<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าดับ180ศพ เซ่นสลายม็อบ แฉโซรอสหนุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฉปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารในเมียนมาทำให้คนตายเกิน 180 คนแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่กฎอัยการศึกของย่างกุ้งแห่อพยพออกนอกพื้นที่เมื่อเช้าวันอังคารหลังเกิดการนองเลือดหลายวัน ทางการเมียนมาสงสัยเอ็นจีโอโยงมูลนิธิจอร์จ โซรอส ให้ทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวอารยะขัดขืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 16 มีนาคม อ้างข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเป็นกลุ่มจับตาสถานการณ์ในเมียนมาที่รวบรวมข้อมูลการจับกุมและยอดบาดเจ็บล้มตายจากการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร ว่าการใช้กำลังของฝ่ายความมั่นคงทหาร-ตำรวจเมียนมาในการปราบปรามผู้ประท้วงในหลายเมืองนับแต่กองทัพยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 180 คนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของเอเอพีพีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยการปราบปรามเมื่อวันจันทร์ทำให้มีคนเสียชีวิตอีกอย่างน้อย 20 คน และแม้แต่พลเรือนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประท้วงต่อต้านรัฐประหารก็โดนลูกหลงเสียชีวิตด้วยหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันนองเลือดที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์ เอเอพีพีระบุว่ามีคนตายถึง 74 คน จำนวนมากเสียชีวิตที่เขตไลง์ตายาในนครย่างกุ้ง เขตที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่วนใหญ่เป็นของนายทุนจีน โรงงานหลายแห่งโดนวางเพลิง และทำให้รัฐบาลทหารตอบโต้ด้วยการประกาศกฎอัยการศึกที่เขตนี้และอีก 5 เขตของย่างกุ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงช่วงเช้าวันอังคาร สำนักข่าวอิรวดีเผยแพร่ภาพที่ชาวเมียนมาพากันอพยพออกจากเขตไลง์ตายา ทำให้รถติดยาวเหยียด มีทั้งรถจักรยานยนต์ รถกระบะ และรถตุ๊กๆ รายงานของสำนักข่าวท้องถิ่นเสียงประชาธิปไตยแห่งพม่าบอกว่า พวกคนงานต่างถิ่นจากไลง์ตายากำลังหนีกลับรัฐบ้านเกิดของพวกเขา สามารถมองเห็นขบวนของผู้คนบนถนนไกลสุดลูกหูลูกตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง รอยเตอร์รายงานอ้างข่าวของสื่อทางการเมียนมาว่า ทางการกำลังตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างเงินทุนจากมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับจอร์จ โซรอส พ่อมดการเงิน กับขบวนการอารยะขัดขืน (ซีดีเอ็ม) ในเมียนมา โดยมีลูกจ้างของมูลนิธิโอเพนโซไซตีเมียนมา (โอเอสเอ็ม) รายหนึ่งถูกควบคุมตัวไว้สอบปากคำตั้งแต่วันศุกร์ และเจ้าหน้าที่กำลังตามหาลูกจ้างอีก 11 คนมาสอบปากคำเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมาที่เป็นกระบอกเสียงให้กองทัพมานานหลายปี กล่าวว่า มูลนิธิดังกล่าวโอนเงินเข้าเมียนมาโดยไม่ได้ขออนุญาตจากสำนักงานจัดการการปริวรรตเงินตราของเมียนมา กลุ่มนี้แลกเปลี่ยนเงิน 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลจัตของเมียนมาโดยไม่ได้ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่จำเป็น พร้อมกันยังชี้ให้เห็นว่าองค์กรเอกชนที่ไม่ระบุชื่อได้ให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสดแก่ขบวนการซีดีเอ็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมายังได้ตีพิมพ์ภาพนางอองซาน ซูจี ขณะพบกับโซรอสที่นิวยอร์กเมื่อปี 2559 และภาพที่ซูจีพบกับอเล็กซานเดอร์ โซรอส ผู้ลูกในเมียนมา แต่รายงานไม่ได้กล่าวโยงนางซูจีหรือมูลนิธิโอเพนโซไซตีกับการโอนเงินทุนผิดกฎที่กล่าวถึง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96287</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, การเคลื่อนไหวอารยะขัดขืน, ต่อต้านรัฐบาลทหาร, ปราบปรามผู้ประท้วง, พื้นที่กฎอัยการศึก, รัฐบาลทหารในเมียนมา, สลายม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050c6edaca0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
