<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉายาสภา ‘ดงงูเห่า’!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สื่อมวลชนรัฐสภาตั้งฉายาสภา &amp;quot;ดงงูเห่า&amp;quot; เหตุ รธน.ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ ส.ส.คอยแว้งฉกกันเอง วุฒิสภากลายเป็น &amp;quot;สภาทหารเกณฑ์&amp;quot; ถูก คสช.เกณฑ์เข้ามาสานต่องานให้จบ &amp;quot;ชวน&amp;quot; พลิกกลับเป็น &amp;quot;มีดโกนขึ้นสนิม&amp;quot; ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งในสภาได้ ผู้นำฝ่ายค้านแค่ &amp;quot;ขนมจีนไร้น้ำยา&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;ปารีณา-เสรีพิศุทธ์&amp;quot; คู่กัดแห่งปี &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; คว้าตำแหน่ง &amp;quot;ดาวสภา&amp;quot; แต่ไม่มีผู้เหมาะสมเป็นคนดีศรีสภา &amp;quot;สุทิน&amp;quot; โวด้านดีสภายุคนี้พัฒนากว่าเดิม ป้อง &amp;quot;สมพงษ์&amp;quot; เป็นคนสุภาพ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ยัน &amp;quot;ศรีนวล&amp;quot; ไม่ใช่งูเห่า วอนอย่าขยายความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม หลังจากที่เว้นวรรคการตั้งฉายารัฐสภาไปเป็นเวลาประมาณ 5 ปี มาในปี 2562 สื่อมวลชนประจำรัฐสภาได้มีความเห็นร่วมกันที่จะตั้งฉายาสภาอีกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติในรอบปีที่ผ่านมา โดยไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในทางการเมืองแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับฉายาสภาที่สื่อมวลชนได้ระดมสมองออกมานั้นมีบทสรุป ดังนี้ 1.เหตุการณ์แห่งปี &amp;quot;สภาล่ม&amp;quot; เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง 2 วันติดต่อกัน ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.และ 28 พ.ย. ระหว่างการพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ปฐมเหตุเริ่มมาจากการที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตให้กับฝ่ายค้าน ซึ่งจะต้องนำมาสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แต่ปรากฏว่า ส.ส.รัฐบาลใช้เสียงข้างมากจนนำมาสู่การนับคะแนนใหม่ โดยก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนดังกล่าวจะต้องมีการนับองค์ประชุมก่อน ทว่ามี ส.ส.ร่วมเป็นองค์ประชุม 92 คน แม้จะมีการนัดประชุมอีกครั้งในวันถัดไป แต่ก็ยังมี ส.ส.เพียง 240 คนไม่ครบองค์ประชุม นับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียให้กับสภาในยุคของ &amp;#39;ชวน หลีกภัย&amp;#39; ที่พยายามจะยกระดับมาตรฐานของสภาให้กลับมาเป็นความหวังของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สภาผู้แทนราษฎร : &amp;nbsp;&amp;quot;ดงงูเห่า&amp;quot; การหายไปของสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวลากว่า 5 ปี ทำให้สภาถูกตั้งความหวังไว้ว่าจะสามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนสมดั่งเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยได้ แต่จะด้วยผลกระทบจากรัฐธรรมนูญที่ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพหรือเป็นนิสัยส่วนบุคคล ถึงได้เป็นช่องทางที่ทำให้ปรากฏการณ์ที่เรียกว่างูเห่า ไม่ว่าจะเป็นการประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระเพื่อตรวจสอบรัฐบาล แต่เมื่อผ่านไปสักระยะก็ยุติการเป็นฝ่ายค้านอิสระ ไปจนถึงการลงคะแนนสวนทางกลับมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายครั้ง ทั้งการพิจารณาพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพล ไปจนถึงการร่วมเป็นองค์ประชุมสภาก่อนจะลงมติล้มไม่ให้เกิดการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรา 44 ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งตราบใดรัฐบาลยังมีเสียงปริ่มน้ำและต้องยืมมือฝ่ายตรงข้ามเช่นนี้ สภาคงไม่อาจเป็นที่พึ่งของประชาชนให้สมดังเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ แต่จะเป็นเพียงดงงูเห่าที่คอยแว้งฉกกันเองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.วุฒิสภา : &amp;quot;สภาทหารเกณฑ์&amp;quot; รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้มีวุฒิสภาแบบพิเศษขึ้นมา กล่าวคือ แม้รัฐธรรมนูญจะหมวดว่าด้วยวุฒิสภาที่ให้มีการลงคะแนนเลือกกันเองจากบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพ แต่ใน 5 ปีแรกกลับให้ ส.ว.มาจากการเลือกของ คสช. รวมกับผู้บัญชาเหล่าทัพโดยตำแหน่งเป็นจำนวน 250 คน ไม่เพียงเท่านี้ ส.ว.ชุดปัจจุบันจำนวนไม่น้อยมาจากบุคคลที่เคยเป็นสมาชิก สนช.ที่ คสช.เคยแต่งตั้งอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ทำให้ส.ว.เปรียบเสมือนเป็นทหารที่ถูก คสช.เกณฑ์เข้ามา ที่ไม่เพียงแต่มีหน้าที่ในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรกเท่านั้น แต่ยังอีกภารกิจคือการสานต่องานของ คสช.ให้จบ โดยเริ่มให้เห็นแล้วจากการพร้อมใจเทคะแนนเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และในอนาคตกำลังจะมีหน้าที่ปกป้องรัฐธรรมนูญเป็นภารกิจต่อไป
มีดโกนขึ้นสนิม-ค้อนยาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ประธานสภาผู้แทนราษฎร : &amp;quot;มีดโกนขึ้นสนิม&amp;quot; &amp;#39;ชวน หลีกภัย&amp;#39; ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในตำนานการเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน โดยเป็น ส.ส.ที่มีพรรษาทางการเมืองมากที่สุด และมีบารมีเต็มเปี่ยมจนได้กลับเข้ามาเป็นประธานสภาฯ อีกครั้ง แม้จะมีความตั้งใจจะให้ประชาชนกลับมาศรัทธาสภา แต่เอาเข้าจริงมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่เคยบาดลึกแหลมคมกำลังขึ้นสนิมอย่างเห็นได้ชัด ภายหลังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสภาได้ เช่น การวินิจฉัยเรื่องการนับคะแนนใหม่ในญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรา 44 จนนำมาสู่เหตุการณ์สภาล่ม ไปจนถึงการพยายามลอยตัวกับปัญหาต่างๆ อย่างความขัดแย้งในคณะกรรมาธิการสามัญหลายคณะ ทั้งๆ ที่เป็นผู้นำสูงสุดของสภา อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นมีดโกนขึ้นสนิมที่อาจฟันอะไรไม่ขาดเสียทีเดียว แต่หากใครได้โดนแล้วแน่นอนว่ายังต้องรู้สึกเจ็บและต้องรีบฉีดยากันบาดทะยัก เพราะวาจาของนายหัวเมืองตรังยังเจ็บจี๊ดไม่เคยเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ประธานวุฒิสภา : &amp;quot;ค้อนยาง&amp;quot; เป็นที่ทราบกันดีว่าก่อนจะขึ้นมาเป็นประธานวุฒิสภา &amp;#39;พรเพชร วิชิตชลชัย&amp;#39; เคยดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาก่อน ซึ่งเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เมื่อมาทำหน้าที่เป็นประธานวุฒิสภา ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทบาทและอำนาจหน้าที่ที่เคยมีนั้นได้เลือนหายไป ตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้สมาชิกรัฐสภาไม่ยำเกรงในบารมีของประธานวุฒิสภา ดังจะเห็นได้จากการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณานโยบายของคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เพราะปรากฏว่าทุกครั้งที่ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมในฐานะรองประธานรัฐสภา จะถูก ส.ส.ลองของจนควบคุมการประชุมไม่ได้ โดยเฉพาะการปะทะคารมกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนำมาซึ่งความวุ่นวายกลางที่ประชุม แม้ประธานวุฒิสภาจะพยายามใช้ค้อนทุบบนโต๊ะเพื่อหวังให้เกิดความสงบ แต่กลับได้ผลตรงข้าม จึงเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าค้อนไม้ที่ถือไว้ในมือนั้นเป็นเพียงแค่ค้อนยางเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร : &amp;quot;ขนมจีนไร้น้ำยา&amp;quot; &amp;#39;สมพงษ์ อมรวิวัฒน์&amp;#39; ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ ในภาวะที่ฝ่ายค้านไม่ได้เป็นลูกไล่รัฐบาลเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะมีเสียงในสภาที่สูสีกับฝ่ายรัฐบาล ถึงขนาดที่ฝ่ายค้านเคยโหวตชนะฝ่ายรัฐบาลมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครั้งพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่งของ คสช.ตามมาตรา 44 ทว่าฝ่ายค้านยังไม่อาจแสดงศักยภาพในการตรวจสอบรัฐบาลให้เป็นที่ประจักษ์ เมื่อเทียบกับผู้นำฝ่ายค้านฯ ในอดีตหลายคนก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังไม่ปรากฏบทบาทการเป็นผู้นำเพื่อให้การทำงานของสภาเกิดความสมานฉันท์และเป็นที่จดจำ จึงไม่ต่างอะไรกับขนมจีนที่ดูน่ารับประทาน แต่เมื่อไร้น้ำยารสเลิศแล้วก็ทำให้ขนมจีนจานนั้นไม่ได้อยู่ในสายตา
&amp;quot;ปารีณา-เสรีฯ&amp;quot;คู่กัดแห่งปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.วาทะแห่งปี : &amp;quot;ตัดพี่ตัดน้อง&amp;quot; วาทะนี้เป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พูดกลางที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการนำเสนอนโยบายของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ก.ค. เพื่อแก้ข้อกล่าวหาเรื่องการเข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่สุจริตของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์ตอบโต้ว่า &amp;ldquo;เรารู้จักกันมานาน ท่านเป็นรุ่นพี่ผม แต่งงานวันเดียวกัน แต่วันนี้ไม่ถือว่าเป็นรุ่นพี่อีกแล้ว เพราะท่านไม่เกียรติผม เคยพูดว่าจะชักปืนยิงผม ถ้ายิงจริง ท่านก็ติดคุกไปแล้ว ท่านพูดจาหยาบคาย เหรียญรามาฯ ผมก็ได้ แต่ไม่เคยอวดอ้างอำนาจ ให้ไปทบทวนตัวเอง&amp;rdquo; จากการตัดพี่ตัดน้องในวันนั้นทำให้ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านทวีความดุเดือดนับจากนั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.คู่กัดแห่งปี : ปารีณา VS พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสองคนนี้เป็นมวยถูกคู่ แม้ว่าจะต่างวัยกันก็ตาม &amp;#39;ปารีณา ไกรคุปต์&amp;#39; ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถูกพรรคส่งมาเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มี &amp;#39;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส&amp;#39; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน เพื่อปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ภายหลัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พยายามเชิญนายกฯ มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ แต่ปารีณาพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ถึงขั้นมีการผลัดกันยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกันเองภายในคณะกรรมาธิการจนงานอื่นๆ ของคณะกรรมาธิการเดินหน้าไม่ได้และกรรมาธิการหลายคนทยอยลาออก เพราะไม่ต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ดังนั้น การปะฉะดะของ ส.ส.สาวและอดีตนายตำรวจ จึงมีแต่เพียงการวิวาทะเท่านั้น หาแก่นสารไม่ได้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 9.ดาวเด่น : ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ จากคนที่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนอกสภา แล้ววันหนึ่งก็ได้เดินเข้าสภาในนามพรรคอนาคตใหม่ เหตุผลหลักที่ทำให้ &amp;ldquo;อาจารย์ป๊อก&amp;rdquo; ได้รับตำแหน่งดังกล่าวคือ การเปิดประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่ครบถ้อยคำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นประเด็นที่สังคมแสวงหาความชัดเจนจากรัฐบาลมาร่วมเดือน จนนำมาสู่การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่เพียงเท่านี้ตลอดการทำหน้าที่อภิปรายในสภาไม่ได้ใช้แต่เพียงวาทศิลป์เท่านั้น เพราะทุกถ้อยคำล้วนมีเหตุผลทางวิชาการและกฎหมายรองรับ จึงทำให้คว้าตำแหน่งนี้ไปอย่างลอยลำด้วยความหวังว่าเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่จะสามารถรักษามาตรฐานที่วางไว้ไปให้ตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.ดาวดับ : ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เมื่อมีดาวเด่นก็ต้องมีดาวดับ ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นคือ เอ๋ ปารีณา เป็นที่ทราบกันดีว่า ส.ส.เมืองโอ่งรายนี้ได้สร้างกระแสในแง่ลบผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นระยะ แม้จะแสดงบทบาทในการตรวจสอบการถือครองที่ดินของมารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แต่กลับเป็นคนที่ไม่ยอมรับการตรวจสอบเสียเองในเรื่องการถือครองที่ดินที่ จ.ราชบุรี ทั้งๆ ที่มีตำแหน่งเป็นกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งทุกครั้งที่ถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความโปร่งใส กลับพยายามบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง ถึงขนาดที่กล่าวอ้างว่าได้ทำเอ็มโอยูกับนักข่าวที่จะยุติการสัมภาษณ์เรื่องนี้แล้ว โดยไม่มีหลักฐาน จึงไม่แปลกที่สื่อมวลชนได้เทคะแนนให้กับปารีณาด้วยความหวังจะมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.คนดีศรีสภา : ไม่มีผู้เหมาะสม
ป้อม&amp;quot;ลุงสมพงษ์&amp;quot;คนสุภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการตั้งฉายารัฐสภาว่า ได้เห็นฉายาสภาที่สื่อได้มีการตั้งแล้ว ฉายาสภา ดงงูเห่า เห็นว่าหากพูดในแง่หนึ่งก็เหมาะสมอยู่ เพราะมีเรื่องอื้อฉาวเรื่องงูเห่าอยู่ แต่ด้านดีก็มีคือน่าจะพูดว่า งูเห่าในดงผู้ดี เนื่องจากสภามีการพัฒนาขึ้นกว่าเดิม เช่น พฤติกรรมในการทะเลาะ โต้เถียง เล่นนอกลู่นอกทางน้อยกว่าทุกยุค ที่มีการขว้างแฟ้ม ลากเก้าอี้ประธาน แต่คราวนี้ไม่วุ่นวาย ประนีประนอมกันอยู่ แต่ยอมรับว่างูเห่าก็เป็นภาพหนึ่งของสภา เหตุการณ์แห่งปี ที่ยกเรื่องสภาล่มมานั้น เห็นว่าก็เป็นเรื่องเป็นเหตุการณ์เด่นของสภา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการคุมเสียงของฝ่ายรัฐบาลที่ทำไม่ได้ เพราะถ้ารัฐบาลเข้มแข็ง มีความแข็งแกร่ง มีความรับผิดชอบ ก็ไม่เกิดเหตุการณ์สภาล่ม ไม่เกิดฉายานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉายาของวุฒิสภาที่มองว่าเป็นสภาทหารเกณฑ์นั้น ก็มีส่วนถูก ไม่ว่าจะเป็นทหารเกณฑ์หรือพลทหารก็จะมีความหมายเดียวกัน คนเข้าใจได้ว่าเป็นสภาที่คล้ายกับว่าเป็นเด็กที่สั่งได้ทุกอย่าง เช่น การเลือกนายกฯ ก็ยกมือกันพรึ่บ ฉายาที่สะท้อนได้พอสมควร ส่วนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มองว่าเป็นมีดโกนขึ้นสนิม ก็มีส่วนถูก แต่ส่วนตัวมองว่าขึ้นสนิมไม่พอ แต่เป็นเรื่องของการตกยุคมากกว่า เพราะท่านจะย้ำคิดย้ำทำ จ้ำจี้จ้ำไชในเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ก็เข้าใจอยู่ เพราะความรับผิดชอบของท่านสูง ด้านดีท่านมีเยอะ แต่ถ้าจะเอาด้านลบก็มองว่าไม่เพียงแค่ขึ้นสนิม เพราะสมัยนี้เขาใช้เลเซอร์กันแล้ว ท่านก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้ทันยุคทันสมัย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฉายาประธานวุฒิสภาที่บอกว่าเป็นค้อนยางนั้น นายสุทิน มองว่า มีส่วนถูกมีความสัมพันธ์กับฉายาทหารเกณฑ์ คือมีเรื่องอะไรก็ผ่านให้ได้ตลอด ส่วนฉายาผู้นำฝ่ายค้านที่ว่าขนมจีนไร้น้ำยา มองว่าอาจไม่ถูกเสียทั้งหมด เพราะท่านเป็นคนสุภาพ ปล่อยบทบาทให้คนในพรรคได้ทำหน้าที่บ้าง เช่น พวกตนเป็นต้น นายสมพงษ์ ทำหน้าที่กำกับทิศทางได้ดีอยู่ อาจจะเป็นขนมจีนท่วมน้ำยา หรือน้ำยาน้อยไปนิด แต่ว่ายังมีน้ำยาอยู่เพียงแต่เส้นมันอาจจะเยอะ เนื่องด้วยท่านไม่ค่อยแสดงออก เพราะด้วยบุคลิกเป็นคนอย่างนั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข &amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ขอแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์สำหรับฉายาที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาให้ว่า &amp;quot;สภาดงงูเห่า&amp;quot; เพราะส่วนตัวเห็นว่าไม่มีใครเป็นงูเห่า ส่วน น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ก็ไม่ถือว่าเป็นงูเห่า เพราะถูกต้นสังกัดขับออก และพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ไปดึงตัวมา โดยยังไม่ทราบว่าขณะนี้ น.ส.ศรีนวลได้สมัครเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ เนื่องจากต้องมีขั้นตอนตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขออย่าขยายความขัดแย้ง หรือพูดเพื่อเกิดความเกลียดชังระหว่างกัน ส่วนที่เห็นไม่ตรงกันในเรื่องของประเทศชาติ ก็ขอให้ลืม แล้วเริ่มต้นสู่ปีใหม่ไปด้วยกัน ทั้งนี้ หาก ส.ส.ได้รับกำลังใจจากประชาชน ก็จะมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ซึ่งอะไรที่ดีขอให้สนับสนุน ส่วนสิ่งที่ไม่ดีก็ขอให้ตรวจสอบ หากทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างมืออาชีพ ความขัดแย้งทุกอย่างก็จะหมดไป ส่วนคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ หากเป็นผลจากการกระทำที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ก็ต้องยอมรับแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไข&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฉายาคนดีศรีสภา ที่ไม่มีบุคคลใดในสภาเหมาะสมนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ขอเป็นคนกลางๆ ก็พอ หากดีเกินไปก็ต้องระวัง ต้องเดินทางสายกลาง เพราะคนเราต้องมีดีบ้าง เคี่ยวบ้าง ความดีคือการตั้งใจทำงาน รักพี่น้องประชาชน ดังนั้น อย่าไปทำอะไรที่ทำลายบ้านเมืองหรือการเอื้อประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง เพราะการทำงานทุกอย่างต้องแยกแยะให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตัวไม่รู้สึกงอนสื่อมวลชนประจำรัฐสภาที่ตั้งฉายาดังกล่าวขอน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ เพราะถือเป็นคำแนะนำที่ต้องนำมาปรับปรุง และมองเป็นบวกเพื่อไม่ให้เสียกำลังใจในการทำงาน&amp;quot; นายอนุทินกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉายาสภา, ดงงูเห่า, รัฐบาลขาดเสถียรภาพ, สภาทหารเกณฑ์, สานต่องานให้จบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191228/image_big_5e0768f556048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
