<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;แจงสถานการณ์จำเป็นรัฐลุยกู้ดันหนี้พุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.ย. 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ &amp;ldquo;ยุทธศาสตร์ส่งเสริม SMEs / Startups ยกระดับขีดความสามารถและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&amp;rdquo; ว่า การที่ประเทศมีหนี้จากการกู้เงินในจำนวนที่สูงมากท่ามกลางสถานการณ์ในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องที่แตกต่างไปจากประเทศอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเช่นกัน ต้องใช้เครื่องมือทางการคลังให้เป็นประโยชน์ในภาวะที่นโยบายการเงินยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่นัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มองว่าตลาดทุนของไทยยังมีโอกาสดี หุ้นไทยไม่ได้แย่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น จึงยังมองเห็นการฟื้นตัวได้ในอนาคต ขณะเดียวกันเอสเอ็มอีที่จะเป็นดาวรุ่งได้ จะต้องคำนึงถึงทิศทางของประเทศว่าจะก้าวไปทางไหน ซึ่งต้องดูแนวนโยบายของรัฐบาลควบคู่ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทิศทางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในอนาคตนั้น ถ้ากู้เยอะ แล้วหนี้ต่อจีดีพีสูงขึ้น แต่หากรายได้ไม่เพิ่ม ก็แน่นอนว่าต้องเป็นหนี้เป็นสิน ดังนั้นความสามารถในการหารายได้ เรามีโอกาส เช่น โครงการในอีอีซี โครงการที่เป็น new S curve ซึ่งทิศทางที่ธุรกิจไทยจะเติบโตไปในอนาคตได้ ต้องคำนึงถึงใน 3 ด้าน คือ ไบโอชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเหล่านี้ จะถือเป็นโอกาสของเราทุกคน&amp;rdquo; นายอาคม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม กล่าวอีกว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2/2564 ที่ขยายตัวได้ 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากเทียบรายไตรมาส จะพบว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ แม้จะยังไม่ฟื้นตัวได้แข็งแรงมากนักก็ตาม แต่ก็เริ่มเห็นแนวโน้มที่จะกลับมาดีขึ้น โดยเชื่อว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะยังอยู่กับประเทศไทยต่อไปอีก เพียงแต่จะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ด้วย ส่วนการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นความพยายามของรัฐบาลที่จะสร้างสมดุลระหว่างการดูแลด้านสาธารณสุขกับด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทย ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยพิจารณาการให้ความช่วยเหลือเยียวยาทั้งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไป โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่รายได้ของประเทศด้านการท่องเที่ยวหายไปมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการต่าง ๆ ที่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพที่เป็นห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) ในธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงเอสเอ็มอีที่ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งรัฐบาลได้พยายามเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยอมรับว่าผลกระทบกับเอสเอ็มอีรอบนี้ ค่อนข้างจะสาหัส หลายร้าน หลายบริษัทต้องปิดตัว หรือไปกู้หนี้ยืมสิน เข้ามาตรการพักชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ มาตรการสินเชื้อฟื้นฟู ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เบิกจ่ายไปแล้วเกือบแสนล้านบาท มีเอสเอ็มอีเข้ามา 3 หมื่นกว่าราย ซึ่งยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเอสเอ็มอีทั้งประเทศที่มีอยู่กว่า 3 ล้านราย ส่วนมาตรการพักทรัพย์พักหนี้ มีเข้ามาแล้ว 74 ราย มูลค่ารับโอนทรัพย์สิน 1.1 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo; นายอาคมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตลาดทุนก็ถือว่าเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่บริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่สามารถเข้ามาลงทุนได้ รวมถึงตลาด mai แต่การเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะมีกฎกติกาที่เข้มงวด โดยเฉพาะความโปร่งใส ระบบข้อมูลการบันทึกบัญชี ซึ่งเอสเอ็มอีบางส่วนยังขาดองค์ความรู้ที่จะเข้าสู่กฎกติกาในการเข้ามาซื้อขายใน ตลท. ได้ โดยทั้ง ตลท. และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแผนจะให้องค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการเหล่านี้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยล่าสุด ตลท. และ ก.ล.ต.ได้มีการแนะนำ Live แพลตฟอร์ม และ Live Exchange ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการช่วย Set up ให้แก่เอสเอ็มอีได้เตรียมตัวก่อนที่จะเข้าไปจดทะเบียนซื้อขายใน ตลท. โดยช่องทางดังกล่าวจะเป็นการเชื่อมระหว่างนักลงทุนหรือผู้มีเงินออม เข้ากับผู้ที่ต้องการเงินทุนได้เข้ามาเจอกัน ซึ่งการที่ ตลท. ได้ริเริ่มแพลตฟอร์มนี้ขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการระบาดของโควิด-19 อาจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่หากไปทำเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวแล้วก็อาจจะสายไป เพราะเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว จะทำให้มีต้นทุนต่าง ๆ ในการดำเนินงานที่สูงกว่าในช่วงนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116665</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐบาลกู้เงิน, หนี้สาธารณะ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_60810322de358.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เต้ อารมณ์ค้างถก พรก.กู้เงิน ทั้งถาม ทั้งด่าแหลก &#039;นายกฯบิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย. 64 -&amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าคำถามจาก ส.ส.พี่เต้ 007 ถึง ท่านนายกลุงตู่ ใช้สมองตอบ อย่าใช้อารมณ์ แล้วอย่าโกรธผม จนส่งลูกน้องมาข่มขู่ผมนะ ผมกลัว!!! &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านนายกครับ ท่านนายกฯ บริหารประเทศไทยผ่านมา 2 ปี เศษ รอบ 2 ท่านได้กู้เงินในอนาคตมาบริหารประเทศ ดังนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กู้ขาดดุลงบประมาณ 63,64,65 รวม &amp;nbsp;3 ปี &amp;nbsp; กู้ขาดดุลรวม 2.72 ล้านล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กู้ ผ่าน พรก.เยียวยา ฟื้นฟูฯ 2 ฉบับ 1+0.5 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;รวม 1.5 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กู้ ผ่าน พรก.ให้สินเชื่อ-หุ้นกู้ &amp;nbsp;3 ฉบับ 1.25 ล้านล้านบาท(ธปท. ค้ำ) รวมกู้กู้กู้กู้กู้กู้กู้กู้ 5.47 ล้านล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผม ส.ส.พี่เต้ 007 ขอถามตรงๆกับท่านนายกฯแทนประชาชนคนไทย 65 ล้านคน ว่า ท่านจะใช้หนี้เหล่านี้อย่างไร เอารายได้จากไหนใช้หนี้ได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอคำอธิบายแบบจับต้องได้จริงๆ &amp;nbsp;จะใช้เวลากี่ปีจึงจะใช้หนี้หมด หนี้ที่ท่านสร้างขึ้นในยุคท่าน ท่านคิดว่ารั่วไหลกี่%โดยสุจริต-รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และปล่อยให้พวกพ้องทุจริตกี่ %&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านคิดว่าประชาชนไทยรักท่านจริงๆกี่คน รังเกียจท่านกี่คน ท่านคิดว่าตัวท่านเองมีประโยชน์กับประเทศไทยประชาชนไทยหรือไม่ ถ้ามีประโยชน์คืออย่างไร อะไรบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านคิดว่าท่านจะสามารถใช้หนี้ที่ท่านก่อขึ้นได้หมดก่อนท่านตายหรือไม่ &amp;nbsp;หรือท่านจะตายก่อนและทิ้งหนี้สินไว้ให้กับลูกหลานเหลนโหลนใช้หนี้ต่อโดยที่พวกเขาไม่ได้ใช้และก่อขึ้นใช่หรือไม่ คำถามที่ตอบไม่ง่ายและไม่ยากจนเกินไป สำหรับ อัฉริยะนายกฯอย่างท่าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล:ตอบอย่างใช้สติ อย่าโกรธ เพราะเดี๋ยวเส้นเลือดในสมองท่านเลือดจะหนึดและตัวชา ด้วยความเคารพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105963</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคไทยศรีวิไลย์, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, รัฐบาลกู้เงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210227/image_big_6039a95e235eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
