<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิวยอร์กเจอแมวเลี้ยง 2 ตัวติดไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสหรัฐแถลงยืนยันพบแมวเลี้ยง 2 ตัวในรัฐนิวยอร์กติดเชื้อโควิด-19 ตัวหนึ่งติดจากเจ้าของ อีกตัวยังระบุไม่ได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าสัตว์เลี้ยงสามารถแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ถือเป็นครั้งแรกที่พบโควิด-19 ติดสัตว์เลี้ยงในสหรัฐ หลังจากสวนสัตว์บร็องซ์เคยตรวจเจอเสือติดไวรัสนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจแมวตัวหนึ่งที่ไม่ยอมกินน้ำและอาหารที่คลินิกของสมาคมสงเคราะห์สัตว์ซานดีเอโก เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า แถลงการณ์ร่วมของกระทรวงเกษตรสหรัฐและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) เมื่อวันพุธที่ 22 เมษายน 2563 ยืนยันว่า พบแมวเลี้ยง 2 ตัว จากต่างพื้นที่กันในรัฐนิวยอร์ก ติดเชื้อโควิด-19 แมว 2 ตัวนี้มีอาการทางระบบทางเดินหายใจเล็กน้อยและคาดว่าจะหายเป็นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของของแมวตัวหนึ่งในนี้ติดเชื้อโควิด-19 ก่อนที่แมวของเขาจะเริ่มแสดงอาการ ส่วนแมวอีกตัวนั้นอยู่ในบ้านหลังหนึ่งที่สมาชิกในครอบครัวไม่มีใครมีผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนกล่าวว่า แมวตัวที่ 2 นี้อาจได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาผ่านสมาชิกในครอบครัวที่มีอาการป่วยเล็กน้อยหรือไม่แสดงอาการ หรือติดเชื้อจากคนข้างนอกที่ติดเชื้อ แมวอีกตัวในบ้านหลังเดียวกันไม่แสดงอาการป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงเกษตรสหรัฐย้ำว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงศึกษาผลกระทบของโควิด-19 ต่อสัตว์ ก็ &amp;quot;ยังไม่มีหลักฐานว่า สัตว์เลี้ยงมีบทบาทในการแพร่เชื้อไวรัสในสหรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแนะนำว่า แมวและสุนัขควรถูกแยกจากสังคมระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังศึกษาเพิ่มเติมว่าไวรัสโคโรนาติดสัตว์เลี้ยงได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีดีซีแนะว่า ผู้ที่เลี้ยงแมวควรขังแมวของตนไว้ภายในบ้านเมื่อทำได้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แมวออกไปสัมผัสกับสัตว์ตัวอื่นๆ หรือแม้แต่มนุษย์ ส่วนสุนัขนั้นหากต้องพาออกไปเดินนอกบ้าน ก็จะต้องใส่สายจูงไว้ตลอด และควรหลีกเลี่ยงการไปย่านที่พลุกพล่าน เช่น สวนที่เปิดให้สุนัขเข้า นอกจากนี้ ซีดีซียังแนะนำผู้ที่อาจติดเชื้อโควิด-19 ว่าควรหลีกเลี่ยงการจับต้องสัตว์เลี้ยงของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ สวนสัตว์บร็องซ์ของนิวยอร์กยืนยันว่าพบเสือโคร่งตัวหนึ่งติดเชื้อโควิด-19 จากคนเลี้ยงที่ติดเชื้อไวรัสนี้แต่ไม่แสดงอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลายเดือนมีนาคม ทางการเบลเยียมก็พบแมวเลี้ยงตัวหนึ่งติดไวรัส ก่อนหน้านั้นทางการฮ่องกงพบสุนัขเลี้ยง 2 ตัวติดเชื้อจากเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันพฤหัสบดี รัฐนิวยอร์กมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วมากกว่า 262,000 ราย เสียชีวิตแล้ว 20,354 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64024</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐนิวยอร์ก, สัตว์เลี้ยงติดไวรัส, แมวติดเชื้อโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea13ce36228c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันที่อยู่อาศัยโลก 2562 “บ้านมั่นคง  บ้านโดยชุมชน  ทุกคนร่วมกันสร้าง”  (Collective Housing)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เต๊นท์ที่พักของผู้ไร้ที่ยู่อาศัยในเมืองลอสแอนเจลิส (ภาพลอสแอนเจลิสไทม์) /การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่ พอช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยเป็นปัญหาสำคัญของคนทั้งโลก&amp;nbsp; เพราะแม้แต่ประเทศที่เจริญและมั่งคั่งอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังมีปัญหานี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปี 2561 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;กรมการพัฒนาชุมชนและเมืองของสหรัฐฯ (The U.S. Department of Housing and Urban Development) รายงานผลการสำรวจสถานการณ์คนไร้บ้านทั่วประเทศ &amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp; มีจำนวน &amp;nbsp;552,830 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐที่มีคนไร้บ้านมากที่สุดคือ แคลิฟอร์เนีย&amp;nbsp; มีจำนวน 129,972 คน &amp;nbsp;รองลงมาคือ รัฐนิวยอร์ก&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;91,897 คน &amp;nbsp;รัฐฟลอริดา&amp;nbsp; จำนวน 31,030 คน &amp;nbsp;รัฐวอชิงตัน 22,304 คน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนประเทศไทย&amp;nbsp; ศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21,325,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; สัดส่วนครัวเรือนที่มีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเองมีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp; ขณะที่ครัวเรือนเช่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; และที่สำคัญก็คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;สัดส่วนครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในปี 2552 จำนวนครัวเรือนที่มีรายได้น้อยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมีจำนวน&amp;nbsp; 2,468,160&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในปี 2558 &amp;nbsp;จำนวนครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเป็น&amp;nbsp; 3,595,581 ครัวเรือน (ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน&amp;nbsp; ปี 2552-2558&amp;nbsp; สำนักงานสถิติแห่งชาติ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนแม่บทแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงได้จัดทำ &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)&amp;rsquo;&amp;nbsp; เสนอต่อรัฐบาล&amp;nbsp; และได้รับการเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อ วันที่ 12 กันยายน 2560&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนเข้าถึงสิทธิในที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ &amp;nbsp;และเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมในทุกมิติ&amp;nbsp; มีวิสัยทัศน์&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว&amp;nbsp; และมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามแผนแม่บทดังกล่าว&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; จะดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ในรูปแบบของการขาย&amp;nbsp; หรือเช่า-ซื้อให้แก่ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายประมาณ 2 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านเอื้ออาทร&amp;nbsp; บ้านการเคหะฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จะดำเนินการในรูปแบบการสนับสนุนให้ชุมชนที่เดือดร้อนและมีรายได้น้อยรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านในที่ดินรัฐและเอกชน&amp;nbsp; ชุมชนเช่าที่ดินเอกชนแต่ไม่มีความมั่นคง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเป้าหมายประมาณ 1,050,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; หลักการสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของ พอช.ก็คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาของตนเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;พอช. &amp;nbsp;องค์กรปกครองในท้องถิ่น&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เปลี่ยนจากการที่หน่วยงานรัฐทำให้&amp;nbsp; เป็นชุมชนที่เดือดร้อนซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาดำเนินการเอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โดยชาวบ้านและชุมชนที่เดือดร้อนจะต้องรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการ&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; กำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น หากเป็นชุมชนบุกรุกที่ดินของรัฐก็จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; หรือจัดหาที่ดินแปลงใหม่&amp;nbsp; และร่วมกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน &amp;nbsp;ให้ตรงกับความต้องการของชาวชุมชน &amp;nbsp;โดยมีสถาปนิกชุมชนจาก พอช.&amp;nbsp; หรือสถาบันการศึกษาเป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; และร่วมกันออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนดำเนินการ&amp;nbsp; จนถึงการบริหารงานก่อสร้างบ้านและชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สมชาติ &amp;nbsp;ภาระสุวรรณ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการสนับสนุนของ พอช.นั้น&amp;nbsp; สมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; นอกจาก พอช.สนับสนุนด้านความรู้&amp;nbsp; ส่งเสริมกระบวนการรวมกลุ่มให้แก่ชุมชนที่เดือดร้อนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาแล้ว&amp;nbsp; พอช.ยังสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างสาธารณูปโภคและที่อยู่อาศัยให้แก่ชุมชนโครงการบ้านมั่นคงเมืองเฉลี่ยครัวเรือนละ&amp;nbsp; 62,500 บาท&amp;nbsp; และบ้านมั่นคงชนบทเฉลี่ยครัวเรือนละ&amp;nbsp; 62,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินหรือก่อสร้างบ้านไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp; 360,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนระยะยาว 15-20 ปี&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; 16 ปี&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนไปแล้ว 1,021 โครงการ &amp;nbsp;รวม 112,777 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;nbsp; จำนวน 1,050,000&amp;nbsp; ครัวเรือนที่กำลังดำเนินการโดย พอช.ขณะนี้ &amp;nbsp;แยกเป็น &amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดและผู้มีรายได้น้อยในเมือง รวม 77 จังหวัด จำนวน 6,450 ชุมชน รวม 701,702 ครัวเรือน (แยกเป็นบ้านมั่นคงทั่วประเทศ จำนวน 6,450 ชุมชน รวม 690,000 ครัวเรือน,&amp;nbsp; ชุมชนริมคลอง กรุงเทพฯ 74 ชุมชน รวม 11,004 ครัวเรือน และคนไร้บ้าน 3 แห่ง&amp;nbsp; คือ ปทุมธานี/ขอนแก่น/เชียงใหม่ รวม 698 ครัวเรือน) 2.แผนพัฒนาผู้มีรายได้น้อยในชนบท&amp;nbsp; (โครงการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีฐานะยากจน หรือ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;) รวม 76 จังหวัด จำนวน 5,362 ตำบล รวม 352,000 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนจะดำเนินการตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;พอช.ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีความไม่มั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัยตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; มาตั้งแต่ปี 2546 &amp;nbsp;โดยเริ่มจากชุมชนนำร่อง 10 ชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนบ่อนไก่&amp;nbsp; เจริญชัยนิมิตใหม่ (กรุงเทพฯ) &amp;nbsp;แหลมรุ่งเรือง&amp;nbsp; จ.ระยอง,&amp;nbsp; บุ่งคุก&amp;nbsp; จ.อุตรดิตถ์,&amp;nbsp; เก้าเส้ง&amp;nbsp; จ.สงขลา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีรูปแบบการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามสภาพของชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปรับปรุงหรือก่อสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิม&amp;nbsp; โดยการซื้อหรือเช่าที่ดินอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; จัดหาหรือซื้อที่ดินแปลงใหม่ที่ไม่ไกลจากชุมชนเดิมเพื่อสร้างบ้าน-สร้างชุมชนใหม่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากโครงการนำร่องบ้านมั่นคง 10&amp;nbsp; ชุมชนแรกในปี 2546&amp;nbsp; จนถึงวันนี้ (พ.ศ.2562) เป็นเวลา 16 ปี&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงไปแล้วทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวม 1,231 โครงการ &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 112,610 ครัวเรือน &amp;nbsp;รวมเงินอุดหนุน 6,311 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ตัวอย่างโครงการบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้&amp;nbsp; การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของ พอช. ไม่ใช่เป็นการสร้างเฉพาะ &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; เท่านั้น&amp;nbsp; แต่ยังมีกระบวนการ &amp;lsquo;พัฒนาชุมชน&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;rsquo; ของชาวชุมชนด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีการจัดการขยะโดยชุมชน&amp;nbsp; นำขยะเปียกมาทำเป็นปุ๋ยหมัก&amp;nbsp; ขยะรีไซเคิลนำไปขาย&amp;nbsp; มีการจัดตั้งอาสาสมัครป้องกันยาเสพติด &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งเสริมการออมเงิน&amp;nbsp; โดยให้ทุกครอบครัวออมเงินเข้ากลุ่มทุกเดือน&amp;nbsp; ปัจจุบันมีเงินหมุนเวียนประมาณ 10 ล้านบาท&amp;nbsp; ถือเป็น &amp;lsquo;ธนาคาร&amp;rsquo; ของชาวบ้าน&amp;nbsp; เพราะนอกจากจะสร้างวินัยในการออมแล้ว&amp;nbsp; ยังเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในยามที่เดือดร้อนจำเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.ยกตัวอย่างการพัฒนาที่มากกว่าการสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมพลังคนจน&amp;nbsp; รณรงค์ &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก 2562&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี&amp;nbsp; องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; (World Habitat&amp;nbsp; Day)&amp;nbsp; เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสนใจกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม &amp;nbsp;และเพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการให้มนุษย์ทุกคนมีที่อยู่อาศัยในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม&amp;nbsp; ในประเทศไทยจะมีการรณรงค์เคลื่อนไหวของภาคประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; นำประชาชนที่เดือดร้อนทั่วประเทศที่ประสบปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยมาชุมนุมหน้าอาคารองค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp; สำนักงานประเทศไทย&amp;nbsp; บริเวณถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp; เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้แทนสหประชาติ&amp;nbsp; รวมทั้งรัฐบาลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.ชุมชนที่อยู่ในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศ (รฟท.) และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบทางรถไฟ &amp;nbsp;จำนวน 260 ชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ให้ รฟท.จัดหาที่ดินรองรับโดยให้ชุมชนเช่าอย่างถูกต้อง&amp;nbsp; ให้ยุติการดำเนินคดีกับชุมชน&amp;nbsp; และให้ รฟท.จัดหางบประมาณสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;2.ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีนโยบายให้กรมกิจการผู้สูงอายุสนับสนุนการปรับปรุงบ้านที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตผู้สูงอายุสำหรับผู้มีรายได้น้อยในโครงบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอด้านที่ดิน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รัฐบาลต้องยุติการดำเนินคดีต่อคนจน&amp;nbsp; ผู้ที่ไร้ที่ดินทำกิน&amp;nbsp; และที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(รณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562 ที่กรุงเทพฯ โดยเครือข่ายสลัมสี่ภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวรณรงค์ของสมาชิกเครือข่าย &amp;lsquo;สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ&amp;rsquo; (สอช.) และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศที่จัดกิจกรรมเดินรณรงค์&amp;nbsp; การจัดเวทีให้ความรู้&amp;nbsp; สร้างความเข้าใจ&amp;nbsp; เพื่อให้สังคมตระหนักถึงปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; รวมทั้งยื่นข้อเสนอให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อร่ามศรี&amp;nbsp; จันทร์สุขศรี&amp;nbsp; ผู้แทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดงานรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้&amp;nbsp; สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ร่วมกับเครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ (คทช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จะจัดกิจกรรมรณรงค์ในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Collective Housing&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจ &amp;nbsp;ให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจน &amp;nbsp;ทั้งในเมืองและชนบท โดยจะมีการจัดกิจกรรมในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;และภูมิภาคตลอดเดือนตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ (วันที่ 10 ตุลาคม)&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตกที่ จ.เพชรบุรี (วันที่ 22-23 ตุลาคม)&amp;nbsp; ภาคเหนือที่ จ.เชียงราย &amp;nbsp;(24-25 ตุลาคม) &amp;nbsp;ภาคอีสานที่ จ.กาฬสินธุ์และขอนแก่น (25-26 ตุลาคม) ภาคตะวันออกที่ จ.ชลบุรี (28 ตุลาคม) ภาคใต้ที่ จ.กระบี่ (30 ตุลาคม) ฯลฯ&amp;nbsp; โดยจะมีการนำเสนอรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในประเด็นต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดตั้งกองทุนที่ดิน&amp;nbsp; บ้านมั่นคงในที่ดิน ส.ป.ก. &amp;nbsp;การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนบ้านมั่นคง การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชายฝั่งและการอนุรักษ์ทรัพยกรชายฝั่งทะเล&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ในวันที่ 10 ตุลาคม นายจุรินทร์&amp;nbsp; ลักษณวิศิษฎ์&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาเป็นประธานในการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยนายจุรินทร์ได้กล่าวถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยว่า&amp;nbsp; รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;ทั้งในเรื่องการเงินเพื่อที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเพิ่มเงินสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคโครงการบ้านมั่นคงจากเดิม 80,000&amp;nbsp; บาทต่อครัวเรือน &amp;nbsp;เป็น 89,800 บาทต่อครัวเรือน &amp;nbsp;และในปีงบประมาณ 2563 &amp;nbsp;จะสนับสนุนงบประมาณโครงการบ้านมั่นคง โครงการบ้านพอเพียงชนบทต่อเนื่อง &amp;nbsp;รวมทั้งโครงการที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมประชากรที่เป็นโครงการใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้รัฐบาลจะคลี่คลายปัญหาข้อติดขัดด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องที่ดินรัฐ &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลชุดนี้มีนโยบายชัดเจนที่จะแก้ไขปัญหาที่ดิน &amp;nbsp;โดยอนุญาตให้ใช้ที่ดินรัฐแบบสิทธิร่วมหรือที่เรียกว่าโฉนดชุมชน &amp;nbsp;สำหรับชุมชนหรือสหกรณ์ในการอยู่อาศัยทำกินได้ชั่วลูกชั่วหลาน &amp;nbsp;ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยบรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;รวมทั้งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ&amp;rdquo; รองนายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; บ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรณทิพย์&amp;nbsp; เพชรมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวถึงประเด็นการรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2562&amp;nbsp; หัวข้อ&amp;nbsp; &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; บ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ว่า&amp;nbsp; คนจนหรือผู้มีรายได้น้อยเป็นกลุ่มคนที่ขาดแคลนทรัพย์สิน&amp;nbsp; การเข้าถึงสิทธิโอกาสต่างๆ&amp;nbsp; น้อยกว่าคนกลุ่มอื่นในสังคม&amp;nbsp; หากอยู่เดี่ยวๆ&amp;nbsp; หรือต่างคนต่างอยู่&amp;nbsp; ยิ่งจะไม่มีพลังต่อรอง &amp;nbsp;แต่คนกลุ่มนี้มีฐานความเป็นกลุ่มเป็นชุมชนที่มีการพึ่งพาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; มีจำนวนมากพอที่จะรวมกันสร้างพลังเจรจาต่อรองให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าถึงแหล่งทรัพยากร &amp;nbsp;และบริการต่างๆ ที่มีในสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย&amp;nbsp; เป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงเมื่อเทียบกับรายได้ของผู้มีรายได้น้อย การเพิ่มขึ้นของรายได้ &amp;nbsp;การออมเงินที่ทำได้ไม่ทันต่อการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; อาชีพที่มีรายได้น้อย &amp;nbsp;ไม่แน่นอน ไม่มีหลักฐานเงินเดือนหรือทรัพย์สิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงทำให้ยากที่คนจนจะเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบสถาบันการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดังนั้นคนจนจึงต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่ม&amp;nbsp; เป็นชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการรวมคน&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมเงิน &amp;nbsp;รวมความคิดและรวมพลังในการพัฒนา&amp;nbsp; สร้างโอกาสและความสามารถในการร่วมกันสร้างบ้าน&amp;nbsp; และจัดการที่อยู่อาศัยร่วมกัน &amp;nbsp;เพื่อให้มีบ้านและที่ดินที่มั่นคง&amp;nbsp; เพื่อเป็นฐานในการสร้างความมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิต &amp;nbsp;และความเป็นอยู่ด้านต่างๆ ต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.กล่าวถึงความจำเป็นในการรวมพลังคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนกระบวนการที่จะนำไปสู่การสร้างบ้าน &amp;lsquo;โดยชุมชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rsquo; นั้น &amp;nbsp;รอง ผอ.พอช.อธิบายว่า จะต้องเริ่มจาก 1.ระบบความคิด &amp;nbsp;โดยคนจนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความเชื่อมั่นว่า &amp;ldquo;คนในชุมชนที่เดือดร้อนที่อยู่อาศัยเป็นคนที่มีศักยภาพ&amp;nbsp; ถ้ามีโอกาสก็สามารถลุกขึ้นมารวมตัวกันแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของตนเองได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะคนจนสามารถออมเงินและสร้างวินัยการเงินได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าจัดระบบให้เอื้อและมีระบบการเงินที่ยืดหยุ่นจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยได้&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานและภาคีต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ระบบคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การรวมตัวเป็นกลุ่มออมทรัพย์ถือเป็นงานพื้นฐานสำคัญของการสร้างบ้านโดยชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มออมทรัพย์ไม่ใช่แค่การออมเงินอย่างเดียว &amp;nbsp;แต่เป็นการพัฒนาคน&amp;nbsp; จัดระบบการทำงานร่วมกัน &amp;nbsp;พัฒนาความสามารถในการบริหารจัดการ&amp;nbsp; เกิดเป็นกลุ่มคนที่มีพลัง &amp;nbsp;มีระบบกลุ่มย่อย &amp;nbsp;กลุ่มกิจกรรมที่หลากหลาย&amp;nbsp; ทำให้คนเล็กคนน้อย &amp;nbsp;ผู้หญิง &amp;nbsp;เด็กและเยาวชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีโอกาสพัฒนาตนเอง&amp;nbsp; เป็นผู้นำด้านต่างๆ ตามความถนัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ระบบการเงิน&amp;nbsp; การออมเงินโดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อการมีบ้านและที่ดินที่มั่นคง&amp;nbsp; มีระบบการออมหลายรูปแบบเช่น&amp;nbsp; รายวัน&amp;nbsp; รายสัปดาห์&amp;nbsp; รายเดือน&amp;nbsp; ฝึกวินัยการออมต่อเดือนให้เท่ากับจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระค่าบ้านและที่ดินรายเดือน&amp;nbsp; เมื่อออมเงินในกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชนไปช่วงหนึ่งแล้วก็จะต้องจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; สามารถเสนอโครงการขอใช้สินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินหรือปลูกสร้างบ้านตามโครงการบ้านมั่นคงจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การออกแบบวางผัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกแบบวางผังที่อยู่อาศัยโดยชุมชนมีส่วนร่วม &amp;nbsp;โดยมีสถาปนิกชุมชนเป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; เพื่อให้ได้แบบบ้านและผังชุมชนตรงกับความต้องการของชาวบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สอดคล้องกับวิถีชีวิตและรายได้ของครัวเรือน&amp;nbsp; มีบ้านกลางสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ไม่มีรายได้&amp;nbsp; มีความเอื้อเฟื้อเอื้ออาทร&amp;nbsp; &amp;nbsp;เน้นการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน &amp;nbsp;เป็นเจ้าของร่วมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้ยังจะต้องคำนึงถึงเรื่อง &amp;lsquo;ระบบที่ดินร่วม&amp;rsquo;&amp;nbsp; เพราะในอนาคตที่ดินและที่อยู่อาศัยจะมีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp; จึงต้องมีระบบป้องกันการเปลี่ยนสิทธิหรือซื้อขายเปลี่ยนมือ &amp;nbsp;เพราะหากเป็นกรรมสิทธิ์รายเดี่ยวก็มีความเสี่ยงที่คนจนจะสูญเสียที่ดินและบ้าน &amp;nbsp;ดังนั้นจึงต้องจัดระบบที่ดินร่วมให้เป็นกรรมสิทธิร่วมของสหกรณ์ฯ หรือของชุมชน&amp;nbsp; และเมื่อสร้างหรือปรับปรุงบ้านเสร็จแล้วก็จะนำไปสู่การพัฒนาด้านอื่นๆ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;การจัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกในชุมชน&amp;nbsp; การพัฒนาเด็กและเยาวชน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพและรายได้ &amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัวลดรายจ่าย&amp;nbsp; สร้างพื้นที่สีเขียวในชุมชน &amp;nbsp;มีสวนหย่อม ลานเด็กเล่น เป็นที่พักผ่อนและออกกำลังกายเพื่อทุกคนในชุมชน&amp;nbsp; จึงเป็น &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; โดยชุมชนชน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมกันสร้าง&amp;rsquo;&amp;nbsp; อย่างแท้จริง&amp;rdquo;&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;nbsp; ต้นแบบพัฒนาทั้งเมืองและทุกมิติ&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บ้านมั่นคงเมืองชุมแพดูเป็นระเบียบ สวยงาม ต่างจากสภาพชุมชนแออัดในอดีต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนอดีตเมื่อประมาณ 20-30 &amp;nbsp;ปีที่แล้ว&amp;nbsp; เมืองชุมแพ&amp;nbsp; อ.ชุมแพ&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; มีชุมชนแออัดเกิดขึ้นกว่า 20 แห่ง&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นชุมชนบุกรุกปลูกสร้างบ้านเรือนในที่ดินราชพัสดุและที่ดินเอกชน&amp;nbsp; เนื่องจากชุมแพเป็นเมืองใหญ่ &amp;nbsp;เป็นปากประตูของภาคอีสานที่เชื่อมต่อกับภาคเหนือตอนล่าง &amp;nbsp;มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง &amp;nbsp;จึงทำให้มีประชาชนจากพื้นที่ใกล้เคียงอพยพโยกย้ายครัวเรือนเข้ามาทำมาหากินในเมืองชุมแพอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่มีทุนรอนก็จะหาเช่าบ้านหรือที่ดินปลูกสร้างบ้าน&amp;nbsp; คนที่มีเงินน้อยเป็นแรงงานรับจ้างหรือค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ก็จะบุกรุกที่ดินหลวงและเอกชนที่ยังไม่ได้ทำประโยชน์ปลูกสร้างที่พักจนขยายกลายเป็นชุมชนแออัดขึ้นมา&amp;nbsp; ขาดแคลนน้ำประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้าจากหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; เพราะเป็นชุมชนบุกรุก&amp;nbsp; ต้องพ่วงไฟฟ้าและน้ำประปาจากภายนอกเข้ามาใช้ในราคาแพง&amp;nbsp; ถนนหนทางเดินเป็นหลุมบ่อ&amp;nbsp; เฉอะแฉะ&amp;nbsp; น้ำท่วมขัง&amp;nbsp; บ้านเรือนผุพังทรุดโทรม&amp;nbsp; ไม่มีใครอยากจะซ่อมแซม&amp;nbsp; เพราะซ่อมไปแล้วไม่รู้ว่าจะถูกเจ้าของที่ดินขับไล่ในวันไหน&amp;nbsp; จึงอยู่กันแบบตามมีตามเกิด&amp;nbsp; มีสารพันปัญหา&amp;nbsp; รวมทั้งปัญหาหนี้นอกระบบต้องหาเงินมาจ่ายเป็นรายวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ป้าสนอง&amp;nbsp; รวยสูงเนิน&amp;nbsp; ประธานเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ &amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp; ตอนนั้นคนจนในเมืองชุมแพต่างคนต่างอยู่&amp;nbsp; ลำบากลำบนกันทั่วหน้า&amp;nbsp; แกเองก็เคยปลูกสร้างบ้านในที่ดินบุกรุก&amp;nbsp; เมื่อถูกเทศบาลขับไล่จึงต้องมาเช่าบ้านแคบๆ&amp;nbsp; ไม่มีหน้าต่าง&amp;nbsp; อยู่กับครอบครัว&amp;nbsp; มีอาชีพค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; ไม่มีปัญญาจะขยับขยายหาที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนถึงปี 2547 รัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายลงทะเบียนคนจนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เทศบาลเมืองชุมแพจึงประกาศให้คนยากคนจนไปลงทะเบียนว่าใครเดือดร้อนเรื่องอะไรบ้าง&amp;nbsp; จะได้ช่วยแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ป้าสนองและเพื่อนบ้านคนอื่นๆ จึงไปลงทะเบียน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่อยู่อาศัยนั่นแหละ&amp;nbsp; เพราะมีคนลงทะเบียนเรื่องบ้านกว่า 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันในช่วงนั้น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;เริ่มดำเนินโครงการบ้านมั่นคงนำร่อง 10 โครงการทั่วประเทศ (เริ่มในปี 2546)&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทศบาลเมืองชุมแพจึงร่วมกับ พอช.จัดทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ&amp;nbsp; โดยมีป้าสนองเป็นแกนนำ&amp;nbsp; รวบรวมเพื่อนบ้าน 30 ครอบครัวลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยมีเจ้าหน้าที่ พอช.เข้ามาให้คำแนะนำ&amp;nbsp; เริ่มจากการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ออมเงินกันเป็นรายวันคนละ 40 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเป็นทุนรอนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; และเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักการสำคัญของบ้านมั่นคงของ พอช.ก็คือ &amp;nbsp;ให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา เช่น มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อเป็นตัวแทนของชาวบ้าน จัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมกันสำรวจข้อมูลและปัญหาความเดือดร้อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน &amp;nbsp;ร่วมกันสำรวจที่ดินแปลงใหม่ที่เหมาะสมเพื่อขอเช่าหรือซื้อ &amp;nbsp;หรือเช่า-ซื้อที่ดินแปลงเดิมเพื่อปลูกสร้างบ้านใหม่ &amp;nbsp;ออกแบบบ้านและผังชุมชนร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขออนุญาตการก่อสร้าง&amp;nbsp; เสนอขอใช้สินเชื่อจาก พอช.&amp;nbsp; วางแผนการพัฒนาชุมชนหลังก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ&amp;nbsp; ฯลฯ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่นจะให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาลราชพัสดุ&amp;nbsp; พมจ.&amp;nbsp; และ พอช. ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ป้าสนองเล่าต่อไปว่า&amp;nbsp; เมื่อรวบรวมคนและจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ได้แล้ว ชาวบ้านจึงไปเจรจากับเทศบาลเมืองชุมแพเพื่อขอเช่าที่ดิน &amp;nbsp;ซึ่งทางเทศบาลได้ให้การสนับสนุนชาวบ้านเต็มที่ &amp;nbsp;โดยการแบ่งพื้นที่โรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุให้ชาวบ้านเช่าจำนวน 3 ไร่เศษ &amp;nbsp;ระยะเวลา 30 ปี ในอัตราตารางวาละ 50 สตางค์ต่อเดือน รวมทั้งยังส่งสถาปนิกมาออกแบบบ้านให้ตรงกับความต้องการของชาวบ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอถึงปี 2548 หลังจากที่ชาวบ้านสะสมเงินออมได้จำนวน 10 % ของวงเงินที่จะก่อสร้างบ้านแล้ว จึงเสนอโครงการขอใช้สินเชื่อก่อสร้างบ้านจาก พอช. เป็นบ้าน 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาด 20 ตารางวา &amp;nbsp;ราคาวัสดุและค่าก่อสร้างประมาณหลังละ 150,000 บาท ผ่อนชำระคืน 15 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี หลังจากนั้นจึงเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรก 30 หลัง โดยเทศบาลเมืองชุมแพสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภค &amp;nbsp;ในปีถัดมาบ้านหลังแรกในฝันของป้าสนองและเพื่อนบ้านก็เป็นความจริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อบ้านมั่นคงโครงการแรกในเขตเทศบาลเมืองชุมแพสำเร็จเห็นผล&amp;nbsp; ชาวบ้านในชุมชนอื่นๆ ที่ไม่เชื่อมั่นว่าจะมีหน่วยงานไหนมาช่วยเหลือชาวบ้านจริง&amp;nbsp; บ้างก็บอกว่าน่าจะถูกหลอก&amp;nbsp; บ้างก็ว่ามีจริงแต่ต้องไปสร้างบ้านอยู่หลังเขา&amp;nbsp; จึงเชื่อว่าคนจนๆ&amp;nbsp; ไม่มีเงินเดือน&amp;nbsp; สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้&amp;nbsp; จึงได้รวมกลุ่มกันตามคำแนะนำจากป้าสนองเพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคงขึ้นมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันชุมชนบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลเมืองชุมแพสร้างบ้านเสร็จไปแล้วจำนวน 13 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 1,000 ครัวเรือน โดยชุมชนต่างๆ &amp;nbsp;รวมตัวกันเป็น &amp;lsquo;เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;rsquo;&amp;nbsp; และร่วมกับเทศบาลเมืองชุมแพพัฒนาเมืองร่วมกัน &amp;nbsp;มีกิจกรรมต่างๆ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;กลุ่มออมทรัพย์ &amp;nbsp;สหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; สหกรณ์บริการ&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;มีกิจกรรมเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องดนตรี &amp;nbsp;ศิลปะ&amp;nbsp; การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ป้องกันยาเสพติด &amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ &amp;nbsp;ส่งเสริมผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ออกกำลังกาย &amp;nbsp;รำวงย้อนยุค &amp;nbsp;การส่งเสริมอาชีพ &amp;nbsp;สร้างรายได้ ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีกองทุนที่สำคัญ เช่น&amp;nbsp; &amp;#39;กองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองชุมแพ&amp;#39; &amp;nbsp;เริ่มในปี 2550 &amp;nbsp;โดยให้ชาวบ้านเข้าร่วมเป็นสมาชิกและสมทบเงินเข้ากองทุนทุกเดือน &amp;nbsp;แล้วนำเงินกองทุนให้สมาชิกกู้ยืมหมุนเวียนเพื่อประกอบอาชีพ &amp;nbsp;ปลดหนี้นอกระบบ &amp;nbsp;ซ่อมแซมบ้าน &amp;nbsp;เพื่อการศึกษา ฯลฯ &amp;nbsp;วงเงินไม่เกิน 5 เท่าของหุ้นสะสมที่สมาชิกมีอยู่ &amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 บาทต่อปี &amp;nbsp;และนำดอกเบี้ยกลับมาพัฒนาชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันกองทุนมีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 12 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;โดยเทศบาลเมืองชุมแพได้สนับสนุนเงินเข้ากองทุนจำนวน 2 ล้านบาท &amp;nbsp;และมูลนิธิศูนย์ศึกษาและพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชียสมทบ 1 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีธุรกิจชุมชน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;นารวมแบบเกษตรอินทรีย์ เนื้อที่ 38 ไร่ &amp;nbsp;ในปี 2553 &amp;nbsp;ชาวบ้านรวมตัวกันซื้อที่ดินของธนาคารออมสิน &amp;nbsp;โดย พอช.ได้สนับสนุนสินเชื่อจำนวน 2.6 ล้านบาท &amp;nbsp;มีสมาชิกจากเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพร่วมลงหุ้นๆ &amp;nbsp;ละ 150 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเป็นทุนในการทำนา &amp;nbsp;ขุดบ่อเลี้ยงปลา &amp;nbsp;และปลูกผักสวนครัว &amp;nbsp;มีการบริหารจัดการในรูปแบบคณะกรรมการนา &amp;nbsp;โดยสมาชิกจะช่วยกันทำนา &amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว มะละกอ พริก มะม่วง กล้วย ฯลฯ &amp;nbsp;เลี้ยงปลาต่างๆ เอาไว้กินและขาย สร้างความมั่นคงด้านอาหารให้แก่สมาชิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันนารวมแห่งนี้สามารถปลูกข้าวเจ้าและข้าวเหนียวได้ประมาณปีละ 30 เกวียน &amp;nbsp;ขายเป็นรายได้เข้ากองทุนปีละกว่า 200,000 บาท อีกทั้งที่นายังมีราคาสูงกว่าเดิมหลายเท่า &amp;nbsp;จากราคาที่ซื้อมา 2.6 ล้านบาท &amp;nbsp;แต่วันนี้ราคาประเมินประมาณ 38 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงงานผลิตน้ำดื่มชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มผลิตในปี 2559 &amp;nbsp;โดยการระดมหุ้นจากชุมชนต่างๆ ได้เงินประมาณ 800,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีกำลังการผลิตประมาณวันละ 200 โหล (ผลิตทั้งชนิดขวดและถัง) ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหน่วยราชการ เทศบาล สำนักงานเอกชน &amp;nbsp;เครือข่ายชาวบ้าน และสมาชิกในชุมชนได้บริโภคน้ำดื่มที่สะอาด &amp;nbsp;ทำรายได้เดือนละหลายหมื่นบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังสร้างงานให้ชาวบ้านที่มาทำงานผลิตน้ำดื่มได้อย่างน้อยวันละ 3 คน &amp;nbsp;คนละ 200-300 บาทต่อวัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือตัวอย่างของการพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองชุมแพที่เริ่มจากการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; จากชุมชนเดียวขยายไปสู่การแก้ไขทั้งเมือง &amp;nbsp;จนกลายเป็น &amp;lsquo;เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;rsquo; &amp;nbsp;และยังร่วมมือกันพัฒนาชุมชนและเมืองในด้านต่างๆ&amp;nbsp; ทุกมิติ&amp;nbsp; ทั้งเรื่องคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; การพัฒนาเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; สร้างความมั่นคงด้านอาหาร-น้ำดื่ม&amp;nbsp; รวมทั้งยังมีกองทุนต่างๆ เอาไว้ช่วยเหลือดูแลกัน &amp;nbsp;ถือเป็นชุมชนต้นแบบที่สร้างบ้านแต่ได้มากกว่าบ้าน !!&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน&amp;rsquo; หลักประกันของคนจน สมทบเงินปีละ 240 บาทคุ้มครองรอบด้าน-ช่วยผ่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องไม่แปลกหากมนุษย์เงินเดือน&amp;nbsp; ข้าราชการ&amp;nbsp; หรือผู้คนทั่วไปที่มีฐานะ&amp;nbsp; จะซื้อกรมธรรม์หรือประกันภัยต่างๆ เพื่อคุ้มครองสุขภาพ อุบัติเหตุ&amp;nbsp; บ้านเรือน&amp;nbsp; รถยนต์&amp;nbsp; และทรัพย์สินต่างๆ&amp;nbsp; ของตนเอง&amp;nbsp; โดยมีบริษัทเอกชนมากมายที่ให้บริการด้านนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การที่คนจน&amp;nbsp; คนเล็กคนน้อย&amp;nbsp; ได้รวมตัวกันจัดตั้งกองทุนระดับประเทศขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือกันในยามที่เดือดร้อน&amp;nbsp; ประสบอุบัติ&amp;nbsp; ประสบภัยต่างๆ&amp;nbsp; และร่วมกันบริหารจัดการเอง&amp;nbsp; ถือเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทยที่น่าสนใจยิ่งนัก !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;กองทุนรักษาดินรักษาบ้าน&amp;rsquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2553 &amp;nbsp;เป็นกองทุนที่ส่งเสริมให้เกิดกองทุนระดับชุมชน&amp;nbsp; ระดับเมือง&amp;nbsp; และระดับชาติ&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือสมาชิกโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวมทั้งสมาชิกชุมชนใกล้เคียง&amp;nbsp; เพื่อลดภาระการชำระค่าบ้าน&amp;nbsp; ค่าที่ดิน ฯลฯ&amp;nbsp; โดยสมาชิกจะต้องสมทบเงินเข้ากองทุนในชุมชนปีละ&amp;nbsp; 20&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; สมทบเข้ากองทุนระดับเมืองปีละ&amp;nbsp; 140&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; สมทบเข้ากองทุนระดับภาคปีละ 20&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และสมทบกองทุนระดับชาติปีละ 60&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; รวมสมทบเข้ากองทุนรักษาดินรักษาบ้านปีละ 240 บาท&amp;nbsp; โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่มาจากชุมชน&amp;nbsp; เครือข่าย&amp;nbsp; และทุกภาคส่วนร่วมบริหารกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสมาชิกเจ็บป่วย&amp;nbsp; ประสบอุบัติเหตุ&amp;nbsp; ภัยพิบัติ&amp;nbsp; ทุพพลภาพ&amp;nbsp; หรือเสียชีวิต กองทุนรักษาดินรักษาบ้านจะช่วยเหลือสมาชิกกองทุน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในระดับชุมชน&amp;nbsp; จะช่วยเหลือกรณีเร่งด่วน&amp;nbsp; หรือตามข้อตกลงของแต่ละชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระดับเมือง&amp;nbsp; จะช่วยเหลือ&amp;nbsp; กรณีเสียชีวิต&amp;nbsp; หรือทุพพลภาพถาวร (ไม่สามารถประกอบอาชีพได้) หากไม่มีหนี้ที่ดินและบ้าน&amp;nbsp; กองทุนจะช่วยเหลือรายละ 10,000 บาท&amp;nbsp; หากมีหนี้ที่ดินและบ้านกับ พอช. (สินเชื่อที่ดินและบ้าน) กองทุนจะช่วยชำระหนี้ให้ครึ่งหนึ่งของหนี้ (เงินต้น) คงเหลือ&amp;nbsp; กรณีเจ็บป่วย&amp;nbsp; ทุพพลภาพชั่วคราว &amp;nbsp;หากมีหนี้ที่ดินและบ้านกับ พอช. กองทุนจะช่วยชำระค่างวดให้ครั้งละไม่เกิน 3 เดือน&amp;nbsp; ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน) กรณีภัยพิบัติ&amp;nbsp; ไฟไหม้&amp;nbsp; น้ำท่วม&amp;nbsp; ฯลฯ ช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระดับชาติ &amp;nbsp;จะช่วยเหลือ 1.จ่ายเงินสมทบ 50 %&amp;nbsp; จากที่กองทุนเมืองจ่ายตามเกณฑ์กลางที่กำหนด&amp;nbsp; 2.จ่ายเงินสมทบไปที่กองทุนระดับเมือง (ส่วนต่างที่กองทุนเมืองจ่ายไปและเกินจากวงเงินที่มี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันกองทุนรักษาดินรักษาบ้านมีสมาชิกกองทุนทั่วประเทศ &amp;nbsp;40,247 ราย &amp;nbsp;มีเงินสมทบจากสมาชิกรวม 9.86&amp;nbsp; ล้านบาท &amp;nbsp;เงินทุนประเดิมจาก พอช. 17.6 ล้านบาท &amp;nbsp;จ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือสมาชิกทั่วประเทศไปแล้ว 14.36 ล้านบาท&amp;nbsp; ถือเป็นหลักประกันที่ช่วยแบ่งเบาภาระและสร้างความอุ่นใจให้แก่สมาชิก !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนพัฒนาภาคประชาชนพื้นที่ &amp;lsquo;อ่าว ก.ไก่&amp;nbsp;เคลื่อนยุทธศาสตร์ 6 ด้าน สร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย-ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เรือประมงพื้นบ้านที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ / เครือข่ายภาคประชาชนเสนอแผนพัฒนาอ่าว ก ไก่ ให้แก่ผู้ว่าฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระบุว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยมี 23 จังหวัดที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล &amp;nbsp;ความยาวชายฝั่งตั้งแต่ภาคตะวันออก อ่าวไทยตอนบน &amp;nbsp;ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย &amp;nbsp;และชายฝั่งทะเลอันดามัน &amp;nbsp;มีความยาวทั้งหมดประมาณ 3,148 กิโลเมตร &amp;nbsp;มีชุมชนชายฝั่งที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนหรือติดกับป่าชายเลน และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ต้องพึ่งพิงป่าชายเลนประมาณ 958 หมู่บ้าน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนชายฝั่งเหล่านี้ต้องประสบปัญหาด้านต่างๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของป่าชายเลน &amp;nbsp;เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม &amp;nbsp;ผลผลิตทางการประมงลดลง &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยเพราะส่วนใหญ่ปลูกสร้างบ้านเรือนในที่ดินป่าชายเลนที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดูแลอยู่&amp;nbsp; และบางส่วนอยู่ในที่ดินที่กรมเจ้าท่าดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชน 4 จังหวัดในพื้นที่ภูมินิเวศน์ &amp;lsquo;อ่าว ก ไก่&amp;rsquo; (อ่าวไทยตอนบนที่มีลักษณะ 4 เหลี่ยมคล้ายพยัญชนะ &amp;lsquo;ก ไก่&amp;rsquo;) คือ&amp;nbsp; ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; เพชรบุรี&amp;nbsp; สมุทรสงคราม&amp;nbsp; และสมุทรสาคร &amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาภาคประชาชนระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2562-2565) เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินที่ไม่มั่นคง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พงษ์ศักดิ์ คำทรัพย์&amp;nbsp; คณะทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; กล่าวถึงแผนพัฒนาภาคประชาชนในพื้นที่อ่าว ก ไก่ ว่า&amp;nbsp; เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ภูมินิเวศน์อ่าว ก ไก่&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบจากการทำประมงพาณิชย์&amp;nbsp; การจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมชายฝั่งทะเล&amp;nbsp; อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&amp;nbsp; และผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน&amp;nbsp; ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเลและชายฝั่งถูกทำลาย&amp;nbsp; ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในอ่าว ก.ไก่ ที่เคยเป็นแหล่งอาหารสำคัญของประเทศลดน้อยลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งเกิดผลกระทบโดยรวมต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดังนั้นพวกเราในนามของผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนทั้ง 4 จังหวัด&amp;nbsp; จึงได้รวบรวมข้อมูลและปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; นำมาจัดทำเป็นแผนพัฒนาภาคประชาชน&amp;nbsp; เพื่อเป็นทิศทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยมียุทธศาสตร์ 6 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 2.การฟื้นฟู&amp;nbsp; อนุรักษ์&amp;nbsp; การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยกระดับการแปรรูปสินค้าและการตลาดของชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 4.ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; 5.ฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; และ 6.การปรับตัวเพื่อบรรเทาปัญหาของชาวประมงพื้นบ้านจากภาวะโลกร้อน&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายคือการจัดการพื้นที่ชายฝั่งอ่าวทะเล ก ไก่ อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; เพื่อชาวประมงพื้นบ้านจะได้มีที่อยู่อาศัยและทำกินมั่นคง และหลุดพ้นจากปัญหาความยากจน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ผู้แทนเครือข่ายอ่าว ก ไก่&amp;nbsp; 4 จังหวัดได้ยื่นเสนอแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้แก่นายพัลลภ&amp;nbsp; สิงหเสนี&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดแรกเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะดำเนินการในจังหวัดอื่นๆ ต่อไปเพื่อขับเคลื่อนแผนงานตามยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนฯ ยกตัวอย่างการฟื้นฟู&amp;nbsp; อนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมตามยุทธศาสตร์ที่ 2 ว่า&amp;nbsp; จะมีการจัดตั้งคณะทำงานและสร้างภาคีเครือข่ายขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดการขยะและน้ำเสียไม่ให้ไหลทิ้งลงทะเล&amp;nbsp; โดยร่วมมือกับโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งธนาคารปู&amp;nbsp; ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ&amp;nbsp; และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในอ่าว ก ไก่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การขยายพันธุ์ปูม้าที่ชุมชนบ้านปากคลอง อ.บางสะพาน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือพัฒนาทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน 4 จังหวัด ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของแผนดังกล่าว&amp;nbsp; มีเป้าหมาย&amp;nbsp; คือ จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp; รวม 616 ครัวเรือน&amp;nbsp; จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 76 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 89&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; รวม 502 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 1,283 ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในกรณีที่ดินป่าชายเลน&amp;nbsp; กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ผ่อนผันให้ชุมชนดั้งเดิมที่อยู่อาศัยในป่าชายเลนก่อนปี 2557&amp;nbsp; อยู่อาศัยได้&amp;nbsp; แต่ไม่อนุญาตที่ดินทำกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; (ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่ปี 2557) โดยมีคณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด) มีผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องที่และท้องถิ่น&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp; มีหน้าที่สำรวจข้อมูล&amp;nbsp; แปลงที่ดิน&amp;nbsp; จำนวนครัวเรือน&amp;nbsp; ตรวจสอบ&amp;nbsp; การบริหารจัดการ&amp;nbsp; และเสนออนุมัติ&amp;nbsp; โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงนามการอนุญาตให้ใช้ที่ดินป่าชายเลนเพื่อการอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;กล่าวว่า&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในป่าชายเลนตามแผนพัฒนาภาคประชาชน 4 จังหวัดนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอช.ให้การสนับสนุนชุมชนต่างๆ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ส่วนใหญ่อยู่ในระหว่างการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; แปลงที่ดิน&amp;nbsp; จำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; และตรวจสอบสิทธิ์ผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; ก่อนเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่บางชุมชนอยู่ในระหว่างการดำเนินโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนบ้านปากคลอง&amp;nbsp; และชุมชนหนองเสม็ดซิตี้&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมตามโครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; เนื่องจากบ้านเรือนส่วนใหญ่ปลูกสร้างมานาน&amp;nbsp; มีสภาพทรุดโทรมเพราะถูกน้ำทะเลกัดเซาะ&amp;nbsp; เพื่อให้บ้านเรือนมีความมั่นคง&amp;nbsp; แข็งแรง&amp;nbsp; ผู้อยู่อาศัยมีความปลอดภัย&amp;nbsp; และนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายปฏิภาณยกตัวอย่างการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ชุมชนบ้านปากคลอง &amp;nbsp;ต.แม่รำพึง&amp;nbsp; อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp; ซึ่งมี 4 หมู่บ้าน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 247 ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในที่ดินป่าชายเลนตามโครงการบ้านมั่นคงชนบทของ พอช.&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนที่ทรุดโทรมจำนวน 11.9 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมแซมบ้านไปแล้วประมาณ 70 %&amp;nbsp; จากจำนวนครัวเรือนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันชุมชนได้ร่วมกันเพาะพันธุ์และขยายสัตว์น้ำ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดทำธนาคารปูเพื่อขยายพันธุ์ปูทะเลมาตั้งแต่ปี 2551 สามารถนำแม่พันธุ์ปูมาเพาะพันธุ์ได้ประมาณปีละ 1,500-1,700 ตัว&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังทำ &amp;lsquo;ซั้ง&amp;rsquo; ในทะเลเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน&amp;nbsp; ทำให้มีสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูได้มากขึ้น&amp;nbsp; จากเดิมวันละ 3-4 กิโลกรัม&amp;nbsp; เพิ่มเป็น 7-8 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิโลกรัมต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แนวทางการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อการอยู่ร่วมกันของ&amp;nbsp; &amp;lsquo;คน&amp;nbsp; ป่า และทะเล&amp;rsquo; นั้น&amp;nbsp; พอช.ใช้เรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการพัฒนา&amp;nbsp; เพราะนอกจากจะทำให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยและที่ดินที่มั่นคงแล้ว&amp;nbsp; ยังจะนำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างเครือข่ายประมงพื้นบ้านขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันฟื้นฟู&amp;nbsp; ดูแล&amp;nbsp; อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; พัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; ต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; โดยความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งการบูรณาการแผนงานและงบประมาณเข้าด้วยกัน&amp;nbsp; นอกจากนี้จะนำไปสู่การผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายด้วย&amp;nbsp; โดยใช้พื้นที่อ่าว ก ไก่&amp;nbsp; เป็นต้นแบบ&amp;nbsp; ขยายผลไปสู่พื้นที่ชายฝั่งทะเลทั่วประเทศต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปฏิภาณกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47827</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, พอช., รัฐนิวยอร์ก, รัฐฟลอริดา, สนอง  รวยสูงเนิน, สมชาติ  ภาระสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แคลิฟอร์เนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191011/image_big_5da05e174637e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
