<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไขปม &#039;ปรีดี ดาวฉาย&#039; ลาออก เหตุขัดแย้งแต่งตั้ง ขรก.คลัง จนหัวเสียในวง ครม.สัญจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.63 - นายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง ได้ขอลาออกจากตำแหน่งโดยให้เหตุผลว่ามีปัญหาทางด้านสุขภาพ ทำให้นายปรีดี เป็นรมว.คลัง ในตำแหน่งเพียงระยะเวลา 26 วันนับจากได้รับโปรดเกล้าฯ และ 20 วันนับจากเข้าถวายสัตย์ปฎิญาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสาเหตุการลาออกมีรายงานว่า แท้จริงแล้วเกิดจากความขัดแย้งในการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงภายในกระทรวงการคลัง เริ่มจากการประชุมครม. สัญจร จ.ระยอง เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่นายปรีดี เสนอเอกสารโดยระบุชื่อนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต แต่ในที่ประชุม ครม.กลับขานชื่อว่าเป็นนายประภาส คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ทำให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ทักท้วงว่าไม่สามารถทำได้เพราะชื่อที่ขานกับเอกสารที่นำเข้า ครม.ไม่ตรงกัน จึงขอให้กระทรวงการคลังถอนเรื่องออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า​ สำหรับเบื้องหลังการแต่งตั้งอธิบดีกรมสรรพสามิต เนื่องจากมาจากมีเอกชนรายใหญ่ในวงการที่เกี่ยวข้องกับกรมสรรพสามิต ได้ฝากชื่อนายประภาส ให้ขึ้นเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต กับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ซึ่งได้นำชื่อนี้มาฝากที่พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ช่วยผลักดันอีกทางหนึ่ง จึงเป็นเหตุให้มีการสลับรายชื่อในการประชุม ครม.สัญจร&amp;nbsp;จ.ระยอง ขณะที่นายปรีดี เองรู้สึกหัวเสียอย่างมาก และตัดสินใจว่า ถ้าหากตัวเองซึ่งเป็น รมว.คลัง ไม่สามารถแต่งตั้งลูกน้องที่ตัวเองเห็นสมควรได้ก็จะลาออกจากตำแหน่ง รมว.คลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในการประชุมครม.วันที่ 1 ก.ย. นายปรีดี ได้เสนอการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังเข้ามาอีกครั้ง โดยยืนยันตามเอกสารที่เสนอ ครม.สัญจรที่ จ.ระยอง และที่ประชุมครม.ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงคลังเสนอ แต่นายปรีดี ยังคงตัดสินใจลาออกจากการร่วมรัฐบาล โดยที่ประชุมครม. ได้เห็นชอบให้นายลวรณ แสงสนิท เป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร นายจำเริญ โพธิยอด ผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และนางวรนุช ภู่อิ่ม ที่ปรึกษาด้านการบริหารเหรียญกษาปณ์และทรัพย์สินมีค่า กรมธนารักษ์ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ตั้งแต่วันที่ 1ต.ค. 2563 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ภายหลังการประชุม​ ครม.บริเวณทางเชื่อมตึกสันติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่พล.อ.ประวิตร จะเดินทางออกจากทำเนียบฯ ได้หยุดยืนคุยกับรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐโดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เป็นเวลานานกว่า 10 นาทีด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด และเดินทางออกจากทำเนียบฯ ไปทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76186</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ปรีดี ดาวฉาย, รมว.คลัง, รัฐบาลบิ๊กตู่, แต่งตั้งข้าราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f353bfa0df47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สำราญ&#039; แพร่บทความ &#039;เดิมพันอนาคตนายกฯลุงตู่&#039; กับสูตรคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.ของรัฐบาล 276 เสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;15 ก.ค.63&amp;nbsp; - นายสำราญ&amp;nbsp; รอดเพชร เผยแพร่บทความเรื่อง&amp;nbsp; &amp;quot;คณิตศาสตร์การเมืองและการปรับครม.ของรัฐบาล 276 เสียง เดิมพันอนาคต..นายกฯลุงตู่..!?&amp;quot; ผ่านหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 15 ก.ค.2563 โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วันก่อนโน้นที่ส.ส.ชัยวุฒิ&amp;nbsp; ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ออกมารุกไล่ดร.สมคิด&amp;nbsp; จาตุศรีพิทักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้พ้นจากตำแหน่งก็ดูจะเกินไปจริงๆ&amp;nbsp; นอกจากทัวร์ลงแล้ว นายกฯลุงตู่ก็ออกมาปรามว่า &amp;ldquo;เบาๆหน่อย&amp;nbsp; ยังจะต้องร่วมงานกันต่อไป..&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ล่าสุด (10 ก.ค.63)ส.ส.ชัยวุฒิก็ถูกวิพากษ์ วิจารณ์ยับอีกครั้งเมื่อเขาบอกว่า โควตาเก้าอี้รัฐมนตรีของกลุ่ม 4 กุมารคือ อุตมะ&amp;nbsp; สาวนายน,สนธิรัตน์&amp;nbsp; สนธิจิรวงศ์และสุวิทย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมษินทรีย์&amp;nbsp; เป็นของพรรค ไม่ใช่โควตาของนายก&amp;nbsp; เพราะตอนส่งชื่อไปเป็นรัฐมนตรีส่งไปในนามพรรค...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การพูดดังกล่าวถูกมองแบบรวบรัดว่าสวนทางกับที่นายกฯพูด&amp;nbsp; หรืออาจหาญทวงคืนโควตารัฐมนตรีของนายกฯ&amp;nbsp; ทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงแล้วนายชัยวุฒิคงไม่กล้าบังอาจไปท้าตีท้าต่อยในความหมายทวงคืนโควตารัฐมนตรีจากนายกฯหรอก&amp;nbsp; แต่น่าจะต้องการบอกว่าทุกเก้าอี้รวมทั้งเก้าอี้รัฐมนตรีของอุตมะ,สนธิรัตน์,สุวิทย์ (รวมทั้งดร.สมคิด)เป็นโควตาของพรรค..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จริงๆแล้ว พล.อ.ประยุทธ&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกฯ ก็พูดค่อนข้างชัดเจนเมื่อ 9 ก.ค.วันที่กลุ่ม 4 กุมารลาออกว่า...อย่าลืมว่าสัดส่วนรัฐมนตรีก็ต้องฟังจากพรรคเป็นหลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจะนำคนนอกเข้ามาก็เป็นโควตาของเขา&amp;nbsp; ซึ่งตนก็ขอเขามาและเขาก็ให้ตนมาเข้ามาตรงนี้&amp;nbsp; รวมทั้งมีรัฐมนตรีหลายคนที่มากับตนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตามนี้..แปลความได้ชัดเจนว่านายกฯนั้นเข้าใจและรู้ดีว่าสัดส่วนหรือโควต้านั้นคืออะไร เป็นอย่างไร เป็นของใคร...คำว่า &amp;ldquo;เขา&amp;rdquo;ก็คือพรรคพปชร.นั่นเอง&amp;nbsp; ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันพรรคพปชร.มอบโควตารัฐมนตรีให้พล.อ.ประยุทธจัดวางตำแหน่งต่างๆ จำนวนหนึ่ง&amp;nbsp; ที่ชอบเรียกกันว่าโควตานายกฯ,โควตาคนนอกหรือ โควตากลาง..นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ย้อนมองรัฐบาล&amp;rdquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ที่กำลังจะมีการปรับใหญ่ในเร็วๆนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฉพาะในส่วนของพปชร.มีทั้งสิ้น 18คน(รวมทั้งนายกฯ) จะพบว่าที่เป็นโควต้ากลางที่นายกฯนำมาจัดวางให้คนนอกมี 7 คน คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1)พล.อ.ประยุทธ&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; 2)พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3)ดร.สมคิด&amp;nbsp; จาตุศรีพิทักษ์&amp;nbsp; 4)ดร.วิษณุ&amp;nbsp; เครืองาม&amp;nbsp; 5)พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เผ่าจินดา&amp;nbsp; 6) นายดอน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปรมัติวินัย&amp;nbsp; และ 7)พล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช้างมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อีก 11 รัฐมนตรี&amp;nbsp; ซี่งมี3รัฐมนตรีกลุ่ม 4 กุมารรวมอยู่ด้วยเป็นโควตาภายในของพรรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแน่นอนว่าในการจัดวางใครลงตำแหน่งไหน นายกฯย่อมมีส่วนชี้เป็นชี้ตายด้วย ดังนั้นใครมาแตะนายกฯลุงตู่ตรงนี้ถ้าบารมีไม่มากพอก็ทัวร์ลงเมื่อนั้น ดังกรณีนายชัยวุฒิ..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ย้อนมองการจัดสรรโควตาคณิตศาสตร์การเมืองแบบหลวมๆของรัฐบาลลุงตู่&amp;nbsp; ขณะนั้นรัฐบาลมีคะแนนเสียงปริ่มน้ำอยู่ที่ 254 เสียง(รวม11พรรคเล็กด้วย)&amp;nbsp; เมื่อเอา 36 เก้าอี้ไปหาร 254 เสียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัดส่วนจะอยู่ที่ 7.05 เสียง ต่อ&amp;nbsp; 1 รัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลังประชารัฐ 116 เสียง (รวมพลังหนุนจากพรรคเล็กอีก11เป็น127เสียง) ได้ไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; 18 รัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ประชาธิปัตย์&amp;nbsp; 53 เสียง ได้ 7รัฐมนตรี(8ตำแหน่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภูมิใจไทย 51&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียง ได้ 7&amp;nbsp; รัฐมนตรี( 8ตำแหน่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ฯลฯ- &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จะพิเศษหน่อยก็ตรงที่ พรรคชาติพัฒนา มี 3 เสียง ได้&amp;nbsp; 1 รัฐมนตรี(เทวัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลิปตพัลลภ) เป็นไปตามข้อตกลงตอนเลือกตั้งและบารมีของคนชื่อ&amp;rdquo;สุวัจน์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตามหลังการยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อ 21 ก.พ.2563&amp;nbsp; รัฐบาลได้ข้ามพ้นจากเสียงปริ่มน้ำเป็นเสียงท่วมท้น&amp;nbsp; กล่าวคือส.ส.ทั้งสภาเหลือเพียง&amp;nbsp; 487&amp;nbsp; รัฐบาลมี 276 เสียง&amp;nbsp; ฝ่ายค้านเหลือ&amp;nbsp; 211&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวเลขแต่ละพรรคเปลี่ยนไป&amp;nbsp; ตัวหารคำนวณสัดส่วนรัฐมนตรีจะอยู่ที่ประมาณ7.66เสียงต่อ 1 รัฐมนตรี&amp;nbsp; เมื่อลองหารเล่นๆ&amp;nbsp; ตามจำนวนส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลก็จะออกมาตามตาราง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตามสูตรคณิตศาสตร์การเมืองของรัฐบาล 276 เสียง&amp;nbsp; หากนำมาใช้กันแบบเคร่งครัด พรรคพลังประชารัฐต้องหายไป 2 ที่นั่ง,ภูมิใจไทยต้องได้เพิ่มอีก 1&amp;nbsp; พรรค,พรรคชาติพัฒนาก็อาจต้องสลัด 1 เก้าอี้รมต.ของตัวเอง,พรรคพลังท้องถิ่นไทย,พรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคเล็ก 11 พรรค 11 เสียงก็ควรจะได้พรรคละ1 รัฐมนตรี....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่คณิตศาสตร์ในชีวิตของจริงการเมือง&amp;nbsp; สุดท้ายก็จะยืดหยุ่นด้วยความลงตัวทางผลประโยชน์อย่างอื่นด้วย ทั้งผลประโยชน์ชาติและผลประโยชน์ตัวเอง.. รอบนี้คาดว่าพรรคภูมิใจไทยก็คงจะเล่นบทผู้เสียสละไม่ขอเพิ่ม, พรรครวมพลังประชาชาติไทยจะยังอยู่,พรรคพลังท้องถิ่นไทย จะได้ 1 รัฐมนตรี ขณะที่พรรคเศรษฐกิจใหม่อาจจะมีตำแหน่งแห่งที่ในรูปแบบอื่นตอบแทน เช่นเดียวพับพรรคเล็ก 11 พรรคที่อาจจะพอใจในรสชาติของกล้วยและลงตัวที่ยืนที่อยู่ในปัจจุบันแล้ว...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้นปมใหญ่จริงๆ ในการปรับครม.หนนี้ก็ย้อนกลับไปที่พรรคพลังประชารัฐที่เก้าอี้หดไปราว 2 ที่นั่ง&amp;nbsp; เช่นถ้าเหลือ 16 เก้าอี้ นายกฯเอาไปใช้ 7 เก้าอี้(รวมทั้งนายกฯ) เหลืออีก9 จะแบ่งสรรกันอย่างไรให้ลงตัวในกลุ่มต่างๆ และต้องดูดีกว่าเดิม...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่น่าเชื่อว่าเขย่าสูตรไปมา พลังประชารัฐอาจเหลือแค่ 17&amp;nbsp; หายไปแค่เก้าอี้เดียว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำคัญที่สุดไม่ว่าโควตากลางหรือโควตาพรรค...ปรับแล้วหน้าตาทีมเศรษฐกิจเป็นอย่างไร&amp;nbsp; ประชาชนร้องยี้หรือไม่&amp;nbsp; ตอบโจทย์หรือไม่..ซึ่งจะว่ากันที่จริงที่ผ่านมาทีม 4 กุมารก็ไม่ได้เก่งกาจจนประชาชนหวงแหนเพราะฝีมือฉกาจฉกรรจ์อะไรมาก&amp;nbsp; หนำซ้ำประชาชนไม่น้อยรู้สึกไม่ปลื้มกับผลงานทางเศรษฐกิจด้วยซ้ำ&amp;nbsp; เพียงแต่ต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ของทีมกลุ่มสามมิตรและอีกสองสามกลุ่มที่เคลื่อนไหวเปิดศึกแย่งชามข้าวในพรรคค่อนข้างย่ำแย่&amp;nbsp; มันก็เลยทำให้กลุ่ม 4 กุมารที่มีภาพลักษณ์ส่วนตัวดีพลอยโชคดีไป..และยังอยู่ได้(ชั่วคราว)แม้จะลาขาดจากสมาชิกพรรคไปแล้ว..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นั่นเพราะ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ฟังเสียงประชาชน&amp;nbsp; และฉวยใช้เวลานี้ยืดเวลาในการปรับครม.ออกไปให้นานที่สุด&amp;nbsp; ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องให้สภาฯผ่านกฎหมายงบประมาณ วาระที่3 ปลายส.ค.หรือต้นก.ย.2563 ไปก่อน..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่ถ้ายืดไม่ไหวจะปรับใหญ่กันต้นๆเดือนส.ค.2563 ก็ยังได้&amp;nbsp; เพราะยามนี้รัฐบาลไม่กลัวเรื่องคะแนนเสียงสนับสนุนอีกแล้ว !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;และแน่นอนถึงนาทีนี้ถึงแม้จะมีข้อจำกัดโน่นนี่นั่น&amp;nbsp; แต่เชื่อว่า &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ที่มีประสบการณ์บนเก้าอี้นายกฯมา 6 ปีเต็มๆ&amp;nbsp; ต้องรู้แล้วว่าปรับครม.รอบนี้ควรจะปรับอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมเศรษฐกิจควรจะมีส่วนผสมอย่างไรให้แข็งแกร่งแข็งแรง&amp;nbsp; เมื่อรวมทั้งหมดแล้วครม.ชุดใหม่ต้องทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นศรัทธา..เพราะที่สุดแล้วการเมือง การบริหารประเทศเป็นสิ่งที่ค้ำยันรัฐบาลได้ดีที่สุดก็คือ ความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...แม้ต้องคำนึงถึงคณิตศาสตร์การเมืองอยู่ แต่ต้องข้ามพ้นไปให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp; ภายใต้หลักการนายกฯต้องเป็นคนรับฟัง แต่ต้องเป็นตัวของตัวเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ทุกเก้าอี้รัฐมนตรีมีความสำคัญหมด&amp;nbsp; วางคนให้ถูกที่ถูกทาง..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถ้าปรับครม.ถูกตาถูกใจประชาชนแล้วเดินหน้าบริหารประเทศเกิดสะดุดต้องยุบสภา&amp;nbsp; หลังเลือกตั้งรอบหน้าก็ยังมีโอกาสกลับมาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าปรับแล้วร้องยี้กันทั้งบ้านทั้งเมืองเบื้องหน้าอนาคตของท่านนายกฯลุงตู่ก็คงหนักหนาสาหัสเป็นธรรมดา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71476</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปรับครม., พล.อ.ประยุทธ์, รัฐบาลบิ๊กตู่, สำราญ รอดเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0e5a6272513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2020 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2020 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โบ้&#039; ชมเปาะ 1 ปีที่ผ่านมา ลุงตู่และรัฐบาล ทำเพื่อประเทศ ประชาชนมาโดยตลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.63&amp;nbsp;- นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ระบุว่าในเดือนกรกฏาคมนี้ ถือว่านายกฯและรัฐบาลได้ทำงานครบ 1 ปีแล้ว โดยจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมานายกฯและรัฐบาลได้มีโครงการและมาตรการต่างๆออกมามากมาย เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนและการพัฒนาประเทศ ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการออกโครงการชิมช็อปใช้ , โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ,การประกันรายได้พืชผลการเกษตร, การอนุมัติงบบัตรทอง ปี 63 จำนวน 1.91 แสนล้านบาท &amp;nbsp;การเพิ่มเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกว่า 6.5 พันล้านบาท, การพักชำระหนี้กองทุนหมู่บ้าน, การแก้ปัญหาภัยแล้ง , โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และบรรจุข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขกว่า 45,000 ตำแหน่ง และมากมายอีกหลายนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค -19 ที่ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน ถือเป็นวิกฤตของประเทศ แต่นายกฯและรัฐบาล ยังสามารถแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ทั้งมาตรการด้านสาธารณสุขจนทำให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่น้อยลง และไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยติดต่อกันเป็นเวลา 32 วันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 ในทุกกลุ่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นจนเป็นที่ยอมรับของคนในประเทศและต่างประเทศ จนทำให้ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทุกสำนักโพลประชาชนพอใจสูงสุดและเห็นถึงความตั้งใจในการบริหารงานของนายกฯและรัฐบาลเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ระบุว่า นายกฯและรัฐบาลไม่เคยหยุดคิดที่จะทำงานเพื่อประชาชนและบ้านเมือง จะเห็นได้จากตลอดการทำงานของนายกฯตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน จนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ ยังมีผลงานต่างๆออกมามากมายเพื่อมาแก้ไขปัญหา และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้นายกฯยังมีแนวคิด &amp;quot;รวมไทยสร้างชาติ&amp;quot; ที่จะรวมคนไทยทุกกลุ่มเข้าด้วยกัน เปิดรับฟังปัญหาและแนวคิดจากคนทุกกลุ่ม เพื่อแก้ไขและพัฒนาประเทศร่วมกัน แนวทางก้าวข้าวความขัดแย้งหันมาเสียสละทำงานร่วมกันเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ประชาชนอยู่ดีกินดีมีสุขต่อไป นี่คือความตั้งใจของนายกฯและรัฐบาลที่มีนโยบายเพื่อประชาชนตลอด 1 ปีที่ผ่านมา&amp;quot;นายสุภรณ์ฯกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69845</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐบาลบิ๊กตู่, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e703fd56a383.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกเรื่อง! &#039;กุนซือสมองเพชร&#039; ฟันเปรี้ยงปรับครม. 8 ตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.63 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับขบวนพรรคพลังประชารัฐลงตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับครม.ยังไม่แน่ ว่าลงตัวหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามหน้าไพ่อาจจะมีการปรับถึง 8 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่คนที่จะถูกปรับก็ยังอยากอยู่ต่อไม่ยอมลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมีคนต้องการเปลี่ยนหรือได้ตำแหน่งอีกหลายคน
น่าเหนื่อยใจนิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอยดูเพลงกระบี่นักฆ่าแห่งลุ่มเจ้าพระยาก็แล้วกัน!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางนอกสภา ความไม่พอใจของประชาชนในเรื่องเศรษฐกิจ ในเรื่องความไม่ยุติธรรม และผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายหลากหลายพวกก็กำลังประดังกันเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์แบบนี้ถ้าฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจคงจะกระเพื่อมใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่าศึก9ทัพ9ทัพก็เคยรู้เห็นกันมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69116</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุนซือ, ปรับครม., รัฐบาลบิ๊กตู่, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36720a292f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แก้วสรร&#039;มาแล้ว!ออกบทความ &#039;อำนาจที่ไม่ต้องรับผิดชอบ&#039; เปรียบ &#039;รัฐบาลป๋า&#039; กับ &#039;รัฐบาลลุง&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 63 - นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;ldquo;อำนาจที่ไม่ต้องรับผิดชอบ&amp;rdquo; : เปรียบเทียบ &amp;ldquo;ป๋า &amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;ลุง &amp;rdquo; ผ่านเว็บไชต์ www.thaipost.net โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67879</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, บทความ, รัฐบาลบิ๊กตู่, รัฐบาลป๋าเปรม, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce50d6fbf3fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039;ด่าลั่น!รัฐบาลเฮงซวยต้องทนอยู่ไปอีกหลายปีตราบเท่าที่รธน.เผด็จการยังไม่ถูกแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.63- &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เสียดายความคิดริเริ่มของผู้ว่านนทบุรี ที่จะผ่อนคลายมาตรการให้ผู้ประกอบการบางประเภทได้กลับไปทำมาหากินตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน แต่สุดท้ายทนระบบรัฐราชการไม่ไหวต้องยกเลิกคำสั่งตัวเองและห้ามประชาชนทำมาหากินต่อไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน โดยไม่สนใจว่าประชาชนจะอยู่อย่างไรจะมีกินหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยอมรับว่าการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นเรื่องสำคัญ การใช้ยาแรงด้วยการล็อกดาวน์ประเทศอาจจะหยุดการแพร่ระบาดอย่างได้ผลแต่สิ่งที่จะตามมาคือเศรษฐกิจที่จะพังพินาศตามไปด้วย รัฐบาลจึงต้องพิจารณาให้เกิดความสมดุลระหว่างด้านการสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงและจำนวนเตียงมีเพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วย รัฐก็ควรผ่อนคลายมาตรการให้ผู้ประกอบการบางประเภทได้กลับไปทำงานบนมาตรฐานการสาธารณสุขที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อรัฐไม่มีปัญญาจะเยียวยาประชาชนได้อย่างทั่วถึงก็ควรรีบผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้ประชาชนได้กลับไปทำมาหากินช่วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่คนไทยเข้าไม่ถึงการตรวจเพราะชุดตรวจไม่พอ ขณะที่คนไทยที่เดือดร้อนต้องไปคุกเข่าเรียกร้องเงินเยียวยารายละ 5,000 บาท ที่มาจากภาษีของพวกเค้าแต่ถูกกระทรวงการคลังปฏิเสธพร้อมล็อกประตูใส่หน้า แต่พลเอกประยุทธ์กลับบริจาคชุดตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR ที่ซื้อจากเงินของคนไทยให้อาเซียนชาติละ 10,000 ชุด คงบอกถึงความแตกต่างของรัฐบาลที่มาจากประชาชนกับรัฐบาลเฮงซวยที่ไม่เคยเห็นหัวประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวร้ายคือถ้าไม่อดตายไปเสียก่อน คนไทยยังจะต้องทนอยู่กับรัฐบาลเฮงซวยไปอีกหลายปีตราบเท่าที่รัฐธรรมนูญที่เผด็จการเขียนขึ้นยังไม่ถูกแก้ไข.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63144</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวัฒนา เมืองสุข, รัฐบาลบิ๊กตู่, รัฐบาลเฮงซวย, เพื่อไทย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200313/image_big_5e6b94696caa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2019 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2019 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่&#039;ชี้เศรษฐกิจไทยโคม่า!หลังสหรัฐตัดจีเอสพีสินค้า จิก&#039;บิ๊กตู่&#039;ถ้าไม่มีปัญญาแก้ก็ลาออกไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค 62 - นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ข่าวที่สหรัฐประกาศตัดจีเอสพีสินค้าไทยรวม 573 รายการ ครอบคลุมทั้งของกินและของใช้ตั้งแต่อาหารทะเลจนถึงอุปกรณ์เครื่องใช้และเครื่องประดับคิดเป็นมูลค่าเกือบ 40,000 ล้านบาท ยิ่งทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยโดยเฉพาะการส่งออกที่อยู่ในอาการโคม่าอยู่แล้วกลายเป็นหมดหวังที่จะฟื้นตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่ามกลางความขัดแย้งของสองมหาอำนาจ ไทยต้องระมัดระวังท่าทีและบทบาทที่จะส่งผลทางการเมือง พึงระลึกว่าเราไม่ควรเข้าไปอยู่ตรงกลางในระหว่างที่เสือสองตัวกำลังสู้กัน การแสดงท่าทีเลือกข้างหรือเอียงไปทางใดทางหนึ่งได้ส่งผลเสียหายต่อประเทศแล้ว จากนี้ไปคนไทยจะเผชิญความยากลำบากมากขึ้นจากความไร้สติปัญญาของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางรอดเดียวที่เหลืออยู่คือรัฐบาลต้องกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในอันเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวเดียวที่เหลือที่ยังสามารถกระตุ้นได้ หัวใจสำคัญคือต้องทำให้คนไทยส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนยากจนเกิดกำลังซื้อซึ่งทำได้สองแบบคือแจกเงินแบบที่กำลังทำอยู่หรือลงทุนเพื่อให้คนเห็นอนาคตหรือการแจกโอกาสเพื่อให้ประชาชนเอาไปต่อยอดให้เกิดการผลิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ถ้าไม่มีปัญญาจะทำอะไรมากไปกว่าการแจกเงินก็ลาออกไป ประเทศไม่ใช่ที่ฝึกงานของทหารเกษียณครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48900</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีเอสพีสินค้าไทย, ตัดสิทธิจีเอสพีสินค้าไทย, รัฐบาลบิ๊กตู่, วัฒนา เมืองสุข, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc7d1c4e7cc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
