<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านจ้องประเด็น&#039;ส.ส.ร.&#039;เป็นหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม กล่าวถึงการประชุม กมธ.ฯนัดแรก เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ว่า กรอบการทำงานของ กมธ.ฯจะหารือกันในวันที่ 27 พ.ย. ซึ่งที่ประชุมขอให้สมาชิกรัฐสภาแปรญัตติเพื่อแก้ไขเนื้อหาให้ทันตามกำหนด 15 วัน โดยแต่ละพรรคได้แจ้ง ส.ส.ของตนเองแล้ว ส่วนระยะเวลาการทำงานของคณะ กมธ.ฯที่ฝ่ายค้านต้องการระยะเวลาสั้นกว่า 45 วันนั้นได้หารือกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะ กมธ.ฯ โดยได้รับแจ้งว่ากรอบเวลาของ กมธ.ฯ ขอให้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะมีความเห็นอย่างไร ทั้งนี้ การประชุมของ กมธ.ฯจะมีขึ้นสัปดาห์ละหนึ่งวัน คือวันศุกร์ตลอดทั้งวัน และหากจะเร่งการทำงานก็ต้องมีการเพิ่มวันประชุมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิดกล่าวอีกว่า ประเด็นแรกที่จะพูดคุยกัน คือ เนื้อหาแต่ละมาตราว่าจะดำเนินการพิจารณาอย่างไร แต่คิดว่าขณะนี้ยังไม่จำเป็นที่จะตั้งคณะอนุ กมธ.ฯ อย่างไรก็ตามได้มีการพูดคุยกันว่ากำหนดการยกร่างรัฐธรรมนูญของสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นอยากให้ฟังเสียงของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ในส่วนนี้ กมธ.ฯสัดส่วนของฝ่ายค้านจะเสนอแก้ไขจำนวนสมาชิก ส.ส.ร.ที่หลายฝ่ายยืนยันว่าจะต้องมาจากการเลือกตั้ง 200 คน ซึ่งต้องพูดคุยในคณะ กมธ.ฯว่า ส.ส.ร.ที่มาจากการสรรหาหรือแต่งตั้งจำนวน 50 คนตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลจะปรับแก้ไขอย่างไร ซึ่งคณะ กมธ.ฯ แต่ละกลุ่มยังพูดคุยกันในวงกว้างๆอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านอยากให้แก้ไขในประเด็นใดมากที่สุด นายสมคิด กล่าวว่า เป็นเรื่องที่มาของคุณสมบัติของสมาชิก ส.ส.ร. เพราะฝ่ายค้านยืนยันว่าอยากให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง 200 คน นอกจากนี้จะมี ส.ส.เสนอให้นำเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์เข้ามาพิจารณาด้วย เพราะไอลอว์เสนอให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งเช่นกัน โดยเป็นลักษณะการกำหนดให้ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง จึงคิดว่าอาจเสนอให้ปรับใช้โดยกำหนดให้สมาชิก ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งเขตจังหวัด 100 คน และระบบประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง 100 คน ซึ่งสามารถเสนอเข้ามาได้ เพราะยังสอดคล้องกับหลักการที่รัฐสภาได้มีมติรับหลักการเอาไว้ นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังประสานไปยังไอลอว์เพื่อขอให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาของ กมธ.ฯ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84957</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., คณะกรรมาธิการ, นายสมคิด เชื้อคง, พท., พรรคเพื่อไทย, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, ส.ส.อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdcaf57dc67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างตาย-ออกปรับคตช. สะพัด!เขี่ย&#039;ต่อตระกูล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจงปรับโครงสร้าง คตช. เหตุมีกรรมการบางคนลาออก เกษียณอายุราชการ และเสียชีวิต ต้องมีการแต่งตั้งทดแทน ยันอำนาจหน้าที่ยังเหมือนเดิม สะพัด! คตช.ชุดใหม่อาจไร้ &amp;quot;ต่อตระกูล&amp;quot; หลังเคลื่อนไหวตรวจสอบรัฐบาลบ่อยครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 2/2561 เรื่องปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ว่า เนื่องจากคตช.ชุดเดิมมีผู้ที่ลาออกไปหลายคน บางคนออกไปเล่นการเมือง บางคนเสียชีวิต และเกษียณอายุราชการ แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งคนใหม่เข้ามาทดแทน ทำให้ปรับปรุงองค์ประกอบใหม่ ส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจะมีการแต่งตั้งออกมาอีกภายหลัง สำหรับอำนาจหน้าที่ของ คตช.ชุดใหม่ยังเป็นเหมือนเดิมทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่ง คสช.ที่ 2/2561 เรื่องการปรับปรุงองค์ประกอบของ คตช. เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า &amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันได้มีการปรับปรุงองค์ประกอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกอบกับมีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการและการมอบหมายงานของฝ่ายบริหาร จึงสมควรปรับปรุงองค์ประกอบ ตลอดจนหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติให้สอดคล้องกัน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินการในเรื่องของการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 42 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 คสช.จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ 1.ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 127/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ลงวันที่ 15 ธ.ค.2557 คำสั่ง คสช.ที่ 14/2558 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตามองค์ประกอบคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ลงวันที่ 27 ต.ค.2558 คำสั่ง คสช.ที่ 6/2559 เรื่องแก้ไขบุคคลตามองค์ประกอบคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ลงวันที่ 30 พ.ย.2559 และคำสั่ง คสช.ที่ 3/2560 เรื่อง เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการตามองค์ประกอบคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ลงวันที่ 7 มี.ค.2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ข้อ 2 ให้แต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติขึ้นภายในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกอบด้วย 1.หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ 2.รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ 3.หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นกรรมการ 4.ผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมอบหมาย จำนวนไม่เกินสามคน เป็นกรรมการ 5.ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้ง จำนวนไม่เกินเก้าคนเป็นกรรมการ 6.เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็นกรรมการและเลขานุการ 7.ผู้แทนสำนักงานเลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และ 8.ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 3 คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ 1.จัดทำแนวทางและมาตรการในการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างและประสานความร่วมมือในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบระหว่างหน่วยงานของรัฐ หรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และเสนอให้คณะรัฐมนตรีทราบเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป 2.ประสาน เร่งรัด ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามกฎหมายกฎ ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และอยู่ภายใต้กรอบธรรมาภิบาล 3.ติดตาม ประสานงาน และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินการเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในส่วนของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ คณะกรรมการตามกฎหมาย ระเบียบ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชนในการต่อต้าน ป้องกัน และขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.จัดทำผลการดำเนินการและเสนอแนะความเห็นหรือกลไกในการดำเนินการที่จำเป็นในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน 5.ในกรณีที่เห็นสมควรอาจเสนอหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้มีการประชุมร่วมกันของ คสช.และคณะรัฐมนตรี เพื่อปรึกษาหารือหรือพิจารณาแนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องของการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 6.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานตามความจำเป็น 7.เชิญเจ้าหน้าที่ บุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะความเห็นหรือคำแนะนำทางวิชาการ ตลอดจนขอให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น 8.ดำเนินการอื่นใดตามที่ คสช.หรือหัวหน้า คสช.มอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลังมีคำสั่ง คสช.ปรับปรุงองค์ประกอบของ คตช. ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางน่าจะมีสาเหตุมาจากช่วงหลังรัฐบาลอาจไม่สบายใจในตัวกรรมการชุดเดิมบางคนที่แสดงบทบาทต่อสาธารณชนในเรื่องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และยิ่งเมื่อช่วงหลังมีกรรมการบางคน เช่น นายต่อตระกูล ยมนาค ได้ส่งข้อความเข้าไปในไลน์กลุ่มผู้ประสานงานของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริต ที่เป็นไลน์ไว้ใช้ติดต่อ เช่น การนัดประชุมกรรมการชุดใหม่ การนัดประชุมอนุกรรมการชุดต่างๆ โดยนายต่อตระกูล ได้ส่งไลน์เข้าไปบ่อยครั้งว่า เพราะเหตุใดรัฐบาลถึงไม่มีการเรียกประชุมกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ทั้งที่เป็นกรรมการชุดสำคัญของรัฐบาล เพราะการประชุมครั้งสุดท้ายก็เกือบ 8-9 เดือนที่แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่มีการนัดประชุมอีกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางรัฐบาลอาจไม่สบายใจ เพราะหากนัดประชุม ก็คงจะมีการซักถามจากกรรมการในที่ประชุมถึงบางเรื่อง เช่น กรณีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือช่วงหลังรัฐบาลไม่เอาจริงเรื่องปราบคอร์รัปชัน เลยทำให้รัฐบาลก็ไม่อยากนัดประชุม เลยใช้โอกาสนี้ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าว เพื่อแก้ไขปรับปรุงกรรมการต่อต้านการทุจริตฯ ที่ก็ต้องดูว่าในรายชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คนที่จะมีการตั้งใหม่ จะมีรายชื่อผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11317</URL_LINK>
                <HASHTAG>คตช., คสช., รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b212d5d17315.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
