<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิกมโน ! ปลูก-ใช้กัญชาพร่ำเพรื่อ หมอปิยะสกล ตอบชัดการคลายล็อก มีแต่รัฐหรือเอกชนที่ได้รับอนุญาตขอเวลาวิจัย5ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;พ.ย.61-&amp;nbsp;ศ.คลินิก เกียรติคุณ&amp;nbsp;นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีการปลดล็อคกัญชาว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ที่จะออกมา โดยเปลี่ยนฐานะกัญชาจากยาเสพติดประเภทที่&amp;nbsp;5 มาเป็นประเภท&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องเรียกว่าเป็นการคลายล็อกกัญชาเพื่อให้วิจัยและผลิตเป็นยารักษาโรคได้ เพราะกัญชายังอยู่ในยาเสพติดประเภทที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เนื่องจากไทยได้ลงนามความร่วมมือกับหลายๆประเทศทั่วโลก อย่างอาเซียนก็ยังอยู่ในพันธะ กัญชาเป็นยาเสพติด ดังนั้นการอนุญาตปลดล็อคเพื่อให้อิสระเลยยังทำไม่ได้ กฎหมายจะอนุญาตให้ทำเฉพาะใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ของคนไทยโดยคนไทย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้เสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ขอเวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ในการวิจัยพัฒนากัญชาทางการแพทย์โดยต้องกระทำโดยหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนที่ร่วมกับหน่วยงานของรัฐเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวเราจะสามารถพัฒนาสายพันธุ์ สารสกัดออกมาเป็นยาได้ และหากต่างชาติจะเข้ามา เราก็จะสามารถผลิตได้ในคุณภาพที่เท่ากัน และมีราคาที่ถูกกว่า&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อผู้ป่วย และเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีปัญหาสิทธิบัตรกัญชา นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ขอไปคุยกันในรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ตนคิดว่ากระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่กำลังพัฒนาเรื่องนี้กำลังคุยกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามกรณีมีการเรียกร้องให้ องค์การเภสัชกรรม(อภ.)ฟ้องร้องกรมทรัพย์สินทางปัญญา &amp;nbsp;นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ถ้าเราไปฟ้องร้องกันเองก่อน คงไม่ใช่ทางออก คงต้องไปคุยกันเพื่อให้เกิดความร่วมมือเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่คนไทยโดยแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า การกำหนดระยะเวลา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีให้พัฒนาและผลิต แสดงว่าต่างชาติไม่สามารถนำเข้าได้เลยหรือไม่ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า&amp;nbsp;อันนี้คนละเรื่อกัน เพราะหากต่างชาติพัฒนาและผลิตจนเสร็จและมาขอขึ้นทะเบียนในไทย เป็นเรื่องสิทธิบัตรต้องไปคุยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่จะนำมาใช้เป็นยาก็ต้องมาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ของไทยอีก ก็ต้องไปดูในรายละเอียดว่าขึ้นอย่างไรและจะใช้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีนักวิจัยต่างๆ หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยรังสิตจะพัฒนาต่อได้หรือไม่ ในเมื่อขณะนี้ไม่ชัดเจนเรื่องสิทธิบัตร นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า หากจะวิจัยไม่มีข้อห้าม สามารถวิจัยไปได้เพียงแต่จะมาใช้ในคน ก็ต้องรอร่าง พ.ร.บ.นี้ก่อน เมื่อออกมาก็จะใช้ได้ ส่วนมหาวิทยาลัยรังสิต ถือเป็นเอกชนก็มาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐก็สามารถดำเนินการได้ อีกทั้ง ผลงานวิจัยก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับประเทศต่างๆ เราปรับได้ อย่างสูตรต่างๆ ก็ปรับได้ แต่ต้องก่อให้เกิดประโยชน์ในการรักษาโรค&amp;nbsp;ตนคิดว่ามีการเปิดกว้างพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการประชุม ครม.ที่ผ่านมามีการหารือกับ นายสนธิรัตน์&amp;nbsp;สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ รมว.&amp;nbsp;สธ. กล่าวว่า รมว. กระทรวงพาณิชย์ ท่านก็มองเห็นประโยชน์ทางการแพทย์ของกัญชาที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ดังนั้น ต้องไปคุยกันต้องมีทางออกแน่ๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22033</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, คลายล็อกกัญชา, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, ปลดล็อกกัญชาจากประเภท 5เป็นประเภท2, รัฐกับเอกชนวิจัย-ปลูกกัญชาได้เท่านั้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8df8e89140d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
