<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เพื่อไทย’หยันรัฐบาลมั่นใจเปิดประเทศปลอดภัยทำไมไม่ลดเคอร์ฟิวอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;17 ต.ค.64-นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย(พท.) แถลงถึงความพร้อมเปิดประเทศว่า สถานการณ์โควิดผู้ติดเชื้อยังถือว่าสูงมาก เปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย. ทั้งที่ประเทศไทยมีคนที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม เพียง 25 ล้านคน คิดเป็น 35.8% เมื่อเทียบกับประเทศใหญ่ๆที่มีการเปิดประเทศไปแล้ว เช่น อเมริกาอยู่ที่ 57.3% ญี่ปุ่น 66.5% เยอรมนี 65.7% ฝรั่งเศส 67.2% อังกฤษ 66.7% ตามมาตรฐานถือว่ามีภูมิคุ้มกันหมู่ แต่ของเราถ้าคิดเอาที่ร้อยละ 70 ยังเดินทางมาได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทยอยากให้มีการเปิดประเทศ เมื่อรัฐบาลประกาศว่าจะเปิดประเทศ แต่วันที่ 16 ต.ค. ที่ลดเวลาเคอร์ฟิวลงเหลือ 23.00-03.00 น. และขยายเวลาเปิด-ปิดห้างสรรพสินค้า ขณะนี้เหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์ ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าสามารถเปิดประเทศได้อย่างมีความปลอดภัย ก็อยากให้นายกฯพิจารณาว่าจะผ่อนปรนเรื่องเคอร์ฟิว ได้อย่างไร เพราะเราควรให้คนในประเทศเริ่มมีการเตรียมความพร้อมก่อนเพื่อจะได้ทำมาหากินได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119993</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐบาล, เปิดประเทศ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616bf0a0c1cb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเดินหน้าข้อสั่งการนายกฯ เปิดมาตรการแบงก์ของรัฐ พักหนี้-เพิ่มสินเชื่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม สั่งการให้ทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือในทุกด้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการให้มากที่สุด โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้จัดทำมาตรการพักชำระหนี้และสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งแต่ละธนาคารได้จัดทำรายละเอียดและเงื่อนไขที่น่าสนใจแตกต่างกัน อาทิ การพักชำระหนี้สูงสุด 1 ปี สนับสนุนวงเงินกู้สินเชื่อเพิ่มเติม ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน สูงถึง 1 ปี เป็นต้น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ธนาคารออมสิน - มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน ยื่นคำขอเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 /มาตรการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน สินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อย สินเชื่อเคหะ สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร -มาตรการพักชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน และไม่คิดดอกเบี้ยปรับ/ มาตรการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน และระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ - สำหรับลูกค้าเดิมที่หลักประกันได้รับความเสียหาย สามารถขอรับการลดดอกเบี้ยเหลือ 0%ต่อปี เป็นระยะเวลา 4 เดือน ลูกหนี้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร หลักประกันเสียหายทั้งหลังไม่สามารถซ่อมแซมได้ สามารถขอรับปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินคงเหลือเท่านั้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้าที่มีการกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) จะได้รับการพักชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 3 เดือน /มาตรการสินเชื่อฉุกเฉิน อัตราดอกเบี้ย 4.99% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ระยะเวลากู้สูงสุด ไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยการพักชำระหนี้เงินต้น ชำระเฉพาะกำไรเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และให้ขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป ไม่เกินระยะเวลาที่พักชำระ และยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดชำระ (Late charge) โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) - มาตรการช่วยเหลือลูกค้า SMEs สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าของ บสย. มาตรการลดค่างวด โดยการผ่อนจ่าย 20% หรือจ่ายขั้นต่ำ 500 บาท สูงสุด 3 เดือน มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้า บสย. ที่ค้างชำระหนี้ไม่เกิน 3 เดือน โดยการพักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน และพักดอกเบี้ยเกิดใหม่ ยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารแต่ละแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นมาตรการด้านการเงินตามการสั่งการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ต้องการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 64 ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า ทำให้มีเงินหมุนเวียน ช่วยฟื้นฟูกิจการ รวมถึงปรับปรุงและซ่อมแซมอาคาร เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยทุกมาตรการให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกคน&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, พักหนี้, รัฐบาล, สินเชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c9856bd5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯ ปลื้มกระแสตอบรับ คนละครึ่ง เฟส 3-ยิ่งใช้ยิ่งได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความพึงพอใจต่อผลการดำเนินโครงการ คนละครึ่งเฟส 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เป็นอย่างมาก เพราะได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งประชาชนและร้านค้า สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายประจำวันของประชาชน เงินสะพัดในชุมชน เจ้าของร้านค้า หาบเร่ แผงลอย รถเข็น ต่างก็มีรายได้เพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ก็สะดวก โดยล่าสุด ยอดรวมของมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษนั้น มียอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการ ผู้ใช้สิทธิสะสมรวมกว่า 39.9 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสมรวม 108,387.5 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 25.08 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 94,458.2 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 48,005.4 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 46,452.7 ล้านบาท 2) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 81,929 คน ยอดใช้จ่ายส่วนประชาชนสะสม 2,603.8 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายด้วย e-voucher สะสม 130.5 ล้านบาท 3) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.54 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 10,433.7 ล้านบาท และ 4. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.2 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 761.3 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงการคลัง ได้โอนเงินคนละครึ่งรอบที่ 2 จำนวน 1,500 บาท เข้าแอปฯ เป๋าตัง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม และใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 3 และยิ่งใช้ยิ่งได้ ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ อย่าง GRAB และ LINE MAN ได้ ตอนนี้มีร้านค้าให้บริการผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มแล้ว กว่า 58,000 ราย ซึ่งประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการดังกล่าว ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม นี้ เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยได้สะดวกมากขึ้น สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ New Normal ทำให้เศรษฐกิจชุมชนมีการขยายตัวมากขึ้น เป็นไปตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต้องการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้สถานการณ์ระบาดโควิด-19 และมาตรการควบคุมของรัฐบาล เริ่มคลี่คลาย เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งคาดว่ากิจกรรมเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นปกติมากขึ้น ประชาชนในประเทศมีความเชื่อมั่น กลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น รวมทั้งเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น และเทศกาลปีใหม่ โดยรัฐบาลพร้อมเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับมาตรการด้านสาธารณสุข เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย พลิกโฉมประเทศ &amp;ldquo;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119882</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, ธนกร วังบุญคงชนะ, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_610342495e24d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล เมินโต้ฝ่ายค้านยื่น ปปช.เอาผิดครม. ยันชี้แจงในสภาฯชัดเจนแล้ว เย้ยแค่หวังคะแนนนิยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp;เอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ในข้อหาทุจริตหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านสามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญระบุไว้ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมชี้แจงในทุกข้อกล่าวหา เพราะมั่นใจว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมานั้น รัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตอบทุกคำถามไปอย่างชัดเจนแล้ว อย่างไรก็ตาม หวังว่าฝ่ายค้านจะมีพยานหลักฐานครบถ้วนเพียงพอตามที่กล่าวอ้าง เพราะไม่อยากให้การยื่นครั้งนี้เป็นการยื่นเพราะต้องการเรียกคะแนนนิยม หวังผลทางการเมือง หรือเพราะโกรธที่ล้มรัฐบาลในสภาฯ ไม่ได้ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่ารัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกฯ นั้นไม่มีความกังวลใดๆ ยังคงเดินหน้าทำงานให้ประชาชนโดยไม่สนใจที่จะต้องมาตอบโต้ทางการเมืองให้เสียเวลา เพราะวันนี้ประชาชนยังรอให้ท่านนายกฯ เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้อยู่ อย่างไรก็ตาม อยากให้ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยนั้น กลับไปดู ส.ส.พรรคตัวเองที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลก่อนจะดีกว่า เพื่อไม่ให้ประชาชนมองว่า ฝ่ายค้านว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง &amp;quot;โฆษกรัฐบาลกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118742</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปปช., ฝ่ายค้าน, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c98775854f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;จี้รัฐบาลเร่งออกมาตรการรับมือพืชกระท่อมล้นตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.64-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า ผู้ปลูกพืชกระท่อม ซึ่งส่วนใหญ่มีความพึงพอใจ กับการที่รัฐสภาได้ออกกฏหมายปลดล็อคพืชกระท่อม ทำให้เกษตรกรมีอาชีพใหม่ เช่น การเพาะพันธุ์ ตอนกิ่ง จัดจำหน่ายพืชกระท่อมกันอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp; มีเกษตรกรหลายราย มีอาชีพใหม่ ทำธุกิจเปิดขายใบกระท่อม และต้นกระท่อมไปทั่วประเทศ หลังจากนี้จะทำให้มีปริมาณพืชกระท่อมเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อปริมาณพืชกระท่อมล้นตลาดได้ จึงอยากจะให้รัฐบาลเตรียมมาตรการรับมือ เกี่ยวกับพืชกระท่อมได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะพืชกระท่อมจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของเกษตรกร โดยการเร่งออกกฎหมาย พ.ร.บ.พืชกระท่อม และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับการแปรรูป และนำพืชใบกระท่อมเป็นส่วนผสมของอาหาร ออกมาโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้ารัฐบาลจะออกประกาศมีข้อกำหนดให้พืชกระท่อมใช้เพื่อการบริโภคเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการอนุญาต หรือส่งเสริมให้แปรรูป เป็นยาสมุนไพร เครื่องดื่มชูกำลัง หรือส่วนผสมของอาหาร และเป็นสินค้าส่งออกไปต่างประเทศ ก็จะทำให้ปัญหาพืชกระท่อมล้นตลาด เกิดขึ้นเหมือนกับผลิตผลการเกษตรของเกษตรกรตัวอื่นๆตามมาอย่างแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117158</URL_LINK>
                <HASHTAG>พืชกระท่อม, รัฐบาล, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121d3b6c99fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน!&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่นไม่ปรับครม.เชื่อ&#039;พี่ป้อม&#039;ไม่น้อยใจไม่มีแตกแยก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) แทนตำแหน่งที่ว่างลงว่า ยังไม่ปรับตอนนี้ และไม่ต้องตั้งใครเพิ่ม ไม่ต้องห่วงมีคนทำงาน คนรักษาการอยู่แล้ว ตามที่ได้แบ่งหน้าที่การบริหารราชการ ที่มอบหมายให้ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจะเข้าไปดูแลในส่วนพรรคพลังประชารัฐอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ไปดูแลอะไร ไปดูแลยังไง ไปดูแลได้แค่ไหน วันนี้ตนก็มารับฟังในสิ่งที่เขาพูด และรับฟังทุกพรรคอยู่แล้วที่มีการชี้แจงในสภาฯอยู่ทุกวัน เมื่อนายกฯลงพื้นที่ก็มาสอบถามข้อเท็จจริงของพวกเขาว่าโครงการนี้ทำไมถึงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นของใครก็แล้วแต่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เซักว่าในช่วง1-2วันที่ผ่านมา มีกระแสข่าวเกิดแรงกระเพื่อมในพรรคพลังประชารัฐ​ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า &amp;ldquo;ปัญหาตรงไหนหรือ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำถึงกระแสข่าวว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ น้อยใจกับเรื่องดังกล่าวและจะลาออกจากพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอุทานว่า &amp;ldquo;อุ๊ย !ไม่มีใครใจน้อยขนาดนั้นหรอกมั้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้ระยะห่างระหว่างส.ส.กับนายกฯลดน้อยลง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็มาหาอยู่นี่ไง ถ้ามีเวลาจะไปเยี่ยมเยียนในเวลาที่เหลืออยู่ ที่ผ่านมาบริหารงานในรูปแบบของจังหวัด โดยรับฟังปัญหาของส.ส.ทุกคน แล้วนำมาดูอะไรทำได้ หรือไม่ได้ หรือติดปัญหาตรงไหน แล้วจึงบริหารงบประมาณให้เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายกฯจะสยบภาพของความแตกแยกที่เกิดขึ้นในเวลานี้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ เดินหนีออกจากโพเดียมทันที พร้อมกับโบกมือก่อนจะตอบเสียงหนักแน่น ว่า &amp;ldquo;ไม่มีแตกแยก ไม่มี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116457</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับครม., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dcd120f88d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลสานฝันคนไทยมีบ้าน  หลังครม.ปรับเพิ่มกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในส่วนความคืบหน้าและผลการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว กลุ่มผู้สูงอายุตามแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม &amp;nbsp;ล่าสุด คณะรัฐมนตรีเห็นชอบปรับเพิ่มกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท สำหรับโครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2 รวมวงเงินโครงการ 70,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (Post Finance) เพื่อจัดซื้อ หรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;พร้อมขายระยะเวลาดำเนินโครงการ จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2566 &amp;nbsp;หรือเมื่อสินเชื่อเต็มตามกรอบวงเงินแล้ว ทั้งนี้ &amp;nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ การเคหะแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนมาตรการออกแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) &amp;ldquo;โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ &amp;ldquo; (โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2) ปรับเพิ่มกรอบวงเงิน 20,000 ล้านบาท รวมวงเงินโครงการทั้งสิ้น 70,000 ล้านบาท และปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไข ให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง มีโอกาสซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้มากขึ้น อาทิ ไม่กำหนดเกณฑ์รายได้ผู้กู้ แต่เงินงวดผ่อนชำระรายเดือนต้องไม่เกิน 1 ใน 2 ของรายได้สุทธิต่อเดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.99% ต่อปี เป็นระยะเวลา 4 ปี เป็นต้น ซึ่งพบว่า ผลการดำเนินโครงการบ้านล้านหลัง ของ ธอส. มียอดอนุมัติสินเชื่อ ตามโครงการบ้านล้านหลังแก่ลูกค้ารายย่อย (Post Finance) จำนวน 52,514 ราย เป็นจำนวนเงิน 39,522.37 ล้านบาท (กรอบวงเงินโครงการ 50,000 ล้านบาท) โดยแบ่งเป็น 1) กลุ่มรายได้/เดือน/คนไม่เกิน 25,000 บาท จำนวน 43,643 ราย เป็นจำนวนเงิน 33,049.02 ล้านบาท และ 2) กลุ่มรายได้/เดือน/คนเกิน 25,000 บาท จำนวน 8,871 ราย เป็นจำนวนเงิน 6,473.35 ล้านบาทและ คาดว่า ภายในเดือนสิงหาคม 2564 จะมียอดการทำนิติกรรมทั้งสิ้น จำนวน 40,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า &amp;nbsp;2.การเคหะแห่งชาติ &amp;ldquo;โครงการบ้านเคหะสุขเกษม&amp;rdquo; เสนอปรับปรุงทรัพย์สินโครงการบ้านเอื้ออาทรบางส่วนมาดำเนินการให้เป็นห้องเช่าราคาถูกแก่ผู้สูงอายุ ปรับปรุงพัฒนาอาคารเช่าสำหรับผู้สูงอายุ ข้าราชการ และพนักงานของรัฐที่เกษียณอายุ เป็นโครงการต้นแบบชื่อ &amp;ldquo;โครงการบ้านเคหะสุขเกษม&amp;rdquo; นำร่อง ณ จังหวัดสมุทรปราการ และกำลังเร่งศึกษาความเหมาะสมของแผนโครงการบ้านเคหะสุขเกษม ซึ่งในแผนจะเป็นอาคารสูง 5 ชั้น 4 อาคาร ทุกอาคารติดลิฟท์ แผนการดำเนินงาน 3 ปี (2564-2566) แบ่งเป็น 4 ระยะ รวม 4,089 หน่วย ขนาดพื้นที่ 33 ตารางเมตร และ 27 ตารางเมตร ต่อหน่วยที่พักอาศัย มีศูนย์ดูแลสุขภาพ พื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่จัดกิจกรรม คลินิกอายุรกรรม ศูนย์สุขภาพ เป็นต้น โดยจะคิดอัตราค่าเช่า ประมาณ 2,500 - 3,000 บาท ทั้งนี้รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพยายามเสริมสร้างระบบการเงินและระบบสินเชื่อที่เอื้อต่อการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนทุกระดับรายได้ อาทิ การสนับสนุนให้ ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อส่งเสริมให้ซื้อที่อยู่อาศัยในราคาถูก และการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้อย่างเสมอภาค ด้วยความมุ่งหวังตั้งใจจะยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้คนไทยมีบ้านที่อยู่อาศัย ทั่วหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116335</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c9856bd5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
