<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุกกราวรูด อาละวาดในรพ. ไม่รอลงอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยื่นฟ้องอีก 11 คนกลุ่มวัยรุ่นบุกอาละวาดใน รพ.วิภารามฯ ชกแพทย์หญิง ก่อนตามไปทำร้ายคู่อริใน รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ เผยกลุ่มแรก 7 คนที่สารภาพไปก่อนหน้านี้ ศาลสั่งจำคุกกราวรูด ตั้งแต่ 2 ปี 6 เดือน ถึง 7 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ห้องพิจารณาคดีที่ 18 ศาลพิจารณาคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ.1171/2563 ที่พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการเป็นโจทก์ฟ้องนางสาวบัญชลี หรือไอซ์ ฤทธิรงค์ ที่ 1 กับพวกรวม 10 คน เป็นจำเลยในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นฯ โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปฯ ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2563 จำเลยทั้งหมดร่วมกับพวกก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันภายในโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2563 โดยมีผู้ต้องหาจำนวน 17 คนบุกเข้าไปภายในโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ และห้องฉุกเฉิน ใช้ไม้เบสบอล ท่อนเหล็ก เก้าอี้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตีและขว้างปาคู่อริ จนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เก้าอี้ และทรัพย์สินอย่างอื่นได้รับความเสียหาย มูลค่า 39,803 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการได้ฟ้องผู้ต้องหา ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดต่อร่างกาย ทำให้เสียทรัพย์ บุกรุก ศาลได้พิพากษาจำเลยจำนวน 7 คน ที่รับสารภาพจากจำเลยจำนวน 17 คน โดยจำเลยที่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี 6 เดือน ถึง 7 ปี 6 เดือน เนื่องจากจำเลยบางคนเคยกระทำความผิดมาก่อน ศาลพิพากษาเพิ่มโทษ ซึ่งทุกคนศาลให้จำคุกโดยไม่รอลงอาญา และในวันนี้อัยการได้ฟ้องจำเลย 10 คนที่ให้การปฏิเสธต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ มีจำเลย 4 คนให้การรับสารภาพ ส่วนอีก 6 คนให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเข้าไปเพื่อห้ามเพื่อนที่ก่อเหตุ ศาลจึงจำหน่ายคดีที่จำเลยปฏิเสธ ให้อัยการโจทก์แยกฟ้องเข้ามาใหม่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดของคดีนี้ เมื่อหัวค่ำวันที่ 19 ก.ค.63 วัยรุ่นกลุ่มของนายแฮ็ก ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มเด็กมหาวงษ์ ได้มีปากเสียงชกต่อยกับกลุ่มของนายแจ๊ค หรือกลุ่มเด็กซอยโรงเหล็ก ต่อมานายแฮ็กได้ไปตามนายรัชต์พงษ์ วาสนา อายุ 22 ปี ผู้ตาย และพวกอีกประมาณ 8-9 คนให้มาช่วย เกิดการชุลมุน นายรัชต์พงษ์ถูกของมีคมไม่ทราบชนิดแทงเข้าที่บริเวณราวนมข้างขวา จำนวน 1 แผล พรรคพวกจึงพากันขี่รถจักรยานยนต์นำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ และเสียชีวิต ทำให้เพื่อนที่ติดตามมาหลายสิบคนเข้าไปอาละวาดในห้องฉุกเฉิน ชกแพทย์หญิงและเจ้าหน้าที่ รพ.ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็ได้ยกพวกไปที่โรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้าฯ ไล่ตีคู่อริ หลังทราบว่าคู่กรณีที่แทงเพื่อนตายรักษาตัวที่โรงพยาบาลดังกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81870</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชต์พงษ์ วาสนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96cbc12369a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับ11โจ๋เหิมบุกรพ. ไล่ชกหมอพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัยรุ่น 2 กลุ่มยกพวกตะลุมบอน ฝ่ายหนึ่งถูกแทงไปเสียชีวิตที่ รพ.เอกชน พรรคพวกเหิมหนัก ไล่ชกหมอหญิงกับพยาบาลหาช่วยเหลือช้า ก่อนที่จะตามไปล้างแค้นคู่อริที่ไปรักษาตัวอีก รพ. บุกทำร้าย ทำลายข้าวของภายในห้องฉุกเฉินก่อนหลบหนี ตำรวจตามลากคอได้ทั้งชายหญิง 11 คน อัยการเตรียมจัดเต็มบรรยายฟ้องให้ศาลลงโทษบทหนักที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นภายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล 2 แห่งพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยสถานที่แรกเป็นห้องฉุกเฉิน รพ.วิภารามชัยปราการ หลังกลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคนบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายแพทย์และพยาบาลภายในห้องฉุกเฉิน ขณะที่แพทย์และพยาบาลกำลังช่วยเหลือนายรัชต์พงษ์ วาสนา อายุ 23 ปี ซึ่งถูกของมีคมแทงเข้าบริเวณราวนมล่างและไหปลาร้าข้างขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระหว่างที่ทีมแพทย์กำลังจัดเตรียมเครื่องมือช่วยเหลือนายรัชต์พงษ์อยู่นั้น ปรากฏว่ากลุ่มเพื่อนของนายรัชต์พงษ์เกิดความไม่พอใจทีมแพทย์ที่ช่วยเหลือเพื่อนล่าช้า จึงยกพวกบุกเข้าไปทำร้ายร่างกายแพทย์หญิงและเจ้าหน้าที่พยาบาลภายในห้องฉุกเฉิน ทำให้แพทย์หญิงคนหนึ่งถูกชกจนบาดเจ็บ ต้องวิ่งหนีออกจากห้องฉุกเฉิน ขณะที่ทีมแพทย์และพยาบาลที่เหลือพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิตนายรัชต์พงษ์ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ จากนั้นตำรวจจึงเข้าระงับเหตุ ทำให้ฝ่ายผู้ก่อเหตุพากันแยกย้ายหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นที่ รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ โดยกล้องวงจรปิดหน้า รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ จับภาพเอาไว้ได้อย่างชัดเจน มีกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคนขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าห้องฉุกเฉิน ก่อนกรูเข้าไปภายในท่ามกลางสายตาของผู้มาใช้บริการ ขณะที่ภาพวงจรปิดภายในห้องฉุกเฉินของทางโรงพยาบาลจับภาพนาทีชีวิตทั้งแพทย์และพยาบาลต้องหาที่กำบัง ขณะที่ทีมแพทย์กำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ 2 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพยาบาลที่อยู่ในห้องฉุกเฉิน รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. มีผู้บาดเจ็บถูกแทงมาเข้ารับการรักษา และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมา 2 นาย ซึ่งขณะนั้นวุ่นวายพอสมควร เพราะมีเพื่อนๆ ของผู้บาดเจ็บมาด้วยหลายคน หลังแพทย์ให้การรักษาผู้บาดเจ็บเสร็จประมาณ 20.00 น. พรรคพวกฝ่ายคู่กรณีก็ขี่รถจักรยานยนต์ตามมากว่า 20 คัน ก่อนจะกรูกันเข้าไปใน รพ. โดยมีอาวุธทั้งไม้เบสบอล เก้าอี้ และไม้ม็อบถูพื้น ไล่ทำร้ายเพื่อนของผู้บาดเจ็บ ซึ่งพากันหนีเข้ามาในห้องฉุกเฉิน กลุ่มผู้ก่อเหตุจึงติดตามเข้าไปไล่ทำร้าย ทั้งตีและขว้างปาข้าวของ เจ้าหน้าที่ในห้องเกรงว่าจะมีการตามขึ้นไปทำร้ายผู้บาดเจ็บที่ขึ้นไปพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้นบน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ปิดลิฟต์ขึ้นลงอาคาร เหตุเกิดนานเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะพากันหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.รังษี ธีระศิลป์ ผู้ช่วย ผอ.รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่มทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกัน วัยรุ่นกลุ่มแรกมีผู้บาดเจ็บถูกแทงอาการสาหัส เข้ารับรักษาตัวที่ รพ.วิภารามชัยปราการ ส่วนกลุ่มที่ 2 เข้ารับรักษาตัวที่ รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ ซึ่งห่างกันเพียง 500 เมตร การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ ทุกคนมีอาการหวาดกลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานใน รพ.วิภารามชัยปราการ และ รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย เบื้องต้นพบว่ามีการทำร้ายบุคลากรใน รพ.วิภารามชัยปราการ โดยมีแพทย์ได้รับบาดเจ็บ 1 คน เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ 1 คน และพนักงานขับรถ 1 คน ส่วน รพ.เมืองปู่เจ้าสมิงพรายเป็นเรื่องของทรัพย์สินเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สุเมธ สาลี สว.สส.สภ.สำโรงใต้ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำที่บริเวณบ้านเลขที่ 111/1 หมู่ 10 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ กลุ่มของนายแฮ็ก (กลุ่มเด็กมหาวงษ์) ได้มีปากเสียงชกต่อยกับนายแจ๊ค (กลุ่มเด็กซอยโรงเหล็ก) นายแฮ็กจึงไปตามนายรัชต์พงษ์ หรือคิว วาสนา อายุ 22 ปี ผู้ตาย และพวกอีกประมาณ 8-9 คนให้มาช่วย และเกิดการชุลมุนกันอยู่พักใหญ่ นายรัชต์พงษ์ถูกของมีคมแทงเข้าที่บริเวณราวนมข้างขวา จำนวน 1 แผล แต่เลือดไม่ออก โดยนายรัชต์พงษ์หมดสติ ถูกนำส่ง รพ.วิภารามชัยปราการ และเสียชีวิต โดยพรรคพวกของผู้ตายติดตามมาจำนวนหลายสิบคน และทราบว่าคนทำร้ายคือนายธนพล หรือแจ๊ค ทองชัยยะ อายุ 21 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณศีรษะ ปาก และแขนซ้าย และเข้ารักษาตัวที่ รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ จึงได้ยกพวกไปก่อเหตุที่ รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ อีกจนมีผู้บาดเจ็บ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า เวลา 12.30 น. วันที่ 20 กรกฎาคมนี้ พ.ต.ท.สุเมธ สาลี สารวัตรสืบสวน สภ.สำโรงใต้ นำกำลังไปจับกุมผู้ต้องหาที่บ้านพักภายในซอยวัดมหาวงษ์ ต.สำโรง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 11 คน ทั้งชายหญิง โดย 3 ใน 11 เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ปรากฏในคลิปวงจรปิดภายในห้องฉุกเฉินทั้ง 2 โรงพยาบาล ประกอบด้วย นายภาณุวัฒน์ หรือกั๊ก สุขแย้ม ผู้ต้องหาที่ชกต่อยแพทย์หญิงและบุรุษพยาบาล, นายนิพล หรือมิน วันชม อายุ 23 ปี ก่อเหตุชกต่อยแพทย์หญิง, นายกานต์ หรือออม แสงชัย อายุ 21 ปี ก่อเหตุชกต่อยเจ้าหน้าที่ รพ. ภายในห้องฉุกเฉินของ รพ.วิภารามชัยปราการ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือเป็นผู้ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ โดยตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีทั้งหมดในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันชุลมุนต่อสู้กัน เป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ร่วมกันบุกรุกสถานพยาบาลในยามวิกาล, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน รพ.เมืองสมุทรปู่เจ้าฯ ได้มอบหมายให้นายศิริเดช มีศิริ ผู้จัดการทั่วไป ไปแจ้งความที่ สภ.สำโรงใต้ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ส่วนทรัพย์สินที่เสียหายอยู่ระหว่างตรวจสอบราคาค่าซ่อมแซมอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีทำร้ายในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลขอให้ลงโทษสถานหนักและไม่รอลงอาญามาหลายสำนวนแล้ว เพราะโรงพยาบาลควรเป็นสถานที่ซึ่งปลอดภัยที่สุด คราวนี้กลับกระทำต่อบุคลากรทางการแพทย์ ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ใครคิดกระทำอีกขอให้เลิก ที่ผ่านมามีคดีวัยรุ่นเมาในสถานบันเทิง ชอบใช้กำลังโดยเฉพาะในโรงพยาบาล พวกนี้อยากกร่างก็ให้สุด แต่ให้ไปหยุดที่เรือนจำ อัยการฟ้องหนักแน่ เตรียมก้มหน้ารับกรรมที่ก่อไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โรงพยาบาลต้องเป็นสถานที่กู้ชีพฉุกเฉิน ช่วยเหลือผู้ป่วย และปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย พฤติกรรมใหญ่โต ทำทรัพย์สินของราชการเสียหาย ตีทำร้ายในโรงพยาบาล เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจที่สุด ที่ผู้ปกครอง พ่อแม่ของวัยรุ่นทั้งหลาย ควรกำชับและดูแลลูก ถ้าคุณไม่อยากเดือดร้อนเพราะลูกที่เกเรของคุณเอง โรงพยาบาลมีกล้องวงจรปิด จากนี้ไปกล้องและพยานบุคคลต่างๆ จะเป็นหลักฐานเอาผิดกับวัยรุ่นที่กร่างให้สุด จะได้ไปอยู่ที่เรือนจำ เหมือนวัยรุ่นที่ก่อเหตุที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ อัยการจะพิจารณาบรรยายฟ้องถึงพฤติกรรมที่ท้าทายกฎหมาย ใหญ่โต ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก หรือฟ้องขอให้เพิ่มโทษหากมีประวัติเก่ามาแล้ว&amp;quot; นายโกศลวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า ขอให้ผู้ดูแลกฎหมายดำเนินการตามกฎหมาย และสร้างขวัญกำลังใจของบุคลากรการแพทย์ด้วย เพราะตอนนี้ต่างขวัญเสียมาก ครั้งนี้เป็นเรื่องน่าตกใจที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลเอกชนด้วย ดังนั้นอาจจะต้องมีการพูดคุยกันต่อไปว่าจะต้องมีมาตรการควบคุมเรื่องความปลอดภัยในโรงพยาบาลเอกชนด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเกิดในโรงพยาบาลเอกชน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72033</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์, นพ.รังษี ธีระศิลป์, พ.ต.ท.สุเมธ สาลี, พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ, รัชต์พงษ์ วาสนา, ศิริเดช มีศิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f159118523ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
