<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลทำตัวเอง&#039;ช่อ&#039;ชี้ดูสิ น้ำประปาก็เค็ม ฝุ่น pm 2.5 ก็เยอะ คนตกงานเป็นว่าเล่น มีคนฆ่าตัวตายรายวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.63 - นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เวลาที่มีการพูดว่า งานเดินเชียร์ลุงมีแต่คนที่มีอายุไป งานวิ่งไล่ลุงมีแต่คนรุ่นใหม่ นั้นเป็นการทำให้เกิดการแตกแยกทางช่วงวัย เราเห็นอยู่แล้ว อย่างในงานวิ่งไล่ลุง คนที่ไปก็รู้ว่าตอนที่วิ่งเป็นคนหนุ่มสาว ซะเยอะ เพราะจะให้คนอายุ 50-60 ปีไปวิ่งก็คงมีไม่เยอะที่วิ่งไหว แต่ถ้าดูคนที่ไปร่วมงาน ที่มาพบปะคุยกันจะเห็นว่า มีทุกช่วงวัย อย่างที่คนมาต่อแถวถ่ายรูปกับตน ตนก็คิดว่าคล้ายกับตอนสกายวอล์ค เพราะมีคนทุกช่วงอายุ มีทั้งรุ่นคุณป้า คุณลุง คนทำงาน ไปยันเด็กมัธยมต้น ถ้าให้ประเมินคนที่มาร่วมกันซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องนัก คิดว่า กลุ่มที่เป็นวัยรุ่นมีซัก 60% ที่เหลือเป็นคนที่มีอายุหน่อย อาจจะ 30-40% ซึ่งไม่ได้ต่างกันเยอะ เรียกว่าเป็นภาพของสังคมที่มีคนทุกวัยมาร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเกิดขึ้นมาของฝ่ายที่เห็นต่างกันทั้ง 2 ขั้ว มีกิจกรรมพร้อมๆกัน ในอนาคตอาจนำไปสู่การปะทะกันของมวลชน นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า อย่างน้อย เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นเรื่องที่ดีอย่างนึง คือไม่ได้มีฝ่ายใดพยายามจัดงานให้ชนในสถานที่เดียวกัน แม้จะชนวัน เวลาก็จริง แต่คนทั้งสองกลุ่มไม่มีทางมาปะทะกันแน่นอน ภาพที่เกิดขึ้นอาจจะดูเป็นการวัดจำนวนมวลชนกันก็จริง อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณที่ดีว่า มันคงจะหมดสมัยแล้วที่จะนำมวลชนต่อมวลชนมาปะทะกัน เพราะทุกคนคงไม่อยากให้เกิดความรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ความเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องที่ควรจะเป็น แต่สิ่งที่เราอยากเห็นคือ อย่าเอาคนมาปะทะกันให้เกิดความรุนแรง และ อย่าไปใช้วาจาดูถูก ดูหมิ่น ยุยง กันไปมา ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายเกลียดกันมากขึ้น เพราะคนที่ความเห็นต่างกันมีแนวโน้มที่จะเกลียดกันง่ายอยู่แล้ว อีกอย่างคือรัฐบาลเอง ควรจะอำนวจความสะดวกการแสดงออกของประชาชนให้เท่าเทียมกันทั้ง 2 ฝ่าย พูดตรงๆคือ เราเห็นว่า ลุ้นอยุ่ทุกวันว่างานวิ่งไล่ลุงจะได้จัดไหม แต่งานเดินเชียร์ลุงราบรื่นมาก เราไม่ได้บอกว่าคุณควรจะห้ามจัดงานเดินเชียร์ลุง เราแค่มีปัญหาว่า ทำไมต้องพยามยามห้ามจัดงานวิ่งไล่ลุง ทั้งที่มีการจัดงานกันอย่างเรียบร้อย ขยะก็ไม่มีด้วยซ้ำ รถอาจจะติดขัดบ้างเพราะคนเยอะ แต่เช้าวันอาทิตย์คงไม่มีใครเดือดร้อนกับการจราจรมากนัก เราหวังว่ารัฐเองจะปล่อยให้การแสดงออกแบบนี้เป็นไปอย่างเสรี&amp;rdquo;นางสาวพรรณิการ์ ระบุ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลายคนต้องข้อสังเกตุว่า ในปี 2563 พรรคอนาคตใหม่พยายามจะเร่งปฏิกริยาให้เกิดการชุมนุม นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;คนที่เร่งปฏิกริยาน่าจะเป็นรัฐบาลมากกว่า เพราะต่อให้ใครจะกระตุ้นประชาชนขนาดไหน มันกระตุ้นไม่ขึ้นหรอก หากไม่มีปัจจัยที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองเดือดร้อนจริงๆ คุณดูสิ น้ำประปาก็เค็ม ฝุ่น pm 2.5ก็เยอะ คนตกงานเป็นว่าเล่น มีคนฆ่าตัวตายรายวัน ซึ่งเราไม่เห็นข่าวแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งตอนนี้กลับมาอีก ปัญหาเหล่านี้รุมล้อมและทำให้คนรู้สึกว่าเราต้องการรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพกว่านี้ เพราะฉะนั้นคนที่จะเร่งปฏิกริยากระแสของประชาชนคือรัฐบาลเอง &amp;ldquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54440</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคอนาคตใหม่, พรรณิการ์ วานิช, รัฐบาลขาลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f76b17367d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; บี้ &#039;ดอน&#039; ลาออกแสดงความรับผิดชอบ เย้ยรัฐบาลขาลงพูดผิดพลาดสะเปะสะปะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.63 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า รู้สึกกังวลสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ที่กำลังต่อสู้กันไปมาและทำท่าจะยิ่งทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้ทรุดลงไปอีก โดยผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ไทยต้องเสียเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นในการนำเข้าน้ำมัน ประชาชนจำนวนมากไม่ทราบว่า ในสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ราคาน้ำมันได้ลดลงมามากจากราคาในอดีตถึงกว่าครึ่งจากราคาเดิมที่ราคาเคยสูงถึงบาเรลละ 140 เหรียญ ลดลงมาอยู่ที่บาเรลละ 50-60 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ซึ่งทำให้ประเทศไทยประหยัดและลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าน้ำมันดิบได้ปีละหลายแสนล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลบริหารได้ดี เศรษฐกิจไทยคงต้องดีกว่านี้มาก และนี่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ประเทศไทยมีดุลการค้าเป็นบวก ทั้งๆที่ส่งออกย่ำแย่ เพราะไทยสามารถลดการใช้จ่ายในการนำเข้าน้ำมันดิบลงได้มากนั่นเอง ซึ่งหากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับเดิมเศรษฐกิจไทยคงจะย่ำแย่กว่านี้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้ลดราคาลงมาก แต่ราคาน้ำมันขายปลีกโดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลยังอยู่ในระดับสูงเกือบเท่าราคาเดิมที่ลิตรละ 27-28 บาทสาเหตุเพราะรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ได้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจากในอดีตที่เก็บลิตรละ 0.005 บาท (หรือเกือบไม่เก็บเลย) ขึ้นภาษีมาเป็นลิตรละ 5.99 บาท จึงเป็นสาเหตุที่ตนเรียกร้องให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 5 บาท และ สามารถทำได้ โดยที่ในอดีตไม่สามารถทำได้เพราะรัฐบาลในอดีตแทบไม่ได้เก็บภาษีนี้เลย ดังนั้นหากสงครามทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นมาก รัฐบาลก็ควรจะพิจารณาลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันนี้ แต่ถ้ารัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตได้ตอนนี้เลย ก็จะช่วยค่าครองชีพของประชาชนได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่โลกกำลังกังวลกับภาวะสงคราม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศกลับชักศึกเข้าบ้าน พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด โดยอ้างว่า สหรัฐแจ้งไทยก่อนมีการโจมตี ซึ่งไม่แน่ใจว่าต้องการแสดงว่าสนิทกับสหรัฐใช่หรือไม่ แต่กลับทำร้ายประเทศอย่างรุนแรง สร้างความไม่พอใจให้กับประเทศอิหร่านและพันธมิตรของอิหร่านขนาดนักการศาสนาผู้นำมุสลิมชีอะห์ในประเทศไทยยังออกมาตำหนิ และ กระทรวงต่างประเทศของไทยยังต้องออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว ซึ่งเป็นเหมือนการหักหน้านายดอนอย่างรุนแรง และต่อมานายดอนก็ต้องออกมากลืนน้ำลายตัวเองแถลงยอมรับว่าเป็นข่าวคลาดเคลื่อน ซึ่งเป็นการแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ และยิ่งตอกย้ำความผิดพลาด เพราะประเด็นไม่ได้อยู่ว่าสหรัฐแจ้งมาหรือไม่ หรือ ข่าวคลาดเคลื่อนหรือไม่ แต่ประเด็นอยู่ที่ รมว.ต่างประเทศควรจะต้องมีวิจารณญาณในการที่จะพูดอะไรหรือไม่พูดอะไร ที่จะไม่ทำให้ประเทศเสียหายใช่หรือไม่ ซึ่งคำพูดของนายดอนได้ทำความเสียหายให้แก่ประเทศอย่างมากแล้ว และนายดอนควรต้องลาออกแล้ว เพื่อแสดงความรับผิดชอบและป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดเพิ่มขึ้นกับประเทศ โดยทั้งที่นายดอนควรจะต้องออกตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วแล้ว ที่มีเรื่องการถือหุ้นของภรรยาซึ่งนายดอนก็ยังยอมรับเองด้วย แต่ก็หลุดรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า รัฐบาลในช่วงขาลงนี้ ได้มีการสื่อสารกับประชาชนผิดพลาดอย่างสะเปะสะปะอย่างมาก นับตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ ที่ออกมาแนะนำให้ประชาชนแก้ความเค็มของน้ำประปาด้วยการต้ม ซึ่งไม่ต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องรู้ว่าการต้มไม่สามารถแก้ความเค็มได้ แต่จะยิ่งทำให้ความเค็มเข้มข้นขึ้น ขนาดเรื่องง่ายๆแค่นี้ยังไม่รู้ แล้วจะไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังย่ำแย่อยู่ได้อย่างไร อีกทั้งยังแนะนำให้ประชาชนขุดบ่อเก็บน้ำในช่วงน้ำแล้งนี้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะเอาน้ำมาจากไหนมาใส่บ่อที่จะขุดนี้ ซึ่งคงไม่ต่างกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ตอบนักข่าวที่ถามเรื่องที่มีประชาชนจำนวนมากฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากพิษเศรษฐกิจ ว่าแก้โดยให้ดูข่าวในโซเชี่ยลให้น้อยหน่อยจะดีเอง ซึ่งเหมือนเป็นการหลบปัญหามากกว่าจะแก้ปัญหา โดยก่อนนี้พึ่งขอให้คนไทยก้าวข้ามจีดีพีที่ต่ำเตี้ย ทั้งที่ จีดีพี เป็นตัวเลขสากลที่ใช้วัดการพัฒนาทางรายได้ของคนในประเทศ ทั้งนี้ก็เพราะนายสมคิดคงหมดปัญญาจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้แล้วจึงต้องบอกเช่นนั้น ซึ่งก็ห่วงว่าจะมีประชาชนต้องฆ่าตัวตายกันอีกมากจากความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ &amp;nbsp;และยังมาถึงเรื่องคำพูดที่ผิดพลาดของนายดอนอีก ซึ่งเชื่อว่ายิ่งรัฐบาลช่วงขาลงยิ่งพูดผิดพลาดแบบสะเปะสะปะมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้มีประชาชนออกมา &amp;ldquo;วิ่งไล่ลุง&amp;rdquo; ในวันที่ 12 มกราคมนี้กันมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้รัฐบาลได้รับรู้ว่าความอดทนของประชาชนเริ่มจะถึงขีดจำกัดกันแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54151</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน ปรมัตถ์วินัย, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, ผลกระทบเศรษฐกิจ, รัฐบาลขาลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b57c82f475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส้มหวานเย้ย&#039;รัฐบาลขาลง&#039;!เพ้อเลือกตั้งซ่อมเป็นโดมิโนล้ม&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.62- เพจพรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party โพสต์ข้อความระบุว่าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ส่ง &amp;quot;ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร&amp;quot; ผู้สมัครหมายเลข 6 รักษาพื้นที่ซึ่งเป็นอีก 1 เสียงในสภาของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา &amp;quot;ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;quot; หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นำทีม ส.ส.คับคั่ง เดินเท้าเคาะประตูบ้าน ตั้งเวทีปราศรัยช่วยหาเสียง ได้รับการต้อนรับจากชาว อ.สามพราน อย่างอบอุ่นเป็นกันเอง แต่ไม่ว่าจะเป็นตามห้างร้าน ตลาดสด หรือบ้านเรือนของประชาชน ทุกที่ที่ไป ทุกปัญหาที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนสะท้อนกลับมาตรงกันคือ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ความเดือดร้อนเกิดขึ้นทั่วหย่อมย่าน ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สามารถแก้ไขได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็น &amp;quot;จุดเปลี่ยน&amp;quot; ถึงเวลาแล้วที่เขต 5 จ.นครปฐม จะเป็น &amp;quot;โดมิโน&amp;quot; ตัวแรกสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล จนนำไปสู่ชัยชนะของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ในทุกเขตที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมต่อๆ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันพุธที่ 23 ตุลาคมนี้ ถ้าทนไม่ไหวกับความเหลื่อมล้ำที่ยังคงดำรงอยู่ ถ้าทนไม่ไหวกับรัฐบาลที่ไม่ได้แก้ไขปัญหาให้ประชาชน ถ้าไม่พอใจกับนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนไม่ได้เลือกมา ได้เวลาชาวสามพราน กา &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; เลือก &amp;quot;ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร&amp;quot; เป็นอีก 1 เสียงในสภาของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย เปลี่ยนสมดุลทางการเมืองใหม่ในช่วงรัฐบาล &amp;quot;ขาลง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48563</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐบาลขาลง, ส้มหวาน, อนาคตใหม่, เลือกตั้งซ่อม เขต 5 นครปฐม, โดมิโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5dae4670cfd39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
