<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุพัฒนพงษ์ยัน2ปีไม่ขึ้นนภาษี คลังตรึงแวต7%สยบถังแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สุพัฒนพงษ์&amp;quot; การันตี 2 ปีไม่ขึ้นภาษีแน่ สยบข่าวรัฐถังแตก แจง ครม.แค่ถกประเมินความเสี่ยงทางการคลัง คลังเตรียมชงตรึงเก็บแวตที่ 7% ต่ออีกปี เหตุเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ประชาชนยังระทมผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 มี.ค. ได้มีการหารือถึงการจัดเก็บภาษีของประเทศไม่เข้าเป้า โดยสั่งให้กระทรวงการคลังศึกษาการปรับขึ้นภาษี รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มจากปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ที่ร้อยละ 7 ว่าไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บอกว่ารัฐบาลจะถังแตก เพียงแต่ในที่ประชุม ครม. มีการรายงานเรื่องความเสี่ยงทางการคลังที่เป็นการรายงานประจำปี ที่ต้องรายงานตามวาระเพื่อทราบ ไม่มีสาระสำคัญใดๆ ที่ต้องน่าห่วง ข้อสังเกตของความเสี่ยงถือเป็นเรื่องปกติ โดยมีการพูดถึงการใช้เงินในช่วงวิกฤติโควิด-19 และเรื่องการจัดเก็บภาษีในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่รายได้น้อยลงไป เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั้งหมดนี้คือการรายงานความเสี่ยงในที่ประชุม ครม. แต่บทสรุปของการรายงานความเสี่ยง ได้มีการประเมินความเสี่ยงออกมาเป็นตัวเลขคือ 2.47 ถือเป็นระดับความเสี่ยงที่ไม่สูงมาก และเชื่อว่าอีก 2 ปี วิกฤติทางด้านการเงินการคลังหรือความเสี่ยงจะไม่มีเกิดขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่เข้าใจข่าวที่ออกมามันทำให้เกิดความกังวลว่าดูเหมือนจะไปขึ้นภาษีบ้าง ถังแตกบ้าง ซึ่งไม่มีสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น&amp;quot; นายสุพัฒนพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สรุปแล้วการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจะไม่เกิดขึ้นในช่วงนี้ใช่หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ยืนยันว่า ภายในสองปีนี้จะไม่ขึ้น เพราะรายงานดังกล่าวประเมินไว้แค่ในระยะสองปีข้างหน้า และในการประชุม ครม.ไม่มีคุยเรื่องนี้ และไม่มีข้อเสนอแนะใดๆ เพียงแต่ ครม.มีข้อสังเกตและเป็นห่วงจำนวนประชาชนที่อยู่ในระบบภาษีของเรา ยังมีจำนวนน้อย จึงขอให้กระทรวงการคลังไปทำการศึกษาโครงสร้างภาษี เพื่อดึงดูดให้คนเข้าใจ เพื่อเข้ามาในระบบว่าเป็นประโยชน์อย่างไร จะได้ช่วยกันช่วยเหลือประเทศ และเงินเหล่านั้นได้กลับมาถึงมือประชาชนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม. ไม่มีใครพูดถึงการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สถานการณ์ทางด้านภาษีน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายวิษณุย้อนถามกลับว่า &amp;quot;อยากให้ขึ้นอย่างนั้นหรือ เขาก็ต้องดูจังหวะเวลา เพราะจากเดิมประกาศให้จัดเก็บภาษีที่ 10% แต่ลดลงมาเหลือ 7% และพอคิดจะขึ้นในครั้งใดก็มักจะเจอปัญหา เช่นครั้งนี้เจอกับโควิด-19 และสภาพเศรษฐกิจฟองสบู่แตกบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังยืนยันจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากปัจจุบันที่จัดเก็บในอัตรา 7% โดยหลังจากครบกำหนดการลดอัตราการจัดเก็บภาษีแวตไว้ที่ 7% จากเดิมที่ 10% ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ คลังจะเสนอที่ประชุม ครม.ขยายเวลาการลดอัตราการจัดเก็บต่อไปอีก 1 ปี เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2564-2565 ยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว และประชาชนยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อเสนอใน ครม.ให้คลังขึ้นภาษีแวต ยังไม่เห็น ไม่มี เรื่องนี้ไม่ทราบ ส่วนปี 2564-2565 จะมีการขึ้นภาษีตัวใหม่หรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ จะต้องขอรอดูผลการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างภาษีของกระทรวงการคลังก่อน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี โดยเรื่องนี้ได้ให้นโยบายตั้งแต่ผมเข้ามารับตำแหน่งแล้ว&amp;rdquo; นายอาคมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการศึกษาแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษี จะต้องพิจารณาเรื่องการจัดเก็บรายได้ให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมใหม่ รวมทั้งโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลให้ง่ายขึ้น สามารถแข่งขันได้ ซึ่งอัตราภาษีปัจจุบันก็ถือว่าอยู่ในระดับต่ำแล้ว และเป็นแนวโน้มเดียวกันกับประเทศคู่แข่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังกล่าวด้วยว่า การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2564 จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่นั้น จะต้องติดตามในเดือน มิ.ย.นี้ หลังจากที่มีการขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2563 ที่ขยายออกไปจากเดือน มี.ค. จึงจะตอบได้ว่ารายได้ปีนี้จะหลุดเป้าหมายหรือไม่ แต่ว่าการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่ภาษีเพียงอย่างเดียว มีทั้งเงินนำส่งของรัฐวิสาหกิจ การกู้เงิน ซึ่งมีหลายทางที่จะนำมาปิดงบประมาณได้ ทำให้การใช้งบประมาณเป็นไปตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายอาคมได้ปาฐกถาพิเศษ &amp;ldquo;มาตรการรัฐ : ขับเคลื่อนอสังหาฯ ฟื้นเศรษฐกิจไทย&amp;rdquo; ว่ารัฐบาลยังยืดเป้าหมายตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2564 จะขยายตัวได้ที่ระดับ 4% แม้ว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และที่ประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียนจะประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตได้ที่ 2.5-3.5% ก็ตาม ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคธุรกิจต้องไปด้วยกัน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีขึ้น แม้จะเป็นการฟื้นตัวแบบช้าๆ ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากการฟื้นตัวอย่างช้าๆ แล้ว เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตได้อย่างเต็มสปีดในปี 2566-2567 ผ่านปัจจัยสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ การลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะด้านคมนาคม ด้านพลังงาน ด้านน้ำ และด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันให้ภาคเอกชนเดินหน้าลงทุน รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วย ตลอดจนปัจจัยเรื่องการท่องเที่ยวและบริการ ผ่านมาตรการสำคัญคือการผ่อนคลายและเริ่มเปิดประเทศ เปิดการท่องเที่ยว เริ่มที่ภูเก็ต สมุย พัทยา และเชียงใหม่ ตั้งแต่เดือน ก.ค.2564 ก่อนที่จะมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือน ม.ค.2565 ภายใต้กติกาสากลที่ทั่วโลกกำหนด ที่แม้จะไม่มีการกักตัว แต่จะต้องมีการฉีดวัคซีนและมีเอกสารรับรอง ซึ่งจะเป็นเครื่องการันตีความปลอดภัย เหล่านี้จะเป็นแสงสว่างให้เศรษฐกิจไทยในปี 2564-2565&amp;quot; รมว.การคลังกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97952</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเสี่ยงทางการคลัง, รัฐถังแตก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เศรษฐกิจไทย, ไม่ขึ้นภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60647c267f97e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039; ดีดปากส.ส.ก้าวไกล ต้มคนแก่รัฐถังแตก จี้ &#039;พิธา&#039; อบรมลูกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 - นางสาวทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัครส.ส. กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวหารัฐบาลถังแตกบริหารงานล้มเหลว ไม่สามารถจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการได้ตามกำหนดวันที่ 10 ขอทุกเดือนว่า นายณัฐชาไม่ควรสร้างประเด็นให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทั้งผู้สูงอายุ และผู้พิการเกิดความเข้าใจผิดและสร้างความตื่นตระหนกว่ารัฐถังแตก ไม่มีงบประมาณจัดสรรให้ ทั้งที่สถานะรัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ แต่ติดปัญหาขั้นตอนของการพิจารณาตรวจสอบงบประมาณไป-กลับระหว่างกรมบัญชีกลาง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น &amp;quot;ให้ตรงและเพียงพอต่อการจ่ายทุกคนที่มีสิทธิ์&amp;quot; หรือเรียกว่าให้บัญชีตรงกันกับจำนวนงบประมาณที่จะจ่ายไปยังประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวทิพานัน กล่าวว่า ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางและกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นยืนยันว่าเมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จะเร่งจ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุ และผู้พิการทันที ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าคนละส่วนกับสถานะงบของรัฐบาล ฉะนั้น โฆษกพรรคก้าวไกลไม่ควรฉกฉวยเอาประเด็นนี้มาดิสเครดิตรัฐบาล ควรอ่านข้อมูลให้แตกฉาน ก่อนสร้างวาทกรรมรัฐถังแตก โดยมองข้ามข้อเท็จจริงและทำให้ประชาชนสับสน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ต้องควบคุมมาตรฐานการสื่อสารต่อสาธารณะของโฆษกพรรค ไม่ให้ผลิตข้อมูลที่เข้าข่ายเฟคนิวส์ สร้างความเข้าใจผิดบิดเบือนเช่นนี้ ประชาชนจะรู้สึกว่าบุคลากรของพรรคก้าวไกลจงใจปลุกปั่นบิดเบือนข้อมูลเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล โดยเพิกเฉย ไม่สนใจว่าจะก่อให้เกิดผลเสียต่อประชาชน&amp;quot; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวด้วยว่า ตนมีความห่วงใยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยต้องเข้าใจว่าสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่ควรสร้างบรรยากาศผ่านการสื่อสารให้เกินความเป็นจริง เพราะการให้ข่าวสารที่ไม่ถูกต้องจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างยิ่ง ผู้แทนราษฎรไม่ควรกระทำแม้ว่าจะเป็นฝ่ายค้านก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77217</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, คนพิการ, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ทิพานัน ศิริชนะ, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, รัฐถังแตก, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5c72df3d74e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกล ตีปี๊บแจ้งข่าว รัฐถังแตกแล้ว ผลกรรมตกอยู่ที่พี่น้องประชาชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 - นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่านายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการเลื่อนการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ออกไปก่อนในรอบเดือนกันยายน 63 นี้ ซึ่งปกติจะจ่ายทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน แต่ในเดือนกันยายนนี้จะทำการจ่ายในวันที่ 22 กันยายนนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฐชาระบุว่าตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ตนเห็นว่า นี่คือความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐที่รุนแรงที่สุดประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหมายความว่าประชากรส่วนใหญ่ในประเทศ แต่รัฐบาลกลับดูแลไม่ได้ ถังแตกละเอียด ผลกรรมตกอยู่ที่พี่น้องประชาชน รัฐบาลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยสำรวจหรือไม่ว่าคนชราที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นเท่าไร คนชราที่อาศัยอยู่คนเดียวมีจำนวนเท่าไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรัฐไม่สามารถจ่ายเงินจำนวนที่เป็นรายได้เดียวของพวกเขาได้ตรงเวลาจะเกิดอะไรขึ้น 1วันสำหรับคนจนมันนานนะครับ 12วันที่ต้องอดข้าว 12วันที่ต้องรอมันนาน อย่าเอาความทุกข์ของพี่น้องประชาชนมาเป็นตัวประกันต่อความห่วยแตกของรัฐบาล ผมขอยืนยันกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่าหากครบกำหนดที่รัฐบาล กระทรวงมหาดไทยกำหนดว่าจะจ่ายเบี้ยคนชราให้แล้วยังไม่มีความคืบหน้าผมจะเดินทางไปถามยังกรมบัญชีกลางด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77203</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ก้าวไกล, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, รัฐถังแตก, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e54c3381bdbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
