<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลปลื้มS&amp;P คงเครดิตBBB+ โวเดินมาถูกทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลปลื้มเอสแอนด์พีคงความน่าเชื่อไทยที่ BBB+ เหมือนปี 2563 พร้อมคาดเศรษฐกิจไทยจะลืมตาอ้าปากเหมือนก่อนยุคโควิด-19 อาละวาดได้ในปี 2566 &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; ชี้สะท้อนชัด &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เดินมาถูกทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 5 ต.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&amp;amp;P Global Ratings (S&amp;amp;P) คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ทริปเปิลบีบวก (BBB+) และมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ โดยยังเป็นระดับเดียวกับปี 2563 และคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโต (จีดีพี) ประมาณ 1.1% และในช่วงปี 2565-2567 จะอยู่ที่ 3.6% ต่อปีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวว่า รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของเอสแอนด์พีได้เผยแพร่รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 ต.ค. โดยให้เหตุผลถึงการคงอันดับของไทยและความน่าเชื่อถือของไทย โดยมีเหตุผลคือ 1.ภาคการคลังสาธารณะมีความเข้มแข็ง แม้ว่าประเทศไทยจะขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564-2565 และหนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น จากการดำเนินนโยบายการคลังของภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่เอสแอนด์พีคาดว่า ปีนี้จีดีพีจะเติบโตที่ประมาณ 1.1% และในช่วงปี 2565-2567 จะเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 3.6% ต่อปี จากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 และประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง
&amp;ldquo;คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับไปอยู่ที่ระดับเดิมก่อนเกิดโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป จากการที่รัฐบาลยังสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่องให้เป็นไปตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ อาทิ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ที่ช่วยลดความเสี่ยงทางการคลังของรัฐและเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังของภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ภาคการเงินต่างประเทศยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล ซึ่งไทยมีสภาพคล่องและทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง และสภาพคล่องต่างประเทศของไทยยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล รวมทั้งการดำเนินนโยบายทางการเงินและการรักษาเสถียรภาพด้านราคายังเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ และ 3.เอสแอนด์พีจะติดตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นรูปธรรม รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะปานกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยและการคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยของเอสแอนด์พีสะท้อนว่า การบริหารงานและมาตรการของรัฐภายใต้การกำกับของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินมาถูกทาง ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศว่า เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องด้วย&amp;quot; นายธนกรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118882</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนกร วังบุญคงชนะ, รัฐบาลปลื้มเอสแอนด์พีคงความน่าเชื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a9b5227b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
