<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 21:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชินี ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดอาคารศาลจังหวัดสุโขทัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย. 64 - เวลา 19.14 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการ ศาลจังหวัดสุโขทัย ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดย นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา, นายเริงศักดิ์ วิริยะชัยวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 6, นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายวิชัย เตชะศิริสวัสดิ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จังหวัดสุโขทัย ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่งพระโขนง พร้อมด้วยนายอำพล บุญประภากร เลขานุการศาลยุติธรรมประจำภาค 7 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษา หัวหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย และข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ข้าราชการในพื้นที่ เหล่าพสกนิกร เฝ้ารับเสด็จ ฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จเข้าพลับพลาพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธนวราชบพิตร เสร็จแล้วทรงประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล ในการนี้ นายวิชัย เตชะศิริสวัสดิ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย ช่วยทำงานชั่วคราวใน ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่งพระโขนง ได้เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;นายอำพล บุญประภากร เลขานุการศาลยุติธรรมประจำภาค 7 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายหนังสือที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และนางอนิสรา จารุอรอุไร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดสุโขทัย เข้ามอบ หนังสือที่ระลึกแด่เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปยังมณฑลพิธีวางศิลาฤกษ์ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่น อิฐ ทอง นาก เงิน แผ่นศิลาฤกษ์แล้วทรงวางลงในหลุม เสด็จ ฯ ไปยังแท่นพิธีทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพร คลุมป้ายอาคารศาลจังหวัดสุโขทัย ครั้นเสร็จสิ้นพิธี นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กราบบังคมทูล เบิกผู้มีอุปการคุณแก่ศาลจังหวัดสุโขทัย 120 ราย เข้าเฝ้าทูลฯ รับพระราชทานของที่ระลึก และนายอำพล บุญประภากร เลขานุการศาลยุติธรรมประจำภาค 7 ช่วยทำงานชั่วคราวใน ตำแหน่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสุโขทัย เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายแผ่นศิลาเพื่อทรงลงพระ ปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเสด็จไปยังห้องประทับรับรองชั้น 2 อาคารศาลจังหวัดสุโขทัย ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก โอกาสนี้เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ร่วมลงนามในสมุด ที่ระลึกด้วย เมื่อเสร็จสิ้น ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ศาลยุติธรรม ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาล จังหวัดสุโขทัย แล้วทรงประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จ ฯ ออกจากอาคารที่ทำการศาลจังหวัดสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อาคารศาลจังหวัดสุโขทัย ได้ก่อสร้างขึ้นทดแทนอาคารหลังเก่าที่คับแคบ มีห้องพิจารณา เพียง 4 บัลลังก์ ไม่สามารถรองรับปริมาณคดีที่เพิ่มขึ้นได้ โดยอาคารที่ทำการศาลซึ่งสร้างใหม่นี้ มีความกว้างขวาง ทันสมัย ห้องพิจารณาเพิ่มเป็น 14 บัลลังก์ขยายพื้นที่เพื่อให้เหมาะสมต่อปริมาณคดีที่เกิดขึ้นอย่างเพียงพอ โดยก่อสร้างพร้อมกับบ้านพักและอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการศาลยุติธรรมรวม &amp;nbsp;3 หลัง บนที่ราชพัสดุทุ่งทะเลหลวง เนื้อที่ 50 ไร่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเขตอำนาจศาลจังหวัดสุโขทัยนั้น ครอบคลุมท้องที่ 5 อำเภอ คือ อำเภอกงไกรลาศ อำเภอคีรีมาศ อำเภอบ้านด่านลานหอย อำเภอเมืองสุโขทัย และอำเภอศรีสำโรง โดยถือเป็นศาลขนาด ใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตอำนาจของสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 6 ซึ่งช่วงปีพ.ศ.2563 ที่ผ่านมา มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาของศาลจังหวัดสุโขทัย (คดีรับใหม่และคงค้าง) 1,776 คดี, แพ่ง 1,066 คดี, คดีผู้บริโภค 3,485 คดี โดยทำการพิจารณาแล้วเสร็จทั้งหมด 5,538 คดี จากคดีคงค้างและรับใหม่ จำนวน 6,327 คดี ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 87.53 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การบริหารจัดคดี และการอำนวยความสะดวกต่อการบริการด้านคดีให้เข้าถึงประชาชน ทุกพื้นที่นั้นศาลจังหวัดสุโขทัยมุ่งนำเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งช่วยส่งเสริมงานตุลาการมาใช้และให้บรกิาร ส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกทุกขั้นตอน ตามนโยบายพัฒนา ศาลยุติธรรม สู่ความเป็น Smart Court (สมาร์ทคอร์ท). &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98844</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชกาลที่10, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606f15bb4bc4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง มีพระราชดำรัสแก่ผู้พิพากษาประจำศาลรุ่นที่ 72  เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ก่อนปฏิบัติหน้าที่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.64 - เวลา 18.56 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา นำ ผู้พิพากษาประจำศาล รุ่นที่ 72 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม &amp;nbsp;นางกรกันยา สุวรรณพานิช &amp;nbsp;เลขาธิการประธานศาลฎีกา &amp;nbsp;และนายภีม ธงสันติ เลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส แก่ผู้พิพากษาประจำศาล &amp;nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่ ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้พิพากษาประจำศาล ได้มาให้คำสัตย์ปฏิญาณก่อนออกไปปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งแรกนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการเตือนใจตัวเองว่าบัดนี้จะปฏิบัติงานเป็นผู้พิพากษาอันเป็นตำแหน่งหน้าที่สำคัญที่จะอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประเทศชาติและประชาชน ในการอำนวยความยุติธรรมนั้น มีข้อควรคำนึงอยู่ว่ากฏหมายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับรักษาความยุติธรรมก็จริงแต่ว่าจะนำมาใช้ต้องอาศัยดุลยพินิจที่ถูกต้องด้วย ผู้พิพากษาจึงต้องใช้ดุลยพินิจอย่างรอบครอบและรอบด้านและวินิจฉัยตัดสินให้ถูกต้องชอบธรรมตามตัวบทกฏหมาย ตามศีลธรรมและตามความเป็นจริง หากท่านทั้งหลายจะได้คำนึงถึงเรื่องนี้และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จผลตามที่ได้ปฏิญาณไว้ ก็จะสามารถสร้างสรรจรรโลงความยุติธรรมให้เป็นที่ศรัทธาเชื่อถือของประชาชนได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97182</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชกาลที่10, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b43df5ddfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96927</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชินี เสด็จฯเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จ.เชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.64 - เวลา 20.12 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ กองพลทหารราบที่ 7 (ทุ่งยั้งทัพ) ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยมี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ต.จรัส ปัญญาดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 ข้าราชการและประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล จบ &amp;nbsp;พล.ต.จรัส ปัญญาดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, นางสิรดา ปัญญาดี ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองพลทหารราบที่ 7 เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือที่ระลึกแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และนางอนุสรา สุขป้อม รองประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองพลทหารราบที่ 7 มอบหนังสือที่ระลึกแด่เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก กราบบังคมทูลรายงานประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขณะนี้พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา กองทหารเกียรติยศ ถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก เสด็จขึ้นลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี วางพุ่มดอกไม้ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ กราบ &amp;nbsp;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลงพระสงฆ์ เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองพลทหารราบที่ 7 (ทุ่งยั้งทัพ) ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 เพื่อเสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ กองพลทหารราบที่ 7 &amp;nbsp;(ทุ่งยั้งทัพ) ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมที่สำคัญของพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นพระบรมรูปทรงสะพายพระแสงดาบด้านพระปฤษฎางค์ ทรงม้าศึกประจำพระองค์ตรวจตราที่ตั้งค่ายทหารทัพหลวง ณ ทุ่งยั้งทัพ ในพื้นที่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทำด้วยโลทะบรอนซ์สัมฤทธิ์ ขนาดความกว้าง 2.1 เมตร ยาว 5.35 &amp;nbsp;เมตร สูง 7.35 เมตร น้ำหนัก 10 ตัน มี นายธวัชชัย ศรีสมเชร เป็นช่างผู้หล่อปั้น งบประมาณในการก่อสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 25 &amp;nbsp;ล้านบาท แท่นฐาน 15 ล้านบาท ภาพประติมากรรมและจิตรกรรมแท่นฐาน 5.5 &amp;nbsp;ล้านบาท อาคารประกอบ ข้ายและขวา 10 ล้านบาท และลานพระบรมราชานุสาวรีย์รวมถึงภูมิทัศน์โดยรอบ 10 &amp;nbsp;ล้านบาท รวม 65.5 &amp;nbsp;ล้านบาท ดำเนินการจัดสร้างเมื่อ 27 &amp;nbsp;พฤษภาคม 2558 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 10 &amp;nbsp;มีนาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลเหตุสำคัญในการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ทุ่งยั้งทัพ) เพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมอันห้าวหาญของพระองค์ท่าน ที่ทรงมีความสัมพันธ์ กับพื้นที่ตั้งหน่วย พลตรี สุทัศน์ จารุมณี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 ในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ได้กำหนดฉายา พื้นที่ตั้งกองบัญชาการ กองพลทหารราบที่ 7 &amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ ว่า &amp;quot;ทุ่งยั้งทัพ&amp;quot;(KING NARESUAN&amp;#39;S STAGING AREA) ซึ่งหน่วยเล็งเห็นถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงมีโครงการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเทิดพระเกียรติ และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติ ทั้งเป็นสถานที่เคารพสักการะของกำลังพล ประชาชนทั่วไป ตลอดจนเป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อันมีคุณค่ายิ่งต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96927</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชกาลที่10, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058a07dd2037.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปีติ &#039;ในหลวง&#039; ทรงทักทาย &#039;น้องทาม&#039; หนุ่มน้อยไร้แขน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ไปทรงสักการะพระพุทธชินราช ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก ณ ที่ทำการศาลจังหวัดพิษณุโลก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเสด็จฯ ครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับ &amp;#39;น้องทาม&amp;#39; หรือ นายวรรธนะ คำอินทร์ ผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรถจักรยานเพื่อผู้พิการ เมื่อปี 2558 บริเวณหน้าวิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95925</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชกาลที่10, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c1de605ed2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 06:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 23:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง-พระราชินี&#039; ทรงประกอบพิธีสังเวยพระป้ายเทศกาลตรุษจีน  พุทธศักราช 2564</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.64 - เวลา 21.08 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพิธีสังเวยพระป้ายในเทศกาลตรุษจีน พุทธศักราช 2564 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เสด็จขึ้นชั้น 3 พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระพุทธบุษยรัตน์ พระพุทธนรสีห์ และพระไชยนรรัตน์ ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยยุคกลาง (คลาสสิค) ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาล ที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 7 ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ และพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร รัชกาลที่ 9 ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระสัมพุทธพรรณี ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระป้ายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และเสด็จฯ ไปยังที่ประดิษฐานพระบรมรูป และพระแท่นพระบรรทมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เสด็จฯ ไปยังบริเวณด้านหน้าพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เสด็จฯ ไปยังโต๊ะเครื่องสังเวย การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน ธูปที่โต๊ะเครื่องสังเวย แล้วทรงจุดธูปหางแล้วทรงปักที่เครื่องสังเวย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปหางแล้วทรงปักที่เครื่องสังเวย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงจุดธูปหางแล้วทรงปักที่เครื่องสังเวย เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี จุดธูปหางแล้วปักที่เครื่องสังเวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเผากระดาษเงิน กระดาษทอง ขณะที่เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เผากระดาษเงิน กระดาษทอง เสร็จแล้วเป็นอันเสร็จพระราชพิธี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92863</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชกาลที่10, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210213/image_big_60270b1a54b80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ในหลวง&#039; พระราชทานภาพวาดการ์ตูนฝีพระหัตถ์โคก หนอง นา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64 - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานภาพวาดการ์ตูนฝีพระหัตถ์เกษตรทฤษฏีใหม่แบบประยุกต์ (โคก หนอง นา) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2564 เพื่อน้อมนำพระราชดำริ ฯ ไปเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนและเผยแพร่โครงการ ฯ ให้ประชาชนและผู้ที่สนใจได้ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91967</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่10, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601b9a337997f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯพระราชทานรางวัลทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ปี 2563</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;เวลา 17.40 &amp;nbsp;น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเป็นประธานในการพระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ประจำปี 2563 ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และเสด็จฯ ไปในการพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัล แก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2561 และพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี 2561 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นเสด็จถึงมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เสด็จเข้าสู่ห้องโถงภายในมิสยิดกลาง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายมูฮำมัด หะยีมูซอ ผู้ชนะเลิศการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับประเทศ ประจำปี 2561 อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน นายสมาน ก้อพิทักษ์ แปลความหมายเป็นภาษาไทย และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายราชิต สุดพุ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กราบบังคมทูลเบิกผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศ รางวัลชมเชย คณะกรรมการตัดสิน และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานฯ เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัล และโล่ที่ระลึก จำนวน 36 รายตามลำดับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายประสาน ศรีเจริญ รองประธานผู้ทรงคุณวุฒิสำนักจุฬาราชมนตรี ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ขอดูอาร์ และขอพรจากพระเจ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงยืน และยกพระหัตถ์ ตามผู้แทนจุฬาราชมนตรี แล้วทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้นำศาสนาอิสลาม ตามพระราชอัธยาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดปัตตานีกว่าร้อยละ 80% นับถือศาสนาอิสลาม เป็นที่ทราบกันดีว่า ศาสนาอิสลามมิใช่ศาสนาเพียงให้คนนับถือ เพื่อป็นเครื่องยืดเหนี่ยวจิตใจเท่านั้น แต่ศาสนาอิสลามยังเป็นระบบของการดำเนินชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ทุกย่างก้าวของชีวิตมุสลิมต้องอยู่บนครรลองของศาสนาอิสลาม พี่น้องชาวไทยมุสลิมจึงได้นำหลักธรรมคำสอน ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานมาใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต จังหวัดปัตตานี โดยสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี จัดงานทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับภาคใต้และระดับประเทศ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2563 ขึ้น ในระหว่างระหว่างวันที่ 20 - 22 มกราคม 2563 ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้พี่น้องชาวไทยมุสลิม ได้รู้หลักธรรมคำสอน ในพระมหาคัมภีร์ อัลกุรอาน ได้อย่างถ่องแท้ และปฏิบัติอย่างถูกต้องตรงต่อพระมหาคัมภีร์ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคี ความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องมุสลิมด้วยกันและระหว่างพี่น้องต่างศาสนิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินออกจากห้องโถงมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ไปยังบริเวณลานจอดรถมัสยิดกลางปัตตานี ทอดพระเนตรการสาธิตการทอผ้าจวนตานี จากกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านตรัง จ.ปัตตานี ที่ได้รับพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการสร้างโรงทอผ้า และพระราชทานกี่ทอผ้าจำนวน 10 กี่ จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อปี พ.ศ.2526 &amp;nbsp;จากนั้นทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ OTOP จากกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่ได้จัดนิทรรศการ สืบสานอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย โดยได้นำผ้าจวนตานี อันเป็นผ้าที่แสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์การใช้เครื่องนุ่งห่มของชาวไทยมุสลิม และชาวไทยพุทธ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่าง จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และจังหวัดสงขลาบางอำเภอมาจัดแสดง รวมถึงนำสินค้าโอท็อป อาทิ ข้าวยำสำเร็จรูป น้ำบูดู เกลือปัตตานี ลูกหยีระยัง และผ้าละหมาด ตำบลกระหวะ อันเป็นผ้าที่ชาวไทยมุสลิมใช้ในการปฏิบัติศาสนกิจ มาจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯกองแพทย์หลวง ร่วมกับกรมการแพทย์ทหารบก สาธารณสุขจังหวัดปัตตานีและโรงพยาบาลในพื้นที่ มาออกหน่วยตรวจรักษาโรค ให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และจังหวัดใกล้เคียง ได้เข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างรวดเร็ว โดยในวันนี้ได้นำเครื่องมือพิเศษที่เป็นเครื่องมือเฉพาะทาง ซึ่งได้รับพระราชทาน มาใช้ในการตรวจรักษาประชาชน อาทิ เครื่องตรวจจอประสาทตา เครื่องตรวจการทำงานของหัวใจ เครื่องอัลตราซาวด์ เป็นต้น โดยมีแพทย์เฉพาะทางมาให้บริการตรวจรักษาประชาชน อาทิ อายุรแพทย์โรคหัวใจ อายุรแพทย์โรคไต จักษุแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ กระดูกและข้อ &amp;nbsp;โดยในวันนี้มีผู้มาเข้ารับบริการตรวจรักษาทั้งสิ้นจำนวน 68 ราย
การนี้ ทรงรับคนไข้ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์จำนวน 6 ราย พร้อมพระราชทานชุดยาและเงินค่าพาหนะในการเดินทางไปเข้ารับการรักษา ยังความปลาบปลื้มสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้ป่วยและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชทานโล่เกียรติคุณ แก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี และพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียนและนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ไปยังที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ในการพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัล แก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2561 และพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี 2561 โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนข้าราชการและประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จเข้าภายในหอประชุมที่ทำการองค์กรบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลถวายรายงาน และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูลเบิกคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานเกียรติคุณและเงินรางวัล จำนวน 6 ราย และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่เกียรติคุณ จำนวน 25 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กราบบังคมทูลถวายรายงาน และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กราบบังคมทูลเบิกผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัล จำนวน 29 ราย การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะกรรมการอิสลามและแทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2504 เป็นต้นมา กระทรวงศึกษาธิการ ได้พัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ขณะนั้นยังคงสภาพป็นปอเนาะแบบดั้งเดิม ต่อมาเมื่อแปรสภาพเป็นโรงเรียน จึงได้รับการส่งเสริม สนับสนุน และอุดหนุนทั้งด้านวิชาการ อาคารสถานที่ สื่อการเรียนการสอน ตลอดมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดตั้งกองทุนวิทยาคารสงเคระห์ เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ยืมไปก่อสร้างอาคารเรียน โดยไม่เสียดอกเบี้ย จัดส่งข้าราชการครูไปช่วยสอนวิชาสามัญในโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม พัฒนาผู้บริหารโรงเรียนและครผู้สอนในด้านการบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอน และพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพื่อพัฒนาศักยภาพ และยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังได้สร้างแรงจูงใจแก่ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียน โดยได้คัดเลือกโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ที่มีการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งส่งผลให้โรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียนได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จฯ ออกห้องประชุมองค์กรบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางพานพุ่ม พวงมาลัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ และทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จ พร้อมทรงมีพระราชปฎิสันถาร ทรงขอบใจราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิด นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้เวลาอันสมควร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง &amp;nbsp;เสด็จฯ ไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่งเสด็จฯ ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ กลับ ที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87269</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชกาลที่10, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc9c7619a33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
