<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครซิดนีย์เปิดเศรษฐกิจ ยุติการล็อกดาว์นาน 106 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นครซิดนีย์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเริ่มเปิดเศรษฐกิจยุติการล็อกดาวน์ยาวนาน 106 วัน สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบแล้วตั้งแต่วันจันทร์ ขณะออสเตรเลียตั้งเป้าหมายเริ่มต้นการใช้ชีวิตร่วมกับไวรัสโคโรนาและทยอยเปิดประเทศเมื่ออัตราการฉีดวัคซีนอยู่ในระดับสูงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวออสเตรเลียในนครซิดนีย์นั่งสังสรรค์ดื่มกาแฟมื้อเช้าที่สแตรนด์อาร์เคต หลังจากมาตรการยุติล็อกดาวน์เปิดเศรษฐกิจสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วเริ่มมีผลเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครขนาดใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียซึ่งมีประชากรมากกว่า 5 ล้านคน เริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์และออกข้อกำหนดที่เข้มงวดเพื่อควบคุมโรคระบาดตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน หลังจากเกิดการแพร่เชื้อของสายพันธุ์เดลตา แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ลดลงและอัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีมากกว่าร้อยละ 70 ของประชากรอายุ 16 ปีขึ้นไป ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นตัดสินใจยุติการล็อกดาวน์ และอนุญาตให้ธุรกิจกลับมาเปิดบริการได้อย่างเสรีอีก สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคมว่า ผับบาร์ในนครซิดนีย์เริ่มเปิดรับลูกค้าตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่โดมินิก เพอร์ร็อตเต็ต ผู้ว่าการรัฐนิวเซาท์เวลส์ ใช้คำเรียกว่าเป็นวันแห่งเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; เพอร์ร็อตเต็ตกล่าวว่า นิวเซาท์เวลส์กำลังเป็นผู้นำพาออสเตรเลียพ้นจากโรคระบาด ซึ่งจะเป็นเรื่องท้าทาย โดยเตือนว่า อัตราการติดเชื้ออาจเพิ่มขึ้นหลังการเปิดเศรษฐกิจ และรัฐที่ปลอดการติดเชื้อเช่น เวสเทิร์นออสเตรเลียและควีนส์แลนด์กำลังจับตาดูว่าการใช้ชีวิตร่วมกับโควิด-19 นั้นจะเป็นอย่างไร ท่ามกลางความกังวลว่าระบบสาธารณสุขอาจรองรับไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐควีนส์แลนด์ยังคงปิดพรมแดนที่ติดกับรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยรัฐบาลของรัฐนี้ใช้ยุทธศาสตร์กำจัดไวรัสด้วยการล็อกดาวน์อย่างรวดเร็วเพื่อควบคุมการระบาด อัตราการฉีดวัคซีนของควีนส์แลนด์มีแค่ 52% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นิวเซาท์เวลส์รายงานว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 496 ราย ซึ่งลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงสูงสุดเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่รัฐวิกตอเรีย ซึ่งมีเมลเบิร์นเป็นเมืองหลวง มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,612 คน ต่ำที่สุดในรอบ 5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้กฎข้อบังคับที่ผ่อนคลายลงของนิวเซาท์เวลส์ ร้านค้าปลีกและร้านอาหารสามารถเปิดบริการได้แต่ลดจำนวนความจุลง และผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วสามารถรวมตัวกันได้ในจำนวนมากขึ้นทั้งในเคหสถานและการเข้าร่วมงานแต่งงานและงานศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐนี้ตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ได้ 80% ของประชากรภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งจะมีการผ่อนคลายข้อบังคับเพิ่มเติมอีก แต่ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนนั้นยังคงถูกห้ามออกจากบ้านไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ สกอตต์ มอร์ริสัน กล่าวถึงการยกเลิกล็อกดาวน์ของซิดนีย์ว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าเฉลิมฉลอง ผู้คนสามารถอยู่กันพร้อมหน้ากับครอบครัวและมิตร ออกไปตัดผม รับประทานอาหารด้วยกัน ไปเที่ยวผับดื่มเบียร์กับเพื่อนได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ยังคงมีข้อห้ามการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก และโรงเรียนกับการเดินทางระหว่างประเทศจะยังไม่เปิดอย่างเต็มรูปแบบภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ออสเตรเลียปิดประเทศตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งช่วยให้คุมจำนวนผู้ติดเชื้อไว้ในระดับต่ำได้ โดยอยู่แค่ราว 130,000 คน และมีผู้เสียชีวิต 1,448 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสัน ซึ่งต้องจัดเลือกตั้งทั่วไปก่อนเดือนพฤษภาคมปีหน้า ถูกบีบให้กดดันรัฐต่างๆ ยอมเปิดพรมแดนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และอนุญาตให้ครอบครัวที่อยู่ต่างรัฐได้พบหน้ากันอีกครั้งก่อนเทศกาลคริสต์มาส ถึงขณะนี้บางรัฐที่มีผู้ติดเชื้อเพียงไม่รายยังไม่ประกาศว่าจะเปิดพรมแดนเมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลออสเตรเลียกำลังวางแผนจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ โดยจะอนุญาตให้ผู้มีถิ่นพำนักที่ฉีดวัคซีนครบแล้วสามารถเดินทางเข้าและออกประเทศได้อย่างเสรีตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119441</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุติล็อกดาวน์ซิดนีย์, รัฐนิวเซาท์เวลส์, ออสเตรเลีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_61641c52e3325.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนไฟป่าล้อม ออสซี่หลายพันคนหนีตายลงชายหาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไฟป่าครั้งร้ายแรงของออสเตรเลียที่เผาไหม้มานานหลายเดือนลามเข้าใกล้แหล่งท่องเที่ยวริมทะเลทางตะวัน,ออกเฉียงใต้เมื่อวันอังคาร คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวหลายพันคนติดในวงล้อมหมดทางหนี ต้องอพยพไปปักหลักบนชายหาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้องฟ้ายามบ่ายของวันสิ้นปี 2562 ของออสเตรเลียเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะไฟป่าใกล้เมืองนาวรา รัฐนิวเซาท์เวลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไฟป่ารุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของออสเตรเลียครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม โดยวิกฤตการณ์ล่าสุดมีปัจจัยเสริมจากคลื่นความร้อนและลมแรง โดยมีคนสังเวยชีวิตเพิ่มเป็น 12 รายแล้วเมื่้อวันอังคาร ไฟป่าได้เผาทำลายพื้นที่แล้ว 18.5 ล้านไร่ หรือขนาดใหญ่กว่าประเทศเบลเยียม และคุกคามเมืองใหญ่หลายเมือง เช่น นครซิดนีย์และกรุงเมลเบิร์น ซึ่งมีประชากรหลายล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนราว 100,000 คนอพยพออกจากชุมชน 5 แห่งชานกรุงเมลเบิร์น ขณะที่ไฟป่ากลืนชีวิตอาสาสมัครดับไฟเพิ่มอีก 1 รายระหว่างพยายามดับไฟในเขตชนบทแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงตั้งแต่คืนวันจันทร์ มีทรัพย์สินโดนไฟเผาแล้วหลายสิบแห่ง คนเสียชีวิต 3 คน สูญหายอีก 5 รายในรัฐนิวเซาท์เวลส์และวิกตอเรีย ที่ไฟลามถึงหลายเมืองที่มีคนอาศัยหนาแน่น เช่น เบตแมนส์เบย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยดับเพลิงเขตชนบทนิวเซาท์เวลส์กล่าวเมื่อวันอังคารว่า บางพื้นที่นั้นไฟโหมรุนแรงมาก กลุ่มควันหนาทึบและสภาพอากาศแห้งแล้งจากไฟป่าก่อให้เกิดพายุสายฟ้าที่รุนแรงจนไม่สามารถบินลาดตระเวนหรือดับไฟป่าทางอากาศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองแมลลาคูตา เมืองชายฝั่งในรัฐวิกตอเรีย กลุ่มควันปกคลุมท้องฟ้าจนมืดหม่นเหมือนกลางคืน เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ไฟป่าหลายจุดที่ลุกไหม้อยู่ใกล้เคียงกำลังก่อพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงและอันตรายจากถ่านคุที่มาตามลม มีคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนช่วงฤดูร้อนติดอยู่ในเมืองนี้ราว 4,000 คน เนื่องจากไม่สามารถอพยพหนีทางบกได้ทัน และอีกจำนวนมากหนีไปหลบภัยบนชายหาดหลายแห่งตลอดแนวชายฝั่งยาว 200 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านบางรายที่มีเรือได้นำเรือออกทะเล บางคนเผยทางโซเชียลมีเดียว่าพวกเขาขึ้นเรือหนี บางคนบอกว่าสวมเสื้อชูชีพเตรียมไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินที่ต้องหนีลงทะเล ซึ่งเป็นทางรอดสุดท้าย โดยมีรายงานว่าทางการรัฐวิกตอเรียได้เตรียมแผนอพยพทางทะเลหรือทางอากาศแล้ว หากถึงคราวจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐวิกตอเรียเตือนล่วงหน้าหลายวันที่ผ่านมาให้นักท่องเที่ยวนับแสนคนออกจากพื้นที่นี้ก่อนจะสายเกินไป แต่ยังมีนักท่องเที่ยวเหลืออยู่หลายพันคน ซึ่งตอนนี้หนีไม่ทันแล้ว คำแถลงเมื่อวันอังคารกล่าวว่า เมืองแมลลาคูตาและเมืองติดกันอีก 1 เมืองยังคงถูกตัดขาด แต่ไฟป่าที่เป็นอันตรายถึงชีวิตผ่านพ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายวันมานี้ อุณหภูมิในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียพุ่งแตะ 47 องศาเซลเซียส ส่วนเขตอื่นๆ ทุกแห่งก็มีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศา ไม่เว้นแม้แต่เกาะแทสเมเนีย วิกฤติไฟป่าครั้งนี้ทำให้ปัญหาโลกร้อนถูกกล่าวถึงอย่างแพร่หลายว่าเป็นสาเหตุของฤดูไฟป่าที่รุนแรงขึ้นและยาวนานขึ้นของออสเตรเลีย และทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลรีบดำเนินการรับมือกับภาวะโลกร้อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53594</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐนิวเซาท์เวลส์, รัฐวิกตอเรีย, หนีลงชายหาด, ออสเตรเลีย, แมลลาคูตา, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b18694c409.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
