำนักข่าวราษฎรนั้นพบว่าหลายครั้งสามารถจับภาพเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงอย่างเกินเหตุเอาไว้ได้ เช่นภาพที่ตำรวจใช้กระบองฟาดซ้ำใส่ศีรษะของผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวไว้ได้แล้ว ภาพที่ตำรวจยิงกระสุนยางใส่รถจักรยานยนต์ที่ขับผ่านไปมาในระยะประชิด หรือภาพบ้านเรือนที่เสียหายจากการสลายการชุมนุมของตำรวจ เป็นต้น&amp;nbsp;แต่ในสายตาของรัฐบาล เช่นในคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และ โฆษก บช.น. กลับแปะป้ายนักข่าวพลเมืองเหล่านี้ว่าเป็นสื่อมวลชนปลอม ที่แฝงตัวเข้ามา เพียงเพราะไม่มีบัตรสื่อ ซึ่งเป็นผลมาจากทัศนคติอันคับแคบและล้าหลังในการนิยามความเป็นสื่อของกรมประชาสัมพันธ์ ทำให้นักข่าวเหล่านี้นอกจากจะไม่ได้รับการรับรองและคุ้มครองจากรัฐแล้ว ยังกลายมาเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำจากรัฐเองเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายรังสิมันต์&amp;nbsp;ระบุว่า สิ่งที่นักข่าวพลเมืองถ่ายทอดออกมาให้สังคมได้รับรู้ ช่วยให้เราได้เห็นว่าประเทศนี้ รัฐบาลนี้ ล้มเหลวในการคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างไร ความกล้าหาญของพวกเขาช่วยเป็นหูเป็นตาให้ประชาชนภายนอกที่ชุมนุมได้เห็นสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องเห็น นั่นคือความรุนแรงที่รัฐกระทำต่อประชาชนภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และระบอบปรสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นแล้วการหาเรื่องจับนักข่าวเหล่านี้จึงไม่อาจหาเหตุผลอื่นใดได้เลย นอกจากเพราะฝ่ายรัฐต้องการปิดหูปิดตาประชาชนไม่ให้เห็นความอำมหิตป่าเถื่อนที่ฝ่ายตนได้กระทำต่อประชาชน จึงต้องทำลายผู้ที่จะมาเปิดโปงการกระทำเหล่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่ารัฐบาลนี้ยังคงยืนยันที่จะใช้ความรุนแรงในการกดหัวผู้เห็นต่างไม่ให้เงยหน้าขึ้นมาท้าทายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อไหร่ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลจะมีสติสำนึกได้เสียที ว่าทุกวันนี้มีผู้คนต่อต้านพวกท่านกันมากมายไปหมดแบบไม่ต้องมีใครชักนำ ถึงขนาดนี้แล้ว จะยอมรับผิดแล้วออกไปแต่โดยดี หรือจะยังดื้อด้าน ยึดติดอยู่แต่กับการกดหัวและปิดหูปิดตา ราดน้ำมันลงบนกองไฟต่อไปอีก&amp;quot; นายรังสิมันต์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดินแดง, ทะลุแก๊ส, พรรคก้าวไกล, รังสิมันต์ โรม, สำนักข่าวราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_61406f3f8ab66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมันต์&#039; สาวไส้ &#039;ชัยวุฒิ&#039; รับงานเอกชนล้มคดีไทยคม แฉสัมพันธ์แน่นกลุ่มทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64 -&amp;nbsp;จากนั้นเวลา 15.07 น. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)&amp;nbsp;กรณีข้อพิพาทระหว่างดีอีเอสกับบริษัทไทยคม 3 คดี โดยระบุว่า ตั้งแต่นายชัยวุฒิเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ทางกระทรวงได้ทำเรื่องขอเปลี่ยนตัวอนุญาโตตุลาการทั้ง 3 คดี จากเดิมที่แต่งตั้งอนุญาโตฯ คดีละ 1 คน เปลี่ยนใหม่เป็นให้ใช้อนุญาโตฯเพียงคนเดียวทั้ง 3 คดี โดยอ้างว่าทั้ง 3 คดี เป็นเรื่องเดียวกัน คือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับดาวเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตามพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ กำหนดว่าจะคัดค้านตัวอนุญาโตได้ ก็ต่อเมื่ออีกฝั่งเป็นผู้คัดค้าน แต่พบว่าหนังสือที่ทางกระทรวงขอเปลี่ยนตัวนั้น พบว่าฝ่ายกระทรวงกำลังทำผิดกฎหมาย เพราะคัดค้านอนุญาโตฯของตัวเอง อย่างไรก็ตาม อนุญาโตฯรายดังกล่าวที่ถูกเปลี่ยนตัวได้ทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปยังกระทรวงว่าผิดอะไร ทางกระทรวงทำหนังสือตอบกลับว่าอนุญาโตฯมีความเหมาะสม จากนั้น อนุญาโตฯรายเดียวกันได้ทำหนังสือตอบกลับอีกครั้งว่า การเปลี่ยนตัวให้ใช้อนุญาโตฯเพียงคนเดียวกันสู้คดี แม้เกิดจากสัญญาสัมปทานเดียวกัน แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เกี่ยวกันแต่อย่างไร และอีกสองคดี มีแนวโน้มไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติราชการตามปกติ จึงไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า กระทั่งที่ท้ายสุด ได้ให้นายวงศ์สกุล&amp;nbsp;กิตติพรหมวงศ์&amp;nbsp;อัยการสูงสุด มาเป็นอนุญาโตฯ ซึ่งตนคิดว่าเป็นการวางยาและส่งผลร้ายในบ้านปลาย กระทรวงอาจถูกไทยคมฟ้องเป็นเหตุให้ศาลเพิกถอนคำสั่ง โดยอ้างว่ากระทรวงมีเจตนาไม่สุจริต ที่ตั้งคนที่ตนรู้อยู่แก่ใจว่าไม่เป็นกลาง มาเป็นอนุญาโตฯ ทั้งนี้ การตั้งอนุญาโตฯอาจมาจากพนักงานอัยการได้ แต่ต้องไม่ได้อยู่ในสายบังคับบัญชาที่ให้คุณให้โทษแก่กันได้ นี่ยังไม่นับเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอัยการสูงสุดที่น่าสนใจ เช่น มีการรายงานข่าวว่าไม่สั่งฟ้องทายาทเศรษฐีขับรถชนคนตาย ไม่สั่งฟ้องคดีค้ามนุษย์อาบอบนวด ไม่สั่งฟ้องฟอกเงินซื้อขายที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากถามว่าการที่รัฐมนตรีเลือกอสส. มาช่วยเรื่องความเชื่อมั่นให้สังคม หรือให้ใครกันแน่ อย่าลืมว่าตั้งอัยการสูงสุดสู้ทั้ง 3 คดี มันคือการสร้างความย่อยยับให้กับทุกคดีไปพร้อมกัน นายชัยวุฒิเล็งเห็นถึงเรื่องนี้หรือไม่ ต่อมาอัยการสูงสุด ที่ตั้งท่าพร้อม ขอถอนตัวแบบไม่ทราบว่ามีสาเหตุอะไร และต่อมาปรากฏว่าได้ตั้งเลขานุการของอสส.แทน แต่น่าแปลก เพราะก่อนหน้านี้เลขานุการรายดังกล่าวเคยถอนตัวไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ที่สุดแล้วทางกระทรวงไม่เอาด้วย และได้แต่งตั้งคนใหม่ นี่คือการวางยาโดสแรกในกระบวนการพิจารณา&amp;rdquo; นายรังสิมันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวางยาโดสสอง คือ&amp;nbsp;อัยการสูงสุดได้แต่งตั้งนางพฤฒิพร เนติโพธิ์ อดีตอธิบดีอัยการ สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายกระทรวงฯ ของทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คดีที่เหลือ โดยที่กระทรวงดิจิทัลฯ รับทราบและนำเข้าเวทีพิจารณาคดีเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม พบว่า&amp;nbsp;นางพฤฒิพร เคยตามรอยรุ่นพี่ไปเรียนหลักสูตร นธป.7 ปี62&amp;nbsp;อยู่ร่วมรุ่นกับประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการบริษัทไทยคมฯ และพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทที่ปัจจุบันเข้าถือหุ้นจำนวนมากในไทยคมฯ ที่เป็นลูกหม้อที่ทำงานในบริษัทนั้นมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2538&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังฝ่ายไทยคมฯ ยื่นฟ้องคดีดาวเทียมไทยคม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;อัยการสูงสุดได้ตั้งคณะทำงานดำเนินคดีขึ้นมา โดยหนึ่งในนั้นคือนางพฤฒิพร ซึ่งเป็นคณะทำงานทีมต่อสู้คดีให้กับฝ่ายกระทรวงที่ถูกฝ่ายไทยคมฯ ฟ้องมา ซึ่งกระทรวงดิจิทัลฯ ก็รับรู้ เพราะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงฯ เข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานที่มีคุณพฤฒิพรรวมอยู่ด้วยเช่นกัน นางพฤฒิพรที่เคยเป็นหนึ่งในคณะทำงานสู้คดีดาวเทียมไทยคม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ให้กับฝ่ายกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ย่อมรู้จุดแข็งจุดอ่อนของข้อมูลและสำนวนคดี ไม่ต่างอะไรกับการเอาอดีตทนายความที่เคยถูกจ้างให้ทำคดีมาเป็นผู้พิพากษาในคดีเดียวกัน ย่อมเป็นที่กังขาถึงความเป็นกลาง ถึงความเป็นอิสระ ถึงประโยชน์ทับซ้อนได้ ดังนั้น ทั้งเรื่องสายสัมพันธ์ที่น่ากังขาและโดยตำแหน่งแล้ว ต่อให้สุดท้ายผลการพิจารณาออกมาชี้ขาดว่าฝ่ายกระทรวงฯ เป็นผู้ชนะ ก็จะถูกฝ่ายไทยคมฯ เอาไปเป็นเหตุขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดได้ โดยอ้างว่ากระทรวงฯ ตั้งคนที่ตัวเองรู้ดีว่าเป็นคณะทำงานสู้คดี มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับตน ให้มาเป็นอนุญาโตตุลาการ แสดงถึงเจตนาอันไม่สุจริตการที่กระทรวงดิจิทัลฯ ทราบดีว่านางพฤฒิพรเป็นคณะทำงาน และรู้ดีว่าอาจถูกไทยคมเอามาถอนคำชี้ขาด ถ้าผลคดีไม่เป็นคุณกับไทยคมฯ แต่ก็ยังจะตั้งมา จะทำให้คดีนี้ ฝ่ายกระทรวงฯ ไม่มีทางชนะได้เลย ซึ่งจะทำให้รัฐเสียโอกาสจากทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คดี มูลค่าเกือบ&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;การเปลี่ยนตัว 3 ครา ในรอบ 6 เดือนที่รมต. เข้ามา ถามจริงรับงานใครมา หรือล้มคดีเพื่อบริษัทเอกชนใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ยังตั้งคำถามว่านายชัยวุฒิใช้ตำแหน่งรัฐมนตรีมาเอื้อประโยชน์ บริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือไม่ เพราะนายชัยวุฒิเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;นายชัยวุฒิเข้าไปทำงานกับกัลฟ์ โดยการชักชวนจากธนญ ตันติสุนทร เพื่อนร่วมรุ่นวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และน้องชายของ ซีอีโอของกัลฟ์ และรุ่นพี่จากคณะเดียวกันด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้ ช่วงเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในการลงพื้นที่แจกข้าวกล่องของนางกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ จากพรรคพลังประชารัฐ ภรรยาของนายชัยวุฒิ ก็ยังเป็นข้าวกล่องที่ได้รับอภินันทนาการจากบริษัทกัลฟ์ด้วย บริษัท กัลฟ์เคยบริจาคเงินให้กับมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณในปี&amp;nbsp;59&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;5,000,000&amp;nbsp;บาท ที่ถูกใช้ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากมาย ตอนที่นั่งเก้าอี้ประธานมูลนิธิป่ารอยต่อฯ พล.อ.ประวิตรก็พยายามเข้าไปกอบโกยและเอื้อผลประโยชน์ในกิจการพลังงานของประเทศ ที่มีบริษัทกัลฟ์ฯ เป็นผู้เล่นในนั้นด้วย และพอมานั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมการอวกาศฯ ก็มีมติร่วมกันกับนายชัยวุฒิ ยกดาวเทียมหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานให้กับ&amp;nbsp;NT&amp;nbsp;ซึ่งในภายหลังเครือไทยคมฯ ที่มีบริษัทกัลฟ์ถือหุ้นใหญ่ทางอ้อม ก็เข้ามาคว้าสิทธิควบคุมดาวเทียมเหล่านั้น และใช้แสวงหากำไรต่อไปได้ โดยที่ฝ่ายรัฐได้ผลประโยชน์เพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115533</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดาวเทียมไทยคม, พรรคก้าวไกล, รังสิมันต์ โรม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_613206f251e4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โรม&#039; ปากฉีก &#039;หมอวรงค์&#039; ตบเพียะ!โยงมั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#โรมอย่าโยงมั่ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ปฏิรูปตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏการณ์ผู้กำกับโจ้ ที่คนไทยมองเห็นนั่นคือความเลวร้ายของตัวบุคคล ที่ถูกเชื่อมโยงไปยังองค์กรนั่นคือตำรวจ จนเกิดกระแสปฏิรูปตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่น่าเชื่อ คนระดับ ส.ส.อย่างนายรังสิมันต์ โรม กลับมองไม่เห็นเหมือนที่ประชาชนทั่วไปที่เห็น แต่เอาสิ่งที่ผู้กำกับโจ้ ไปอบรม &amp;quot;จิตอาสา&amp;quot; ของโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน ไปเชื่อมโยงถึงสถาบันเบื้องสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะพูดแบบชาวบ้าน คนที่เข้าอบรมจิตอาสา ก็มีทั้งคนดีคนไม่ดี คนที่เรียนธรรมศาสตร์ก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี &amp;nbsp;คนดีก็ควรได้รับการสรรเสริญแต่คนไม่ดีก็ถูกลงโทษ และใช่ว่าทุกคนจะเหมือนกันหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่นายโรมนำผู้กำกับโจ้ ไปโยงเรื่องนี้ รวมทั้งไปโยงตัวบุคคล ที่อบรมรุ่นเดียวกัน เพื่อโจมตีเบื้องสูง ผมคิดว่าสมองของนายโรมน่าจะยิ่งกว่าการอคติ แสดงว่าความคิดชั่วๆ ถูกอัดแน่นในสมองจำนวนมาก มันจึงทำให้นายโรมแยกแยะไม่ถูกว่า อะไรคืออะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโรมน่าจะจำเหตุการณ์ดีเบท ที่ FCCT ได้นะ ที่ไปโจมตีมาตรา112 วนเวียนซ้ำซากแบบนกแก้ว นกขุนทอง ต่อหน้าสื่อฝรั่ง แต่สุดท้ายถูกชุดข้อมูล ชุดข้อเท็จจริง เอามาสั่งสอน จนดูแต่คนสั่งผ่านมือถือ แทบต้องลุกไปเข้าน้ำไม่ทัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายคนไทยเขาก็รับรู้ว่า พวกคุณถูกล้างสมองท่องบทโจมตีสถาบัน เอาใจฝรั่ง แบบไม่มีเหตุผล แม้แต่คำว่าสิทธิมนุษยชน ที่เอามาพูดติดปาก วันนั้นยังแจงไม่ได้เลยว่า มาตรา112 ขัดหลักการสิทธิมนุษยชนสากลข้อไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แทนที่ผิดแล้วต้องปรับปรุง แต่ก็ยังเป็นนกแก้วนกขุนทองต่อไป โดยเอาผู้กำกับโจ้ ไปเหมารวมเรื่อง &amp;quot;จิตอาสา&amp;quot; ทั้งๆที่ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะ &amp;quot;จิตอาสา&amp;quot; ต้องการสอนให้คนไทยมีจิตใจเสียสละ ช่วยเหลือคนอื่น แนวคิดนี้มันผิดตรงไหน อย่าโยงมั่วๆครับท่านโรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่แปลกใจ ที่ทำไมคนไทยแม้จะไม่ happy กับรัฐบาลชุดนี้หลายเรื่อง แต่บังเอิญมีนักการเมืองคิดชั่วแบบนี้ เขาจึงยอมให้รัฐบาลนี้ ทำหน้าที่ไปก่อน น่าจะรู้ตัวนะครับว่าทำไม ม็อบที่พวกคุณเชียร์ จึงไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ก็เพราะความคิดเลวในสมองแบบนายโรม ประชาชนเขาไม่เอาครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114813</URL_LINK>
                <HASHTAG>รังสิมันต์ โรม, วรงค์ เดชกิจวิกรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_6129ad3522262.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมันต์&#039; ได้ทีเกาะ &#039;คลิปฉาวผู้กำกับโจ้&#039; โยง &#039;ตั๋วช้าง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รีดไถ ซ้อมทรมาน ปกปิดการฆาตกรรม และคนทำคือตำรวจจิตอาสาพระราชทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สั่นสะเทือนสังคมไทยที่สุดประเด็นหนึ่ง ณ เวลานี้ คือการกระทำของตำรวจต่อประชาชน ทั้งผู้ชุมนุมที่ถูกทำร้าย สลายการชุมนุม จนเกิดเป็นวิกฤติศรัทธาต่อวงการตำรวจอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนี่ยังผ่านไปเพียงครึ่งปี ที่ผมได้ทำการอภิปรายกรณี #ตั๋วช้าง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบที่ผ่านมา เพื่อชี้ให้เห็นว่า ในวงการตำรวจมีการใช้เส้นสาย ระบบตั๋ว และเครือข่าย ผ่านตำรวจที่ใกล้ชิดกับวัง ใช้โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน อ้างความใกล้ชิดเบื้องสูง ทำการสร้างเครือข่ายที่ไม่มีใครกล้าตรวจสอบด้วยเครื่องแบบของ &amp;quot;คนดีผู้ใกล้ชิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลที่ตามมาหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ &amp;quot;ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย&amp;quot; ไม่มีการพยายามชี้แจงต่อสังคม แก้ปัญหาระบบตั๋ว หรือจัดการอะไรทั้งสิ้น ทำราวกับว่าสิ่งที่ประชาชนรู้กันไปทั่วแล้วนี้ไม่อยู่ในสารบบความคิดหรือสนใจของตำรวจที่ &amp;quot;เส้นใหญ่&amp;quot; จนไม่มีใครกล้า่ไปตรวจสอบอะไรต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร จังหวัดนครสวรรค์ ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำการรีดไถและซ้อมผู้ต้องหาที่จับกุมได้จนเสียชีวิต หลักจากมีความพยายามไถเงิน 2 ล้านบาท ใช้ถุงคลุมศีรษะจนผู้ต้องหาขาดใจตาย แล้วไปพยายามปิดปากครอบครัวผู้เสียชีวิต สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจใน สภ.ลบวีดีโอกล้องวงจรปิด แล้วมาอ้างต่อสาธารณะว่าผู้ต้องหาเสพยาเกินขนาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนสุดท้าย ผมก็ได้เห็นคลิปวีดีโอสองชิ้นที่เห็นเหตุการณ์ชัดเจนว่า ผู้กำกับคนดี ผู้อยู่ในเครือข่ายจิตอาสาพระราชทาน ที่อ้างตัวว่าสนิทสนมกับ พลตำรวจโท ต. ผู้กว้างขวางแห่งวงการตำรวจที่ผมเอ่ยถึงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ผ่านมา มีพฤติกรรมโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ &amp;nbsp;ซ้อมฆ่าคนและอำพรางคดีหน้าตาเฉย ราวกับว่าชีวิตคนเป็นผักปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่หรือครับคนดี? นี่หรือครับคนที่จบหลักสูตรประจำของจิตอาสาพระราชทาน? นี่หรือครับผลผลิตของระบบที่ผมเคยพูดถึงไป? การเป็นตำรวจสวมผ้าพันคอจิตอาสานี่มันยิ่งใหญ่กันขนาดนี้เลยหรือ? สุดท้ายแล้วคนพวกนี้นี่แหละครับที่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือใช้งานเพื่อประโยชน์ของตัวเอง โดยไม่เคยสนใจว่าประชาชนจะต้องเจออะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายแล้วเกิดอะไรขึ้นกับตำรวจจิตอาสาพระราชทานคนนี้ครับ? สุดท้ายก็แค่ถูกสั่งย้าย จากผลของการฆ่าคนตายและพยายามอำพรางคดี น่าเหลือเชื่อจริงๆนะครับ การเป็นตำรวจที่มีเส้นสายในระบบเครือข่ายอะไรแบบนี้ได้ จะทำอะไรก็คงสะดวกสบายไปหมดจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงการตำรวจเองก็ต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองมากกว่านี้แล้วครับ รวมไปถึงหัวเรือใหญ่ทั้งพลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตรที่นั่งหัวโต๊ะ ก.ตร. ที่จะจริงจังแค่ไหนกับการดำเนินการต่อกับกรณีที่เกิดขึ้น มิฉะนั้น การปล่อยให้ตำรวจที่อ้างตัวใกล้ชิดเบื้องสูงทำอะไรไปเรื่อยๆแบบนี้ สุดท้ายคงไม่พ้นจะพากันพังหมดทั้งโครงสร้างแน่ๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั๋วช้าง, ตำรวจ, ผู้กำกับโจ้, รังสิมันต์ โรม, สภ.เมืองนครสวรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c079838f63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
