<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 23:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยรับแอสตร้าญี่ปุ่นล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ลงนามรับมอบแอสตร้าฯ จากรัฐบาลญี่ปุ่น 1.05 ล้านโดส ส่งถึงไทยต้น ก.ค. นายกฯ สั่งเร่งฉีดผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง เล็งเพิ่มวัคซีนทางเลือกครอบคลุมทุกสายพันธุ์ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; รับปากช่วยจัดหาวัคซีนฉีดกลุ่มร้านอาหาร-หาบเร่แผงลอย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 (ศบค.) แถลงว่า ยอดการฉีดวัคซีนภายในประเทศ ฉีดแล้ว 9,416,972 ราย แบ่งเป็นเข็มแรก 185,261 ราย สะสม 6,721,038 ราย และเข็มที่สองจำนวน 86,273 ราย สะสม 2,695,934 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหลายจังหวัดระงับการฉีดวัคซีนให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคกลุ่มเสี่ยง 7 โรค โดยแจ้งว่าวัคซีนมีไม่เพียงพอนั้นว่า ขอยืนยันในส่วนที่มีการเจรจากับผู้ผลิต เช่น แอสตร้าเซนเนก้า ยังยืนยันส่งมอบวัคซีนในเป้าหมายเดิมที่เจรจาไว้ และในวัคซีนอื่นๆ จะมีการเติมมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญจัดลำดับให้ผู้ที่ลงทะเบียนในหมอพร้อมได้รับการฉีดตามกำหนดการเดิมให้เร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วัคซีนซิโนแวคอาจป้องกันโควิดสายพันธุ์อื่นๆ ได้ไม่ดีพอ รัฐบาลจะทบทวนการนำเข้าซิโนแวคหรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัดหาวัคซีนตัวอื่นเข้ามาหรือไม่ อย่างวัคซีนนาโนแวคที่มีประสิทธิภาพดี แต่ผลข้างเคียงน้อย นายอนุชากล่าวว่า นายกฯ ได้พูดคุยและหารือที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขแล้วกำลังพิจารณาศึกษาความเป็นไปได้ทั้งหมด ซึ่งการนำเข้าวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ นอกจากแอสตร้าฯ และซิโนแวค เพื่อให้คนไทยมีภูมิคุ้มกัน นายกฯ รับฟังเพื่อพิจารณาบริหารจัดการวัคซีนใหม่ๆ ออกมา เพื่อให้ทันท่วงทีกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติการลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยนการบริจาควัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของฝ่ายไทย เพื่อรับมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าฯ จากรัฐบาลญี่ปุ่น จำนวน 1.05 ล้านโดส โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยน ซึ่งมีขึ้นในบ่ายวันที่ 29 มิ.ย. และจะสามารถส่งมอบได้ในช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาระสำคัญของร่างหนังสือแลกเปลี่ยนระบุให้รัฐบาลไทยจะต้องดำเนินมาตรการที่จำเป็น ดังนี้ 1.นำวัคซีนโควิด-19 ไปใช้อย่างเหมาะสมและเป็นการเฉพาะ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านสาธารณสุขและการแพทย์ของไทย โดยห้ามใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการทหาร 2.รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จำเป็นหรือเกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด-19 ยกเว้นรัฐบาลของทั้งสองประเทศจะได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นเกี่ยวข้องกับวัคซีนโควิด-19 ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ ซึ่งครั้งนี้ไทยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งจากญี่ปุ่น ประมาณ 10-99 ล้านเยน หรือ 2.9-28.7 ล้านบาท โดยกระทรวงสาธารณสุขมีงบประมาณรองรับส่วนนี้ไว้แล้ว 3.เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 เมื่อได้รับการร้องขอ 4.ไม่ส่งต่อวัคซีนโควิด-19 ให้แก่บุคคล หน่วยงาน รัฐบาลอื่น โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากรัฐบาลญี่ปุ่นเป็นการล่วงหน้า 5.รายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการ ข้อกำหนด และเงื่อนไขเกี่ยวกับการส่งมอบวัคซีนจะจัดทำโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจของรัฐบาลญี่ปุ่น คือ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ และหน่วยงานผู้มีอำนาจของรัฐบาลไทย คือกระทรวงสาธารณสุข ทั้้งนี้ นายกฯ ได้ขอบคุณในไมตรีจิตและความห่วงใยของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันดีงามมาเป็นเวลานาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังกลุ่มสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร หาบเร่ แผงลอย พ่อค้า แม่ค้าอิสระ​ เข้าหารือว่า ผู้ประกอบการได้ขอความเห็นใจจาก สธ. หลังจากเกิดการระบาดโควิด ร้านอาหารมักต้องถูกปิดและมองว่าถูกเป็นจำเลย หรือโอกาสในการแพร่เชื้อจากการนั่งรับประทานอาหารในร้าน แต่เมื่อติดต่อขอรับวัคซีนจากกรุงเทพมหานครกลับถูกชี้แจงว่าไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง ซึ่ง สธ.รับปากจะให้การช่วยเหลือ โดยจัดหาวัคซีนฉีดให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารและพนักงาน ที่มีรวมกันกว่า 120 แห่ง หรือประมาณ 200,000 คน โดยโควตาวัคซีนที่จะนำมาฉีดนี้ จะยังเป็นส่วนของผู้ประกอบการ คือในพื้นที่ กทม. และตามสิทธิประกันสังคม ม.33 ซึ่งคาดว่าพื้นที่ที่จะให้บริการอาจเป็นสถานีกลางบางซื่อ แต่ช่วงนี้ต้องเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังก่อนให้แล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)​ เปิดเผยว่า อย.ได้รับรายงานจุดฉีดวัคซีน 1 แห่ง รุ่นการผลิต C202105079 เลขทะเบียน 1C 3/64 (NBC) รุ่นการผลิต C202105079 วันที่ผลิต 10.05.2021 วันหมดอายุ 09.11.2021 มีลักษณะสารละลายของวัคซีนมีการรวมตัวเป็นเจลใสติดบริเวณด้านในของขวดวัคซีน และเจลดังกล่าวไม่หายไปหลังการเขย่า ซึ่งจากรายงานพบวัคซีนจำนวน 110 ขวด ยังไม่ผ่านการฉีดและเรียกเก็บคืนทันที และไม่ได้รับรายงานจากจุดฉีดอื่น พร้อมส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ย้ำวัคซีนโควิด-19 มีคุณภาพ มาตรฐาน และมีความปลอดภัย อย.พิจารณาแล้วเห็นว่าปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจากกระบวนการเก็บรักษาและการขนส่งที่ไม่ควบคุมอุณหภูมิให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุมัติในทะเบียนตำรับยา คือ 2-8 องศาเซลเชียส ดังนั้นเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และปลอดภัย อย.จึงเห็นควรให้แจ้งเตือนเฝ้าระวังการเก็บรักษาวัคซีนให้เป็นไปตามแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนของกรมควบคุมโรค ซึ่งระบุคำแนะนำสำหรับการเก็บรักษาวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท Sinovac Life Sciences จำกัด ให้เก็บไว้ที่ชั้นกลางหรือชั้นที่ 2 ของตู้เย็น และห่างจากจุดปล่อยความเย็น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108093</URL_LINK>
                <HASHTAG>1.05 ล้านโดส, รัฐบาลญี่ปุ่น, สั่งเร่งฉีดผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน, แอสตร้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb0b527ecc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แคลิฟอร์เนียประกาศฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศใช้มาตรการกักกันโรคผู้ที่เดินทางจากจีนและเกาหลีใต้นาน 14 วัน รัฐแคลิฟอร์เนียตระหนกมีคนสังเวยไวรัสรายแรก ผู้ว่าฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินทั้งรัฐ กักคนบนเรือสำราญรอตรวจเชื้อ ขณะอิตาลีสั่งปิดโรงเรียน-มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ยอดสังเวย-ติดเชื้อนอกจีนเพิ่มรายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่สำนักข่าวเอเอฟพีรวบรวมไว้เมื่อช่วงค่ำของวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2563 กล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลกเพิ่มเป็นมากกว่า 96,000 คนแล้วภายใน 84 ประเทศและดินแดน ภายในจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งไม่รวมฮ่องกงและมาเก๊า มีผู้ติดเชื้อ 80,409 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 3,012 ราย โดยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 139 ราย เสียชีวิต 31 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีน ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือเกาหลีใต้ มีรายใหม่ 467 ราย ยอดรวมเป็น 6,088 รายแล้วในวันพฤหัสบดี มีคนเสียชีวิต 35 คน, อิหร่านมีคนเสียชีวิตเพิ่มอีก 15 คน ยอดรวมเป็น 107 ศพ จากผู้ติดเชื้อที่เพิ่มเป็น 3,513 คน เพิ่มจากวันก่อน 591 คน ส่วนอิตาลีมีผู้ติดเชื้อนับถึงวันพุธ 3,089 คน เสียชีวิต 107 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่รายงานยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ครั้งแรกในประเทศ ได้แก่ ฮังการี, สโลวีเนีย, บอสเนีย และสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ส่วนสวิตเซอร์แลนด์รายงานว่ามีคนเสียชีวิตรายแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นประกาศใช้มาตรการกักกันโรคผู้ที่เดินทางมาจากจีนและเกาหลีใต้เป็นเวลา 14 วันเพื่อบรรเทาความวิตกกังวลของประชาชนและป้องกันไวรัสแพร่กระจายเพิ่มเติม โดยจะขอให้ผู้ที่เดินทางมาจาก 2 ประเทศอยู่ภายในสถานที่ที่กำหนดและงดใช้ระบบขนส่งสาธารณะในญี่ปุ่น มาตรการนี้จะเริ่มมีผลบังคับวันที่ 9 มีนาคม ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้เป็นอย่างน้อย มาตรการใหม่ยังห้ามนักเดินทางจากบางพื้นที่ของอิหร่านเข้าญี่ปุ่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลญี่ปุ่นยังเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวจากจีนและเกาหลีใต้เลื่อนการเดินทางมาญี่ปุ่น และประกาศจะยกเลิกวีซ่านักเดินทางจาก 2 ประเทศนี้ และจะจำกัดเที่ยวบินจากจีนและเกาหลีใต้ที่มายังสนามบินนาริตะและคันไซด้วย ขณะเดียวกัน การเดินทางเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็ถูกเลื่อนแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อไวรัสแล้วอย่างน้อย 317 ราย ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก โดยไม่รวมผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสอีก 706 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวม 12 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สหรัฐ ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 11 รายแล้วเมื่อวันพุธ ผู้เสียชีวิตรายหนึ่งอยู่ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย และเป็นผู้เสียชีวิตนอกรัฐวอชิงตันรายแรก บุคคลนี้เป็นผู้สูงอายุชาวเมืองเพลเซอร์เคาน์ตีที่มีปัญหาสุขภาพและน่าจะติดเชื้อบนเรือสำราญที่ล่องระหว่างนครซานฟรานซิสโกและเม็กซิโกเมื่อเดือนที่แล้ว ไม่กี่ชั่วโมงหลังคำประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตในรัฐนี้ เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วมลรัฐเพื่อตอบสนองการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่มีผู้ติดเชื้อในรัฐนี้แล้ว 53 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรือสำราญแกรนด์ปรินเซส ที่ชาวแคลิฟอร์เนียติดเชื้อแล้วเสียชีวิต ก็ถูกกักไว้นอกชายฝั่งเมื่อคืนวันพุธภายหลังพบว่าผู้โดยสาร 11 คน และลูกเรือ 10 คนมีอาการที่อาจติดเชื้อไวรัส เรือลำนี้มีผู้โดยสารราว 2,500 คน ไม่รวมลูกเรือซึ่งปกติมีราว 1,150 คน ด้านบริษัทปรินเซสครูซ ผู้ดำเนินการเรือสำราญลำนี้เผยกับเอเอฟพีด้วยว่า มีผู้โดยสาร 62 คนที่ขึ้นเรือจากเม็กซิโกถูกจำกัดบริเวณไว้ในห้องพักระหว่างรอการตรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วสหรัฐในวันพฤหัสบดีมีมากกว่า 130 รายแล้ว โดยพบผู้ติดเชื้อใน 13 มลรัฐ เมื่อวันพุธ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านกฎหมายงบประมาณฉุกเฉิน 8,300 ล้านดอลลาร์เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด ซึ่งรวมถึงงบมากกว่า 3,000 ร้านเพื่อใช้วิจัยและพัฒนาวัคซีน, การตรวจและรักษาโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ อิตาลีเป็นอีกประเทศที่ประกาศปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศ โดยให้มีผลถึงวันที่ 15 มีนาคม นอกจากนี้รัฐบาลยังประกาศใช้มาตรการห้ามผู้ชมเข้าชมการแข่งขันกีฬาทั่วประเทศนาน 1 เดือน และแนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการทักทายที่สัมผัสร่างกายกัน เช่น การจุมพิตแก้มหรือจับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การยูเนสโกแถลงว่า การปิดโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสส่งผลกระทบต่อนักเรียน 290.5 ล้านคนในมากกว่า 12 ประเทศ ซึ่งนอกจากอิตาลีที่เพิ่งประกาศปิดการเรียนทั่วประเทศแล้ว ยังมีอาทิ อินเดียประกาศปิดโรงเรียนประถมศึกษาทั้งหมดในกรุงนิวเดลีถึงสิ้นเดือนมีนาคม, เกาหลีใต้เลื่อนการเปิดเทอมใหม่ไปเป็นวันที่ 23 มีนาคม ส่วนโรงเรียนในญี่ปุ่นปิดเกือบทุกแห่งตามคำร้องขอของนายกฯ ชินโซ อาเบะ ไปจนถึงต้นเดือนเมษายน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59002</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักกันโรค, จีน, ญี่ปุ่น, มาตรการกักกันโรค, รัฐบาลญี่ปุ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกาหลีใต้, แคลิฟอร์เนียประกาศฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e1127c03ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาหัส!รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติงบฉุกเฉินก้อนแรก4.3พันล้านบาทสู้&#039;ไวรัสโคโรนา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจ Mister JAPAN&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.63- เพจ Mister JAPAN เผยว่ารัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติงบฉุกเฉิน สำหรับมาตรการรับมือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เกือบ 15,000 ล้านเยน (4,300ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าเช่าเครื่องบินเหมาลำพาคนญี่ปุ่นกลับประเทศ / ช่วยเหลือผู้โดยสารและสต๊าฟบนเรือสำราญ 3,000 ล้านเยน (860 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าใช้จ่ายสำหรับการตรวจ / เสริมทีมแพทย์ / ค่าอุปกรณ์คิตตรวจสอบ / ยาต้านไวรัส / พัฒนาวัคซีน / ช่วยเหลือเพิ่มการผลิตหน้ากาก 6,500 ล้านเยน (190 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าใช้การสกัดกั้น (ตรวจและอื่นๆ) 3,400 ล้านเยน (1,000 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นเพียงงบฉุกเฉินรอบแรกเท่านั้น ซึ่งไม่น่าจะพอกับสถานการณ์ที่หนักขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเสียหายต่อเศรษฐกิจก็มากพออยู่แล้ว งบประมาณจำนวนมากต้องสูญเสียไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยคาดได้ว่า คงไม่ได้มากขนาดนี้ แต่ก็หนักหนาพอสมควรครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57159</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, รัฐบาลญี่ปุ่น, เพจ Mister JAPAN, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e45feae969b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลญี่ปุ่นขยับ!ส่งรมว.ยุติธรรมเข้าไทย บี้คดีฆาตกรรม&#039;โทโมะโกะ &#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 62 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า&amp;nbsp; เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเข้าพบ เพื่อแจ้งให้ทราบว่า วันที่ 13 ธ.ค.นี้ รัฐมนตรียุติธรรมของประเทศญี่ปุ่นจะเดินทางมาที่ประเทศไทย เพื่อพบปะหารือกับตนและสอบถามความคืบหน้าการสอบสวนคดีฆาตกรรมน.ส.โทโมะโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่ถูกทำร้ายเสียชีวิตบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ จ.สุโขทัย พร้อมทั้งขอบคุณที่ทางการไทยได้ติดตามคดีอย่างเต็มที่ ซึ่งตนได้แจ้งกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นว่าสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้เร่งตรวจดีเอ็นเอเครือญาติของผู้ต้องสงสัยอีก 2 แนวทาง คือการตรวจสารพันธุกรรมเพศหญิง และสารพันธุกรรมเพศชาย ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากญาติต่างมารดาของผู้ต้องสงสัยไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่เดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51443</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐบาลญี่ปุ่น, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d71066df0a35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
