<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แหลงใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เก็บตกศึกเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผลแพ้ชนะปรากฏดังที่เป็นข่าวไปแล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้งนี้ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิม สู้กับพรรคพลังประชารัฐอย่างสมศักดิ์ศรี เรียกว่าแพ้อย่างมีเชิงก็ว่าได้ เพราะคะแนนไม่ได้หลุดลุ่ย ห่างกันเพียงกว่า 4 พันคะแนนเท่านั้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยามสงบ ประชาธิปัตย์ มักตีกันเอง แต่เมื่อมีศึก คนในพรรคส่วนใหญ่ผนึกกำลัง ร่วมแรงร่วมใจ ยกทัพใหญ่ลงไปช่วยหาเสียง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้ง ส.ส.ปัจจุบัน อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี สามัคคีกัน&amp;nbsp; ไม่เฉพาะ ส.ส.ภาคใต้เท่านั้นที่ร่วมรณรงค์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้กระทั่ง แนน-บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี&amp;nbsp; ก็ลงไปช่วยกับเขาด้วย โดยเจ้าตัวกระโดดขึ้นเวทีปราศรัย ที่อำเภอจุฬาภรณ์ เว้าภาษาถิ่นเกิดให้ชาวปักษ์ใต้ฟัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส.ส.แนน บอกตอนแรกไม่คิดว่าต้องขึ้นเวทีปราศรัยให้ลุงป้าน้าอาฟัง แต่เพื่อนๆ ในพรรคบอกให้ขึ้นไป เพราะมีคนอีสานอยู่ในพื้นที่เยอะเหมือนกัน มาเป็นเขยเป็นสะใภ้คนใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถมยังแนะนำตัวด้วยว่า หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าประชาธิปัตย์ไม่มี ส.ส.อีสาน ความจริงมี 1 คน หนึ่งเดียวในอีสาน คือ ส.ส.แนน ที่จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมี รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม&amp;nbsp; ลงไปช่วยสร้างสีสันเรียกคะแนนอีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เวทีตลาดนาพรุ อ.พระพรหม เมื่อถึงคิว จุรินทร์&amp;nbsp; ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ทีมงานที่มาด้วยกันก็ขึ้นไปนั่งบนเวที จากนั้น หัวหน้าจุรินทร์ ก็แนะนำรายตัวว่ามีใครบ้าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกระทั่งถึงเจ๊โอ๋ หัวหน้าพรรค ผายมือพร้อมกับบอกว่า &amp;ldquo;นี่ก็รังสิมา ลักษณวิศิษฏ์&amp;rdquo; เรียกเสียงฮาจากชาวพระพรหมได้พอสมควร ส่วน &amp;ldquo;ส.ส.รังสิมา&amp;rdquo; ก็ชอบใจหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงดังตามสไตล์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน ส.ส.โอ๋ขึ้นรถแห่หาเสียง และสร้างความประหลาดใจอย่างยิ่ง ด้วยที่พื้นเพเป็นชาวสมุทรสงคราม เวลาพูดก็จะออกเหน่อๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่หาเสียงรอบนี้ เจ๊โอ๋แหลงใต้อย่างกับต้นฉบับ ไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะตอนบอกว่า &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์ เบอร์ 3&amp;nbsp; เบอร์ 3&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาน่ะ แพ้ชนะเรื่องปกติ สนามหน้ายังมีให้แก้มือ.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95665</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, มินนี่เมาธ์, รังสิมา รอดรัศมี, แหลงใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.หมอบ!ขอเลื่อนประชุมหนีไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โควิดร้ายกาจมาก! ส.ส.ขานรับเลื่อนประชุม กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ &amp;quot;สิระ&amp;quot; ยันไม่ได้กลัวตายหรือขี้เกียจ &amp;nbsp;แต่ข้าราชการ-นักข่าวกังวล ส.ส.กลับจากพื้นที่พาเชื้อเข้าสภา ขณะที่ฝ่ายค้านบ่มพึมไวรัสขวางซักฟอกรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 มกราคม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่....) พ.ศ. ... ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เสนอให้มีการเลื่อนประชุม เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ว่า วันที่ 4 &amp;nbsp;มกราคมจะมีการคุยกันอีกครั้ง ซึ่งการจะนำข้อเสนอแนะนี้ไปคุยกับวิปทั้งสามฝ่ายหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการประชุมที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภานัดประชุม จะไม่ฟังก็ไม่ได้ ต้องฟังนายชวนก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;(ส.ส.) จะประชุมก็ต้องมีในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) &amp;nbsp;ด้วย โดย ส.ว.บอกงดประชุมแล้ว และเราจะประชุมแค่ ส.ส.อย่างเดียวได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ ซึ่งถ้าไม่ได้ก็ต้องรอผลการประชุมของ ส.ส.ก่อน ส่วนที่บอกว่าจะไม่ทันไม่ครบ จะต้องต่อหรือไม่ ในการต่อหรือไม่ต่อนั้น การพิจารณาเรื่องกฎหมายข้อบังคับไม่ได้กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนที่สองที่บอกไว้ว่า 45 วัน วันนั้นในสถานการณ์ที่คิดว่าไม่มีอะไรเลย ไม่มีสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 วันนั้นจึงกำหนดไว้เช่นนั้น แต่ในเมื่อมีสถานการณ์เรื่องโควิด จึงต้องรอดูสถานการณ์เรื่องนี้ เราไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นเราจะต้องดูเหตุการณ์ ถ้าวันนี้เขาสั่งปิดโรงรียนทั้งหมด แต่มีของเรามาประชุมแค่อันเดียว มันแปลกๆ ไหม เดี๋ยววันพรุ่งนี้รอดูคำตอบแล้วกัน&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;กล่าวว่า นายชวน วิปรัฐบาล และฝ่ายค้านต้องตระหนักให้ดีว่า หากยังยืนยันให้มีการประชุม และถ้าเกิดมีคนติดเชื้อโควิดในบริเวณรัฐสภา จะเป็นการแพร่ระบาดขึ้นมา ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ผมเสนอแบบนี้ไม่ใช่ความกลัวตายหรือขี้เกียจ &amp;nbsp;แต่ผมได้รับเสียงสะท้อนจาก ส.ส. ข้าราชการ และน้องๆ สื่อมวลชน เพราะทุกคนก็กังวลต่อสถานการณ์โควิดในช่วงนี้ จึงอยากให้ลองคิดดูว่าหากมี ส.ส.สักคนหนึ่ง ที่ในช่วงปีใหม่ต่างก็เดินทางกลับภูมิลำเนาและเกิดติดเชื้อโควิดมาอยู่แล้ว เมื่อมาประชุมก็จะนำเชื้อมาแพร่ให้ ส.ส. ข้าราชการ &amp;nbsp;สื่อมวลชน และบุคคลในอาคารรัฐสภา จะยิ่งตอกย้ำทำให้สถานการณ์แย่ลงอีกหรือไม่&amp;quot; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในฐานะอดีตนางพยาบาลว่า &amp;nbsp;มาตรการที่ลดการแพร่เชื้อในพื้นที่ที่ตนเห็นว่าควรทำคือ &amp;nbsp;งดประชุมสภาออกไป 1 สัปดาห์ เพื่อให้สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 เบาบางกว่าปัจจุบันที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ เพราะหากยังให้มีการประชุมต่อไปอาจทำให้เกิดเป็นพื้นที่เสี่ยงระบาด เนื่องจาก ส.ส.และผู้ติดตามจะเดินทางมาจากหลายพื้นที่ อีกทั้ง ส.ส.ต้องออกไปพบปะประชาชนอีกจำนวนมาก ดังนั้นควรงดประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รังสิมายังกล่าวถึงมาตรการตรวจคัดกรองในพื้นที่รัฐสภาว่า ยังทำไม่เด็ดขาด เพราะรัฐสภาปัจจุบันมีทางเข้า และออกอาคารหลายจุด ทำให้การตั้งจุดคัดกรองทำได้ไม่ทั่วถึง อีกทั้งการตรวจคัดกรองทำได้ไม่เด็ดขาด รวมถึงบางคนไม่ให้ความร่วมมือและรับผิดชอบ และที่สำคัญผู้ติดเชื้อในปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อการแพร่เชื้อ หาก ส.ส.ติดเชื้อจะได้ไม่คุ้มเสีย และอาจเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมได้ ตนมองว่าควรจะงดการประชุมไป 1 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ว่า เราจะต้องฟังความเห็นทางการแพทย์ การสาธารณสุข ประกอบกับมาตรการป้องกันของสภาจะมีความมั่นใจได้ไหมว่าเราจะไม่ใช่จุดสุ่มเสี่ยงหรือแพร่เชื้อ ถ้าความเห็นทางการแพทย์สาธารณสุขออกมาอย่างไร เราก็พร้อมที่จะรับว่าจะเลื่อนการประชุมหรือไม่เลื่อน แต่ถ้าจะเลื่อนเราจะต้องคุยกันให้ชัดเจนว่าเลื่อนไปถึงตอนไหน จะชดเชยอย่างไรเมื่อไหร่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงผลกระทบต่อการพูดคุยเตรียมตัวอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายสุทินยอมรับว่ากระทบแน่นอน งานด่วนที่เราต้องรีบทำคือ 1.คณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเวลาจำกัด 2.คณะกรรมาธิการกฎหมายประชามติ ซึ่งจะต้องควบคู่ไปกับรัฐธรรมนูญ และ 3.การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้ากระทบแล้วจำเป็นต้องเลื่อน เราก็ไม่ว่า แต่ต้องมีมาตรการชดเชยที่ไม่เสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะหยิบยกประเด็นใดขึ้นมาอภิปราย &amp;nbsp;ดังนั้นการสั่นคลอนของเสถียรภาพรัฐบาลหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนใหญ่จะมาจากประเด็นของการอภิปราย และเราไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะมีแง่มุมบางอย่างเรื่องใดมาอภิปราย ยังประเมินไม่ได้ และความสามารถในการชี้แจงทำความเข้าใจของรัฐบาล แต่ถ้าพูดถึงเสียงในการสนับสนุนรัฐบาลเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา รัฐบาลยังคุมเสียงข้างมากอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ปีที่ผ่านมาประเมินรัฐบาลอย่างไร หากคะแนนเต็ม 10 ให้เท่าไหร่ นายสุวัจน์กล่าวว่า อย่างเรื่องเศรษฐกิจก็ประเมินยากเนื่องจากมีโควิด-19 มาขัดจังหวะ แต่โดยภาพรวมถือว่าเรื่องเศรษฐกิจถึงแม้จะมีปัญหา แต่การเข้ามาแก้ไขหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ลดปัญหาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง ถือว่าที่ผ่านมารัฐบาลแก้ไขปัญหาได้ด้วยดี รัฐบาลสามารถประคองตัวมาได้ด้วยดี ถ้าจะให้ให้คะแนนเอาเป็นว่าสอบผ่านก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภาช่วงเช้าวันอาทิตย์ ว่าที่เรือตรียุทธนา สำเภาเงิน ผู้อำนวยการสำนักรักษาความปลอดภัย นำเจ้าหน้าที่จากสำนักรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด ร่วมกันทำความสะอาดและขัดล้างบริเวณด้านหน้าทางเข้าอาคารรัฐสภา ชั้น 1 กระจกบริเวณด้านหน้าทางเข้าอาคารรัฐสภา ชั้น 1 ลานจอดรถชั้นบี 2 โดยใช้รถกวาดดูดฝุ่น รวมทั้งขัดล้างโถงทางเดิน เพื่อทำความสะอาดพื้นที่รับการกลับมาทำงานของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่จะกลับมาทำงานหลังจากหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 และหลังจากที่การระบาดของไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นระลอกสอง &amp;nbsp;จนหลายพื้นที่ต้องประกาศให้เป็นพื้นที่เสี่ยงและเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันที่ 5 มกราคม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะทำความสะอาดครั้งใหญ่ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ห้องประชุมกรรมาธิการทุกห้อง โดยพ่นยาฆ่าเชื้อเพื่อกำจัดไวรัสโควิด-19 หลังจากที่ก่อนหน้านี้พบว่ามีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสในพื้นที่ จ.ระยองเดินทางมายังรัฐสภาเพื่อร่วมประชุมกรรมาธิการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88716</URL_LINK>
                <HASHTAG>รังสิมา รอดรัศมี, วิรัช รัตนเศรษฐ, สุทิน คลังแสง, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff1d693bfee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มงคลกิตติ์&#039; เตรียมฟ้องกลับ &#039;รังสิมา&#039; พร้อม กมธ.ยกชุด 15 ราย ส่อจัดซื้ออาหารในสภาไม่โปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.63 - นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เตรียมฟ้องกลับ กมธ.สวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎรทั้งชุด 15 ราย กรณีแถลงข่าวจะแจ้งความดำเนินคดีกับตนทำให้เสียหาย พร้อมยื่นตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง ตาม พรบ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ย้อนหลัง 1 ปี ใบเสร็จทุกใบ ลายเซ็นการเบิกจ่าย การเสียภาษี ของอาหารกล่อง อาหารว่าง ราคากลาง คุณภาพ รวมทั้งร้านอาหารในสภา ว่ามาจาก จ.สมุทรสงคราม ว่ามีใครเอ่ยอยู่เบื้องหลังบ้าง ต่อ ประธาน กมธ.ปปช.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากนายมงคลกิตติ์ โพสต์เฟซบุ๊กว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ส.ส.ว่า อาหารในกรรมาธิการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฏร ราคา 300 บาทต่อมื้อ ลองคำนวณราคากันสิว่าเท่าใด อาทิ&amp;nbsp;1.ข้าวเปล่า 1 ก้อน 2.ไข่ต้ม 2 ใบ 3.ผักต้ม ผักสด 4.น้ำพริก 5.น้ำเปล่าขวดเล็ก 6.แคนตาลูป 7.น้ำชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฏร แถลงข่าวว่า นายมงคลกิตติ์ ได้โพสต์สร้างความเสื่อมเสียให้กับ กมธ.สวัสดิการสังคม และที่สำคัญยังเป็นการโพสต์ข้อมูลเท็จทั้งหมด ซึ่งความจริงแล้วทางกรรมาธิการได้สั่งอาหาร 1 ชุดพร้อมกับขนมเบรกด้วยราคา 95 บาท แต่นายมงคลกิตต์ ทำให้ประชาชนเข้าใจ ส.ส.ผิดว่ากินข้าวมื้อละ 300 บาท ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น จึงได้เตรียมเข้าแจ้งความที่ สน.บางโพ เพื่อเอาผิดในข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77692</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.สวัสดิการสังคม, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, รังสิมา รอดรัศมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f62b5ef42592.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มงคลกิตติ์&#039; งานเข้า! &#039;รังสิมา&#039; เอาผิด พรบ.คอมฯ หลังโพสต์ใส่ร้าย กมธ.สวัสดิการ กินข้าวมื้อละ 300 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.63 - เวลา 16.10 น. ที่รัฐสภา น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฏร ตนได้เห็นเฟซบุ๊กส่วนตัวนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์&amp;nbsp; ที่ระบุว่า #ส.ส.ร้องเรียนมา# อาหารใน กมธ.สวัส....สภาผู้แทนราษฏรราคา 300 บาท/มื้อ ลองคำนวณราคากันสิว่าเท่าใด อาทิ&amp;nbsp;1.ข้าวเปล่า 1 ก้อน 2.ไข่ต้ม 2 ใบ 3.ผักต้ม ผักสด 4.น้ำพริก 5.น้ำเปล่าขวดเล็ก 6.แคนตาลูป 7.น้ำชา จากการที่มาโพสต์แบบนี้ สร้างความเสื่อมเสียให้กับ กมธ.สวัสดิการ&amp;nbsp;และที่สำคัญยังเป็นการโพสต์ข้อมูลเท็จทั้งหมด ซึ่งความจริงแล้วทางกรรมาธิการได้สั่งอาหาร 1 ชุดพร้อมกับขนมเบรกด้วย ราคา 95 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รังสิมา กล่าวต่อว่า การที่นายมงคลกิตติ์ โพสต์เช่นนี้ทำให้ประชาชนเข้าใจ ส.ส.ผิด ว่ากินข้าวมื้อละ 300 บาท ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้น วันนี้ตนจะเข้าแจ้งความที่ สน.บางโพ เพื่อเอาผิดกับนายมงคลกิตติ์&amp;nbsp;ในข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่มีการโพสต์ข้อมูลอันเป็นเท็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77652</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.สวัสดิการ, ข้อมูลเท็จ, พรบ.คอมพิวเตอร์, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, รังสิมา รอดรัศมี, เต้ มงคลกิตติ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61eed8c4e25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมา&#039; ฉะนักการเมืองตบทรัพย์ขรก. วอนประธานสภาฯเชือดไก่ให้ลิงดู  แนะเลิกตั้งอนุกมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.63 - น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า&amp;nbsp;ในกมธ.งบประมาณแต่ละปีจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ นักการเมืองอาชีพ กับอาชีพนักการเมือง ที่ผ่านมาจะมีอาชีพนักการเมืองเข้าไปเป็นกมธ.งบประมาณ และเกิดปัญหาอย่างที่ตนเคยอภิปรายว่าให้ระวังให้ดีมีตัวเขมือบ เข้าไปเขมือบงบต่างๆ ไปตบทรัพย์&amp;nbsp;เปิดห้องเชือด ไปเชือดคนที่จะเข้าไปพิจารณางบก่อน มันทำให้สภาฯเสื่อมเสีย&amp;nbsp;ที่ผ่านมามีปัญหาเป็นคดีกันเเล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รังสิมา กล่าวว่า ดังนั้น จึงอยากฝากว่าต้องเอาจริงเอาจัง ให้ประธานสภาฯเชือดไก่ให้ลิงดู คนที่มีอาชีพนักการเมืองถ้าตบทรัพย์เช่นนี้ตนไม่เห็นด้วย ตอนนี้มีข้าราชการที่กล้าสู้กับนักการเมืองที่ไม่โปร่งใส ก็ขอชื่นชม แต่ไม่อยากให้ข้าราชการตั้งงบประมาณสูงเกินความจำเป็น และปีต่อๆไป ไม่ต้องตั้งอนุกมธ.แล้ว เลิกไปเลย ประธานสภาฯควรให้เลิกตั้งอนุกมธ.มาทำไมถึง 8 คณะ เสียงบประมาณ เสียเวลา เช่น พอตัดงบไปแล้ว 3-4 หมื่นล้านบาท แต่พอไปกมธ.ห้องใหญ่ขอคืนหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงอยากฝากว่า ปีต่อๆไปคณะกมธ.งบประมาณชุดใหญ่จะพิจารณาตัดงบจุดไหนก็ตัดไปเลย ไม่ต้องมาเรียกคืนทีหลัง แล้วให้พวกหากิน มาหากินแต่ละห้องกมธ. ตนไม่เห็นด้วยและจะต่อสู้ตลอดไปหากมีเหตุการณ์แบบนี้อีก และอยากให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เอาจริงเอาจังกับคนที่เข้ามามีผลประโยชน์กับกมธ.งบประมาณทุกๆปีด้วย&amp;quot;ส.ส.ปชป.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77626</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ, นักการเมืองตบทรัพย์, รังสิมา รอดรัศมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf92155b7529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกตั้งซ่อมลำปางพปชร.ชนะขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกรงจะโหรงเหรง &amp;quot;วิรัช&amp;quot; เปลี่ยนสถานที่เทียบเชิญ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จากทำเนียบฯ เป็นที่ทำการพรรคแทน กลัว ส.ส.ไม่สะดวก &amp;quot;ธนกร&amp;quot; ยก &amp;quot;อุตตม&amp;quot; ลูกผู้ชายตัวจริง ดูผ่อนคลาย สบายๆ สงสัยเพราะชอบเข้าวัดทำบุญ คงปล่อยวาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า การที่กำหนดวันและเวลาที่แกนนำและ ส.ส.จะเดินทางไปเรียนเชิญ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรค รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค พปชร.คนใหม่ จากเดิมกำหนดไว้วันที่ 23 มิ.ย.นี้ เวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ล่าสุดได้เปลี่ยนเวลาและสถานที่ มาเป็นที่ศูนย์ประชุม ส.ส.พรรค อาคารวัน ตรงข้ามศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจาก พล.อ.ประวิตรเกรงว่าแกนนำและ ส.ส.จะไม่สะดวกในการเดินทาง เนื่องจากตรงกับช่วงเวลาที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี จึงจะเดินทางไปพบกับ ส.ส.หลังการประชุม ครม.ในช่วงบ่าย ที่ศูนย์ประชุม ส.ส. ซึ่งจะตรงกับช่วงเวลาที่ประชุม ส.ส.ของพรรคด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมใหญ่เพื่อเลือกกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม เมืองทองธานี ในวันที่ 27 มิ.ย.ว่า ขณะนี้เรากำลังทำเรื่องการปรับปรุงข้อบังคับของพรรคบางข้อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยนำข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นตัวแบบ เพราะมีข้อบังคับบางข้อที่พรรคการเมืองอื่นมี แต่พรรค พปชร.ไม่มี เช่น ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และตำแหน่งผู้อำนวยการพรรค เพราะข้อบังคับเดิมไม่มีตำแหน่งรองหัวหน้าและตำแหน่งผู้อำนวยการ ที่ผ่านมาเป็นเพียงการจัดตั้งกันภายใน เราจึงแก้ไขวางกรอบอำนาจหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในการประชุมในวันที่ 27 มิถุนายน ตอนนี้จัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว ก็คงเหมือนการประชุม กก.บห.ครั้งที่ผ่านมา เพราะตนเชื่อว่านายอุตตม สาวนายน รักษาการหัวหน้าพรรค ที่จะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม จะนำการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราดำเนินการให้สมาชิกเข้าร่วมการประชุมตามข้อบังคับและกฎหมาย คือต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 250 คน โดยองค์ประชุมประกอบด้วยสมาชิกที่เป็น กก.บห.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง สมาชิกจากสาขาพรรคไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และสมาชิกพรรคประจำจังหวัด ทั้งนี้เราต้องจำกัดคนเข้าประชุมตามมาตรการป้องกันทางสาธารณสุข คาดว่าวันนั้นจะมาร่วมประชุมหลายร้อยคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตำแหน่งเลขาธิการพรรคยังคงเป็นนายอนุชา นาคาศัย อยู่หรือไม่ นายไพบูลย์ตอบว่า เรื่องการเสนอชื่อว่าใครอยู่ตำแหน่งใด ก็คงมีการสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย คงเป็นไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในวันที่ 23 มิ.ย. จะมีการจัดขบวนเข้าเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคนั้น นายไพบูลย์กล่าวว่า ในส่วนนี้นายวิรัชเป็นผู้ดูแลหลัก ตนก็เห็นว่าได้เตรียมพร้อมแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ลูกผู้ชายตัวจริง การประชุมรักษาการกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐเพื่อกำหนดการประชุมใหญ่สามัญเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ต้องชื่นชมสปิริตท่านรักษาการหัวหน้าพรรคมาประชุมด้วยสีหน้าสดใส ทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนประชุมผมได้มีโอกาสคุยกับท่านอุตตม ดูท่านผ่อนคลาย สบายๆ สงสัยเพราะท่านชอบเข้าวัดทำบุญ ท่านคงปล่อยวาง ทุกอย่างว่าไปตามกติกา ตามข้อบังคับ ตามครรลองประชาธิปไตย ตั้งหน้าตั้งตาทำงานตามที่ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; มอบหมายอย่างเต็มที่ นี่ถ้าเป็นผมคงไม่มีสมาธิ เพราะที่ผ่านมามีแต่ข่าวกระทบเก้าอี้แทบทุกวัน แต่ท่านอุตตมยังคงทำงานอย่างหนัก ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ไล่ตั้งแต่ผ่าน พ.ร.ก. 3 ฉบับ ต่อด้วย พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 63 มาตรการเยียวยา 5,000 บาท เตรียม พ.ร.บ.งบปี 64 ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมนับถือหัวใจท่านจริงๆ คนดี มีฝีมือ ซื่อสัตย์สุจริตเหมือน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; นี่แหละที่สังคมไทยต้องการ ผมไม่ได้ชมท่านเพราะท่านเป็นผู้บังคับบัญชา แต่ผมชมท่านเพราะมันสัมผัสได้จริงๆ ผมเชื่อว่าคนที่รู้จักท่านอุตตมก็คงคิดเหมือนผม พี่น้องประชาชนคงคิดเหมือนผม อย่างไรก็ตาม 27 มิ.ย. ก็จะได้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่แล้ว ไม่มีความขัดแย้งใดๆ พลังประชารัฐจะต้องเป็นพรรคการเมืองของพี่น้องคนไทยทุกคนครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงชื่อของ พล.อ.ประวิตร ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคว่า ในส่วนของ พล.อ.ประวิตรนั้น ส.ส.ทุกคนให้ความเคารพท่านอยู่แล้ว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเป็นเรื่องของมติพรรค ที่มาจากการตัดสินใจของสมาชิกพรรคทั้งหมด โดยเป็นกระบวนการประชาธิปไตยปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า เมื่อ พล.อ.ประวิตรมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคแล้ว ความขัดแย้งจะจบลงหรือไม่ น.ส.วทันยากล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มหาเสียงวันแรก ไม่เคยคิดว่าพรรคจะเดินมาสู่ความขัดแย้ง ซึ่งพรรคก็มี ส.ส.ที่มาจากพื้นที่และสังคมที่หลากหลาย ถือว่าพรรคประสบความสำเร็จที่ ส.ส.เป็นตัวแทนของประชาชนทุกภาคทุกพื้นที่ ซึ่งสามารถสะท้อนปัญหาได้หลากหลาย วันนี้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มาจากความเห็นต่างเท่านั้น ขอให้อย่ามองว่าความขัดแย้งเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะในบางครั้งความขัดแย้งอาจจะนำมาซึ่งการปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้นก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังชาติไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพลังชาติไทยจะยุบพรรคเพื่อไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นเรื่องจริง ถ้า พล.อ.ประวิตรได้เป็นหัวหน้าพรรค พปชร.คนใหม่ จะไปเข้าร่วม แต่ต้องรอให้ที่ประชุม กก.บห.พรรคพลังชาติไทยเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด คงจะเรียกประชุม กก.บห.พรรคเร็วๆ นี้ คาดว่าคงไม่มีปัญหา เท่าที่เคยคุยทุกคนไม่ขัดข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคเล็กรวมตัวกันสนับสนุนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ให้ได้โควตารัฐมนตรีในนามพรรคเล็ก พล.ต.ทรงกลดกล่าวว่า 11 พรรคเล็กมีการคุยกันเรื่องโควตารัฐมนตรี ซึ่งก็สนับสนุนนายมงคลกิตติ์เป็นรัฐมนตรี แต่บางพรรคไม่เห็นด้วยก็ไม่ลงชื่อด้วย ส่วนจะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รัฐมนตรีก็ไม่เป็นไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ในฐานะโฆษกส่วนตัวของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรคว่า ขอสื่อสารไปยังสมาชิกพรรคให้เชื่อมั่น เชื่อถือ และเชื่อมือในการบริหารงานของนายจุรินทร์และ กก.บห.ทุกคน ที่ได้ร่วมกันผลักดันผลงานให้เป็นรูปธรรม ส่วนช่วงที่ผ่านมา ที่มีการมองว่ามีแรงกระเพื่อมภายในพรรคนั้น ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นเสาหลักการเมืองของไทย และยืนหยัดทำงานเพื่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค นายแทนคุณกล่าวว่า แน่นอนว่าหัวหน้าพรรคจะยังไม่เปลี่ยนแปลง เพราะกลไกไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายๆ พรรคผ่านร้อนผ่านหนาวมาเป็นสิบๆ ปี ในเรื่องกลไกมีความแน่นอน เรื่องเสรีนิยมและระเบียบวินัยต้องไปด้วยกัน โดยทุกคนมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น แต่อะไรที่กระทบต่อพรรคก็ไม่ควร บางเรื่องควรพูดคุยกันเป็นการภายใน เหมือนโบราณว่าความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า แต่ถ้าเกิดปัญหาก็ควรคุยกันอย่างญาติมิตร ซึ่งจากการทำงานของนายจุรินทร์ก็เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าไปปรึกษาหารือได้ตลอด รวมถึงให้ทีมงานมอนิเตอร์สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดผลกระทบต่อพรรค ทั้งนี้ ประชาธิปัตย์เกิดมรสุมครั้งใหญ่มาแล้วหลายครั้ง เชื่อว่าครั้งนี้ก็จะผ่านไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในผู้ที่ไปร่วมรับประทานอาหารที่ห้องทำงานของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เผยว่าการไปรับประทานอาหารเป็นนัดหมายที่มีมาตั้งแต่ก่อนมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อนักการเมืองเจอกันก็มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการเมืองและเรื่องภายในพรรค ซึ่งนายพีระพันธุ์ในฐานะที่เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ก็แสดงความเป็นห่วงพรรค เพราะมีข่าวว่ามีความเคลื่อนไหวจะเปลี่ยนตัวหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค แต่ตนไม่ทราบรายละเอียด เพราะตนไม่ได้เป็นคนเคลื่อนไหว ส่วนตัวคิดว่าควรจัดประชุมใหญ่โดยเร็ว เพื่อระดมความเห็นต่างๆ จากสมาชิกจะได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในพรรค และส่วนตัวก็ไม่ได้เคลียร์อะไรกับหัวหน้าพรรค เพราะไม่มีอะไรจะเคลียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ไม่ผูกติดว่าจะต้องอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ตลอดไปใช่หรือไม่ น.ส.รังสิมากล่าวว่า เรื่องการเมืองจะจำกัดเลยคงไม่ได้ จะต้องดูสถานการณ์ ตอนที่จะเลือกตั้งว่าการเมืองเป็นอย่างไร ประชาชนยอมรับหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาตนก็หาเสียงด้วยตัวเองเช่นกัน เพราะมีกรณีชอบคนไม่ชอบพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น.ส.รังสิมาไม่ได้รับปากว่าจะไม่ย้ายพรรค เพราะกลัวว่าถ้ารับปากแล้วมีเหตุให้ต้องย้ายพรรค เกรงว่าจะโดนด่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งซ่อมเขต 4 จ.ลำปางว่าคึกคักน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ขณะที่ภายหลังการปิดหีบลงคะแนนเวลา 17.00 น. บรรยากาศการนับคะแนนเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งมีประชาชนมาสังเกตการณ์ประปราย เจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการนับคะแนน ซึ่งผู้สมัครเบอร์ 1 จากพรรคพลังประชารัฐ และเบอร์ 2 จากพรรคเสรีรวมไทย คะแนนค่อนข้างสูสี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายทิ้งห่าง โดยนายวัฒนา สิทธิวัง เบอร์ 1 ได้ 46,080 คะแนน และ ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ เบอร์ 2 ได้ 26,879 คะแนน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคะแนนที่เก็บรวบรวมโดยพรรคพลังประชารัฐ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ, รังสิมา รอดรัศมี, วทันยา วงษ์โอภาสี, วัฒนา สิทธิวัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แทนคุณ จิตต์อิสระ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200620/image_big_5eee1e68cce6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯลั่นไม่ใช้ฉุกเฉินอลหม่าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทวันที่ 2 ยังท้วงติงเรื่องเยียวยาตกหล่น พร้อมชงตั้ง &amp;nbsp;กมธ.ดูแลการใช้จ่ายโครงการต่างๆ &amp;quot;เกียรติ&amp;quot; เสนอ 3 กฎเหล็กเพื่อให้เงินตรงเป้า &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; ไม่เลิกราวีเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกกรณีฆ่าตัวตายถล่มอีกรอบ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ชี้หากไม่ใช้กฎหมายติดหนวดอลหม่านแน่ ฮึ่ม! คนไทยด้วยกันอย่าติเรือทั้งโกลน หมอหนูโวไม่มีระบาดรอบสองแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ค.ถือเป็นวันที่ 2 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาพระราชกำหนด 3 ฉบับ ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่พักการประชุม โดยเริ่มต้นนายโสภณ &amp;nbsp;ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้อภิปรายชี้ถึงความจำเป็นในการกู้เงิน ซึ่งแม้ไม่ก่อให้เกิดรายได้แต่เป็นไปเพื่อรักษาชีวิต พร้อมทั้งระบุว่า งบประมาณแก้ไขปัญหาการระบาดไม่เกิน 45,000 ล้านบาทน้อยเกินไป อย่างการทำวัคซีนต้องใช้เงินจำนวนมาก และควรเพิ่มงบค่าตอบแทนให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ส่วนการเยียวยาก็ขอให้สำรวจกรณีตกหล่นไม่ได้รับการเยียวยาเพราะเข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ ให้ได้รับการเยียวยาทุกกลุ่ม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายในฐานะพยาบาลเก่า ว่า ไม่อยากให้รัฐบาลเอาเงินกู้ไปทำในสิ่งที่ไม่เกิดผลหรือนอกวัตถุประสงค์ จึงอยากให้ใช้ประโยชน์สูงสุด เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ และมองว่าการช่วยเหลือของรัฐบาลยังตกหล่นเยอะ คนที่เข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ ไม่มีโทรศัพท์ ต้องเก็บตกให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยรวมเห็นด้วยกับการกู้เงิน แต่ไม่เห็นด้วยกับการมีตัวเขมือบโครงการ เช่น ซื้อของแพง เอาวิกฤติเป็นโอกาสของนักการเมืองขี้โกง ขอให้มีอันเป็นไป อยากให้นายกรัฐมนตรีเอาจริงเอาจังกับตัวเขมือบทั้งหลายให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ไม่ต้องเกรงใจ และควรตั้งคณะกรรมาธิการมาตรวจสอบการใช้เงินโครงการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน&amp;quot; น.ส.รังสิมากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ชี้แจงว่า &amp;nbsp;นับตั้งแต่มีข่าวการระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.62 สธ.ได้ตั้งทีมป้องกันคัดกรองผู้ที่เข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ก่อนสิ้นปี 2562 ยืนยันว่าระบบการรักษาของระบบสาธารณสุขไทยอยู่เหนือมาตรฐาน ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดไว้ จนขณะนี้การแพร่เชื้อในประเทศไทยไม่มีแล้ว เพราะเราตั้งการ์ดสูงอย่างเต็มที่ แต่วันนี้ก็ยังมีการเตรียมพร้อมมีการควบคุมอยู่ เพื่อเตรียมพร้อมไว้รองรับคนไทยที่อยู่ต่างประเทศที่กำลังเดินทางกลับไทย และเชื่อว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดอีก
เชื่อไม่มีระบาดรอบ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรายังเตรียมความพร้อมหากมีการระบาดรอบ 2 ซึ่งผมเชื่อว่าไม่น่าเกิด แต่เราก็ไม่ได้ประมาท ทั้งนี้หากเกิดการระบาดรอบ 2 ผมยืนยันได้ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมดูแลทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ขอชมเชย อสม.ล้านกว่าคนที่มีส่วนช่วยในการหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเห็นว่าถึงเวลาที่เราต้องตอบแทนเมื่อถึงเวลานั้น สธ.เราไม่ได้การ์ดตก และขอให้พี่น้องประชาชนตั้งการ์ด &amp;nbsp;ศัตรูของเราคือโควิด-19 ถ้าชกกันตอนนี้คะแนนเรานำอยู่ เราจะน็อกเขาได้เมื่อมีวัคซีนป้องกัน ซึ่งในงบ &amp;nbsp;4.5 หมื่นล้านบาท งบส่วนนี้ได้ให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติพัฒนาวัคซีนดังกล่าว โดยประเทศไทยเหลืออย่างเดียวที่จะเป็นแชมป์ด้านสาธารณสุขของโลก คือต้องคิดค้นวัคซีนให้ได้ และยืนยันว่างบที่ สธ.ได้จะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 11.40 น. นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้อภิปรายว่า ขอให้สภาพักหรือเลื่อนการประชุมจนกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมจะนำเอกสารแนบท้าย พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทมานำเสนต่อสภา เพราะหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นหนี้ทั้งหมดของประชาชน การไม่มีรายละเอียดเท่ากับจงใจตีเช็คเปล่า จึงไม่สามารถอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การบังคับใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล เป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อกฎหมายและถือเป็นความผิด เพราะไม่มีเหตุผลทางวิชาการเพื่อควบคุมโรคระบาดได้ และหากใช้ต่อไปถือว่าเป็นการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพด้านการบูรณาการงานร่วมกัน&amp;quot; นพ.เรวัตระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.อภิปรายแสดงความเป็นห่วง พ.ร.ก.กู้เงิน &amp;nbsp;1.9 ล้านล้านบาท ว่ากู้เยอะแต่รายละเอียดน้อย ไม่มีรายละเอียดแหล่งที่มาเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท รวมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางฟื้นฟูที่เสนอโดยคณะกรรมการกลั่นกรอง คือ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และพิจารณาโดยสภาพัฒน์และกระทรวงการคลัง ขณะที่คนทำรายงานความก้าวหน้าก็คือ สศช. ซึ่งน่าจะไม่ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล
เกียรติชงกฎเหล็ก 3 ข้อ
&amp;ldquo;พูดว่าโปร่งใสเฉยๆ ไม่ได้ การเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์จำเป็น ร่วมทั้งการเอาเงินทั้งหมดไปใช้ตรงกับเป้าจำเป็นจริงๆ และสุดท้ายขอเสนอให้ใช้กฎเหล็ก 3 ข้อผ่านวิกฤติ คือ 1.แก้วิกฤติต้องคิดลบ พร้อมสยบทุกปัญหา 2.กระสุนมีจำกัดทุกนัดต้องเข้าเป้า และ 3.คอร์รัปชันต้องป้องกันไม่ใช่ลั่นว่าไม่มี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.30 น. นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ชี้แจงถึง พ.ร.ก.ปล่อยซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาทให้วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ว่าขณะนี้มีผู้ได้รับความช่วยเหลือแล้ว 35,217 ราย วงเงินอนุมัติเฉลี่ย 1.65 ล้านบาทต่อราย รวมวงเงิน 58,208 ล้านบาท &amp;nbsp;โดย 51% เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ส่วนข้อสังเกตของ ส.ส.ว่าธนาคารพาณิชย์ปล่อยลูกค้าชั้นดีความเสี่ยงต่ำ ไม่เป็นความจริง เพราะ 70% เป็นลูกหนี้กลุ่มความเสี่ยงปานกลางและค่อนข้างสูง โดย 71% เป็นลูกหนี้ในต่างจังหวัด และการออก พ.ร.ก.ซอฟต์โลนนี้เป็นรูปแบบเดียวกับเมื่อครั้งที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ไม่ใช่การกู้เงิน แต่เอาเงิน ธปท.ไปให้สินเชื่อเพื่อให้เกิดสภาพคล่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง อภิปรายเสริมว่า วันนี้เรามีมาตรการใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งของ &amp;nbsp;พ.ร.ก.ซอฟต์โลน โดยจะช่วยเอสเอ็มอีที่ยังไม่มีประสบการณ์การกู้เงินกับสถาบันการเงิน หรือกลุ่มที่เราเรียกว่ายังไม่เข้มแข็งเรื่องเงินทุน โดยจะออกมาในรูปของกองทุนซึ่งจะต่างจากสินเชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า รัฐบาลบริหารโดยปล่อยให้มีการเยียวยาที่ผิดพลาด จนมีคนไปฆ่าตัวตายที่หน้ากระทรวงการคลัง ความผิดพลาดที่ชี้ชัดที่สุดคือการลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน กลับกลายเป็นเราจะเละด้วยกัน ระบบล่มตั้งแต่ชั่วโมงเเรกที่เปิดให้ลงทะเบียน แต่วันนี้รัฐบาลจะมาออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งใหญ่ที่สุด เราจะมั่นใจได้อย่างไรในเมื่อไม่เห็นประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การฆ่าตัวตายเป็นข้อบ่งชี้ความล้มเหลวของรัฐบาลอย่างรุนเเรง เพราะคนตัดสินใจเลือกความตายเพื่อให้พ้นความเดือดร้อนเพราะหาที่พึ่งพาไม่ได้ และฝากถึงนายกฯ และคณะว่าท่านอย่าบริหารงานภายใต้การรักษาความมั่นคงในอำนาจของตัวท่านเอง คืนความอิสระในการทำงานให้กับทุกอาชีพ &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีผลเสียมากกว่าผลดี ต้องยกเลิกเคอร์ฟิว เพราะโควิด-19 ไม่ได้ระบาดเเค่เฉพาะตอนกลางคืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินทุกวันนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ารัฐบาลกำลังควบคุมพวกเรา ไม่ได้ควบคุมโรค&amp;rdquo;
อย่าติเรือทั้งโกลน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า ได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของคนไทย รัฐบาลไม่ทิ้งอย่างแน่นอน และจะไม่มีการทุจริต ทุกคนเสียภาษีเหมือนกันหมด ตนเองก็เสียภาษี พวกท่านเป็นหนี้ ตนเองก็เป็นหนี้ด้วย หนี้ตรงนี้ต้องมาชดใช้ด้วยการทำให้ประเทศมีผลผลิตและมีความก้าวหน้า ตัวเลขหนี้สาธารณะที่ปรากฏขึ้นมานั้นเกิดมาหลายรัฐบาลก่อนหน้านี้ แต่การก่อหนี้เพิ่มนั้นเพื่อรักษาและเยียวยาและฟื้นฟูประเทศให้เข้มแข็งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องเข้าใจว่าเราต้องบริหารตามกฎหมาย การที่จะให้รัฐบาลจ่ายเงินให้เร็วต้องไปดูเรื่องทะเบียน &amp;nbsp;รัฐบาลไม่สามารถล้วงทุกบ้านได้ ท่านต้องรู้จักหน้าที่ในการลงทะเบียนและแก้ไขทะเบียนให้ถูกต้อง ใครทำเกษตร ใครทำอาชีพอิสระ ผมพร้อมจ่ายทั้งหมด แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ซับซ้อน เงินจำนวนนี้ให้เพื่อดำรงชีพช่วงโควิดเท่านั้น แต่ช่วงนี้เป็นเงินดำรงชีพ 3 เดือนที่ไม่สามารถเอาไปผ่อนรถหรือมอเตอร์ไซค์ได้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเรียนนั้นจะต้องทำอย่างไรให้นักเรียนไม่ลืมการเรียน จึงใช้ระบบออนไลน์หรือเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม ซึ่งน่ารักดี พ่อแม่ปู่ย่าตายายนั่งดูทีวีกับลูกหลาน ค่าใช้จ่ายกระทรวงดีอีเอสก็ดูแลให้ ถ้าท่านตั้งโจทย์ว่าไม่ดีไปหมด อยากถามว่าจะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่ วันนี้ขอบคุณ ส.ส. พวกเราร่วมชาติกันอยู่แล้ว เรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นกฎหมายกลางเพื่อให้เกิดมาตรฐานในการดำเนินการ ซึ่งผลที่ออกมาถามว่าดีหรือไม่-ก็ดี คนป่วยไม่มาก ติดเชื้อน้อยลง แต่ถ้าเราไม่ใช้กฎหมายกลางนี้ออกไปก็จะอลหม่านอีกแล้วแก้ไขไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ มันเป็นความจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนเราปฏิเสธกฎหมายไม่ได้ ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญกำหนดว่าคนไทยต้องเท่าเทียมกัน แต่มีมาตราที่บอกว่าคนไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ต้องดูให้ครบหมวด ทุกคนจะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ แต่รัฐบาลทุกรัฐบาลก็ผ่อนผัน เว้นแต่บางเรื่องที่ปล่อยไม่ได้ ถ้าทุกคนช่วยรัฐบาลคิดว่าประเทศไทยไปข้างหน้าโลดแล้ว อะไรที่ดีก็ขอให้ส่งเสริม แต่ท่านจะบอกว่าไม่ดีไปทั้งหมดแบบนี้มันไม่ใช่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ ชี้แจงกรณีข้อท้วงติงการตรา พ.ร.ก.ไม่เป็นไปตามมาตรา 53 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) &amp;nbsp;ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ว่า กฎหมายวินัยการเงินการคลังกับการตรา พ.ร.ก.กู้เงินนั้นสอดคล้องกัน และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงรับรองหลักการของกฎหมายที่ต้องตราขึ้นเพื่อความมั่นคงและผาสุกของประชาชน ขณะเดียวกันการตรา พ.ร.ก.กู้เงินยังปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562 มาตรา 79 ที่กำหนดให้รับฟังความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทนการรับฟังความเห็นของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวนอกห้องประชุม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท.กล่าวว่า &amp;nbsp;รัฐบาลไม่มีแผนงานในการใช้เงินมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ ว่าจะใช้งบประมาณอย่างไร โปร่งใส และเหมาะสมหรือไม่ การที่รัฐบาลไม่เปิดเผยรายละเอียด ขอตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีความไม่โปร่งใสในการใช้เงินกู้ และการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็เป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจให้ทรุดหนักลงไปอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรค พท.ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ กล่าวว่า รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจให้ประชาชนเห็นว่า มีความตั้งใจจริงที่จะกอบกู้เศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง อีกทั้งต้องยอมรับการตรวจสอบจากผู้แทนของประชาชน ด้วยการเปิดให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้เงินกู้อย่างจริงจัง นอกจากนี้รัฐต้องกระจายงบประมาณที่กู้มาอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง ไม่ควรเอางบประมาณของประชาชนไปใช้ในการหาเสียง เอื้อประโยชน์ทางการเมืองแก่พวกพ้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67224</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, รังสิมา รอดรัศมี, วิรไท สันติประภพ, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน, เกียรติ สิทธีอมร, โสภณ  ซารัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecfbb54232cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
