<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้าทุบรถ&#039;เจอคุก ปรานีรอลงอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสั่งจำคุก &amp;quot;ป้าทุบรถ&amp;quot; 2 เดือน ปรับ 1.2 หมื่น แต่รอลงอาญา ชี้จำเลยกระทำผิดเพราะความเครียดและโกรธสะสมเป็นเวลานาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 3917/2561 ระหว่างพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ โจทก์ กับนางมณีรัตน์ แสงภัทรโชติ ที่ 1 และ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ ที่ 2 จำเลย ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จากกรณีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 น.ส.รัชนิกร เลิศวาสนา ได้ขับรถยนต์กระบะมาจอดรถขวางหน้าบ้านของนางมณีรัตน์และนางรัตนฉัตร จนจำเลยทั้ง 2 ไม่สามารถขับรถออกจากบ้านได้ จึงบันดาลโทสะใช้ขวานและเสียมทุบรถของ น.ส.รัชนิกรได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้จำเลยทั้งสองเดินทางมาศาลพร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ชัยเปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า คดีนี้ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 83 จำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 18,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับคนละ 12,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับที่ศาลได้ลงโทษสถานเบานั้น เนื่องจากได้พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดเพราะความเครียดและความโกรธสะสมมาเป็นเวลานาน ความผิดที่กระทำไม่ร้ายแรงนัก จำเลยทั้งสองได้บรรเทาผลร้ายจากการกระทำความผิดโดยนำเงินมาวางศาล 50,000 บาท เพื่อชำระแก่ผู้เสียหายตามที่เสียหายจริง เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยรับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้เดิมศาลมีคำสั่งห้ามให้ข้อมูลการพิจารณาจนกว่าจะมีคำพิพากษา ตอนนี้เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาแล้วก็ขอเปิดเผยว่า เดิมเราสู้ว่า น.ส.รัชนิกรไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากรถเป็นของพี่สาว ซึ่งศาลก็ได้ยกไป ส่วนเรื่องทุบรถเราก็ยอมรับจริงๆ ว่าเราทุบ โดยค่าเสียหายซ่อมรถเป็นเงิน 3.7 หมื่นบาท เราก็เยียวยาไป 5 หมื่นบาท ประกอบกับเรามีหลักฐานต่างๆ ที่แสดงว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่มีผู้กระทำลักษณะจอดรถขวางหน้าบ้านจำเลยมานาน จนเป็นเหตุให้จำเลยมีความเครียดสะสมจึงได้กระทำลงไป เมื่อเยียวยาค่าเสียหายไป ศาลจึงเมตตาลดโทษ เหลือ 2 เดือน และรอลงอาญา ซึ่งตนขอขอบคุณประชาชนทั้งประเทศที่เอาใจช่วยคุณป้าทั้งสอง พร้อมขอขอบคุณผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระโขนงที่ให้ความเป็นธรรมเมตตาคุณป้าทั้งสอง ส่วนคดีนี้จะอุทธรณ์หรือไม่ ขอปรึกษาลูกความก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37243</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชนิกร เลิศวาสนา, รัตนฉัตร แสงหยกตระการ, ศาลจังหวัดพระโขนง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefd8928b320.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
