<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยะ Food Delivery พุ่ง สส.เดินหน้าชวนคนไทย ใช้ชีวิตแบบ New Normal ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (29 มิ.ย.63) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมการใช้ภาชนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;กินอยู่ปลอดภัย&amp;rdquo; ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมรณรงค์ให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและประชาชนตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตท่ามกลางวิถีชีวิตแบบ New Normal ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น ทั้งการจัดการขยะที่ต้นทาง ลดการสร้างขยะพลาสติก รวมถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กล่าวว่า ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณ 12% ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือประมาณปีละ 2 ล้านตัน โดยมีการนำกลับไปใช้ประโยชน์เฉลี่ยเพียงปีละ 0.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้านตัน ยังไม่มีการนำกลับไปใช้ประโยชน์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เช่น ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงหูหิ้ว แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก กล่องพลาสติก และกล่องโฟมบรรจุอาหาร ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID -19 ที่ประชาชนต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตแบบ New Normal ส่งผลให้เกิดขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากการใช้บริการ Food Delivery ที่ก่อให้เกิดขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว มากกว่า 4 ชิ้น ต่อการสั่งอาหารในแต่ละครั้ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนความสำคัญในการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค ท่ามกลางวิถีชีวิตแบบ New normal จึงได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการ &amp;ldquo;กินอยู่ปลอดภัย&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยกรมฯ จะสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจ เสริมสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนรวมทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารต่างๆ ให้เกิดความตระหนักรู้ถึงบรรจุภัณฑ์อาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้โฟม ถุงหรือกล่องพลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์กระดาษเคลือบพลาสติก หรือพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการจัดการขยะที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว รวมทั้งการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะเริ่มดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2563 รวมเป็นระยะเวลา 6 เดือน ในรูปแบบ Brand Collaboration ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;กินอยู่ปลอดภัย&amp;rdquo; เท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายแพทย์วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภาชีวะเกรซ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินโครงการ &amp;ldquo;กินอยู่ปลอดภัย&amp;rdquo; ระหว่างกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารและประชาชนได้ตระหนักถึงปัญหาการจัดการขยะและเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เช่น การไม่ใช้โฟม ถุง หรือกล่องบรรจุภัณฑ์พลาสติก แล้วหันมาเลือกใช้บรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดย บริษัทฯ จะเป็นผู้สนับสนุน ประสานงาน และดำเนินการด้านงบประมาณของโครงการ รวมถึงการออกแบบหรือการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ เฉพาะโครงการ &amp;ldquo;กินอยู่ปลอดภัย&amp;rdquo; ที่ไม่ใช่การโฆษณาสรรพคุณ คุณภาพ หรือคุณประโยชน์ของสินค้า ตลอดจน ดำเนินการสำรวจและติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการฯ เพื่อให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมนำข้อมูลที่ได้ไปใช้สำหรับการวางแผนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ และขยายผลการดำเนินงานสู่สาธารณชนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70036</URL_LINK>
                <HASHTAG>Food Delivery, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.), ขยะ, รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9a5db12808.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.ชวนร่วมงานวันสิ่งแวดล้อมไทย และ วัน ทสม. แห่งชาติ 4 ธันวา 2562</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (28 พ.ย.2562) ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) แถลงข่าวเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ ประจำปี 2562 วันที่ 4 ธันวาคม ณ ฮอลล์ 4&amp;nbsp; อิมแพ็คฟอรั่ม&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ซึ่งจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ดูแลโลก เพื่อให้โลก...ดูแลเราตลอดไป&amp;rdquo; ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมล่วงหน้า ได้ฟรี ที่ www.deqp.go.th พร้อมเชิญชวนนับถอยหลังและเตรียมความพร้อมเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ ที่นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เป็นต้นไป ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ล่าสุด มากกว่า 70 บริษัท ทั่วประเทศ พร้อมใจกันงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้ว (ความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน) หรือถุงก๊อบแก๊บกับลูกค้า&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การจัดกิจกรรมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ ประจำปี 2562&amp;nbsp; ในวันที่ 4 ธ.ค. นี้ จัดขึ้นที่ ฮอลล์ 4 อิมแพ็คฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ดูแลโลก เพื่อให้โลก...ดูแลเราตลอดไป&amp;rdquo; เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่9 พระผู้ทรงเป็นบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนรณรงค์ให้ประชาชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการทำความดีในเรื่องของจิตอาสา&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่10&amp;nbsp; อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง รวมทั้งเพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติบุคคล ชุมชน และองค์กรต้นแบบด้านการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรม ในปีนี้ มีทั้งการจัดแสดงนิทรรศการ &amp;ldquo;ดูแลโลก เพื่อให้โลก...ดูแลเราตลอดไป&amp;rdquo; ร่วมด้วยนิทรรศการและกิจกรรมของ ทสม. นิทรรศการจากภาคีเครือข่ายภาคเอกชน และจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจน&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติฯ อาทิ รางวัลถ้วยพระราชทานฯ โครงการชุมชนปลอดขยะ zero waste และ โรงเรียนปลอดขยะ zero waste school ปี 2562 ระดับประเทศ รางวัลชนะเลิศ สะอาดบุรี เมืองนี้ปลอดขยะ ปี 2562 ระดับประเทศ รางวัลชนะเลิศนวัตกรรมการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน 1 อปท. 1 นวัตกรรมจัดการขยะชุมชน ประจำปี 2562 รางวัล ทสม.และเครือข่าย ทสม. ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี 2562 รวมทั้ง การประกาศรับรองและมอบตราสัญลักษณ์อุทยานธรณีประเทศไทยให้กับอุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญ คือ การประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ มากกว่า 70 บริษัท งดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 รวมทั้งร่วมกันรณรงค์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเตรียมความพร้อม ซึ่งสืบเนื่องจากการประชุมปรึกษาหารือร่วมกับ 43 บริษัท เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา ภายใต้การนำของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ให้ความสำคัญและนำทีมรณรงค์อย่างเข้มข้น จริงจัง และต่อเนื่อง ทั้งในห้างสรรพสินค้า และตลาดสด มากกว่า 12&amp;nbsp; แห่ง ตลอดจนความร่วมมือในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารจากพี่น้องสื่อมวลชน ทำให้ประชาชนมีความตื่นตัว บางส่วนเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดใช้ถุงพลาสติกกันมากขึ้น โดยในวันงาน จะมีการนำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้วอีกด้วย จึงขอเชิญชวนผู้สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51327</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.), รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddf6a8343938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.เผย 10วัน เก็บขยะได้กว่า 3 ตัน พายเรือเพื่อเจ้าพระยา2 เก็บขยะจากปากน้ำโพ ถึง จ.สมุทรปาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กล่าวว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ร่วมคัดแยกขยะที่เก็บได้จากแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดโครงการ &amp;ldquo;พายเรือเพื่อเจ้าพระยาเก็บขยะจากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ ปี 2&amp;rdquo; 10 วัน 10 จังหวัด ซึ่งเป็นความร่วมมือกัน ระหว่าง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมด้วยจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในระยะทาง 353 กิโลเมตร จากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ เก็บขยะได้ทั้งสิ้น 3,215 กิโลกรัม โดยเป็นปริมาณขยะที่คัดแยกได้ในแต่ละวัน จำนวน&amp;nbsp; 2,053.7 กิโลกรัม รวมกับปริมาณขยะที่เก็บเพิ่มได้จากจุดคัดแยกถึงที่พักของทีมฝีพาย อีก 1,161.3 กิโลกรัม&amp;nbsp; จังหวัดที่พบขยะมากที่สุด คือ จ.ปทุมธานี จำนวน 561.9 กิโลกรัม ขณะที่ จ.อุทัยธานี พบขยะน้อยที่สุด จำนวน 61.5 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในจำนวนขยะ 2,053.7 กิโลกรัม จำแนกได้เป็น ขยะทั่วไป จำนวน 1,439.9 กิโลกรัม พบมากที่สุด คือ ถุงพลาสติก 338.2 กิโลกรัม รองลงมา คือ ที่นอนฟองน้ำ 223.5 กิโลกรัม และโฟม 155.1 กิโลกรัม ตามลำดับ ขณะที่ขยะอินทรีย์ จำนวน 195.2 กิโลกรัม จะพบซากพืช ในทุกจังหวัด รองลงมา คือ ซากสัตว์ พบใน 8 จังหวัด และเศษอาหาร พบใน 6 จังหวัด ขยะอันตราย จำนวน 76 กิโลกรัม พบมากที่สุด คือ ยาฆ่าแมลง&amp;nbsp; 35 กระป๋อง รองลงมา คือ ไฟแช็ค&amp;nbsp; 29 อัน และ หลอดไฟ&amp;nbsp; 20 หลอด&amp;nbsp; และ ขยะรีไซเคิล จำนวน 342.6 กิโลกรัม พบมากที่สุด คือ&amp;nbsp; ขวดเป๊บซี่แบบพลาสติกและกระป๋อง จำนวน 199 ขวด 4 กระป๋อง รองลงมา คือ ขวดคาราบาวแดง 180 ขวด ขวด M150 จำนวน 172 ขวด ขวดสปอนเซอร์ 126 ขวด และขวดโออิชิ 123 ขวด ทั้งนี้ ขวดพลาสติกที่เก็บได้ทั้งหมดได้นำถวายให้กับวัดจากแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อนำไปจัดทำจีวรรีไซเคิล ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo; โครงการพายเรือเพื่อเจ้าพระยาเก็บขยะจากปากน้ำโพถึงสมุทรปราการ ปี 2&amp;rdquo; เป็นความร่วมมือกัน ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ อีก 22 หน่วยงานภาครัฐ เอกชน วัด โรงเรียน ชุมชน ภาคประชาสังคม หน่วยงานในพื้นที่ 10 จังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. และกลุ่มนักพายเรือคายัค จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 10 ต.ค.2562 เริ่มต้นที่ปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ไปยัง จ.ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สิ้นสุดที่วัดจากแดง บางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; เพื่อรณรงค์ลดปริมาณขยะในแม่น้ำและสร้างความตระหนักให้คนไทยเลิกทิ้งขยะลงแม่น้ำอย่างยั่งยืน แก้ปัญหาขยะทะเลที่ต้นเหตุ ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนเตรียมการสำหรับพระราชพิธีเสด็จพยุหยาตราทางชลมารค โดยแต่ละวันจะมีเรือคายัคหลัก คายัคเสริม ตลอดเส้นทางประมาณ 20 ลำ และอาสาสมัครพายเรือของชุมชนแต่ละจังหวัดๆ ละ 30 ลำ ซึ่งขยะที่เก็บได้ในแต่ละพื้นที่ จะนำขึ้นบกให้ประชาชนร่วมเรียนรู้วิธีการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี และเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47974</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.), ขยะ., พายเรือเพื่อเจ้าพระยา2, รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา, สมุทรปาการ, เก็บขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191013/image_big_5da3394c8bf65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลดภาระการจัดการขยะให้วัด ทส.ชวนคนไทย “ทำบุญให้ได้บุญ ทำบุญลดขยะพลาสติก”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กล่าวว่า ปัจจุบันขยะพลาสติกซึ่งเป็นขยะที่ย่อยสลายยากใช้เวลาในการย่อยสลายกว่า ๔๕๐ ปี กำลังสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้นในทุกขณะ ซึ่งปัจจุบันพบว่า หนึ่งในสถานที่ที่กำลังประสบกับปัญหาขยะพลาสติกเป็นจำนวนมาก คือ วัด หรือศาสนสถานของพุทธศาสนิกชนชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการดำเนินโครงการส่งเสริมการพัฒนาการจัดการสิ่งแวดล้อมในวัดของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยกำหนดให้มีการประเมินการจัดการสิ่งแวดล้อมในวัดใน ๕ หมวดสำคัญ ได้แก่ ๑) ด้านความสะอาด ความเป็นระเบียบ ๒) ด้านพื้นทีสีเขียว ๓) ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ๔) ด้านการจัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมความรู้ด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม และ ๕) ด้านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พบว่า ปัจจุบันวัดหลายแห่งโดยเฉพาะวัดในเขตเมืองกำลังเผชิญกับปัญหาการจัดการขยะในวัด ที่มาจากกระแสสังคมในปัจจุบันที่นิยมความสะดวกสบายทำให้วิถีการทำบุญเปลี่ยนแปลงไป เช่น นิยมถวายอาหารสำเร็จรูปที่บรรจุในถุงพลาสติกและถุงพลาสติกหูหิ้ว การถวายเครื่องสังฆทานสำเร็จรูปที่ห่อหุ้มด้วยพลาสติก รวมไปจนถึงการใช้พวงหรีดดอกไม้สดที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้อีกนอกจากการนำไปกำจัดทำลาย นอกจากนี้ ในการจัดงานต่าง ๆ ในวัด ไม่ว่าจะเป็น งานบุญ งานบวช หรืองานศพ ต่างนิยมใช้ภาชนะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น แก้วพลาสติก ช้อน-ส้อมพลาสติก หลอดพลาสติก เพื่อความสะดวกสบายโดยไม่ต้องล้างทำความสะอาด เหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดขยะและขยะพลาสติกจำนวนมากที่เป็นภาระต่อพระสงฆ์และบุคลากรในวัดที่ต้องรับผิดชอบกำจัดทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่า ปัจจุบันมีวัดทั่วประเทศกว่า ๔๐,๐๐๐ วัด เป็นวัดในเขตกรุงเทพมหานครกว่า ๔๐๐ วัด หากแต่ละวัดมีปริมาณขยะในแต่ละวันเฉลี่ย ๕๐-๖๐ กิโลกรัม (ข้อมูลปริมาณขยะเฉลี่ยต่อวันของวัดจากแดง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ) เท่ากับว่าใน ๑ วันจะมีปริมาณขยะในวัดเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครสูงถึง ๒๐,๐๐๐-๒๔,๐๐๐ กิโลกรัมต่อวัน และหากมีการจัดงานหรือการจัดกิจกรรมในวัดปริมาณขยะในแต่วันก็จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว หรือประมาณ ๑๐๐ กิโลกรัมต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เห็นถึงความสำคัญของปัญหาขยะและขยะพลาสติกในวัดดังกล่าว จึงมีนโยบายมอบหมายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม รณรงค์เชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยการลดการใช้ถุงพลาสติกและถุงพลาสติกหู้หิ้วใส่อาหารถวายพระในการทำบุญใส่บาตรในชีวิตประจำวัน ตลอดจนในโอกาสเทศกาลทำบุญใหญ่เนื่องในวันออกพรรษาที่กำลังจะมาถึงนี้ ที่จะมีทั้งการตักบาตรเทโว ซึ่งเป็นการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และการทำบุญทอดกฐิน ซึ่งจะเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของวัดจำนวนมาก โดยขอให้คำนึงถึงการทำบุญที่ไม่สาร้างภาระทางสิ่งแวดล้อมให้กับวัด ช่วยลดปริมาณขยะและขยะพลาสติกในวัด เลือกใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่สามารถล้างทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น ปิ่นโต กล่องใส่อาหาร การเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง ใบบัว แทนการใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟม รวมถึงการใช้ถุงผ้า ตะกร้าใส่ของไปทำบุญ หรือใช้เป็นภาชนะสำหรับใส่จตุปัจจัย เครื่องไทยธรรม ไทยทาน ถวายพระสงฆ์ เป็นต้น เพื่อให้การทำบุญใส่บาตรของพุทธศาสนิกชนชาวไทยนับจากนี้ไป เป็นการทำบุญที่ได้บุญอย่างแท้จริง เป็นการทำบุญที่ไม่ก่อภาระทางสิ่งแวดล้อมให้กับวัด และลดภาระในการจัดการขยะและขยะพลาสติกให้กับพระสงฆ์และบุคลากรในวัด ทั้งยังเป็นการช่วยลดโอกาสการสร้างขยะพลาสติกที่อาจเล็ดลอดออกไปสู่สิ่งแวดล้อมจนก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบต่าง ๆ ตามมาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายรัชฏา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันวัดหลายแห่งในประเทศไทยเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในวัดมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการขยะที่หลายแห่งมีการคัดแยกขยะเพื่อนำขยะที่ยังมีประโยชน์กลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดเป็นจำนวนมาก เช่น ขยะเศษอาหารนำไปทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในการบำรุงต้นไม้ในวัด การคัดแยกขยะพลาสติก โดยเฉพาะขวดน้ำพลาสติกเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล การส่งเสริมให้ใช้หรีดทางเลือกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อ เป็นต้น ซึ่งจากการประเมินการจัดการสิ่งแวดล้อมในวัดล่าสุด ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ มีวัดที่ผ่านเกณฑ์การจัดการสิ่งแวดล้อมกว่า ๑๑๒ วัด โดยมีวัดที่อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมกว่า ๔๓ วัด อาทิ วัดศรีคำชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ วัดเทพมงคลทอง อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ วัดศรีประทุมวนาราม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เป็นต้น ซึ่งนอกจากการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว การควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมในวัด เช่น คุณภาพอากาศ คุณภาพเสียง คุณภาพน้ำ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการจัดการสิ่งแวดล้อมในวัดที่ต้องมีการจัดการให้มีคุณภาพที่ดีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46240</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.), จัดการขยะ, รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d84dcd089e09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 06:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.เผยรายชื่อ 45 ผลงานเด่น ลดใช้พลาสติก โฟม และ Single Use Plastic</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นประธานมอบรางวัลผลงานนวัตกรรมการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน &amp;ldquo;1 อปท. 1 นวัตกรรมจัดการขยะชุมชน&amp;rdquo; ประจำปี 2562 รอบคัดเลือก ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;ลดใช้พลาสติก โฟม และ Single Use Plastic&amp;rdquo; โดยมีผลงานผ่านรอบคัดเลือก ทั้งสิ้น 45 ผลงาน มาร่วมจัดแสดงและนำเสนอต่อคณะกรรมการ ณ บริเวณลานกิจกรรมโอโซน สแควร์ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ กทม. เพื่อเฟ้นหา 16 ผลงาน เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ สุดยอดนวัตกรรม เพื่อสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาขยะมูลฝอย เป็นปัญหาสำคัญระดับโลกที่ทุกประเทศให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการแก้ไข ซึ่ง ปัจจุบัน คนไทยสร้างขยะ 27.8 ล้านตันต่อปี นำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ 9.58 ล้านตัน (ร้อยละ 34) กำจัดได้อย่างถูกต้อง 10.88 ล้านตัน (ร้อยละ 39)&amp;nbsp; และส่วนที่เหลืออีกประมาณ 7.36 ล้านตัน (ร้อยละ 27) ยังกำจัดไม่ถูกต้อง กลายเป็น&amp;ldquo;ขยะสะสม&amp;rdquo; ซึ่งในจำนวนนี้ พบว่า เป็นขยะพลาสติกถึง 2 ล้านตัน และเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาขยะทะเล ดังนั้น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน และประชาชนได้มีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะหรือบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยาก ตลอดจนสามารถนำขยะหรือของเหลือใช้ไปดัดแปลงหรือสร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ก่อนนำไปกำจัด ด้วยการใช้หลัก 3Rs กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมนวัตกรรมการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน 1 อปท. 1 นวัตกรรมจัดการขยะชุมชน ขึ้น และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 13&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ในปี 2562 นี้ ได้จัดประกวดผลงานนวัตกรรมจัดการขยะชุมชน ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;ลดใช้พลาสติก โฟม และ Single Use Plastic&amp;rdquo; โดยแบ่งผลงานออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ 1.ประเภทกระบวนการจัดการ, วิธีการ, ขั้นตอน (Process)&amp;nbsp; 2. ประเภทผลิตภัณฑ์, สินค้า (product)&amp;nbsp; และ 3. ประเภทเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยี โดยนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจะต้องเพิ่มมูลค่าในเชิงบวก สามารถลดปริมาณพลาสติกและโฟมที่จะนำไปกำจัดให้น้อยลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ มีผู้สนใจ ส่งผลงานเข้าประกวด จำนวนทั้งสิ้น 113 ผลงาน โดยมีผลงานผ่านรอบคัดเลือก จำนวน 45 ผลงาน ได้รับเงินรางวัลสนับสนุน จำนวน 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ซึ่งเป็นผลงานที่มาจากกลุ่มสถาบันการศึกษา จำนวน 27 ผลงาน กลุ่มครอบครัว 9 ผลงาน และ กลุ่มหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชน อีก 9 ผลงาน โดยทั้งหมดได้นำมาจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้รับชม และนำเสนอต่อคณะกรรมการ ณ บริเวณลานกิจกรรมโอโซน สแควร์ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 16 ผลงาน เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในระดับประถมศึกษา&amp;nbsp; มัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา(ปวช.)&amp;nbsp; อุดมศึกษา/อาชีวศึกษา(ปวส.)&amp;nbsp; ครอบครัว/ชุมชน และ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชน ตลอดจน Popular Vote ชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45109</URL_LINK>
                <HASHTAG>Single Use Plastic, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา, ลดใช้พลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d719721e201e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.ขยายผลขับเคลื่อนเครือข่ายทสม. พัฒนา&quot;จิตอาสาพระราชทาน904วปร.&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ทส.นำทีมประชาชนและเครือข่าย ทสม. กว่า 1 พันคน ลงพื้นที่ &amp;quot;วัดช่องลม&amp;quot; เมืองสุพรรณ พัฒนาสิ่งแวดล้อมและโรงเรียน สนองพระราโชบายในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านงานจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด งานตามแนวพระราชดำริ ร.9 พร้อมประกาศขยายผลขับเคลื่อนเครือข่าย ทสม. ไปสู่การเป็น เป็น &amp;quot;เครือข่าย ทสม. จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.&amp;quot; เพื่อเดินหน้าตอบสนองพระราชปณิธานให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เผยมีสมาชิกเข้าร่วมแล้วมากกว่า 85,594 คน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;วันที่ 8 สิงหาคม 2562 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อม นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นำคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประชาชน จิตอาสา และอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จำนวนกว่า 1,000 คน ร่วมทำกิจกรรม &amp;quot;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมบริเวณวัดและโรงเรียน ณ วัดช่องลม ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;นายจตุพร กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ในการ&amp;ldquo;สืบสานรักษาและต่อยอด&amp;quot; งานตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับอาณาราษฎรของพระองค์เราทุกคนในที่นี่ จึงได้มารวมกันเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และร่วมสืบทอดพระราชปณิธานในการ&amp;ldquo;ปลูกต้นกล้าแห่งความดี&amp;rdquo; โดยแสดงพลังจิตอาสาร่วมกับหน่วยราชการต่าง ๆ ด้วยการทำกิจกรรมจิตอาสาสร้างความสุขให้ประชาชน และสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยแก่สังคมไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของประเภทกิจกรรมจิตอาสาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไว้&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;quot;การทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นงานที่ไม่ได้เห็นผลในเร็ววัน แต่เป็นเหมือนกับการความดีปิดทองหลังพระต้องที่ทำอย่างต่อเนื่องและทำด้วยความสมัครใจ ด้วยความเป็นจิตอาสา เพราะลำพังภาครัฐเอง ก็ไม่สามารถจัดการปัญหาได้พร้อมกันทั้งหมด ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนจิตอาสาและเครือข่ายอาสาสมัครต่าง ๆ ให้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตนเอง โดย ทส. มีนโยบายสนับสนุนการทำงานของประชาชนจิตอาสา เครือข่าย ทสม. เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งองค์กรเครือข่ายอื่น ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศให้เกิดสมดุลและความยั่งยืน และที่สำคัญ คือ การน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและทำให้มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน&amp;quot; นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทส. ได้จัดกิจกรรม &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; เพื่อสนองพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ด้านงานจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. มาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับเครือข่าย ทสม. และประชาชนจิตอาสาพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมกันพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชน นอกจากนี้ที่ผ่านมา กิจกรรม &amp;ldquo;เราทำความดี ด้วยหัวใจ&amp;quot; ของ ทส.​ ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประชาชนจิตอาสารณรงค์คัดแยกและเก็บขยะในงานสำคัญต่าง ๆ อาทิ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 งานอุ่นไอรัก งานกาชาด งานประเพณีเตียวดอย รวมถึงยังได้มีการจัดอบรมวิทยากรจิตอาสาสร้างวินัยและจิตสำนึกจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ให้กับเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ และเครือข่าย ทสม. จากทั่วประเทศไปแล้วกว่า 400 คน เพื่อเป็นแกนนำในการจัดทีมพัฒนาสิ่งแวดล้อมและบริหารจัดการขยะที่ต้นทางในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;สำหรับกิจกรรม &amp;ldquo;เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ&amp;rdquo; จิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมบริเวณวัดและโรงเรียน ที่จัดขึ้น ณ วัดช่องลม ตำบลไผ่กองดิน อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ ในการบำเพ็ญประโยชน์และทำกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น การกำจัดวัชพืชในแหล่งน้ำ การปรับภูมิทัศน์สวนสาธารณะให้สวยงาม การทาสีอาคารเอนกประสงค์ การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน เป็นต้น โดยมีเครือข่าย ทสม. ประชาชนจิตอาสา และหน่วยงานในพื้นที่ จากลุ่มน้ำภาคกลาง จำนวน ๑๒ จังหวัด (นครปฐม กาญจนบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง ชัยนาท สิงห์บุรี สมุทรปราการ นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร) เข้าร่วมกว่า 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;ทั้งนี้ ชุมชนวัดไผ่กองดิน เป็นชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) ที่ผ่านการคัดเลือกรอบที่ 1 ในชุมชนขนาดเล็ก ของโครงการชุมชนปลอดขยะเมื่อปี พ.ศ.2561 และเป็นชุมชนที่มีความโดดเด่นในการจัดการขยะมูลฝอยที่มีเส้นทางไปของขยะแต่ละประเภทอย่างชัดเจน ทุกครัวเรือนมีการคัดแยกขยะแต่ละประเภท และนำไปใช้ประโยชน์ต่อจนแทบไม่มีขยะหลงเหลือภายในครัวเรือน จนทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยของชุมชนลดลงกว่าร้อยละ 36 จากที่มีปริมาณขยะเฉลี่ย 12.5 ตันต่อวัน เหลือเพียง 7.9 ตันต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ทสม. มีสมาชิกในเครือข่ายทั่วประเทศมากกว่า 226,898 คน ซึ่งคอยทำหน้าที่ในการประสาน ประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติ และประเมินผล (หลัก ๔ ป.) รวมทั้งขับเคลื่อนกิจกรรมโดยผ่านกลไกการทำงานในรูปแบบคณะกรรมการเครือข่าย ทสม. ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนการทำงานสนองพระราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทส. จึงได้ขยายผลการพัฒนาเครือข่าย ทสม. ดังกล่าว ไปสู่การเป็น &amp;quot;เครือข่าย ทสม. จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.&amp;quot; โดยขณะนี้มีสมาชิกทั่วประเทศจำนวน 85,594 คน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กิจกรรมเราทำความดีด้วยหัวใจในครั้งนี้ นับได้ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลเครือข่าย ทสม. ไปสู่เครือข่าย ทสม. จิตอาสาพระราชทาน &amp;nbsp;904 วปร. ให้ครอบคลุมทั่วประเทศยิ่งขึ้น เพื่อแสดงถึงความเป็นจิตอาสาโดยแท้จริงของเหล่าสมาชิกเครือข่าย ทสม. ที่มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ และเป็นผู้เดินตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้เป็นพระบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพื่อสนองพระราโชบาย โครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานทั้งในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะมูลฝอย การพิทักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืนต่อไป&amp;quot; อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, นายจตุพร บุรุษพัฒน์, รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4be5ab476ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.คว้ารางวัลสุดยอด“PR”อาเซียน ผสานวัฒนธรรมเคลื่อนงานอนุรักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้รับการประกาศให้เป็นหน่วยงานที่ได้รับรางวัลสุดยอดการประชาสัมพันธ์ของรัฐในระดับอาเซียน &amp;ldquo;Best PR Government in ASEAN&amp;rdquo; สืบเนื่องจากสมาคมประชาสัมพันธ์ไทยได้พิจารณาคัดเลือก &amp;ldquo;โครงการสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ซึ่ง กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินการไปเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ส่งเข้าประกวดสุดยอดประชาสัมพันธ์ของอาเซียน (ASEAN PR Excellence Awards)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยรางวัลดังกล่าวเป็นของ สมาพันธ์ประชาสัมพันธ์แห่งอาเซียน (ASEAN Public Relations Network : APRN) ซึ่งมีสมาชิกประกอบด้วยองค์กรวิชาชีพ องค์กรวิชาการ และหน่วยงานภาคเอกชนด้านการประชาสัมพันธ์ในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่มีการพิจารณามอบรางวัลให้กับผลงานที่มีความโดดเด่นด้านต่าง ๆ ในการประชาสัมพันธ์ และมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการในการประชุม ASEAN International PR Conference ณ Hilton Kuching Hotel, ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับ &amp;ldquo;โครงการสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; เป็นโครงการประกวดบทประพันธ์หรือการสื่อสารตามรูปแบบของศิลปวัฒนธรรมไทย ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;ความเป็นไทยกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; เพื่อสร้างความตระหนักและจิตสำนึกการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและประชาชนควบคู่ไปกับการรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย โดยเปิดให้เยาวชนและประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเข้าประกวด ประกอบด้วย บทร้อยกรองหรือบทเพลง ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;พลังคนรุ่นใหม่ สวมหัวใจไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; และการประกวดคลิปวิดีโอรณรงค์ลดใช้พลาสติก ภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;รักษ์โลก เลิกพลาสติก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยโครงการนี้ได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยมทั้งนักเรียน นักศึกษา ประชาชน รวมถึงศิลปินมืออาชีพต่าง ๆ ที่ร่วมส่งผลงานเข้ามา โดยกรมฯได้ทยอยนำผลงานเหล่านี้เผยแพร่ทางสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้นำไปแชร์ส่งต่อ ๆ กันไปอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นเป็นอย่างดี ถึงการผนวกเอาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลและวัฒนธรรมความเป็นไทย มาร่วมขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทั่งได้รับความสนใจจากสมาคมประชาสัมพันธ์ไทย ในการพิจารณาคัดเลือกโครงการเพื่อส่งเข้าประกวด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การได้รับรางวัลครั้งนี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และถือเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของผู้เข้าร่วมโครการและผู้มีส่วนร่วมกับโครงการนี้ทุกคน สร้างชื่อเสียงให้กับหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทย สร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจในการทำโครงการดี ๆ ที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน ร่วมกันเปลี่ยนโลกใบนี้ให้เป็นโลกสีเขียวที่น่าอยู่ไปพร้อมกันต่อไป&amp;rdquo; อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38289</URL_LINK>
                <HASHTAG>Best PR Government in ASEAN, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.), รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา, รางวัลสุดยอด“PR”อาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cff795a641c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
