<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกลี่ยเก้าอี้รัฐมนตรียังไม่นิ่ง!เปิดลิสต์กระทรวงดึงกลับ-แลกแถมพ่วงอุตลุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเจรจาต่อรองโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี ที่มีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล​ ซึ่งหลังจบการโหวตนายกรัฐมนตรี เริ่มมีภาพชัดขึ้น โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนยันยึดดีลแรกที่เคยคุยกันไว้ คือ​ รมว.พาณิชย์​ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่พรรคพลังประชารัฐ ต้องการเก้าอี้​รมว.พาณิชย์ และรมว.เกษตรและสหกรณ์คืนนั้น พรรคพลังประชารัฐได้ยื่นเงื่อนต่อรองโดยการนำ​ รมว.ศึกษาธิการ และเพิ่ม​รมว.ยุติธรรม หรือรมว.ต่างประเทศ บวกกับ 1 รัฐมนตรีช่วย​ เพื่อแลกกับรมว.พาณิชย์ ซึ่งหากพรรคประชาธิปตย์ตอบตกลง ก็มีความเป็นไปได้ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นรองนายกฯ​ ควบรมว.ศึกษาธิการ หากเลือกเพิ่มเป็นกระทรวงยุติธรรมน่าจะเป็นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ดำรงตำแหน่งรมว.ยุติธรรม เพราะเคยเป็นอดีตรมว.ยุติธรรมมาก่อน​ ส่วนนายถาวร เสนเนียม จะเป็น​ รมช. มหาดไทย ส่วนของรมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ก่อนหน้านี้กลุ่มสามมิตร พยายามทวงคืนให้นายสมศักดิ์​ เทพสุทิน​ มีแนวโน้มจะยกให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีรายงานว่า นายสมศักดิ์ ยอยถอยแล้ว และจะไปนั่งรัฐมนตรีกระทรวงอื่นแทน ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ มีชื่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มานั่งตำแหน่ง​ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แต่ทั้งนี้ ยังต้องรอการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พรรคภูมิใจไทย​ ที่มีข่าวว่าได้เก้าอี้รมว.คมนาคม ในดีลรอบแรกไปนั้น ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐ มีความพยายามอย่างต่อเนื่องจะทวงคืน โดยมีรายงานข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยยอมที่จะคืนให้พลังประชารัฐแล้ว โดยแลกกับกระทรวงพลังงาน ทำให้พรรคภูมิใจไทย จะได้โควตาเบื้องต้นได้แก่ รองนายกฯ ควบรมว.สาธารณสุข​ รมว.พลังงาน รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา น่าจะนิ่งแล้ว ในโควตาเดิมคือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรมช.เกษตรฯ ขณะที่พรรคชาติพัฒนา จะได้โควตา รมช.อุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การจัดตั้งรัฐบาลคืบหน้าไปแลัว 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกิดจากการเจรจาผ่านแกนนำพรรคแต่ละฝ่าย ยังไม่ถือเป็นข้อสรุป​&amp;nbsp; เพราะทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจถึงความเหมาะสมอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ในช่วงเที่ยงวันที่​ 7​ มิ.ย.​ที่ผ่านมา แกนนำพรรคพลังประชารัฐ​ ได้เดินทางไปพบกั​บพล.อ.ประยุทธ์​ ที่สถานที่แห่งหนึ่ง​ โดยนายกฯได้เน้นย้ำขอให้เร่งจัดทำนโยบายตั้งแต่เนิ่นๆ​ โดยให้ยึดแนวทางปฏิรูป​ 11​ ด้าน​ และกรอบยุทธศาสตร์ชาติ​ เนื่องจากนโยบายแต่ละพรรคมีความแตกต่างกัน​ โดยจะแบ่งเป็นแต่ละด้าน​ อาทิ​ เศรษฐกิจ​ สังคม​ การศึกษา​ สวัสดิการ​ นอกจากนี้​ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐครั้งต่อไป​ จะมีการนำรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี​ และข้าราชการการเมือง​ ได้แก่​ ที่ปรึกษารัฐมนตรี​ เลขานุการรัฐมนตรี​ ผู้ช่วยรัฐมนตรี​ ให้ที่ประชุมเห็นชอบ​ ซึ่งเป็นตามข้อบังคับพรรค​ และ​ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37965</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, พปชร., พรรคร่วมรัฐบาล, รัฐบาลพลังประชารัฐ, โควต้ารัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf4b229db5a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รื้อเก้าอี้รมต.คืบ80% หึ่ง!ภท.ยอมคายคมนาคมแลกพลังงาน/ลุ้นปชป.ปล่อย‘พณ.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่-ป้อม&amp;quot; เข้าเซฟเฮาส์รื้อโผ ครม.กับแกนนำ พปชร. ย้ำเร่งจัดทำนโยบาย ยึดแนวปฏิรูป 11 ด้าน-กรอบยุทธศาสตร์ชาติ พปชร.ตั้ง &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;rdquo; หัวหน้าร่างนโยบาย ยัน?นายกฯ ต้องดูภาพรวมหน้าตาครม. ลั่นเมื่อโหวตเสร็จต้องหารือเพิ่มเติมเรื่องความเหมาะสม &amp;quot;อุตตม&amp;quot; ยอมรับแบ่งเค้กยังไม่เรียบร้อย ยึดหลักลงเรือลำเดียวกันแล้ว สะพัด! จัดโผคืบ 80%พปชร.ยื่น ศธ.แลก พณ. พ่วงระหว่าง กต.หรือ ยธ. &amp;nbsp;บวกอีก 1 รมช. &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; ยอมถอยให้ ปชป.ได้คุมเกษตร ภท.ยอมคืน คค. หลังได้ พง. &amp;quot;ฝ่ายแค้น&amp;quot; จี้เปิดชื่อคนนอกจุ้นโผ ครม. เพ้อ &amp;quot;บางกอกสปริง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามปกติตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนที่เวลา 11.45 น. นายกฯ ได้เดินทางออกจากทำเนียบฯ โดยไม่มีกำหนดการหรือภารกิจทางการแต่อย่างใด เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เดินทางออกจากกระทรวงกลาโหมในเวลาใกล้เคียงกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยออกจากทำเนียบรัฐบาลโดยไม่มีภารกิจหรือกำหนดการแจ้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะมีการนัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลหารือถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีกระแสข่าวว่าขณะนี้ยังไม่ลงตัว และจะให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ได้มีรถถ่ายทอดสดของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเข้ามาจอดเตรียมความพร้อมในการถ่ายทอดสดพิธีรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ที่จะใช้ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เป็นสถานที่รับสนองพระบรมราชโองการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 11.48 น. ได้เดินทางกลับมายังทำเนียบรัฐบาลแล้ว ในเวลา 14.20 น. โดยใช้เวลาประมาณกว่า 2 ชั่วโมง ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และมีน้ำท่วมขังหลายจุดในทำเนียบฯ &amp;nbsp; โดยคาดว่าน่าจะร่วมหารือกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ในการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี หลังมีกระแสข่าวล้มดีลคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาเวลา 16.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางออกจากทำเนียบฯ เพื่อกลับบ้านพัก ท่ามกลางสายฝนที่ยังตกโปรยปราย และมีผู้สื่อข่าวยืนรอบันทึกภาพและถ่ายคลิปวิดีโออยู่ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้เส้นทางกลับบ้านทางประตูสะพานอรทัย จากปกติจะใช้เส้นทางฝั่งประตูสะพานชมัยมรุเชฐ ขณะเดียวกันขบวนรถของนายกฯ ยังได้ชะลอดูน้ำที่ท่วมขังภายในทำเนียบฯ ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ก่อนเดินทางกลับ นายกฯ เห็นผู้สื่อข่าวยืนถ่ายคลิปอยู่บริเวณหน้าห้องพักผู้สื่อข่าว จึงบอกให้ผู้สื่อข่าวระวังจะเป็นหวัดและให้รักษาสุขภาพด้วย&amp;nbsp;
&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;สั่งยึดปฏิรูป 11 ด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในช่วงเที่ยง แกนนำ พปชร.ได้เดินทางไปพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ที่สถานที่แห่งหนึ่ง โดยนายกฯ ได้เน้นย้ำขอให้เร่งจัดทำนโยบายตั้งแต่เนิ่นๆ โดยให้ยึดแนวทางปฏิรูป 11 ด้าน และกรอบยุทธศาสตร์ชาติ เนื่องจากนโยบายแต่ละพรรคมีความแตกต่างกัน โดยจะแบ่งเป็นแต่ละด้าน อาทิ เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สวัสดิการ นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหาร พปชร.ครั้งต่อไป จะมีการนำรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และข้าราชการการเมือง ได้แก่ ที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ให้ที่ประชุมเห็นชอบ ซึ่งเป็นตามข้อบังคับพรรค และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการล้มดีลการจัดสรรตำแหน่ง ครม.ว่าทุกอย่างกำลังดำเนินการไป ตนไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่ได้เป็นคนทำ และ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ได้มาปรึกษาอะไรในเรื่องดังกล่าว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ทำคนเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าถ้าเกลี่ยตำแหน่งไม่ลงตัวอาจจะเกิดปัญหาเรื่องเสถียรภาพรัฐบาลชุดหน้าได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นคนเกลี่ยตำแหน่ง ส่วนจะเชิญตนไปนั่งหัวโต๊ะเพื่อพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งหมดเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยหรือไม่ ตนก็ยังไม่ทราบ อีกทั้งยังไม่มีใครมาเชิญตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีมีข่าวแย่งชิงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนักการเมือง ตนจะไปทราบได้อย่างไรถึงเรื่องความเหมาะสมว่าใครควรจะได้รับตำแหน่ง &amp;nbsp;เพราะไม่ได้ทำงานนี้ และตนไม่ได้เล่นการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ และตนแย่แล้ว คือไม่สบาย และไม่แข็งแรงเท่าที่ควร&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าวเมื่อถามว่ามีเทียบเชิญให้ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหมต่อหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า อาการที่ไม่สบายนั้นคือจะไม่รับตำแหน่งใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรบอกว่า &amp;ldquo;ยังไม่รู้&amp;rdquo; เมื่อถามอีกว่าไม่สบาย แต่ยังพร้อมทำงานใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำว่า &amp;ldquo;ก็ยังไม่รู้&amp;rdquo; ต่อข้อถามว่าเหนียมอายที่จะรับตำแหน่งใช่หรือไม่ หรือเป็นการสงวนท่าที พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ เมื่อถามอีกว่าจะเหลือเพียงตำแหน่งรองนายกฯ เพียงตำแหน่งเดียวใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่รู้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าในส่วนของกระทรวงกลาโหมผู้สื่อข่าวจะต้องพบกับรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ เมื่อถามอีกว่ามีคนในใจที่จะมาสานงานต่อแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี ซึ่งยังไม่มีใครเลย ผู้สื่อข่าวจึงย้อนถามว่าการที่ไม่มีใครในใจ แสดงว่ายังเป็น พล.อ.ประวิตรเหมือนเดิมใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ แต่ยืนยันว่าเรื่องร่างกายที่ไม่แข็งแรงเท่าที่ควรนั้นเป็นเรื่องจริง ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยระบุว่าจะให้อยู่ช่วยงานต่อนั้น ตนยังไม่ทราบ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้มาพูดกับตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้ให้การต้อนรับนายปีร์กะ ตาปีโอละ ( Pirkka Topil ) ออท.สหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ณ ศาลาว่าการกลาโหม ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันถึงสถานการณ์ทางการเมืองไทย รวมทั้งความร่วมมือทวิภาคีไทย-สหภาพยุโรป (อียู) และความร่วมมือในกรอบอาเซียน โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวยืนยันถึงพันธกิจของรัฐบาลในการมุ่งสู่ประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน โดยคาดว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลในไม่ช้า และหวังว่าความสัมพันธ์ไทย-อียู จะสามารถเดินหน้าเต็มรูปแบบได้ในอนาคตอันใกล้ &amp;nbsp;พร้อมทั้งขอบคุณอียูที่สนับสนุนไทยแก้ปัญหาการทำประมงมาโดยตลอด โดยขอให้มั่นใจว่าไทยยังคงยึดมั่นการทำประมงอย่างยั่งยืน และต่อต้านประมงไอยูยู โดยยินดีเป็นหุ้นส่วนกับอียูในการแก้ปัญหาประมงไอยูยูในระดับภูมิภาค
ตั้ง&amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot;หน.ร่างนโยบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปีร์กะ ตาปีโอละ กล่าวแสดงความยินดี กับ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ที่ได้รับความเห็นชอบทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;พร้อมทั้งชื่นชมความสำเร็จของไทย ถึงความพยายามแก้ปัญหาไอยูยู และขอบคุณไทยที่ตระหนักถึงความเป็นหุ้นส่วนของอียู โดยอียูมีความประสงค์จะเพิ่มพูนและยกระดับความร่วมมือกับไทยทุกด้าน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคง ทั้งจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ด้านไซเบอร์และการต่อต้านลิทธินิยมความรุนแรงสุดโต่ง พร้อมทั้งยินดีสนับสนุนประสบการณ์ในการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤติ และพร้อมทำงานร่วมกับไทยในการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อเวลา 15.45 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พร้อมนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) โดยนายอุตตมกล่าวว่า ที่ประชุมหารือถึงการพูดคุยกับพรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังจากที่ผ่านการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกระบวนพูดคุยกับพรรคร่วมยังไม่แล้วเสร็จ และต้องหารือต่อโดยยึดหลักว่าเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้วต้องมีวัตถุประสงค์ร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศเดินไปข้างหน้า กรรมการบริหารพรรค พปชร.จึงมีมติให้นายสนธิรัตน์เป็นหัวหน้าคณะทำงานร่างนโยบายและผู้ประสานงานพรรคร่วมในการจัดทำนโยบายของรัฐบาล ที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายภาพรวมของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนโยบายเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะหมดอายุภายในเดือน ก.ย.นั้น จะสานต่อทันที เพื่อความต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเรื่องนโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย ที่จะหารือร่วมกัน ยืนยันว่าตนและนายสนธิรัตน์ได้รับมอบหมายให้พูดคุยหารือเพื่อตั้งรัฐบาลจะทำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะมีกรอบเวลากำหนดไว้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอของพรรค ปชป.ที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคจะรับข้อเสนอดังกล่าวหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่มีความซับซ้อน ไม่ใช่ว่าพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องหารือร่วมกัน แต่ยังไม่ได้เสนอว่าจะขอแก้ไขในประเด็นใดบ้าง ต้องหารือกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเป็นนายกฯ จะต้องพิจารณารายชื่อของ ครม.ด้วยตัวเอง ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ก็ต้องดูในภาพรวมทั้งหมด ทั้งการจัดสรรกระทรวงและบุคคลที่เหมาะสม ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของพรรคทำให้จบเร็วที่สุด โดยการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ จะทำให้ลงตัวที่สุดทั้งภายในพรรคและพรรคร่วม และยังตอบไม่ได้ว่าใครจะได้ตำแหน่งใดบ้าง รวมถึงอดีต 4 รัฐมนตรีก็ยังไม่ทราบว่าจะได้ตำแหน่งทั้งหมดหรือไม่&amp;quot; นายอุตตมกล่าวเมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสรุปเคาะตำแหน่งเป็นคนสุดท้ายจะเกิดปัญหาปัญหาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า ที่ผ่านมาพรรคร่วมมองว่านายสนธิรัตน์และนายอุตตมไม่มีอำนาจจริงในการตัดสินใจเรื่องจัดสรรโควตารัฐมนตรี นายอุตตมกล่าวว่า พรรคมอบหมายให้ตนและนายสนธิรัตน์เป็นคนพูดคุย การจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคร่วม แต่ไม่รู้ว่าคนนอกคิดอย่างไร&amp;nbsp;
ต้องหารือเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาผมและนายอุตตมได้พูดคุยในขั้นต้นมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อโหวตเลือกนายกฯ เสร็จต้องหารือกันเพิ่มเติมทั้งเรื่องความเหมาะสมและสมดุลให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพและเข้มแข็ง&amp;quot; นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าการเจรจาพูดคุยตั้งรัฐบาลเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อาจไม่ร่วมในรัฐบาลหน้า หากพรรค พปชร.ไม่ได้ดูแลกระทรวงเศรษฐกิจหลัก นายอุตตมกล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้ยินอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสนธิรัตน์กล่าวถึงคณะทำงานร่างนโยบายว่า มีหน้าที่ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อนำนโยบายของแต่ละพรรคมาหารือจัดทำเป็นนโยบายรวมของรัฐบาล และผลักดันนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองตามที่ได้หาเสียงไว้ให้เป็นรูปธรรม และพิจารณาผู้ที่เหมาะสม ที่จะมาขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ในส่วนของพรรคจัดตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานกับพรรคร่วมต่อไป โดยจะใช้เวลาทำงานไม่นาน เพราะอีกไม่นานจะมี ครม.ชุดใหม่ที่จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ในฐานะเป็นหนึ่งในคนที่ร่างนโยบายของรัฐบาล กล่าวถึงการร่างนโยบายของรัฐบาลว่า ขณะนี้กำลังช่วยกันเขียนอยู่ ซึ่งในส่วนของพรรค พปชร.ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร เพราะมีเค้าโครงอยู่แล้ว ตอนนี้รอเอานโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลมาดูรวมกัน ต้องดูว่านโยบายหลักหรือนโยบายสำคัญของแต่ละพรรคคืออะไร และนโยบายไหนที่สามารถปรับรวมกันได้บ้าง ที่สำคัญหากกระทรวงที่กำกับดูแลตรงกับนโยบายของพรรคตัวเอง การร่างนโยบายก็จะง่าย ทั้งนี้ก็คงต้องมีการปรับให้สอดคล้องกันทั้งหมด เดี๋ยวคงจะมานั่งคุยกัน แต่ตอนนี้ยังไม่ลงตัว สำหรับการเขียนนโยบายไม่ได้ยาก แค่ดูว่านโยบายหลักคืออะไร และนโยบายไฮไลต์ของแต่ละพรรคคืออะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการจัดตั้งรัฐบาล นายสุวิทย์ยอมรับว่า ต้องตั้งเร็ว เพราะปัจจุบันเราได้นายกฯ แล้ว ส่วนตัวอยากให้เสร็จทันก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน อยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการเรื่องการประชุมสุดยอดอาเซียน เพราะเราเป็นผู้นำอาเซียนด้วย แต่ทั้งนี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องรอดู โดยเฉพาะตอนนี้ต้องรอการโปรดเกล้าฯ ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อาจไม่ได้ร่วมรัฐบาลหน้าหากพรรค พปชร.ไม่ได้ดูแลกระทรวงเศรษฐกิจ นายสุวิทย์กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ส่วนตัวทราบว่าท่านสมคิดสุขภาพไม่ดี แต่หากไม่ได้นั่งอยู่ในรัฐบาลหน้าจะส่งผลต่อการดูแลเรื่องเศรษฐกิจหรือไม่ ต้องดูกันต่อไป ตนยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับท่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายกฯ จะได้มีโอกาสพิจารณาถึงประเด็นที่นายสมคิดอาจไม่ได้ร่วมรัฐบาลหน้าด้วยหรือไม่ นายสุวิทย์กล่าวว่า เดี๋ยวเขาคงมีการหารือกัน อย่าเพิ่งไปด่วนสรุป ส่วนตนเองมีชื่อเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลหน้าอยู่หรือไม่ ไม่ทราบ ส่วนอดีต รมต.ทั้ง 4 คนยังอยู่ที่พรรคอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ แต่การทำงานการเมืองทำได้หลายรูปแบบ
&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot;แจงเหตุร่วม รบ.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนพรรค พปชร. กล่าวตอบคำถามเรื่องกระทรวงหลักที่พรรค พปชร.ต้องการดึงกลับมาว่า เป็นเป้าหมายเราที่อยากได้อยู่ ซึ่งขณะนี้กำลังเขย่ากันอยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า หากไม่สามารถดึงกลับมาได้ จะมีปัญหาภายใน โดยเฉพาะที่มีข่าวล่าสุดว่านายสมคิด อาจจะไม่ร่วมในรัฐบาลหน้าหรือไม่ นายวิเชียรกล่าวว่า อย่าไปคิดร้ายขนาดนั้น เราต้องคิดว่าได้สิ ต้องคิดบวก ไม่เช่นนั้นก็เสียฟอร์มแกนนำหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ท่ามกลางกระแสข่าวการเจรจากับพรรคพลังประชารัฐเพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้น มีแกนนำพรรคบางส่วน อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์, นายอลงกรณ์ พลบุตร, นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค เดินทางเข้าที่ทำการพรรค เพื่อมาทำงานภายในพรรค บางส่วนจับกลุ่มหารือกันถึงการเจรจาในการจัดตั้งรัฐบาล โดยยังรอความชัดเจนล่าสุดจากแกนนำ พปชร.ว่าจะเปลี่ยนแปลงข้อตกลงที่ทำไว้กับ ปชป.หรือไม่ จึงยังไม่มีการพิจารณาวางตัวคนของพรรคที่จะไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางจากกรุงเทพฯ มาถึงท่าอากาศยานภูเก็ต เมื่อเวลา 09.30 น. เพื่อไปลงพื้นที่พบประชาชนใน จ.พังงาและภูเก็ต ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกหลังจากดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยมีนายเรวัติ อารีรอบ อดีต ส.ส.ภูเก็ต, นายชัยยศ ปัญญาไวย อดีตผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต และนายบำรุง ปิยนามวานิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พังงา พร้อมด้วยประชาชนชาวภูเก็ตและพังงามารอต้อนรับนายจุรินทร์ที่ท่าอากาศยานภูเก็ต และขอให้นายจุรินทร์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต พร้อมให้กำลังใจและมอบดอกไม้ ร่วมถ่ายภาพกับนายจุรินทร์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายจุรินทร์กล่าวกับประชาชนว่า การตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีเป้าหมายสำคัญที่จะฟื้นฟูรายได้และแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง ปาล์ม ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และพืชผลการเกษตรตัวอื่น โดยพรรคประชาธิปัตย์มีบุคลากรที่มีประสบการณ์และมีความพร้อมที่จะไปร่วมแก้ปัญหา ส่วนขั้นตอนการร่วมรัฐบาลนั้น ยังต้องรอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีก่อน จึงจะจัดตั้ง ครม. และเมื่อ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณฯ หรือเข้าปฏิบัติหน้าที่ รัฐบาลชุดใหม่จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายจุรินทร์ได้เดินทางต่อไปยัง จ.พังงา เพื่อเข้าสักการะศาลหลักเมือง ต่อด้วยการพบปะประชาชนที่ลานพระนารายณ์ อ.ตะกั่วป่า และเข้าสักการะศาลเจ้าอำเภอท้ายเหมือง ทั้งนี้ นายจุรินทร์จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในช่วงดึกวันที่ 7 มิ.ย.
โผ ครม.คืบหน้า 80%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเจรจาต่อรองโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี ที่มี พปชร.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหลังจบการโหวตนายกรัฐมนตรี เริ่มมีภาพชัดขึ้น โดยในส่วนของ ปชป.ที่ยืนยันยึดดีลแรกที่เคยคุยกันไว้ คือ รมว.พาณิชย์, รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่พปชร.ต้องการเก้าอี้ รมว.พาณิชย์และ รมว.เกษตรและสหกรณ์คืนนั้น พปชร.ได้ยื่นเงื่อนต่อรองโดยการนำ รมว.ศึกษาธิการ และเพิ่ม รมว.ยุติธรรม หรือ รมว.การต่างประเทศ บวกกับ 1 รัฐมนตรีช่วย เพื่อแลกกับรมว.พาณิชย์ ซึ่งหาก ปชป.ตอบตกลง ก็มีความเป็นไปได้ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค จะเป็นรองนายกฯ ควบ รมว.ศึกษาธิการ หากเลือกเพิ่มเป็นกระทรวงยุติธรรม น่าจะเป็นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม เพราะเคยเป็นอดีตรมว.ยุติธรรมมาก่อน ส่วนนายถาวร เสนเนียม จะเป็น รมช.มหาดไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ก่อนหน้านี้กลุ่มสามมิตรพยายามทวงคืนให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน มีแนวโน้มจะยกให้ ปชป. ซึ่งมีรายงานว่านายสมศักดิ์ยอมถอยแล้ว และจะไปนั่งรัฐมนตรีกระทรวงอื่นแทน ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ มีชื่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป. มานั่งตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ แต่ทั้งนี้ยังต้องรอการตัดสินใจของ ปชป.อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ที่มีข่าวว่าได้เก้าอี้ รมว.คมนาคม ในดีลรอบแรกไปนั้น ขณะนี้ พปชร.มีความพยายามอย่างต่อเนื่องจะทวงคืน โดยมีรายงานข่าวว่า ภท.ยอมที่จะคืนให้ พปชร.แล้ว โดยแลกกับกระทรวงพลังงาน ทำให้ ภท.จะได้โควตาเบื้องต้น ได้แก่ รองนายกฯ ควบ รมว.สาธารณสุข, รมว.พลังงาน, รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา (ชพน.) น่าจะนิ่งแล้ว ในโควตาเดิมคือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ รมช.เกษตรฯ ขณะที่พรรคชาติพัฒนา(ชพน.) จะได้โควตา รมช.อุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การจัดตั้งรัฐบาลคืบหน้าไปแลัว 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกิดจากการเจรจาผ่านแกนนำพรรคแต่ละฝ่าย ยังไม่ถือเป็นข้อสรุป เพราะทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจถึงความเหมาะสมอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการเจรจาต่อรองเอากระทรวงต่างๆ ไปกำกับดูแลระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป.บอกว่าทางฝั่งพรรคปชป.ไม่พอใจที่พรรค พปช.ยกเลิกดีลเดิม โดยเรียกกระทรวงสำคัญกลับคืน ให้ไปหาคนที่มีอำนาจเต็มตัวจริงและมีอำนาจในการตัดสินใจนั้น อยากถามว่า บุคคลนอกพรรคที่มีอำนาจเต็มตัวจริง และมีอำนาจในการตัดสินใจตามที่นายเฉลิมชัยกล่าวอ้างเป็นใคร ขอให้ระบุชื่อมา เพราะถ้าเป็นความจริง ก็เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย หากมีการตรวจสอบพบ อาจมีการนำประเด็นดังกล่าวร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคที่มีพฤติการณ์เช่นนั้นได้&amp;nbsp;
จี้เปิดชื่อคนนอกจุ้นโผ ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์เองก็ได้ตกลงยินยอมกับบุคคลนั้น ซึ่งต้องถือว่าเป็นบุคคลผู้มีอำนาจนอกพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยกรรมการบริหารพรรคยินยอมให้บุคคลภายนอกพรรคข้ามาก้าวก่าย แทรกแซงครอบงำพรรคจนขาดอิสระในการตัดสินใจ ซึ่งอาจถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ยุบพรรคได้เช่นกัน ทั้งนี้ ในความเป็นจริงการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น หากพิจารณาดูบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยถ่องแท้แล้วเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยากมาก ดังนั้นการเอาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นเกมต่อรองกับพรรคพลังประชารัฐโดยอ้างว่าทำเพื่อประชาชนนั้น ไม่น่าจะใช่ เพราะความจริงคือต้องการกระทรวงที่มีผลประโยชน์มหาศาลมาดูแลใช่หรือไม่&amp;quot; นางลดาวัลลิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐล้มดีลที่เคยตกลงโควตารัฐมนตรีก่อนหน้านี้กับพรรคร่วมมาเกลี่ยเก้าอี้กันใหม่ว่า เป็นหลักฐานและสิ่งบ่งชี้อย่างหนึ่งว่าการปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง ประเทศชาติต้องเสียเวลา เสียงบประมาณมหาศาล เพื่อสร้างภาพโฆษณาชวนเชื่อว่าต้องปฏิรูปการเมือง มีการตั้ง สปช., สปท. กรรมการชุดต่างๆ มากมาย แต่ไม่ได้อะไรเลย ทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส ปฏิรูปอย่างไรจากระบบพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ขาดเสถียรภาพ เอาเฉพาะในพรรคพลังประชารัฐ มีกลุ่มการเมืองมุ้งต่างๆไม่ต่ำกว่า 40 มุ้ง บางคนก่อนนี้อยู่มุ้งกรุงเทพฯ ตอนนี้ไปช่วยทวงเก้าอี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ให้มุ้งสามมิตร ไม่รวม ส.ส.เอื้ออาทร พรรคเล็กพรรคน้อย ที่พยายามต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีชนิดไม่มีใครยอมใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในขณะที่ #RIPTHAILAND ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ของโลก หลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกสมัย แต่ฝ่ายยินดีกับพลเอกประยุทธ์ ชัดๆ มีคนเดียว คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่แบ่งงานกันทำ วางแผนเป็นขั้นเป็นตอนตั้งแต่ก่อจลาจลชัตดาวน์ประเทศหรือไม่ ต่อไปใครจะตระบัดสัตย์หักหลังประชาชน มาพายเรือให้ใครนั่งต้องคิดดีๆ ได้คุ้มเสียหรือไม่ เพราะมันอาจไม่มีสัจจะในหมู่คนบางประเภท เพราะชุดความคิดของทีมเจรจาพรรคพลังประชารัฐ เขาอาจเข้าใจว่าเขาได้เป็นรัฐบาล เพราะเสียงของ 250 ส.ว. จึงล้มดีล มาเกลี่ยเก้าอี้กันใหม่เข้าทำนองอ้อยเข้าปากช้าง ผีถึงป่าช้าไม่ฝังก็ต้องเผา ความพยายามที่จะปฏิรูปการเมือง แต่ห้ามปฏิรูปกองทัพ ก็เพื่อสืบทอดอำนาจ เพราะเขาอยากอยู่ยาว การปฏิรูปการเมืองจึงอาจไม่มีอยู่จริง และเป็นเพียงแค่ข้ออ้างในการยึดอำนาจเท่านั้น&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้หารือถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หลังพบปัญหาที่เกิดขึ้นกับพรรค จากกรณีที่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ไม่ได้เป็น ส.ส. จึงเข้าไปทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านตามที่กฎหมายกำหนดไม่ได้ ดังนั้นต้องรอการตัดสินใจลาออกของ พล.ต.ท.วิโรจน์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคก่อน จึงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการพูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน เพื่อรับทราบมติ ก่อนเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี คาดว่าจะไม่เกินวันที่ 20 มิ.ย. จะสามารถส่งชื่อผู้นำฝ่ายค้านให้กับสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวว่ามีชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรคคนใหม่ 2 คน คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.นั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยังเป็นเพียงข่าวลือ เพราะต้องหารือกันในกรรมการบริหารพรรคก่อน แต่มองว่านายสมพงษ์เป็นสมาชิกมานาน และมีความอาวุโส และเคยเป็นอดีตรัฐมนตรี เป็นที่ยอมรับ และรู้จักกับนักการเมืองหลายพรรค ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ เป็นคนที่ช่วยงานพรรคได้ดี เชื่อว่าการเสนอชื่อบุคคทั้งสองจะไม่ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งหรือแบ่งขั้วภายในพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการประชุมรัฐสภา 7 พรรคการเมือง ที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำงานร่วมกันอย่างดี และเมื่อได้เป็นฝ่ายค้านก็จะต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง เพราะในสถานการณ์ที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ทุกเสียงมีความหมาย ดังนั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน จะต้องทำงานให้เห็นประสิทธิภาพอย่างชัดเจน ซึ่งในสัปดาห์หน้า 7 พรรคจะมีการพูดคุยเพื่อแบ่งหน้าที่การทำงาน&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าวถึงการทำงานของฝ่ายค้านในสภา&amp;nbsp;
เพ้อ&amp;quot;บางกอกสปริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงการเป็นรัฐบาลสมัย 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลชุดนี้จะบริหารประเทศได้ไม่นาน เพราะเป็นรัฐบาลที่มาจากหลายพรรคการเมือง และมีเสียงปริ่มน้ำนั้น ส่วนตัวมองว่าตราบใดก็ตามที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความขัดแย้ง และยังได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ก็ย่อมจะเป็นหลักประกันความปลอดภัยของรัฐบาลได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้นมาตลอด และในอนาคตหากมีการแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.เหล่าทัพ หรือหน่วยงานที่คุมกำลังสำคัญ ตนก็เชื่อว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ก็ย่อมต้องส่งคนที่ไว้วางใจไปกำกับดูแล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การปกครองประเทศภายใต้รัฐบาล คสช. องค์กรอิสระต่างๆ รวมไปถึงหน่วยงานของรัฐอื่นๆ คสช. ย่อมได้สร้างเครือข่ายและวางกลไกต่างๆ ไว้อยู่แล้ว ยังไม่รวมถึงปัจจัยอำนาจรัฐ หรืออำนาจอื่นๆ ที่มองไม่เห็น ดังนั้นเรื่องจำนวน ส.ส.ในสภา ตนจึงมองว่าไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดถึงความอยู่รอดของรัฐบาลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะท้ายสุด ส.ว.250 คน ก็ยังสามารถเลือก พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ ได้ในตลอด 5 ปีนี้หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองใดเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์กล่าวอีกว่า แม้วันนี้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะแพ้เกมในสภา แต่ในเชิงสัญลักษณ์ถือว่าชนะใจประชาชน ประวัติศาสตร์การเมืองครั้งนี้คงต้องจารึกไว้หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นกฎกติกาที่ผิดเพี้ยนเอื้อประโยชน์บางพรรค ส.ว.เพื่อนพ้องน้องพี่ที่เลือกนายกฯ ได้ พรรคชนะเลือกตั้งอันดับหนึ่งไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล และอื่นๆ อีกมากมาย จึงทำให้เกิดคำถามจากสังคมว่าการเข้าสู่อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ มีความชอบธรรมและสง่างามหรือไม่ ตนคิดว่าจากนี้ต่อไปรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ คงจะต้องใช้ทุกวิถีทาง ทุกองคาพยพเพื่อทำให้สามารถบริหารประเทศได้ และแนวโน้มตนก็มองว่ารัฐบาลอาจจะอยู่ได้ยาวจนครบวาระด้วยซ้ำไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะมีเพียงเหตุผลเดียวที่อาจจะทำให้รัฐบาลนี้อยู่ไม่ได้ นั่นคือการลุกขึ้นของประชาชนและคนรุ่นใหม่ที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในปี พ.ศ.2516 และ 2535 และภายใต้บริบทสังคมที่การสื่อสารโซเชียลมีเดียมีบทบาทอย่างสูง โอกาสของการเกิด &amp;ldquo;บางกอกสปริง&amp;rdquo; หรือฤดูใบไม้ผลิในกรุงเทพฯ นั้น ผมคิดว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องยาก และมีความเป็นไปได้ เหมือนเคยเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศอาหรับมาแล้ว ซึ่งเมื่อวันนั้นมาถึง ผมก็เชื่อว่าประเทศไทยคงจะมีประชาธิปไตยเต็มใบอย่างแท้จริง&amp;quot; นายรยุศด์กล่าวทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า บทบาททางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่หลังจากนี้ มีการวางแผนงานเกือบครบแล้ว โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการแถลงข่าวใหญ่ ถึงแนวทางการการทำงานของพรรคอนาคตใหม่ในฐานะฝ่ายค้าน ทั้งในสภาและนอกสภาทางโดยละเอียดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการนำรายชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ว่าอยู่ในกระบวนการของรัฐสภา ส่วนจะโปรดเกล้าฯ ลงมาในเร็วๆ นี้หรือไม่ ตอนนี้พูดได้ว่าอยู่ในกระบวนการของรัฐสภา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37954</URL_LINK>
                <HASHTAG>บางกอกสปริง, ปชป., พปชร., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภท., ยึดหลักลงเรือลำเดียวกัน, รัฐบาลพลังประชารัฐ, รื้อโผ ครม., หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa6d616b170.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลืมอดีตจัดตั้งรัฐบาลร่วมรื้อรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขบวนขันหมากพร้อมสินสอด พปชร.ไปหมั้น &amp;ldquo;ปชป.-ภท.&amp;rdquo; แล้ว เฉลิมชัยเผยมีแนวโน้มที่ดี เห็นพ้องแผนรื้อรัฐธรรมนูญ เตรียมนำเข้าที่ประชุม กก.บห.ชี้ขาดสุดท้าย &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; โต้ไม่ได้หลอกประชาชน เผยเข้า 4 ข้อหลัก โควตารัฐมนตรีป่วนหลัง &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; ลดแลกแจกแถม สมศักดิ์ถึงขั้นเหวอ &amp;nbsp;&amp;ldquo;เกษตรฯ&amp;rdquo; ส่อหลุด ภูมิใจไทยวางตัวคนนั่งเก้าอี้เรียบวุธ &amp;ldquo;7 พรรค&amp;rdquo; ย้ำยังจับมือกันเหนียว พาเหรดรุมสับ 2 พรรคเห็นกันอยู่ถูกเจาะไข่แดงนานแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจในการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล เมื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เดินสายไปทาบทามพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยในช่วงเช้าที่พรรค ปชป.ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะหลังรับเทียบเชิญพรรคจะประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันที่ &amp;nbsp;28 พ.ค. เวลา 17.00 น. และนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.และ กก.บห.เพื่อตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร มั่นใจว่าเรามีเหตุผลให้ทุกคน ส่วนเรื่องเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำนั้นในอดีตก็ยังอยู่กันได้ เพราะอยู่ที่การทำงานและการประสานงานมากกว่า ซึ่งพรรคยืนยันว่าไม่มีเรื่องต่อรองตำแหน่งทางการเมือง&amp;rdquo; นายเฉลิมชัยกล่าว
และเมื่อเวลา 11.00 น. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร.พร้อมแกนนำพรรค และแกนนำกลุ่มสามมิตรเดินทางมาถึงพรรค ปชป.เพื่อทาบทามเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายเฉลิมชัยพร้อมแกนนำพรรคให้การต้อนรับ โดยนายอุตตมให้สัมภาษณ์ก่อนหารือว่า วันนี้พรรค พปชร.มาเรียนเชิญพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ เพื่อให้เรามาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเดินหน้าประเทศไทย และเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนตามที่พรรคได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามธรรมเนียมประเพณีทางการเมืองที่ทำมาโดยตลอด
&amp;ldquo;วันนี้ถือเป็นพิธีการสำคัญที่มาพบกัน ส่วนเรื่องรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าเป็นนโยบายที่แต่ละพรรคร่วม และการแบ่งงานในแต่ละกระทรวงคงได้พูดคุยกันในลำดับต่อๆ ไป ส่วนเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีนั้น พรรคร่วมก็คงเข้าใจกันดีว่าถ้ามาร่วมงานด้วยกัน เราจะสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างไร&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว
เมื่อถามถึงกรณี ปชป.เคยหาเสียงไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ พรรค พปชร.ไม่ติดใจใช่หรือไม่ &amp;nbsp;นายอุตตมตอบว่าเป็นเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้ว เราอย่าไปติดใจอะไรกัน อย่าไปสร้างเงื่อนไขใหม่ วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีแล้วที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน ก็ขอให้เป็นอย่างนั้น ส่วนการเลือกนายกฯ นั้นคงไม่ช้า คิดว่าน่าจะได้นายกฯ ภายในเดือนนี้ แต่ต้องรอการยืนยันก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวว่า วันนี้เอาหัวใจมาเพราะนายเฉลิมชัยเขารวยอยู่แล้ว เอาหัวใจมาให้ก็พอแล้ว&amp;nbsp;
ภายหลังใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค &amp;nbsp;พปชร.และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตรได้ออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยนายณัฏฐพลได้กราบสักการะแม่พระธรณีบีบมวยผม พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่ามีธุระจึงขอออกมาก่อน ส่วนนายสมศักดิ์ระบุว่าจะไปโรงพยาบาล
รับพร้อมรื้อรัฐธรรมนูญ
ต่อมานายอุตตมให้สัมภาษณ์หลังหารือว่า ได้พูดคุยถึงแนวทางการทำงานร่วมกันในฐานะรัฐบาล &amp;nbsp;โดยรวมถือว่ามีข้อสรุปที่ดีที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนรายละเอียดทั้งสองฝ่ายต้องเดินหน้าทำงานด้วยกัน &amp;nbsp;โดยพรรค ปชป.ก็ไปหารือภายในพรรค ส่วน พปชร.ก็มีงานที่ต้องทำเช่นกัน สำหรับนโยบายของทั้งสองพรรคถ้าเอามาเทียบกันก็เห็นได้ว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรียังมีเวลาพูดคุยกันในรายละเอียด แต่สิ่งสำคัญคือวันนี้เป็นจุดตั้งต้นที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่การหารือร่วมกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการมาพูดถึงแค่หลักการ แต่จะผลักดันก็ต้องทำในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล &amp;nbsp;และต้องขอเสียงสนับสนุนจากฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ยังไม่ได้พูดถึงประเด็นที่ต้องแก้ไข&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว
ขณะที่นายเฉลิมชัยกล่าวเสริมว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง ส.ส.ฝ่ายค้านด้วย ดังนั้นทั้งสองพรรคจะมาสรุปเองฝ่ายเดียวไม่ได้ ต้องใช้เวลาพูดคุยกัน แต่เบื้องต้นเห็นพ้องต้องกันว่าสิ่งที่เป็นปัญหาจะถูกนำมาพิจารณาร่วมกันในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หากมีโอกาสร่วมรัฐบาลกัน ส่วนประเด็นอื่นๆ จะนำไปพิจารณากันต่อไปในวันข้างหน้า ขอยืนยันว่าแนวโน้มการพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี และคงพูดคุยกันอีกครั้ง&amp;rdquo; นายเฉลิมชัยระบุ
ในตอนท้ายนายเฉลิมชัยบอกว่าขอให้รอเพราะมีคำตอบแน่นอน ส่วนนายอุตตมระบุว่าของดีต้องรอหน่อย จากนั้นแกนนำทั้งสองฝ่ายได้จับมือกันอย่างชื่นมื่น
ภายหลังแกนนำ พปชร.เดินทางกลับไปแล้ว นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.ได้ยกป้ายที่มีข้อความระบุว่า &amp;ldquo;ไม่เอาประยุทธ์เป็นนายกฯ&amp;rdquo; หน้าบริเวณลานแม่พระธรณีบีบมวยผม โดยบอกว่าขณะนี้พรรคยังไม่มีมติออกมาจึงถือว่ายังมีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่หากมีมติออกมาว่าจะร่วมรัฐบาลและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ก็จะพิจารณาท่าที
และเมื่อเวลา 15.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า ภท. และนายอุตตมพร้อมแกนนำ 2 พรรคได้แถลงข่าวหลังเดินทางมาทาบทามและหารือกันเพียง 30 นาที โดยนายอุตตมกล่าวว่าได้รับฟังจากนายอนุทินถึงแนวคิดของพรรค ภท.เรื่องการทำงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและเชื่อว่าจะทำงานร่วมกันได้ รวมถึงกับพรรคร่วมพรรคอื่นด้วย
เมื่อถามว่าพรรค ภท.ตอบรับเลยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่าตอนนี้ทั้ง 2 พรรคได้รับข้อเสนอของแต่ละฝ่าย พวกเราให้เกียรติ กก.บห.ก็จะนำข้อเสนอกลับไปหารือกับ กก.บห.จากนั้นค่อยติดต่อกัน เราเชื่อว่าประเทศขาดรัฐบาลไม่ได้ ถ้ามีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารราชการแผ่นดินด้วยความรวดเร็วก็จะเป็นประโยชน์ ทำให้ประเทศไม่หยุดชะงัก&amp;nbsp;
ถามอีกว่ากดดันหรือไม่ที่มีการโจมตีว่าพรรคโกหกประชาชน จากที่ก่อนหน้านี้เคยระบุว่าไม่ทำงานร่วมกับทหาร นายอนุทินกล่าวว่า พรรคพูดมาตลอดว่าใครรับจุดยืน 4 ข้อได้เราก็พร้อมทำงานด้วย คือ &amp;nbsp;1.เราจะร่วมเป็นรัฐบาลที่เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.เราจะร่วมกับรัฐบาลที่ไม่สร้างความขัดแย้งกับคนในชาติ 3.รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่รัฐบาลเสียงข้างน้อย และ 4. นโยบายของพรรคได้รับการสนับสนุนตอบรับ ซึ่งทั้ง 4 ข้อนี้ยังอยู่ในกรอบที่เราได้ให้สัญญาไว้กับประชาชน
&amp;ldquo;เราไม่เคยโกหกประชาชน ไม่มีวันโกหก ไม่มีความคิดจะโกหกประชาชน หากไปดูคลิป ข้อชี้แจง การให้สัมภาษณ์ หรือแม้แต่การปราศรัย ไม่มีจุดไหนที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ปฏิบัติในสิ่งที่ตัวเองพูดไว้&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามต่อว่าในส่วนพรรค ภท.ต้องรอผลประชุมของพรรค ปชป.หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เท่าที่หารือกันได้นัดแนะกันว่าก่อนจะเลือกนายกฯ ทุกอย่างต้องชัดเจน และพรรคที่จะร่วมกันเป็นรัฐบาลร่วมกันได้เสนอไปว่า หัวหน้าพรรค พปชร.ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลคงจะแถลงร่วมกันอีกครั้งของทุกพรรคที่จะร่วมรัฐบาล ก่อนตัดสินใจเลือกนายกฯ&amp;nbsp;
มีรายงานข่าวแจ้งว่าในการหารือกับพรรค ปชป.นั้น นายอุตตมได้ยืนยันว่าโควตารัฐมนตรีของ &amp;nbsp;ปชป.มี 8 เก้าอี้ 7 ตำแหน่ง แบ่งเป็น 3 รัฐมนตรีว่าการ และ 4 รัฐมนตรีช่วย โดยในส่วน รมว.คือ &amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์, เกษตรและสหกรณ์ และการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วน รมช. 4 เก้าอี้ คือ คมนาคม, มหาดไทย, ศึกษาธิการ และสาธารณสุข ซึ่งตำแหน่ง รมช.ศธ.และ รมช.สธ.ยังไม่นิ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้อีก ซึ่งทำให้นายสมศักดิ์ถึงกับตกใจที่ได้รับทราบเรื่อง เพราะกระทรวงเกษตรฯ &amp;nbsp;เป็นเก้าอี้ที่นายสมศักดิ์จองไว้ &amp;nbsp;
ภท.วางตัวรัฐมนตรีแล้ว
ขณะที่อีกกระแสข่าวแจ้งว่าท่าทีของแกนนำ พปชร.ไม่พอใจที่จะให้ตำแหน่งกระทรวงเกษตรฯ และพาณิชย์แก่ ปชป. เพราะเป็นกระทรวงที่ พปชร.ต้องใช้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ จึงมีความพยายามใช้เก้าอี้กระทรวงศึกษาฯ แลกกับกระทรวงเกษตรฯ ทำให้โควตารัฐมนตรียังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งรายชื่อจะเห็นภาพชัดขึ้นหลังโหวตเลือกนายกฯ ที่ต้องนำรายชื่อรัฐมนตรีให้นายกฯ พิจารณา โดยหากบางกระทรวงที่ยังไม่ลงตัวเรื่องบุคคลอาจพิจารณาให้คนนอกที่มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ได้เพื่อให้ ครม.ใหม่มีความสง่างาม&amp;nbsp;
รายงานข่าวจากพรรค ภท.แจ้งว่า ในส่วนโควตาของ ภท.นั้นคาดว่าจะได้รองนายกฯ 1 ตำแหน่ง, 3 &amp;nbsp;รมว. และ 2 รมช. ซึ่งพรรค ภท.ได้วางตัวไว้แล้ว โดยนายอนุทินจะดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ควบ รมว.สธ., นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รมว.คมนาคม, นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เหรัญญิกพรรค รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค รมช.เกษตรฯ และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรค รมช.มหาดไทย
ส่วนนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะผู้อำนวยการพรรค กล่าวถึงความชัดเจนถึงกรณีพรรค พปชร.ทาบทาม ปชป.และ ภท.อย่างเป็นทางการว่า ในส่วนของพรรค ชทพ.ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ส่วนการประชุม ส.ส.เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ถือเป็นการหารือภายในของ ส.ส.ในการทำงานด้านนิติบัญญัติเพื่อโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภา ส่วนเรื่องฝ่ายบริหารที่จะมีขึ้นต่อไปจากนี้ต้องเป็นมติของ กก.บห.และแจ้งให้สาขาพรรคทั่วประเทศรับทราบ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคด้วย และยังไม่มีการดำเนินการใดๆ
เมื่อถามว่าพรรค พปชร.ได้ทาบทามหรือยัง นายนิกรตอบว่ายัง มีเพียงประสานไปประสานมา แต่ที่ชัดเจนนั้นไม่มี และเมื่อถามย้ำว่า พปชร.ควรมีท่าทีที่ชัดเจนใช่หรือไม่ นายนิกรกล่าวติดตลกว่า พรรคเคยเป็นมาหมดแล้วทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ที่ยังไม่เคยเป็นก็คือพรรคที่อยู่ในสภาพเป็นกลางในสภา หรือฝ่ายกลางในสภา อันนั้นเรายังไม่เคยเป็น คือไม่สังกัดฝ่ายใด เป็นการทำหน้าที่โดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่ทำหน้าที่นิติบัญญัติโดยโหวตเป็นวาระๆ ไป เรายังไม่เคยเป็นตรงนี้ ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ
ถามย้ำว่าไม่ใช่การขู่พรรค พปชร.ใช่หรือไม่ นายนิกรกล่าวว่าแค่ยังไม่เคยเป็น
ในเวลาใกล้ๆ กันที่โรงแรมอวานี เอเทรียม 7 พรรคที่ระบุว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยได้นัดหารือกันถึงกรณีดังกล่าวโดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ภายหลังการประชุมนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า 7 พรรคยังยึดมั่นในสิ่งที่ได้แถลงต่อประชาชน ไม่ว่าเรื่องพยายามให้ประเทศไทยกลับสู่สภาวะที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ต้องการเห็นการสืบทอดอำนาจ ไม่อยากเห็น พล.อ.ประยุทธ์มาทำหน้าที่ต่อ ส่วนเรื่องการโหวตนายกฯ นั้น 7 พรรคจะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน &amp;nbsp;และจะสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนชัดเจน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องคุยกันต่อยังมีเวลา เราก็จะเสนอรายชื่อที่ชัดเจน&amp;nbsp;
ซัด ปชป.ได้คืบเอาศอก
&amp;ldquo;แต่ละพรรคต้องกลับไปดูว่าการตัดสินใจในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะสะท้อนให้ประชาชนเห็นว่าเราเป็นนักการเมืองที่ซื่อสัตย์ต่อประชาชนหรือไม่ จริงใจในสิ่งที่ได้พูดได้แสดงออกหรือไม่ จึงต้องเคารพในสิ่งที่ได้พูดไว้กับประชาชน และเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองจะต้องนำสิ่งเหล่านี้ไปคิด ใครก็ตามที่ไม่สามารถยืนยันกับพี่น้องประชาชนได้ หรือทรยศกับสิ่งที่ตัวเองพูดไว้ ประชาชนจะต้องตัดสินใจและจัดการกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว&amp;nbsp;
ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า ถ้าเราไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจ ไม่ต้องการ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ต้องการให้ระบอบ คสช.อยู่ แล้วไปเรียกร้องให้พรรค พปชร.เป็นแกนหลักในการแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะพรรค ปชป.ที่ไปคาดหวัง เป็นเรื่องตลกและเป็นไปไม่ได้ เพราะ พปชร.เป็นพรรคที่ตั้งมาเพื่อสืบทอดอำนาจ ถ้าต้องการแก้รัฐธรรมนูญจริงๆ จะเห็นอยู่แล้วว่าพรรคการเมืองกลุ่มไหนที่ต้องการทำ และหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. มันเลือกข้างได้ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;quot;ไปดูหัวบันไดพรรคผม ใสปิ๊ง ขัดรอทุกวันเลย ดังนั้นเลือกได้อยู่แล้วถ้าต้องการจะแก้รัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ต้องการจะหยุดยั้งอำนาจ คสช. เลือกข้างไปตั้งนานแล้ว แต่ที่ทำอยู่ไม่มีอะไร เพียงแค่ได้คืบจะเอาศอก &amp;nbsp;ได้ประธานสภาไปแล้วก็เอารัฐธรรมนูญมาต่อรองต่อ นี่คือเรื่องผลประโยชน์ไม่ใช่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ&amp;quot; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าว
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการได้ตำแหน่งนายกฯ นายธนาธรกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าความมั่นใจยังคงน้อยลง เพราะเราต้องยอมรับความจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรค พท.กล่าวว่า ทำไมพรรค ปชป.กล้าพูดว่ายังไม่ตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร. ในเมื่อเห็นๆ กันว่าโดนเจาะไข่แดงไปเรียบร้อยแล้ว ยังอ้างว่ารอเขายกขันหมากมาขออีกหรือ ไหนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยพูดก่อนเลือกตั้งว่ายังไงก็ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ อย่างนี้ไม่ให้เรียกตระบัดสัตย์อย่างที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์วิจารณ์แล้วจะให้เรียกว่าอะไร และอย่ามาอ้างว่านายอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว เพราะนั่นอาจเป็นแค่การหาทางลงสวยๆ เพื่อจูบปากกับเผด็จการเท่านั้น เลยต้องเล่นไพ่หลายๆ หน้า&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ตอนประชุมสภา ปชป.ก็ผลัดกันโยนผลัดกันเสิร์ฟกับ พปชร.ทั้งในการโหวตเก้าอี้ประธานและรองประธานสภา&amp;rdquo; ร.ท.หญิง สุณิสากล่าว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;เชื่อมาตั้งแต่ต้นว่าสองพรรคนี้อย่างไรก็ไปรวมกับ พปชร. เพราะแบบมันถูกออกมาว่า พปชร.ถ้ารวบรวมเสียงได้ก่อน 126 เสียง บวกกับ ส.ว. 250 ก็เกินครึ่ง 376 แล้ว เพราะฉะนั้นทันทีที่ 11 พรรคเล็กเกิดก็บวกกับ 115 ของพลังประชารัฐก็ได้ 126 เสียง แม้สองพรรคนี้จะเล่นลีลาทางการเมืองก็เพื่อได้สมปรารถนา&amp;nbsp;
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่า อยากจะดูต่อไปด้วยว่าถ้า ปชป.ตอบรับร่วมรัฐบาลกับ พปชร. นายอภิสิทธิ์จะลุกขึ้นยืนในสภาแล้วขานชื่อโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ได้อย่างไร ถ้าอดีตหัวหน้าพรรคแสดงออกเช่นนั้น ปชป.จะอธิบายอย่างไรกับประชาชน แต่เชื่อว่าทั้งหมดมีการตกลงกันไปก่อนแล้ว การยกขันหมากเทียบเชิญวันนี้ก็เป็นเพียงละครทางการเมืองฉากหนึ่งที่จะให้ภาพออกมาดูสมบูรณ์&amp;nbsp;
พร้อมทำงานหลังโปรดเกล้าฯ
วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า ได้ไปหารือกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรถึงเรื่องการทำงานโดยรวม และดูสถานที่ทำงานภายในอาคารรัฐสภาใหม่ ทั้งนี้หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เข้าทำหน้าที่อย่างเป็นทางการแล้ว จะนัดหารือกับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 คน พร้อมด้วยประธานและรองประธานวุฒิสภา เพื่อพิจารณาเรื่องการทำงานร่วมกัน รวมถึงสถานที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อการลงมติเลือกนายกฯ ด้วย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงบรรยากาศความวุ่นวายการอภิปรายวันเลือกประธานและรองประธานสภาว่า แล้วจะให้ทำอย่างไร ผู้แทนราษฎรมีสิทธิ์ที่จะพูดก็ว่ากันไป ส่วนกระแสข่าวในเรื่องตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำนั้น ไม่รู้เพราะไม่ได้เป็นนักการเมือง ส่วนที่จะทำให้รัฐบาลหน้าสั่นคลอนหรือขาดเสถียรภาพหรือไม่นั้นก็ไม่รู้ ต้องไปถามนักการเมืองดู&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าถ้ากลับมาเป็น รมว.กห.ต้องเจอบรรยากาศเช่นนี้อีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่ายังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาหรือไม่ เรื่องแบบนี้มาคิดว่าถ้าคงไม่ได้ และหากตนเองคิดว่าถ้าไม่ได้กลับมาบ้างละ เพราะนายกฯ ยังไม่ได้บอกอะไรเลย และยังไม่มีการทาบทามอะไร
ถามถึงกรณี พปชร.ไปเชิญพรรค ปชป.และ ภท.ร่วมรัฐบาล ซึ่งมีโอกาสที่ พล.อ.ประวิตรจะได้กลับมาเป็น รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าใครบอก สื่อคิดไปเองทั้งนั้น ยอมรับว่าตนก็อายุเยอะแล้ว &amp;nbsp;ส่วนจะเกิดความวุ่นวายในวันโหวตเลือกนายกฯ นั้นไม่รู้ ต้องไปถามนักการเมืองดู ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยแล้ว&amp;nbsp;
ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวหยอกล้อสื่อมวลชนก่อนถูกถามว่า ยังไม่มีเทียบเชิญมา รีบบอกเสียก่อน เขาคงไปที่อื่นไปข้างหน้าก่อน และเมื่อถามว่าเทียบเชิญของเรามาทีหลังเนื่องจากเป็นกันเองใช่ไหม นายวิษณุตอบว่าไม่ต้อง เขาอาจเรียกให้ไปหาเขาแล้วหลับหูหลับตาหยิบเทียบมาเอง
เมื่อถามถึงการทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อประธานและรองประธานสภา ส.ส.และ ส.ว. นายวิษณุกล่าวว่า สภาต้องส่งมาให้รัฐบาลเพราะนายกฯ จะเป็นผู้รับสนอง แต่ไม่ทราบว่าเขาส่งมาหรือยัง แต่ทราบจากข่าวว่าเลขาธิการสภาเตรียมส่งมาหลังเลือกกันเสร็จ ซึ่งเมื่อรับมานายกฯ สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ต่อไป ซึ่งอาจเป็นวันนี้ก็ได้ ส่วนเรื่องการโหวตนายกฯ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องไปแสดงตัวที่รัฐสภา &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ถามถึงการประชุม ครม.ในวันที่ 28 พ.ค.จะเป็นนัดสุดท้ายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่ใช่ ยังเป็นปกติเพราะไม่รู้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36972</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคภูมิใจไทย, รัฐบาลพลังประชารัฐ, ลืมอดีตจัดตั้งรัฐบาล, สายไปทาบทามพรรคประชาธิปัตย์, หนังสือพิมพ์, เทียบเชิญตั้งรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5cebf478d25a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัน‘ชวน’ประธานสภา สะพัด!พปชร.ยอมถอยให้‘ภท.’จ่อแถลงร่วมรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จัดตั้งรัฐบาลต่อรองกันฝุ่นตลบ! แกนนำพปชร.ปิดปากแจงความคืบหน้า ตะเพิดนักข่าวออกจากพรรค ขณะที่ ปชป.เสนอ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ชิงประธานสภาฯ ชูเป็นคนซื่อสัตย์ เป็นหลักของบ้านเมืองได้ สะพัด! พปชร.ยอมยกให้นายชวนเอง ภท.จ่อแถลงร่วมด้วย ด้าน ชทพ.พร้อมส่ง 10 เสียงหนุน ขณะที่ &amp;quot;มิ่งขวัญ&amp;quot; นำ 4 ส.ส.แถลงไม่ร่วม พปชร. ยันยังอยู่ขั้ว ปชต. ส่วนพท.รอดูท่าที ปชป.ไม่เร่งเคาะประธานสภาฯ อ้างแต่ละคนมีผลต่อเกมการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ภายหลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) เข้าร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในเวลา 15.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ พรรคการเมืองต่างๆ ได้นัดประชุมเพื่อกำหนดท่าทีและแนวทางการเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ และจุดยืนในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าแกนนำพรรค ทั้งนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, &amp;nbsp;นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค เดินทางเข้าที่ทำการพรรคตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งมีกำหนดจะประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในเวลา 09.30 น. แต่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งกับสื่อมวลชนให้ทราบภายหลังว่าการประชุมดังกล่าวจะเลื่อนไปหลังเสร็จสิ้นงานรัฐพิธีแล้ว ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนที่พยายามจะสอบถามถึงความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีการโหวตในวันที่ 25 พ.ค. ปรากฏว่าในเวลา 10.40 น. แกนนำพรรคทั้ง 4 คนได้เดินทางออกจากพรรคไปพร้อมกัน โดยไม่แจ้งว่ามีภารกิจที่ใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย กก.บห.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ ทั้งการจัดตั้งรัฐบาลและการเสนอชื่อบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ซึ่งวันนี้ กก.บห.กำลังหารือและรอดูความชัดเจนจากมติของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคเดียว เพราะต้องให้เกียรติพรรค ปชป. ในฐานะพรรคที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ แต่เชื่อว่าการตกลงจะสะเด็ดน้ำ และได้ความชัดเจนภายในวันนี้ทั้ง 2 ประเด็น คือการเข้าร่วมรัฐบาลและการที่พรรคร่วมจะเสนอชื่อใครเป็นประธานสภาฯ และมั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน แค่รอดูความชัดเจนจากพรรคร่วมเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ พรรค พปชร. กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ผู้ใหญ่ในพรรคกำลังประสานเพื่อให้จบภารกิจภายในสัปดาห์หน้า ส่วนกระแสข่าวที่ตนจะได้รับตำแหน่ง รมช.มหาดไทยนั้น ส่วนตัวคิดว่าอยากทำงานเพื่อพื้นที่ก่อน ยังไม่ได้คิดในเรื่องตำแหน่งต่างๆ &amp;nbsp;อยู่ที่ผู้ใหญ่จะพิจารณา สำหรับตำแหน่งประธานสภาฯ พรรค พปชร.ยืนยันจะเสนอนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทราเพียงคนเดียว ไม่สนับสนุน ส.ส.จากพรรคอื่น ภารกิจของเราคือทำให้นายสุชาติเป็นประธานสภาฯ ให้ได้ เพราะควรจะเป็นของพรรคพปชร. ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นผลดีต่อการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีด้วย ทั้งนี้ไม่ทราบเรื่องที่พรรคปชป.จะเสนอชื่อประธานสภาฯ ด้วย แต่หากตกลงกับพรรคร่วมไม่ได้ ก็คงต้องไปรอดูผลโหวตกันในสภา ในวันที่ 25 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยยกมือโหวตประธานสภาฯ ให้พรรค ปชป.จะทำอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า &amp;ldquo;ยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราก็ต้องทำ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุตตม นายสนธิรัตน์ พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค รวม 12 คน เดินทางเข้าประชุมเพื่อติดตามผลการประชุม ส.ส.และกรรมการบริหารของพรรค ปชป. และการสรุปชื่อของบุคคลที่จะเสนอเป็นประธานสภาฯ ในนามของพรรค โดยมีรายงานแจ้งถึงความคืบหน้าการชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเจรจาร่วมรัฐบาลระหว่าง พปชร.และ ปชป. ล่าสุด แคนดิเดตของ ปชป. ประกอบด้วย นายชวน หลีกภัย, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ปฏิเสธไม่รับตำแหน่งดังกล่าว และมีรายงานข่าวคาดว่า ปชป.อาจเสนอชื่อนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นประธานสภาฯ แทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่ ปชป.พยายามชิงตำแหน่งประธานสภาฯ เพราะต้องการต่อรองให้พปชร.แบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญให้พรรคอื่นๆ ขณะที่ พปชร.ยืนยันชัดเจนแล้วว่าจะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ชิงตำแหน่งประธานสภาฯ แน่นอน โดยมั่นใจว่าจะชนะในการโหวต&amp;nbsp;
ปิดปากหลบสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเย็น ท่ามกลางการจับตามองเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ลงตัว เมื่อเวลา 16.00 น. แกนนำพรรคได้เดินทางกลับเข้ามาเพื่อประชุม กก.บห.กระทั่งเวลา 17.20 น. นายอุตตมได้เดินทางออกจากพรรคด้วยความเร่งรีบ โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์ เพียงแต่ระบุว่าจะให้นายสนธิรัตน์ชี้แจง แต่ปรากฏว่าผู้สื่อข่าวที่ปักหลักรอ จนกระทั่ง 18.40 น. รถยนต์ส่วนตัวของนายสนธิรัตน์ได้เคลื่อนออกจากพรรค แต่ไม่มีนายสนธิรัตน์นั่งออกไปด้วย ซึ่งผู้สื่อข่าวต่างเชื่อว่านายสนธิรัตน์ยังอยู่บนห้องทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 19.00 น. แม่บ้านประจำพรรคได้ลงมาแจ้งผู้สื่อข่าวให้ออกจากพรรค เนื่องจากจะทำการปิดที่ทำการพรรคแล้ว พร้อมระบุว่าผู้ใหญ่ในพรรคเดินทางออกไปหมดแล้วเช่นเดียวกัน ท่ามกลางความไม่ชัดเจนในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ลงตัว ทำให้บรรดาผู้สื่อข่าวออกมาปักหลักรอด้านนอกที่ทำการพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 19.20 น. ปรากฏว่านายสนธิรัตน์ได้ลงลิฟต์จากที่ทำการพรรค และเดินอย่างเร่งรีบขึ้นรถยนต์ส่วนตัวที่วนกลับมารับด้านประตูหลัง ที่ทำการพรรค เพราะเชื่อว่าผู้สื่อข่าวเดินทางกลับไปหมดแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ รปภ.เข้ามากางมือกันผู้สื่อข่าว โดยระบุว่า &amp;ldquo;ไม่อนุญาตให้เข้า&amp;rdquo; ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนถามเรื่องการตั้งรัฐบาลยังไม่ได้ข้อสรุปใช่หรือไม่ ซึ่งนายสนธิรัตน์ไม่ได้หันมาตอบคำถามดังกล่าวแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรค ปชป. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามถึงการชิงตำแหน่งประธานสภาฯ โดยกล่าวเพียงว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ มีหลายคน ไม่ได้มีชื่อตนคนเดียว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตนไม่รับตำแหน่งนี้และได้ปฏิเสธแล้ว บุคลากรในพรรคมีอีกมาก แม้พรรคจะมีมติเสนอชื่อใคร ก็ต้องถือความสมัครใจเป็นหลัก แต่ถ้าความสมัครใจของเจ้าตัวกับมติพรรคไปด้วยกันก็เป็นเรื่องดี ยืนยันว่าได้ปฏิเสธไปแล้ว เพราะตนมีงานที่ตั้งใจจะทำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค กล่าวว่า มีการคุยในที่ประชุมเบื้องต้น แต่ต้องให้ที่ประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.กับ กก.บห.รับรองให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง การเสนอชื่อชิงตำแหน่งดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการแบ่งโควตาในการร่วมรัฐบาล แต่เป็นเพียงมติที่ประชุมของ ส.ส.ของพรรคเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่าควรจะเสนอชื่อบุคคลไปเป็นประธานสภาฯ เพื่อให้มีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ ส่วนข่าวการไปพูดคุยตกลงตำแหน่งรัฐมนตรีที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5จังหวัด ที่อยู่ภายใน ร.1 ทม.รอ. ตนไม่ทราบเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา ปชป. กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวว่ากลุ่ม ส.ส.ของตนเอง 27 คน เตรียมสวนมติพรรคในการเสนอชื่อประธานสภาฯ ว่าไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าจะทำตามมติพรรค ซึ่งข้อบังคับพรรคก็กำหนดกฎเกณฑ์ไว้อยู่แล้วให้สมาชิกต้องเคารพมติพรรต ส่วนข่าวที่ออกมาก็เพื่อต้องการเสี้ยมให้ตนเองทะเลาะกับคนในพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา 19.45 น. ได้มีการประชุม กก.บห. โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นได้เริ่มประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส.ของพรรค เพื่อซักซ้อมการเดินทางไปประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 พ.ค.นี้ ที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
ปชป.ส่ง&amp;quot;ชวน&amp;quot;นั่งปธ.สภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 20.45 น. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. แถลงภายหลังประชุมร่วมระหว่างกก.บห.และ ส.ส.ว่า ที่ประชุมคณะ กก.บห. มีมติส่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นได้นำมติดังกล่าวเข้าที่ประชุมร่วมเพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งผลปรากฏว่าเห็นชอบให้นายชวนเป็นบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ เนื่องจากเป็นคนที่เป็นหลักให้แก่บ้านเมือง อีกทั้งเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต และไม่ทอดทิ้งประชาชน ซึ่งเชื่อมั่นว่าการโหวตในวันพรุ่งนี้จะไม่มีสมาชิกโหวตสวน เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามมติพรรค ส่วนการตัดสินทางการเมืองร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐนั้น ยังไม่มีการพูดคุยเพราะจะต้องดำเนินการด้านนิติบัญญัติให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุม กก.บห.มีการพิจารณาเพียงเรื่องเดียวคือ การส่งผู้ที่มีความเหมาะสมลงชิงตำแหน่งประธานสภาฯ ซึ่งมีชื่อให้พิจารณาเพียง 2 ชื่อคือ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค และนายชวน แต่นายบัญญัติปฏิเสธที่จะรับตำแหน่ง ทำให้ทั้งนายจุรินทร์และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ต้องไปเกลี้ยกล่อมยอมรับตำแหน่งนี้ ซึ่งกว่าจะตัดสินใจก็ใช้เวลานาน แต่ในที่สุดนายชวนก็ยอม เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า การเสนอนายชวนชิงตำแหน่งประธานสภาฯ มาจากการเจรจาต่อรองกระทั่งพรรคพปชร.ยอมยกตำแหน่งประธานสภาฯ ให้ ปชป. โดยเสนอให้นายชวนดำรงตำแหน่งดังกล่าว ส่วนการลงมติร่วมรัฐบาลและโหวตนายกฯ นั้น ปชป.จะลงมติหลังจากโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภาฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนายสุชาติ ตันเจริญ ที่ พปชร.เสนอเป็นประธานนั้น จะเป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เนื่องจากนายชวนเป็นอดีตนายกฯ ที่นายสุชาติอาจจะยอมรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แจ้งว่า พรรค พปชร.ได้ประสานมายังพรรค ภท.ว่า ขณะนี้มี ส.ส. 251 เสียงอยู่ในมือแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค เคยระบุว่า จะร่วมกับผู้ที่ได้เสียงข้างมากในสภาฯ ทำให้ไม่มีเงื่อนไขใดที่ ภท.จะไม่ร่วมกับพรรค พปชร. โดยเตรียมแถลงจุดยืนของพรรคในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค พปชร. เพียงแต่ขอให้พรรค ปชป.แถลงมติเรื่องดังกล่าวมาก่อน เพื่อจะดูว่าพรรค ปชป.มาร่วมกับพรรค พปชร.ทั้งหมด หรือแค่ครึ่งเดียว จากนั้นพรรค ภท.จะแถลงตามทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เวลา 19.00 น. น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค แถลงภายหลังการหารือร่วมกับ 10 ส.ส. ชทพ. ว่า มีการหารือถึงแนวทางการทำงานของพรรค ชทพ.หลังเปิดสมัยประชุมรัฐสภาครั้งแรก รวมถึงพูดคุยเรื่องการโหวตประธานสภาฯ ในวันที่ 25 พ.ค. ทั้งนี้ การจะเลือกใครเป็นประธานสภาฯ และเลือกร่วมรัฐบาลกับพรรคไหนนั้น เป็นสิ่งที่พรรคคิดอย่างรอบด้านและใช้เหตุผล เพราะการตัดสินใจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้ง 2 ขั้วต่างมีนโยบายที่ดีทั้งนั้น แต่พรรคตัดสินใจเลือกสิ่งที่คิดว่ามีปัญหา มีความวุ่นวายน้อยที่สุด สามารถนำสู่การปฏิบัติได้ และประเทศเดินไปได้ ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญที่พรรคตัดสินใจ จึงขอประกาศว่าพรรค ชทพ.มีความเห็นร่วมกันที่จะเลือกแนวทางเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ และจะยกมือให้ พปชร.ในการเลือกประธานสภาฯ ส่วนการยกมือโหวตเลือกนายกฯ นั้น ขอยังไม่พูดในวันนี้ เอาทีละขั้น ต้องเอาประธานสภาฯ ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พรรคจะมอบหมายให้หัวหน้าพรรค นายวราวุธ ศิลปอาชา นายประภัตร โพธสุธน เป็นตัวแทนไปพูดคุยเรื่องจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ต้องเอาขั้นแรกว่าตัดสินใจเลือกประธานสภาฯ ก่อน ทั้งนี้ ถือว่าเราเป็นพรรคกลางๆ พรรคเดียวที่ประกาศชัดเจนอย่างเป็นทางการ
&amp;quot;ลุงมิ่ง&amp;quot; ลั่นไม่ร่วม พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าวจัดสรรโควตากระทรวงที่มองว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเคยเป็นของพรรค ชทพ. น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา กล่าวว่า ถ้ามองอย่างนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงการคลัง และอีกหลายกระทรวงก็เคยเป็นของพรรค ชทพ. จึงคิดแบบนั้นไม่ได้ เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยเจรจากัน และยืนยันจุดยืนของหัวหน้าพรรคจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี ส่วนกระแสข่าวว่า พรรคได้ 1 รมว.กับ 1 รมช.นั้น ยังเป็นเรื่องที่พูดคุยกันอยู่ ยังไม่ตกผลึก ต้องให้การเลือกประธานสภาฯ ผ่านไปก่อนถึงจะพูดคุยกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภาแห่งใหม่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ นำ ส.ส. 4 คนของพรรค แถลงยืนยันจุดยืนหลังเข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภาว่า จุดยืนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ยังอยู่กับขั้วฝั่งประชาธิปไตย ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นคนรักษาคำพูด เหตุผลที่ไม่ได้ไปร่วมแถลงลงนามสัตยาบัน เนื่องจากติดภารกิจ ส่วนเหตุผลที่มายืนยันเพียง 4 คน เพราะ ส.ส.อีก 2 คน คือ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ และนางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ไม่ได้เตรียมชุดสุภาพมาเปลี่ยนจากชุดปกติขาวที่เข้าร่วมพิธีเปิดประชุมรัฐสภา จึงไม่เหมาะที่จะมาแถลงข่าว แต่ยืนยันว่าทั้ง 2 คนยังอยู่ร่วมกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ และชัดเจนว่าอยู่ฝั่งประชาธิปไตยโดยไม่เปลี่ยนจุดยืน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรค พปชร.อ้างว่า ส.ส. 5 คนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ไปร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.แล้วนั้น นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะสมาชิกพรรคไม่เคยพูด และยืนยันไม่มีเรื่องบาดหมางกับพรรค พปชร. เพียงแต่อุดมการณ์แตกต่างกัน ขอย้ำว่าพรรคเศรษฐกิจใหม่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยอันทรงมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ยืนยันว่าการประชุมสภาในวันที่ 25 พ.ค. เพื่อเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ นั้น พรรคเศรษฐกิจใหม่จะลงมติไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับสาเหตุที่ลาออกจากหัวหน้าพรรค นายมิ่งขวัญกล่าวว่า เพราะตั้งใจตั้งแต่ต้นแล้วว่าหลังเลือกตั้งจะลาออก เพราะไม่ถนัดงานด้านบริหาร ที่ผ่านมาได้มีการตกลงกันไว้แล้ว ตนจะช่วยหาเสียงช่วงเลือกตั้งเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.00 น. พรรคเพื่อไทยมีการประชุม ส.ส.หลังพิธีเปิดประชุมรัฐสภา มีแกนนำพรรคและ ส.ส.เดินทางเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ชี้แจงว่า พรรคได้ตั้งวิปชั่วคราว เพื่อประสานงาน ส.ส.สำหรับการประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาฯ และรองประธาน รวมถึงนายกฯ จากนั้นจะมีการแต่งตั้งวิปชั่วคราวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิปของพรรคเพื่อไทยแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ ภาคอีสาน ภาคเหนือ กลาง และ กทม. โดยภาคอีสานมีทั้งหมด 24 คน อาทิ นายเอกธนัธ อินทร์รอด นายสุทิน คลังแสง ภาคเหนือมี 8 คน อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กทม. 2 คน คือ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายการุณ โหสกุล และภาคกลาง 4 คน คือ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังแจกแบบเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ส่วนของพรรคในที่ประชุม เพื่อให้ ส.ส.ได้โหวตรายชื่อบุคคลที่อยากให้เป็นประธาน และรองประธานสภาฯ ก่อนจะรวบรวมเสนอผู้บริหารพรรค
พท.ขอดูท่าที ปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการนัดหมายให้ ส.ส.มาประชุม เพื่อกำหนดท่าทีทางการเมืองเกี่ยวกับการเลือกประธานรัฐสภา ในวันที่ 25 พ.ค. ปรากฏว่าในที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากแกนนำหลายประเมินว่า ควรดูรายชื่อผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานรัฐสภา จากพรรคประชาธิปัตย์ก่อนว่าจะส่งใคร หากเป็นนายบัญญัติ บรรทัดฐาน จะมีการกำหนดท่าทีอีกรูปแบบ แต่ถ้าเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็จะวางแนวทางการต่อสู้อีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเป็นคนอื่นก็จะมีการต่อสู้ในอีกแนวทางหนึ่ง ดังนั้นพรรคจึงจะยังไม่เคาะรายชื่อบุคคลที่จะเสนอชื่อเป็นประธานรัฐสภา เพราะจำเป็นต้องรอดูท่าทีจากพรรค ปชป.ก่อน นอกจากนี้ในเย็นวันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์เชิญ ส.ส.ในกลุ่มไปร่วมรับประทานอาหารที่บ้านพักย่านลาดปลาเค้า เพื่อให้กำลังใจ ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส. แต่เนื่องจากพรรคได้เรียกประชุมในช่วงเวลาเดียวกัน จึงได้เลื่อนการนัด ส.ส.ออกไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามี ส.ส.พรรคเพื่อชาติ จำนวน 3 ท่าน เป็นงูเห่าที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคฝั่งตรงข้าม ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และพรรคเพื่อชาติยืนยันว่ายังคงยึดมั่นอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ได้ร่วมลงนามสัตยาบันกับ 7 พรรคการเมือง ขอเรียนไปยังแหล่งข่าวที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จขอให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว และขอความกรุณาอย่าให้ข่าวบิดเบือนจากความเป็นจริง เนื่องจากกระแสข่าวดังข่าวส่งผลให้พรรคเพื่อชาติเกิดความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงข่าวจะมี ส.ส.ของพรรคไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐว่า จุดยืนของพรรคยังเหมือนเดิม คืออยู่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ส.ส.ของพรรคทุกคนยังอยู่กับพรรคเพื่อชาติ รวมถึงนายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การลาออกของนายมิ่งขวัญ ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อเสียง ส.ส.ของขั้วพรรคเพื่อไทย เพราะหากมีการย้ายขั้วไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐจริงก็จะมีเสียง ส.ส.หายไป 6 เสียงเท่านั้น จาก 245 เสียง ยังมีเสียง 239 เสียง ถือว่าสูงในการทำงานในสภาฯ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยังคงรอการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์อยู่ หากจะย้ายมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ทางพรรคเสรีรวมไทยพร้อมให้ตำแหน่งในโควตาของพรรค แต่ทั้ง 2 พรรคยังคงนิ่งเฉย ไม่มีทีท่าจะตอบรับข้อเสนอของตน ส่วนกระแสข่าวพรรค พปชร.สามารถรวมเสียง ส.ส.ได้ 260 คนนั้น ตนยังไม่เชื่อว่าจะรวมเสียงได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36723</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, รัฐบาลพลังประชารัฐ, หนังสือพิมพ์, เสนอ &quot;ชวน&quot; ชิงประธานสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190524/image_big_5ce8035fe77a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กลุงมิ่งซบพปชร. ตั้งรัฐบาล260เสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปิดดีลตั้งรัฐบาล &amp;quot;มิ่งขวัญ&amp;quot; ทิ้งเก้าอี้หัวหน้าพรรค &amp;quot;พท.&amp;quot; ป่วน! เลิกนัดถกพรรคร่วมฝ่าย ปชต. &amp;nbsp;&amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; เสียงแข็งมั่นใจในสัตยาบัน 7 พรรค &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ยังหวัง &amp;quot;ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์&amp;quot; จะมาจับมือ &amp;quot;ปชป.&amp;quot; ยื้ออีก บอก 24 พ.ค.เคาะ &amp;quot;ร่วม-ไม่ร่วม&amp;quot; &amp;nbsp;รัฐบาลฝั่งไหน &amp;quot;พปชร.&amp;quot; เปิดโควตาประธานสภาฯ ให้ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม &amp;quot;งูเห่าเศรษฐกิจใหม่-เพื่อชาติ&amp;quot; เลื้อยหนุนลุงตู่นั่งนายกฯ เพิ่มอีก 8 เสียง &amp;quot;รบ.พลังประชารัฐ&amp;quot; ทะลุ 260 เสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลสายกว่าปกติ โดยมาถึงทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.25 น. พร้อมๆ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกันเกี่ยวกับความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล โดยเมื่อมาถึง พล.อ.ประยุทธ์ได้ขึ้นไปยังห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้าทันที ส่วนนายวิษณุได้ขึ้นห้องทำงานตึกบัญชาการ 1 และหลบไปขึ้นทางประตูด้านหลังของตึก ขณะที่ พล.อ.ประวิตรต้องเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5/2562 ที่ตึกบัญชาการ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ประกาศสนับสนุนให้กลับมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และดูแลกระทรวงกลาโหม ว่าเรื่องนี้ตนยังไม่รู้ว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคภูมิใจไทยจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ที่บอกว่าไม่รู้ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเข้าไปจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีหลักตัดสินใจอย่างไรหากมีการสนับสนุนให้กลับเข้ามารับหน้าที่ในทางการเมืองของรัฐบาลชุดใหม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ยึดหลักอะไร ก็แล้วแต่ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ขอให้กลับมาช่วยงานพร้อมกลับมาทำงานใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวก่อน ขอดูก่อน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอถามว่า ความเห็นต่างของพรรคประชาธิปัตย์ที่แบ่งออกเป็นสองขั้ว จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐยากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ก็บอกว่าไม่รู้แล้วยังจะมาถามอยู่นั่นแหละ ก็เราไม่ใช่เป็นคนไปจัดตั้งรัฐบาล จะรู้ได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า ไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลจริงหรือ พล.อ.ประวิตรตอบว่า &amp;ldquo;ก็จริงอะดิ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ทำไมจึงเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า &amp;ldquo;แล้วทำไม ก็บ้านมันอยู่ใกล้กัน&amp;quot; เมื่อถามว่าได้ทานข้าวเช้าด้วยกันหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่ได้คุย ไม่ได้กินข้าวเช้าด้วยกัน ก็ออกมาจากบ้านแล้วเจอกันพอดี ไม่ได้คุยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายวิษณุกล่าวถึงไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลหลังมีพิธีเปิดสภาอย่างเป็นทางการว่า เมื่อได้ตัวประธานวุฒิสภา ประธานสภาฯ และมีการโปรดเกล้าฯ ลงมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายกรัฐมนตรีคนใหม่น่าจะได้ในเดือน พ.ค.นี้ แต่กว่าจะตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ จะต้องมีการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อน และต้องมีการแถลงนโยบายการดำเนินงานต่อรัฐสภาด้วย ก็จะประมาณเดือน มิ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อมีการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็ทำให้รัฐบาลเก่าพ้นจากตำแหน่ง แต่รัฐบาลใหม่อาจจะยังทำงานยาก เพราะยังไม่ได้มีการแถลงนโยบาย ซึ่งจะต้องมีการแถลงภายใน 15 วันหลังการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ส่วนการจัดทำนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภา ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่จะใช้เวลาแค่ไหน ยิ่งเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค ก็ต้องพยายามนำเอานโยบายของพรรคอื่นๆ เข้ามาด้วย จะเอาแต่นโยบายของพรรคแกนนำอย่างเดียวคงไม่มีใครยอม ซึ่งพรรคที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลจะต้องไปว่ากันเอง&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมาเป็นนายกฯ จะเรียกว่าเป็นนายกฯ คนที่ 30 หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อพูดถึงคน วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ถ้าได้กลับมาอีกก็ถือว่าเป็นนายกฯ คนที่ 29 อย่างกรณีของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกฯ หลายครั้ง ก็ยังนับ 1 คน เช่นเดียวกับนายกฯ ในอดีตคนอื่นๆ ก็ไม่ได้เป็นนายกฯครั้งเดียวด้วยเช่นกัน ส่วน พล.อ.ประยุทธ์จะได้เป็นอีกรอบหรือไม่ ตนไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยืนยันยังไม่ได้รับการทาบทามกลับมาเป็นรองนายกฯ ในรัฐบาลใหม่ โดยระบุว่า ข่าวทาบทามมาจากไหน ยังไม่มี ถามทุกวันก็จะตอบทุกวันว่าไม่มี แต่ถ้าวันไหนมีก็จะตอบว่ามี ส่วนเส้นทางอนาคตของตนเองยังไม่ขอบอก และเชื่อว่ายังไม่มีคนไหนถูกทาบทามให้เป็นรัฐมนตรีในตอนนี้ หรือจะมีใครเป็นผู้ไปทาบทาม เพราะใครจะเป็นรัฐบาลอย่างไรก็ยังไม่ทราบ ไม่มีใครที่จะไปตั้งเงื่อนไขหรือเตรียมการอย่างนั้น แต่สำหรับพรรคที่เขาจะคิดร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล แค่เวลานี้เขาก็ยังไม่พูดถึงตัวบุคคลว่าใครจะเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงไหน แต่อาจจะพูดเพียงแค่ตำแหน่งของแต่ละพรรคที่จะได้ เมื่อได้ตำแหน่งถึงจะมีการเสนอตัวบุคคล&amp;nbsp;
&amp;#39;มิ่งขวัญ&amp;#39;ทิ้งหน.พรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวจากพรรคการเมืองต่างๆ ที่กำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลอย่างน่าสนใจ โดยเมื่อเวลา 08.40 น. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก บอกถึงการส่งหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า &amp;quot;เนื่องจากการบริหารจัดการในพรรคเศรษฐกิจใหม่ ตามที่ข้าพเจ้าได้เคยแถลงข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า การบริหารจัดการในพรรคได้แบ่งแยกภารกิจการทำงานออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน กล่าวคือข้าพเจ้ามีหน้าที่รับผิดชอบในการร่างนโยบายระบบเศรษฐกิจใหม่ การออกไปพูดกับสาธารณชนและสื่อต่างๆ ส่วนการบริหารกิจการภายในพรรค การรับสมัครสมาชิกพรรค คัดเลือกผู้สมัคร การระดมทุน และการบริหารจัดการทางการเงินทั้งหมด เป็นหน้าที่รับผิดชอบของนายสุภดิช อากาศฤกษ์ และทีมบริหารอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ดูแล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัดนี้ได้ผ่านพ้นการเลือกตั้งมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าเป็นช่วงเวลาอันเหมาะสม จึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ การลาออกนี้เป็นการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังคงสถานะสมาชิกภาพของพรรรคเศรษฐกิจใหม่ และดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 จะทำหน้าที่รักษาการแทนหัวหน้าพรรคตามข้อบังคับพรรคข้อที่ 14 ไปก่อน จนกว่าจะมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง การที่พรรคเศรษฐกิจใหม่ได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อมาทั้งหมด 6 คนนั้น ข้าพเจ้าและผู้แทนราษฎรรวมทั้งหมด 6 คน จะรักษาคำมั่นสัญญาที่ได้เคยให้ไว้กับประชาชน ตามที่เคยได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนในทุกๆ โอกาสว่า จะปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ อย่างเต็มความสามารถต่อชาติ ศาสนา และเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ หนังสือลาออกฉบับนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2562 เป็นต้นไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอังกฤษฎา ราวินิช ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดอุดรธานี พรรคเศรษฐกิจใหม่ เดินทางมาขอคำปรึกษาทางกฎหมาย และขอความเป็นธรรมจาก กกต. กรณีถูกกรรมการบริหารพรรคหลอกลวงโดยสัญญาว่าจะให้เงินสนับสนุนในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นพรรคได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 6 คน จาก 480,000 คะแนน พรรคกลับบ่ายเบี่ยงไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้แจ้งสื่อมวลชนขอยกเลิกการนัดหมายการพูดคุยกับพรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย ถึงเรื่องสถานการณ์การเมืองที่กำหนดไว้เวลา 10.00 น. วันที่ 23 พ.ค. ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ โดยอ้างว่าแกนนำหลายพรรคการเมืองติดภารกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่โรงแรมรายหนึ่งระบุว่า พรรคเพื่อไทยได้โทรศัพท์มาขอยกเลิกการจองห้องแลงคาสเตอร์ 4-5 ที่จองไว้ในวันที่ 23 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีนายมิ่งขวัญลาออกจากหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ว่า เพิ่งทราบอย่างไม่เป็นทางการจากสื่อมวลชน เคารพในการตัดสินใจของนายมิ่งขวัญ เพราะเป็นสิทธิส่วนตัว ยังเชื่อว่านายมิ่งขวัญจะรักษาคำพูดและคำมั่นสัญญาที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมาการพูดคุยกับนายมิ่งขวัญ ไม่ได้พูดคุยในนามส่วนตัว แต่เป็นการพูดส่วนรวม กำหนดแนวทางอนาคตวันข้างหน้าที่จะร่วมกันทำงานของ 7 พรรคการเมือง แม้นายมิ่งขวัญจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่ในฐานะ ส.ส. ก็ยังจะต้องรักษาจุดยืนของตนเองและรักษาประโยชน์ของประเทศชาติ
&amp;#39;พท.&amp;#39;ยังเชื่อสัตยาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ก็จะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด และต่อจากนี้จะมีจัดกระบวนการที่แปลกๆ แบบนี้เกิดขึ้นจนกว่าจะมีระบอบประชาธิปไตยที่ปกติ ซึ่งเชื่อว่านายมิ่งขวัญไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ เพราะล่าสุดยังคุยกันเมื่อคืนนี้ หลังจากนี้จะได้ประสานพูดคุยกับนายมิ่งขวัญเป็นการส่วนตัว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงถึงการลาออกครั้งนี้ว่ามีกระบวนการอยู่เบื้องหลัง หรือมีแรงกดดันหรือไม่&amp;quot; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การร่วมลงนามสัตยาบันของ 7 พรรคการเมืองมีเพียงพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ไม่ได้ลงนามในหนังสือสัตยาบันจะมีผลอะไรหรือไม่ เลขาฯ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ที่ผ่านมาระหว่างพรรคเพื่อไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ ไม่เคยลงนามหรือทำเป็นหนังสือสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกัน เพียงแต่ที่ผ่านมาเป็นการพูดคุยกันทางวาจาปากเปล่าเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์อีกครั้งระบุว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายมิ่งขวัญแล้ว ทราบว่าการลาออกเกิดจากปัญหาภายในของพรรคเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าไม่ส่งผลกับ 6 เสียงของพรรคที่จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ส่วนบุคคลที่จะเสนอชื่อเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะมีความชัดเจนภายหลังการประชุม ส.ส.พรรค วันที่ 24 พ.ค. ในเวลา 18.00 น.&amp;quot; เลขาฯ พรรค พท.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค พท. กล่าวถึงการลาออกของนายมิ่งขวัญว่า ทราบจากเลขาฯ พรรคได้พูดคุยกับพรรคเศรษฐกิจใหม่แล้ว โดยยืนยันยังมีเจตนารมณ์ที่จะรักษาคำมั่นเช่นเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้พรรคเพื่อไทยได้ทำทุกวิถีทางอย่างเต็มที่แล้ว โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่งใดๆ ในการจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องรอวัดใจกับพรรคตัวแปรคือ พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนหรือไม่ จะเลือกเสียงของประชาชน หรือว่าจะเป็นเพียงแค่ลีลาเพื่อที่จะต่อรองตำแหน่ง ซึ่งหากคิดเพียงแค่ใช้ประชาชนเป็นตัวประกันนั้น เชื่อว่าประชาชนจำแม่น&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีการประชุม ส.ส. 45 คน ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน พร้อมด้วยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค โดยนายเฉลิมชัยรายงานผลการเจรจาประสานงานกับพรรคการมืองต่างๆ ตามที่ที่ประชุม กก.บห.และ ส.ส.พรรคได้มอบหมายให้ที่ประชุมทราบความคืบหน้าว่าผลการเจรจามีความคืบหน้าอย่างไร แต่ภารกิจนี้ยังไม่ถือว่าเป็นข้อยุติ ยังต้องเจรจาประสานงานต่อเพิ่ม อย่างน้อยต้องใช้เวลาอีก 1 วัน จากนั้นแล้วถึงจะมารายงานความคืบหน้า เพื่อที่ให้มีการประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส.พรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. แถลงหลังประชุมว่า ช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ (24 พ.ค.) จะมีการประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส.ของพรรค เพื่อกำหนดทิศทางว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับฝ่ายใด แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะได้ข้อสรุปภายในการประชุมหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นที่ประชุม ส.ส. มีมติว่าเป็นผู้นำทางฝ่ายนิติบัญญัติคือ การส่งบุคคลที่เหมาะสมลงชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคลที่เหมาะสม เพราะในพรรคมีหลายคนที่เหมาะสม โดยจะมีการหารือกันในการประชุมช่วงเย็นวันที่ 24 พ.ค. เวลา 16.00 น. ยืนยันว่าการเสนอชื่อบุคคลเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่มีนัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล เพราะการเข้าร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลเป็นคนละประเด็นกัน ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้นายเฉลิมชัยไปเป็นผู้ดำเนินการ&amp;quot; โฆษกพรรค ปชป.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคปชป. ปฏิเสธข่าวจะรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรแลกกับการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ว่าเราเคยพูดกันภายในพรรคเมื่อนานมาแล้ว ว่าถ้าบังเอิญพรรคประชาธิปัตย์ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกประธานสภาฯ บุคคลที่เหมาะสมที่สุดคือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่เคยมีการพูดถึงตน เพราะเคยเป็นประธานสภาฯ มาแล้ว ซึ่งนายบัญญัติมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับตำแหน่งดังกล่าว แต่ในเมื่อนายบัญญัติปฏิเสธแล้ว ก็แสดงว่าเขาอาจไม่สนใจ และเราไม่ต้องพูดถึงกันอีกแล้ว
งูเห่า&amp;#39;ศม.-พช.&amp;#39;ซบพปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีการจัดปฐมนิเทศ ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อรวม 115 คน เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรก โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนิติกรจากรัฐสภา รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำหน้าที่ชี้แจง โดย ส.ส.ทุกคนจะได้รับเอกสารชี้แจงข้อปฏิบัติ ข้อห้ามในการทำหน้าที่ ส.ส. และวิธีการกรอกข้อมูลบัญชีทรัพย์สินเพื่อจดแจ้งต่อ ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม ส.ส.ตอนหนึ่งว่า การทำงานในสภาสมัยนี้จะมีความเข้มข้น แต่มั่นใจว่าเราจะฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ในที่สุด เพราะจากการพูดคุยกับกลุ่มย่อยๆ พบว่าทุกคนมีความสามัคคีกันดี จึงต้องดูว่าอีก 2-3 เดือนที่จะถึงนี้ เราจะรักษาความมีระเบียบวินัยของตัวเองได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการตรงต่อเวลา เข้าใจว่าทุกคนมีภารกิจ แต่ทุกคนต้องไม่รับภารกิจในวันที่มีการประชุมสภา เราต้องไม่ปล่อยให้เกิดสภาล่มโดยคนของพรรค พปชร. เราจะมีคณะทำงานมาดูแลในส่วนนี้ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันเสาร์นี้ (25 พ.ค.) จะมีการเสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องดูว่าจะมีการเสนอใคร และใครจะเป็นผู้เสนอ ซึ่งถ้าไม่ใช่ผมเป็นผู้เสนอ อาจจะเป็นคนอื่น แต่ขณะนี้หัวหน้าและเลขาธิการพรรคบอกมาแล้วว่าให้ผมเป็นคนเสนอชื่อประธานสภาฯ จึงขอให้ทุกคนดูตามแนวทางของเราด้วย โดยวิปฯ จะอธิบายว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร&amp;rdquo; นายณัฏฐพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รองหัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวว่า การแสดงวิสัยทัศน์ในสภา ขอให้ทุกคนได้พิจารณาถึงการตอบโต้ประเด็นต่างๆ ด้วย เพราะทุกคนเป็น ส.ส.ในนามพรรค พปชร. ไม่ได้เป็น ส.ส.เองแต่เพียงคนเดียว เพราะทุกอย่างที่เราตอบโต้ออกไปล้วนแต่มีเสียงสะท้อนออกมาที่พรรค อย่าคิดว่าการได้ออกทีวีหรือการแสดงวิสัยทัศน์จะเป็นประโยชน์ต่อการทำพื้นที่ เพราะถ้าภาพออกมาด้านลบ จะเป็นผลไม่ดีต่อพรรค พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงกลางสมัยเราจะค้นพบว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ ฝากหลายคนที่มีประสบการณ์ ฝากท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ช่วยดูแล ส.ส.ใหม่ ถ้าไม่ชัวร์ขอให้ประกบเลย ส.ส.ใหม่สามารถถามได้เลยว่าแบบนี้ถามได้มั้ย คัดค้านได้มั้ย อย่าเป็นสิงห์เดี่ยว เราไม่ต้องการภาพนั้น เราเป็น ส.ส.ในนาม พปชร.&amp;rdquo;รองหัวหน้าพรรค พปชร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรค พปชร.ว่า แกนนำพรรค พปชร.ได้นัดหารือกันกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเจรจาจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อคืนวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้พูดคุยถึงเวลา 23.00 น. แต่ก็ยังไม่ได้ข้อยุติในบางกระทรวง ทำให้แกนนำ พปชร.ต้องไปประชุมต่อในช่วงเช้าวันนี้ (23 พ.ค.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตัวเลขของการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรค พปชร. เป็นแกนนำ จากเดิมที่สามารถรวมเสียงได้ 252 เสียง ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 115 คน, ประชาธิปัตย์ 52 คน, ภูมิใจไทย 51 คน, ชาติไทยพัฒนา 10 คน, รวมพลังประชาชาติไทย 5 คน, ชาติพัฒนา 3 คน, พลังท้องถิ่นไทย 3 คน, รักษ์ฝืนป่าประเทศไทย 2 คน, พรรคเล็ก 11 พรรคที่ได้ ส.ส.พรรคละ 1 คน ล่าสุดถ้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน 5 คน ไม่รวมนายมิ่งขวัญแล้วได้ 257 เสียง และมีแนวโน้มอาจมีเสียง ส.ส.จากพรรคเพื่อชาติบางส่วนมาร่วมด้วย เบื้องต้น 2-3 เสียง ทำให้ตัวเลขในขณะนี้อยู่ที่ 259-260 เสียง&amp;quot; แหล่งข่าวจากพรรค พปชร.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในส่วนของตำแหน่งประธานสภาฯ &amp;nbsp;พรรค พปชร.จะให้ตำแหน่งนี้กับพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ส่วนเก้าอี้รัฐมนตรีในโควตาของพรรคต่างๆ ยังไม่ได้มีการพูดคุยลงไปในรายละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า บุคคลที่ กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์จะพิจารณาเป็นประธานสภาฯ มี 4 ราย คือ นายชวน, &amp;nbsp;นายบัญญัติ, นายอภิสิทธิ์ และนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะต้องการให้เข้าไปแก้เดดล็อกทางการเมืองในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งการเสนอชื่อชิงตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าพรรคจะไปร่วมรัฐบาล แต่ต้องการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36656</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, พรรคเศรษฐกิจใหม่, ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์, รัฐบาลพลังประชารัฐ, ลาออกจากหัวหน้าพรรค, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190523/image_big_5ce6b0f1a0c2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.จัดตั้งรัฐบาล แกนนำยกนิ้วโป้งจ่อได้ข้อสรุป/ปชป.-ภท.เล่นลิเกขั้วที่สาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; มึนข่าวเจ้าสัวซีพีคั่วนายกฯ &amp;nbsp; ว่ามาอย่างไร เตือนสติตั้งรัฐบาลเก้าอี้รัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องขายของ เอาชนะคะคาน ต้องหาจุดสมดุล &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ท่องคาถาไม่รู้เรื่องโควตา-ต่อรอง &amp;ldquo;ดอน&amp;rdquo; ประกาศขอพักผ่อน กอบศักดิ์เชื่อใกล้ได้ข้อสรุปพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว &amp;ldquo;น้าญัติ&amp;rdquo; รับประธานสภาฯ น่าสนใจ แต่ขอเป็น ส.ส.ธรรมดาดีกว่า &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; คาด 23 พ.ค.ได้บทสรุปพรรคชัดเจน ส่วน ชทพ.นัดเคาะ 24 พ.ค. &amp;ldquo;โอ๊ค&amp;rdquo; โผล่ยกคำหาเสียงก่อนเลือกตั้งบีบ 2 พรรคกลางร่วมผสมพันธุ์เพื่อแม้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบคำถามถึงการฟอร์มทีมรัฐบาลเสร็จแล้วหรือไม่ ว่าใครเป็นนายกฯ ล่ะ เขากำลังทำกันอยู่ &amp;nbsp;
จากนั้นคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์นำคณะเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมโรดโชว์ผลไม้ไทยอร่อยที่สุดในโลก ซึ่งนายกฯ ได้ดูผลไม้ชนิดต่างๆ ที่นำมาประชาสัมพันธ์ และกล่าวช่วงหนึ่งระหว่างเยี่ยมชมนิทรรศการว่า &amp;quot;วันๆ มีแต่ข่าวทะเลาะกัน เมืองไทยมีเรื่องดีๆ เยอะแยะ ขอให้ช่วยเสนอสิ่งดีๆ&amp;quot;&amp;nbsp;
และในเวลา 12.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสื่อฮ่องกงรายงานว่า นายกฯ ของไทยคนต่อไปคือ นายธนินท์ เจียรวนนท์ อดีตประธานบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ว่า &amp;ldquo;เป็นไปได้ยังไง ผมไม่รู้เหมือนกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ถามต่อว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อไปจะพิจารณากรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อยากเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่คิด วันนี้ทุกพรรคเขาก็หารือกันเอง อย่าเอาตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องเลย ยังไม่ไปก้าวล่วงตรงนี้ เป็นเรื่องของคนที่คาดว่าจะเป็นรัฐบาล เขาก็คุยกันมา คิดว่าทุกอย่างอยู่ที่การพูดคุยให้เข้าใจ ให้รู้เรื่องว่าบ้านเมืองต้องการอะไรในขณะนี้ ถ้าเราทำล่าช้าเกินไป ก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นต่างประเทศ การค้าการลงทุนถ้าหยุดชะงักจะทำอย่างไร สงครามการค้าก็เกิดในขณะนี้ เราต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ต่างชาติ ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลคนภายในของเรา
&amp;ldquo;ลดความขัดแย้ง ผมเคยบอกไว้แล้ว ถ้าทุกคนยังคิดเป็นซ้ายคิดเป็นขวา โดยไม่หาทางตรงกลางที่จะมาร่วมกัน มันก็ไปไม่ได้หมดทุกเรื่อง ทุกรัฐบาล&amp;rdquo;
เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ ทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้หารือถึงตำแหน่งรัฐมนตรีที่จะจัดวางหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ได้คุยกัน ให้เขาคุยกันมา ถ้าเขาคุยกันได้เรื่องอย่างไร กับคนที่ถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีใหม่ จากนั้นก็ต้องนำมาให้นายกฯ เป็นคนตัดสินใจ ซึ่งยังตัดสินใจไม่ได้ เพราะยังไม่ได้เป็นนายกฯ ใหม่ ขณะนี้คิดว่าเขาคงคุยกัน และวันนี้บางพรรคเพิ่งจะประชุมยังไม่ได้ข้อยุติทั้งสิ้น
ถามอีกว่า จากบรรยากาศการจับขั้วพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีพรรคที่จะร่วมกับพรรค พปชร.กว่า 10 พรรคมองอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่าไม่เป็นอะไร ก็ต้องมองให้มันดี ถ้ามีหลายพรรคอาจดีไปอย่าง คือทุกนโยบายที่ได้หาเสียงกันมาและได้รับคะแนนเสียงมามันต้องนำไปสู่การปฏิบัติ แต่จะปฏิบัติอย่างไรก็ต้องร่วมมือกันทำ ถ้าไม่ร่วมมือกัน ไม่ว่าจะกี่พรรคมันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ถ้าทุกคนมุ่งเน้นแต่จะเอาของตัวเองมันไม่ได้ ทั้งหมดถ้ามาร่วมอยู่ในนโยบายของรัฐ ก็สามารถจัดทำแผนว่าจะทำอย่างไร ได้แค่ไหนในแต่ละระยะ
รมต.ไม่ใช่ขายของ
&amp;ldquo;ผมเห็นตัวอย่างหลายประเทศเวลาทำอะไรขึ้นมา สมมติว่านโยบายอะไรก็ตาม ถ้าอยากทำให้ประชาชนเห็นชอบทั้งหมด มันไปไม่ได้ เพราะจะสร้างปัญหาใหม่เกิดขึ้นหลายอย่าง ฉะนั้นมันต้องเดินเป็นขั้นเป็นตอนทุกเรื่อง สิ่งที่เขาหาเสียงกันมา ผมยอมรับว่ามันเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น แต่จะทำได้มากน้อยแค่ไหน อย่างที่ผมบอก ครม.ใหม่ รัฐบาลใหม่ ไม่ใช่ทำงานง่าย เพราะมีกฎหมายอะไรต่างๆ ออกมาหลายตัว และที่ผ่านมาแม้ผมมีอำนาจเยอะพอสมควร ผมก็ยังไม่ดันทุรัง บางเรื่องผมก็ทำไม่ได้ แต่สามารถคิดและกำหนดเป็นแนวทางไว้ได้ในวันข้างหน้า ผมก็หวังแต่รัฐบาลใหม่เขาจะทำต่อเนื่องไป อะไรที่มันดีก็ทำต่อ ที่ไม่ดีก็แก้ไข แค่นั้น ฉะนั้น การเมืองมันน่าจะเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่มุ่งเอาชนะคะคานกัน และตำแหน่งเหล่านี้มันไม่ใช่ขายของ ทุกคนมองเป็นเรื่องการขายของ พอพูดไปมากๆ เข้า เขาจะเชื่อมั่นรัฐบาลเราหรือกลายเป็นต่อรองอะไรกันเยอะแยะไปหมด ผมว่าเขาคุยกันรู้เรื่อง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่า ชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นนำเป็นที่หนึ่ง ทำให้มีคนอยากเป็นรัฐมนตรีเสนอตัว โดยสนับสนุนให้เป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทั้งหมดพรรคต้องคุยกันมา พรรคร่วมรัฐบาลต้องคุยกันก่อน ใครจะไปจัดแจงได้ทั้งหมด มันไม่ได้หรอก
ถามอีกว่า จริงเท็จแค่ไหนที่มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม มีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า &amp;ldquo;ไม่จริงหรอก&amp;rdquo; พร้อมกล่าวอีกว่า ก็คุยกันว่าสถานการณ์ทางการเมืองมันเป็นยังไง อย่างไร อะไรที่เราควรให้เขาทำต่อบ้าง ก็สุดก็แล้วแต่รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาแล้วกัน
เมื่อถามอีกว่า ตามที่เคยระบุว่ากระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม ต้องเป็นของพรรคหลักในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทุกพรรคเขาก็หวังอย่างนั้น&amp;nbsp;
ถามอีกว่า เดือน มิ.ย.จะได้เห็นรัฐบาลใหม่แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;ldquo;อยู่ที่พวกเราจ้ะ&amp;rdquo;
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรเดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล ได้มีสื่อมวลชนรอดักสัมภาษณ์ตามปกติ ซึ่งคนใกล้ชิดได้แจ้ง พล.อ.ประวิตรว่าสื่อมวลชนรอสัมภาษณ์เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทำให้ พล.อ.ประวิตรกล่าวด้วยสีหน้าหงุดหงิดว่า &amp;quot;ไม่ตอบ&amp;quot; จากนั้นเมื่อ พล.อ.ประวิตรเดินผ่านวงสื่อมวลชน ได้มีการถามความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล โดย พล.อ.ประวิตรตอบด้วยสีหน้าปกติว่า ไม่รู้เรื่อง และเมื่อถามย้ำว่ามีข่าวว่ามีแกนนำ ปชป.และ ภท.ไปคุยกับท่านเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ไม่รู้ๆ ไม่ได้ไป&amp;rdquo; ก่อนเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 ทันที&amp;nbsp;
พาเหรดปัดข่าวนั่ง รมต.ต่อ
และหลังประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรปฏิเสธข่าวร่วมพูดคุยกับแกนนำพรรค ปชป. เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ว่า ไม่มี และเมื่อถามย้ำว่ามีกระแสข่าวแกนนำพรรคการเมืองหลายพรรคเข้าพูดคุยเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า &amp;ldquo;โอ๊ย ไม่มี&amp;rdquo; เมื่อถามอีกว่าทำไมจึงมีข่าวลักษณะนี้ออกมาต่อเนื่อง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ให้ไปถามผู้ที่ให้ข่าว จะมาถามอะไรตนเอง และไม่รู้เขาปล่อยข่าวมาเพื่อหวังอะไร ถามตนเองจะไปรู้เรื่องอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นห่วงที่พรรค ปชป.และพรรค ภท.ยังสงวนท่าทีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ แล้วแต่เขา ส่วนที่เขารวมกันเพื่อจะสร้างอำนาจต่อรองหรือไม่นั้น ก็ไม่ทราบ
ถามอีกว่า ตอนนี้ยังมีการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มีเก้าอี้ ถ้ามีตนเองเดินไปแล้ว ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์อยากให้เป็น รมว.กลาโหมต่อนั้น ก็ไม่รู้ ถ้าท่านอยากได้ก็แล้วแต่ท่าน แต่เหตุการณ์ข้างหน้ายังไม่มีใครรู้ ตัวท่านเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นนายกฯ หรือไม่
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงประเด็น พล.อ.ประยุทธ์อยากให้กลับมารับตำแหน่ง รมว.มหาดไทยในรัฐบาลหน้าต่อว่า อันดับแรกต้องดูว่าใครจะเป็นนายกฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอน เข้าใจว่าเรื่องแรกคือ พรรคการเมืองที่จะมาร่วมกันทำงาน เมื่อทราบว่าใครเป็นนายกฯ แล้วต้องให้เกียรติ และจะพูดคุยกันกับพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดว่าควรจัดลงไปทำงานอย่างไร เพราะโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลในระยะต่อไปคือดูแลประชาชนที่มีปัญหา โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง ที่สำคัญอย่างยิ่งในการจัดคนลงไปทำงาน เพื่อตอบสนองประชาชนให้ได้เป็นหลัก โดยในความคิดตนเอง ไม่ใช่เรื่องการจะมาแบ่งเป็นโควตา
&amp;quot;อยู่ที่ว่าใครจะมาเป็นนายกฯ มีการพูดคุยกันอย่างไร ให้เกิดความลงตัว ระหว่างพูดคุยจะมีคนที่ตั้งคนในตำแหน่งต่างๆ ตามที่ข่าวลือออกมา ก็จะต้องให้เกียรติคนที่จะเข้ามาเป็นนายกฯ&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ได้รับเลือกเป็นนายกฯ และขอให้ พล.อ.อนุพงษ์มาช่วยงาน พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ขอให้เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อน ที่สำคัญต้องทำให้ประเทศชาติที่มีปัญหาหลายอย่างที่ต้องแก้ไข และต้องดูความเหมาะสมว่าตัวเราเองมีความสามารถแค่ไหน อย่างไร และต้องให้เกียรตินายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาลด้วย จะได้ไม่มีปัญหา ว่าจะเลือกใครอย่างไร มีปัจจัยที่ต้องพูดคุยด้วย ความเหมาะสมที่อยากได้ แล้วที่พรรคต้องการจะดูแล อยากมาทำงานก็ต้องรับฟังกัน ไม่อย่างนั้นจะเกิดความวุ่นวาย ทั้งนี้ การทำงานจะต้องร่วมกับพรรคร่วม เป็นรัฐบาลแบบผสม เพราะไม่มีใครได้รับเสียงเด็ดขาดที่จัดตั้งรัฐบาลได้ จึงต้องฟังกันว่านโยบายแต่ละพรรคมีอย่างไร อยากทำเรื่องอะไรอย่างไรบ้าง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวในเรื่องเดียวกันถึงกรณีมีชื่อติดโผ ครม.ในรัฐบาลใหม่ว่า ไม่ได้รับเทียบเชิญแต่อย่างใด ส่วนหากได้รับการเทียบเชิญจะตอบรับหรือไม่นั้น ก็ยังไม่ทราบ และยังไม่ขอตอบในตอนนี้ เพราะไม่มีการตัดสินใจใดๆ เรื่องนี้ไม่เคยคิดอยู่ในหัวแม้แต่นิดเดียว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;โผพวกคุณเองน่ะสิ ใครจะเป็นคนส่งเทียบเชิญผม วันนี้เปิดหนังสือพิมพ์ 10 ฉบับดูกันให้ว่อนอยู่&amp;rdquo;นายวิษณุกล่าวและตอบคำถามกรณีถ้าได้รับเทียบเชิญ พร้อมจะตอบรับหรือไม่ว่า &amp;ldquo;ต้องดูก่อนว่าขั้วไหน ขั้วที่สามหรือขั้วใด&amp;rdquo;
ส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศกล่าวในเรื่องนี้เช่นกันว่า เคยมีการถามมา แต่เคยบอกว่าขอพัก และเมื่อถามย้ำว่าตอนนี้ยังอยากพักอยู่หรือไม่ นายดอนยืนยันว่า ยังอยากพักอยู่
พปชร.ชี้ใกล้ได้ข้อสรุป
สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น ที่พรรค พปชร. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค อยู่ระหว่างเจรจากับพรรคการเมืองที่จะเข้าร่วมรัฐบาล ขอให้อดใจรออีกนิด เกือบถึงเวลาแล้ว และขณะนี้ก็ใกล้เปิดสภาผู้แทนราษฎรแล้ว กระบวนการต่อรองยังดำเนินการอยู่ในตอนนี้ จึงอยากให้อดใจรอกันอีกนิดว่าจะมีข้อยุติอะไรบ้าง แต่มั่นใจว่าข้อยุติดังกล่าวจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และจะมีข่าวดีให้พี่น้องประชาชน
เมื่อถามถึงท่าทีของพรรค ปชป.และพรรค ภท.ที่จับมือกันต่อรองในขณะนี้นั้น นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ต้องให้ทุกพรรคตัดสินใจ ทั้งพรรค ปชป.และพรรค ภท. ซึ่งพรรคก็รออยู่ โดยอยากให้เขาได้ดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน และเราพร้อมเจรจาต่อรองเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดให้พี่น้องประชาชน ยึดผลประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศ เราผ่านการเลือกตั้งมา ทุกคนก็ปรารถนาที่จะมีรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนประเทศต่อไป &amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งนับวัน ตอนนี้เหลืออีก 4 วันก็จะมีการเปิดสภา และวันที่ 25 พ.ค. ก็จะได้ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทุกพรรคพยายามต่อรองให้ดีที่สุดสำหรับพรรคของตัวเอง ซึ่งทุกพรรคพยายามหาทางออก โดยเฉพาะข้อตกลงของพรรคการเมืองที่จะมาร่วมกับ พปชร.ให้ลงตัวที่สุด และผมมั่นใจว่าทุกคนทุกพรรคการเมืองจะยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก&amp;rdquo;นายกอบศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า พปชร.ยังมั่นใจว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นายกอบศักดิ์ไม่ตอบคำถาม แต่ยิ้มพร้อมยกนิ้วโป้งแสดงความมั่นใจ&amp;nbsp;
ส่วนที่พรรค ปชป.ได้มีการประชุม ส.ส. 52 คน เป็นครั้งแรก โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการจับตาของสังคมที่พรรคเสียงแตกออกเป็นสองฝ่ายในการร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร. โดยปรากฏว่าในที่ประชุมครั้งนี้ ส.ส.ได้แบ่งกลุ่มนั่งกันอย่างชัดเจน ระหว่างกลุ่มของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกลุ่มนายถาวร เสนเนียม&amp;nbsp;
เวลา 17.45 น. นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. แถลงถึงมติเรื่องการตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ว่าที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารพรรคไปพิจารณาประสานงานทิศทางกับพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งเรื่องงานในรัฐสภา และการทำงานในฝ่ายบริหาร รวมทั้งให้นำข้อมูลต่างๆ กลับมารายงานในที่ประชุม ส.ส.อีกครั้งในวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งพรรคจะประชุม ส.ส.และ กก.บห. และอาจได้ความชัดเจนออกมาในวันดังกล่าวว่าพรรคจะตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าช่วงที่ผ่านมายังไม่มีพรรคการเมืองไหนติดต่อมายัง ปชป. และขณะนี้ กก.บห.ก็ยังไม่ได้มอบหมายใครไปพูดคุยกับพรรคต่างๆ ส่วนกระแสข่าวว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยถึงการร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด ขอให้ไปถามนายเฉลิมชัยเอง ส่วนการลงมติเลือกนายกฯ นั้นหากพรรคมีมติไปในทิศทางใด ส.ส.พรรคทั้งหมดก็ต้องปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันตามมติพรรค&amp;rdquo; นายราเมศกล่าว
ด้านนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค กล่าวถึงกรณีมีชื่อเป็นประธานสภาฯ ว่าเรื่องนี้เป็นข่าวที่พูดกันไปมา จึงขอถือโอกาสขอบคุณ ส.ส.หลายคนที่พูดถึงในทางที่ดีเชิงสนับสนุน แต่ในทางการเมือง ตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ พอถึงเวลาจริงต้องมีการจัดการ แต่ละพรรค แต่ละกลุ่มก็มุ่งหมายอยู่ในใจว่าจะสนับสนุนใคร ฉะนั้นจึงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และความจริงแล้วประธานสภาฯ เป็นตำแหน่งที่สำคัญและมีเกียรติ เพราะเป็นถึงประมุขของ 3 อำนาจอธิปไตย ถือเป็นตำแหน่งที่น่าสนใจ เพราะนอกจากมีเกียรติแล้วยังทำประโยชน์ได้จำนวนมาก
บัญญัติขอเป็น ส.ส.ธรรมดา&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถือเป็นตำแหน่งที่น่าสนใจ แต่ผมพูดไว้ตรงนี้เลยว่าใจจริงขณะนี้อยากอยู่เป็น ส.ส.ธรรมดามากกว่าที่จะขึ้นไปนั่งเป็นประธานสภาฯ เพราะจะได้คล่องตัวในการไปไหนมาไหนมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางไปดูปัญหาของประชาชน แต่ท้ายที่สุดถ้าเพื่อนพรรคการเมืองต่างๆ ยังเห็นว่าตำแหน่งนี้ยังประสงค์ให้คนของพรรคประชาธิปัตย์ไปดำรงตำแหน่ง ผมก็มั่นใจว่าในพรรคของเรามีคนหลายคนที่พร้อมขึ้นทำหน้าที่นี้ได้ดีแน่นอน&amp;rdquo; นายบัญญัติกล่าว
นายบัญญัติกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้บ้านเมืองมีเรื่องอึมครึมกันมากที่ทำให้คนต้องคิดต้องเดากัน ความจริงอยากเรียกร้องไปยังพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคที่เป็นรัฐฏาธิปัตย์อยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นเจ้าภาพใหญ่จะต้องทำให้ทุกอย่างชัดเจน คนจะได้ไม่ต้องทายกันว่าจะเป็นอย่างไร จนทำให้เกิดความกังวล ซึ่งเป็นเรื่องไม่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์รูปข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul &amp;nbsp;ว่า ทำงานกันอยู่นะครับ ไม่ได้มากินกันเฉยๆ ตามที่ได้พูดไว้ทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาพดังกล่าวเป็นการพบปะระหว่างนายอนุทินกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ร้านทีเฮ้าส์&amp;nbsp;
มีรายงานว่า นายอนุทินกับนายเฉลิมชัยหารือถึงการจัดตั้งรัฐ โดยนายเฉลิมชัยระบุว่า จะนำไปหารือในที่ประชุมพรรคอีกครั้ง สอดคล้องกับการแถลงข่าวของนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่บอกว่ามติเรื่องการตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลในวันนี้ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารพรรคไปพิจารณาประสานงานทิศทางกับพรรคการเมืองอื่นๆ &amp;nbsp;ทั้งเรื่องงานในรัฐสภา และการทำงานในฝ่ายบริหาร รวมทั้งให้นำข้อมูลต่างๆ กลับมารายงานในที่ประชุมส.ส.อีกครั้ง ในวันที่ 23 พ.ค.นี้&amp;nbsp;
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีพรรคการเมืองยังมีท่าทีลังเลที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร.ว่า ถึงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเสียสละ อย่าโทษพรรคการเมืองขนาดกลางที่ไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าจะเข้าร่วมกับ พปชร.จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ เพราะปัจจัยหลักไม่ได้อยู่ที่การต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี แต่อยู่ที่มี พล.อ.ประยุทธ์กับสอง พล.อ. มาดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองต่างหาก
&amp;ldquo;การเสียสละไม่รับตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์และสองพลเอก จึงเป็นทางออกของบ้านเมือง เพราะเงื่อนไขที่สังคมจับจ้องคือการอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ของชายชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ยังมีแรง มาเป็น รมว.กลาโหมตำแหน่งเดียวก็ดูดี เมื่อนั้นสังคมจะสรรเสริญว่าท่านปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ไม่ติดยึดกับตำแหน่ง ขึ้นได้ลงได้ และพรรคต่างๆ ก็สามารถร่วมรัฐบาลกับ พปชร.ได้โดยสนิทใจ&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงท่าทีของพรรคว่า ยังไม่ได้รับการทาบทามหรือพูดคุยจากพรรค ปชป.และ ภท.แต่อย่างใด ไม่มีการติดต่อมาหรือแม้แต่ประสานงานมา ซึ่งพรรคมี ส.ส.เพียง 10 คนเท่านั้น เราคงอยู่นิ่งๆ และรอประชุมพรรคในช่วงเย็นวันที่ 24 พ.ค.นี้ ก่อนตัดสินใจใดๆ
โอ๊คชี้ 2 พรรคกำหนดอนาคต
ขณะที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุก อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปัญหาการเมืองไทยแก้ไม่ยาก หากทุกพรรคเชื่อมั่นในเสียงของประชาชน โดยเฉพาะพรรคตัวแปร ซึ่งหากไปรวมกับขั้วสืบทอดอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ก็จะได้รัฐบาลปริ่มน้ำที่ไม่มีเสถียรภาพ และต้องพึ่งความหวังจากน้ำบ่อหน้า จากการยุบพรรคอีกฝ่าย เพื่อซื้อตัว ส.ส.ที่กระจัดกระจายมาช่วยเสริมทัพ และต้องหาซื้องูเห่ามาเลี้ยง ซึ่งเท่ากับเป็นการสนับสนุนให้การเมืองไทยเน่าเหม็นย้อนยุคไปอีกหลายสิบปี แต่หากตัวแปรกว่า 100 เสียงนี้ เข้าร่วมกับขั้วประชาธิปไตยจะทำให้ได้รัฐบาลร่วม 350 เสียง ซึ่งในภาวะปกติถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงมากประชาธิปไตยไปต่อได้อย่างสบาย&amp;nbsp;
นายพานทองแท้ยังโพสต์พร้อมแนบคลิปว่าที่สำคัญพรรคตัวแปรนี้มี 2 พรรคใหญ่ ได้แก่ พรรค ปชป. และพรรค ภท. ได้ให้สัญญากับพี่น้องประชาชนไว้ก่อนการเลือกตั้ง พร้อมระบุว่า ประชาธิปไตยของไทยจะไปในทิศทางใด จะเริ่มต้นศักราชใหม่หลังอึมครึมมา 5 ปี หรือยังคงสืบทอดอำนาจให้อยู่ลุงตู่คนเดิมต่อไป ขึ้นอยู่กับความเชื่อของ 2 พรรคหลักที่ยังอยู่ตรงกลาง ถ้าคิดว่าอำนาจเป็นของประชาชนไม่ใช่ของลุง ประชาธิปไตยจะชนะ และเราจะชนะไปด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ถ้าคิดจะเกรงกลัวเผด็จการ ก็ไม่ควรเลือกตั้งที่ใช้งบประมาณไปกว่า 5 พันล้านบาท เพราะประชาชนที่ออกไปเลือกตั้ง ไม่ได้ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นเพียงการชุบตัวเผด็จการให้ดูเป็นประชาธิปไตย อนาคตประเทศไทยอยู่ภายใต้การตัดสินใจของ 2 พรรคการเมืองที่ชื่อพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย&amp;rdquo; นายพานทองแท้โพสต์ไว้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทยเรียกร้องไปยัง ส.ว. 250 คนให้ใช้ดุลยพินิจและคำนึงถึงกฎหมาย ต่อการลงมติสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เนื่องจากการใช้สิทธิตามดุลยพินิจดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 114.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36442</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, นายธนินท์ เจียรวนนท์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มึนข่าวเจ้าสัวซีพีคั่วนายก, รัฐบาลพลังประชารัฐ, หนังสือพิมพ์, เก้าอี้รัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องขายของ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce40acb26cf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>11พรรคเล็กหนุนลุงตู่ แถลงฉันทามติซัด‘ภท.-ปชป.’อย่าต่อรอง/พท.บินถกแม้วแก้เกม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ปูดพลังประชารัฐกำลังดำเนินการฟอร์มรัฐบาลอยู่ &amp;ldquo;11 พรรคเล็ก&amp;rdquo; แถลงจุดยืนดัน &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; เป็นนายกฯ สมัย 2 &amp;ldquo;มงคลกิตติ์&amp;rdquo; สวมบทผู้จัดการรัฐบาล อัด &amp;ldquo;ภท.-ปชป.&amp;rdquo; อย่าต่อรองเก้าอี้เยอะ หันมาเดินหน้าประเทศที่ชะงักงัน &amp;ldquo;บังซุป&amp;rdquo; เดือดโต้อย่าแส่ข้ามพรรค &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; บินด่วนถกแม้วหาทางแก้เกม หวังใช้ช่องแย่งชามข้าว &amp;ldquo;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;rdquo; สร้างงูเห่า พปชร. &amp;ldquo;ภูมิธรรม&amp;rdquo; &amp;nbsp;เสียงอ่อยประเด็นยกเก้าอี้ผู้นำให้ &amp;ldquo;มาร์ค-อนุทิน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ เวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกถึงการฟอร์มรัฐบาลใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;(พปชร.) โดยกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า &amp;ldquo;กำลังดำเนินการอยู่นะจ๊ะ&amp;rdquo; และเมื่อสอบถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาร่วมกับพรรค พปชร.ในการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มก่อนกล่าวเพียงสั้นๆ &amp;ldquo;อ๋อ กำลังดูกันอยู่&amp;rdquo;
ทั้งนี้ ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก &amp;nbsp;(กพอ.) พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยเป็นการส่วนตัว ซึ่งคาดว่าเป็นการหารือถึงเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายสมคิดปฏิเสธข่าวกรณีพรรค พปชร.ยึดกระทรวงเศรษฐกิจไว้ทั้งหมดจนการทาบทามพรรคอื่นไม่พอใจว่า ไม่ทราบ ไม่รู้เรื่องเลย และเมื่อถามว่ารัฐบาลหน้าจะเป็นรองนายกฯ ต่อหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่าไม่ทราบๆ โดยเมื่อพยายามถามอีกว่ารัฐบาลหน้าถ้าเสียงปริ่มน้ำจะไปได้หรือไม่ นายสมคิดกลับตอบว่า &amp;quot;ยังไงประเทศต้องไปให้รอด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาใกล้เคียงกันที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ หัวหน้าพรรคพลเมืองไทย พร้อมหัวหน้าพรรคการเมืองขนาดเล็กทั้ง 10 พรรค ประกอบด้วย พรรคพลังชาติไทย, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคไทยศรีวิไลย์, พรรคพลังไทยรักไทย, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคไทยรักธรรม และพรรคประชานิยมได้ร่วมแถลงจุดยืนทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสัมพันธ์ระบุว่า ทั้ง 11 พรรคจะสนับสนุนให้มีรัฐบาลโดยเร็ว ส.ส.ทั้ง 11 คนมั่นใจว่าจะยกมือสนับสนุนเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกครั้ง ส่วนจะตั้งรัฐบาลแบบไหน พวกเราคงไม่ก้าวก่าย &amp;nbsp;โดยพวกเราจะสนับสนุนพรรค พปชร.เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราทั้ง 11 คนยังเป็น ส.ส. หากรัฐบาลทำดีเราต้องสนับสนุน แต่ถ้ามีรัฐมนตรีท่านใดทำงานผิดไปจากความเป็นจริง พวกเราทั้ง 11 คนพร้อมคัดค้าน และพร้อมดูแลพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกับนักการเมืองท่านอื่นๆ&amp;rdquo; นายสัมพันธ์กล่าวว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า การเข้าร่วมกับพรรค พปชร.ครั้งนี้ มันเป็นความจำเป็นเพื่อให้บ้านเมืองไปต่อได้ เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมายื้อกันไปยื้อกันมา มันเสียเวลา ไม่ต้องการให้กลุ่มพรรคการเมืองมาต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะประเทศไทยเสียโอกาส ตอนนี้คณะรัฐมนตรีเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว ปัญหาของประชาชนมีจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตนเองและเพื่อนทั้งหมด 11 คน จึงมีฉันทามติในการผ่าทางตันเพื่อให้บ้านเมืองไปต่อได้ เพราะไม่ต้องการปิดสวิตช์ประเทศไทย ในฐานะสมาชิกของ 11 พรรคการเมืองต้องการเปิดสวิตช์ประเทศไทยเพื่อเดินหน้าต่อไป จึงตัดสินใจอย่างไม่ลังเลที่จะร่วมงานกับ พปชร.และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ รอบที่ 2&amp;nbsp;
ซัด &amp;#39;ภท.-ปชป.&amp;#39; อย่าต่อรองเยอะ
&amp;ldquo;การเจรจาต่อรองขั้นต่อไปในส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผมขอร้องว่าอย่าต่อรองเยอะ มาร่วมมือกันทำงาน มันเสียเวลา เพราะฉะนั้นหาคนที่มีคุณภาพมาคุยกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยและเดินไปข้างหน้า แต่ฝ่ายค้านไม่ว่าพรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทย ไม่ต้องเสียใจ ทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มความสามารถ ผมจะเป็นอีกหนึ่งคนที่จะไปช่วยพวกท่านในการตรวจสอบถ่วงดุลพรรคพลังประชารัฐในการบริหารราชการแผ่นดิน&amp;rdquo; นายมงคลกิตติ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ได้เข้ารับมอบหนังสือแสดงเจตจำนงที่ลงนามร่วมกันโดยหัวหน้าพรรคทั้ง 11 พรรคว่าจะเข้าร่วมงานกับพรรค โดยนายอุตตมกล่าวว่า ขอขอบคุณจากใจจริงที่ 11 พรรคการเมืองตกลงใจจะมาร่วมงานกับเราในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า วันนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า ทุกพรรคมาร่วมงานกันถือเป็นหุ้นส่วนกันในการทำงาน โดยสามารถปรึกษาแนะนำและท้วงติงกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าตอนนี้รวบรวมจำนวนเสียงได้เท่าไหร่แล้ว นายอุตตมกล่าวว่ากำลังดำเนินการอยู่ในเรื่องจำนวนเสียง ยังมีเวลาพูดจากับพรรค ส่วนการร่วมงานกับพรรค ภท.และ ปชป. ต้องบอกว่าเราให้เกียรติทุกพรรคที่มีกระบวนการภายในเพื่อตัดสินใจ เพราะเป็นเรื่องสำคัญในการเข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการให้โควตารัฐมนตรีแก่ 11 พรรค นายอุตตมกล่าวว่า เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีไม่มีเงื่อนไขอะไร เรามาพูดคุยกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่มีเงื่อนไขอะไรอย่างนั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสัมพันธ์ยืนยันเช่นกันว่าไม่มีเงื่อนไขอะไร มีเพียงอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อประชาชนเรายินดีสนับสนุน แต่ถ้าไม่ใช่เราพร้อมค้านหัวชนฝาในเรื่องไม่ชอบมาพากล ยืนยันไม่มีเรื่องการขอตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเงื่อนไขต้องไม่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ นายอุตตมกล่าวว่าไม่มีการสร้างเงื่อนไขเช่นนั้น เราไม่เคยได้ยินและไม่กังวลอะไร ส่วนเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำนั้นขึ้นอยู่กับการร่วมใจกันทำงานให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทำงานเพื่อประเทศตรงนี้สำคัญที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้หลัง 11 พรรคแถลงจุดยืน ได้มีความเคลื่อนไหวในทำเนียบฯ โดยนายสมคิดได้เดินทางขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเวลา 30 นาที ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบฯ ไป และอีก 20 &amp;nbsp;นาทีต่อมานายกฯ ได้เดินทางออกจากทำเนียบฯ เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวเรื่องนี้ว่า ไม่เป็นไร เรายังเชื่อมั่นว่าจะสามารถหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.ได้อยู่ พร้อมยืนยันว่าหากท้ายที่สุดแล้วพรรคเป็นฝ่ายค้านก็สามารถหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค ภท.กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์พาดพิงพรรคอย่าต่อรองเยอะว่า พรรคไม่เคยได้รับการติดต่อจากพรรคการเมืองไหน จึงไม่เคยต้องต่อรองกับใคร แต่สงสัยว่าวันนี้เห็นนายอุตตมอยู่ในที่แถลงข่าวของกลุ่มพรรคเล็ก การที่นายมงคลกิตติ์ออกมากล่าวเช่นนี้ เป็นการกล่าวโดยการมอบหมายหรือในนามของพรรค พปชร.หรือไม่&amp;nbsp;
เดือด! อย่าริแส่ข้ามพรรค
&amp;ldquo;ถือเป็นการโกหกคำโตที่บอกพรรคต่อรองเก้าอี้ อยากเรียกร้องว่าขอให้พูดเฉพาะเรื่องพรรคตัวเอง &amp;nbsp;โปรดรักษามารยาทอย่าพูดเรื่องพรรคอื่น พรรคภูมิใจไทยมีศักดิ์ศรี มีเกียรติในทางการเมือง จึงอย่าได้ริบังอาจแสดงวาจาที่ไม่บังควรต่อพรรคเช่นนี้&amp;rdquo; นายศุภชัยระบุ
ในช่วงเช้าที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.พร้อม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเดินทางมารับหนังสือรับรองความเป็น ส.ส. ก่อนให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า ตนเองและ ส.ส.ของพรรคจะลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นประชาชนโดยตรง นอกเหนือจากการอ่านความเห็นทางหนังสือพิมพ์และโซเชียล คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะทราบความคิดเห็น หลังจากนั้นจะมาประชุม ส.ส.ของพรรคในวันที่ 20 พ.ค. ซึ่ง ส.ส.พรรคต้องมีส่วนในการตัดสินใจในทิศทางของพรรคเพราะเราทำงานเป็นทีม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ยังไม่มีการพูดคุยใดๆ กับ 2 พรรคการเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีการติดต่อหรือเจรจาใดๆ&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าวและว่า ยืนยันว่าไม่มีเรื่องความไม่พอใจของเก้าอี้รัฐมนตรีที่พรรคได้รับ เพราะไม่ได้พูดคุยกับใคร รัฐบาลไม่มีใครเป็นเจ้าของ แล้วเที่ยวไปเขียนข่าวว่าแจกกระทรวงนั้นให้พรรคนี้ แจกกระทรวงนี้ให้พรรคนั้น แจกได้อย่างไรนี่เป็นเรื่องของบ้านเมือง พรรค ภท.เจียมเนื้อเจียมตัว เพราะเราเป็นพรรคอันดับ 5 ไม่ใช่พรรคใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีชื่อนายเนวิน ชิดชอบ ช่วยต่อรองโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าพูดกันไปเรื่อย นายเนวินอยู่เมืองไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้ เห็นว่าไปเตะบอลต่างประเทศ ไม่ได้พบนายเนวินมา 2 สัปดาห์แล้ว พบกันครั้งสุดท้ายในงานกัญชาที่ จ.บุรีรัมย์ การเมืองไทยวันนี้ต้องอยู่นิ่งๆ ใครนิ่งมาก็จะทำให้ทิศทางของประเทศไทยดีที่สุด ไม่ต้องออกมาบอกว่าจะทำอะไร ถ้ารับเงื่อนไขกันได้ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน สนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ภายหลังการรับหนังสือรับรอง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้เดินเข้าไปทักทายนายชัย ชิดชอบ พร้อมพูดคุยกับนายอนุทินตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ยังไงท่านอนุทิน ท่านชัยไปอยู่ฝั่งประชาธิปไตยด้วยกันนะ ไปทางโน้นเขาไม่ให้อะไรคุณหรอก แต่มาทางนี้ได้เป็นนายกฯ ได้ รมว.คมนาคมด้วย คุณต้องการอะไรพรรคเพื่อไทยเขาให้หมด&amp;rdquo; ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังพยายามถามนายอนุทินอีกว่า &amp;ldquo;โอเคไหม อยากให้ร่วมฝ่ายประชาธิปไตยไหม อยากร่วมไหม ตกลงนะ&amp;rdquo; แต่นายอนุทินพยายามหลีกเลี่ยงไม่ตอบปฏิเสธหรือตอบตกลง
เสรีพิศุทธ์ลั่น &amp;#39;กูให้หมด&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;พรรคเพื่อไทยยอมยกตำแหน่งนายกฯ ให้ทั้ง 2 พรรคการเมือง ใครจะเอาก็เอา ฝ่ายประชาธิปไตยเขาเสียสละมาก พท.ได้ 137 ที่นั่งทำเพื่อประชาธิปไตย ไม่เอาตำแหน่งนายกฯ กระทรวงสำคัญก็ยังให้ กูไม่เอาเลย เอาไปให้หมด ขอแค่ให้มาอยู่ร่วมกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับ ปชป. จะนัดกันหลังวันที่ 15 พ.ค.นี้&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกระแสร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค พปชร.ว่า เป็นเพียงกระแสข่าว เราเป็นพรรคขนาดเล็ก ต้องดูพรรคใหญ่ก่อนว่าเขาจะรวมกันได้อย่างไร และให้เขาติดต่อเรามาก่อน แล้วถ้ามีการติดต่อมาพรรคก็ต้องพูดคุยหารือกันก่อน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เป็นแค่ข่าว ยังไม่เป็นจริง ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ตรงนั้น หัวหน้าพรรคก็ยังไม่รู้เลย&amp;rdquo; น.ส.กัญจนากล่าวถึงกระแสข่าวได้โควตารัฐมนตรี 2 กระทรวงและย้ำว่าเป็นข่าวลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวเช่นกันว่า เป็นพรรคเล็กจึงทำอะไรได้ไม่มาก ส่วนเรื่องความชัดเจนจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับ พปชร.นั้นจะได้ข้อยุติช่วงใกล้เปิดประชุมสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของซีกพรรคเพื่อไทย (พท.) นั้น มีรายงานข่าวแจ้งว่า สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแกนนำพรรคบางส่วนได้เดินทางไปหารือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อประเมินสถานการณ์การเมืองและแนวทางรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล โดยหารือถึงประเด็นความเป็นไปได้ในการนำเสียง 7 พรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบัน 245 เสียงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายอนุทินเป็นนายกฯ เพื่อขัดขวางการสืบทอดอำนาจของ พปชร.และยังพูดคุยถึงความพยายามดึงเสียง ส.ส.บางส่วนหรืองูเห่าของพรรค พปชร. หลังมีความขัดแย้งกันในกรณีการเสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างนายสุชาติ ตันเจริญ กับนายวิรัช รัตนเศรษฐ รวมทั้งยังมีคนอื่นที่สนใจตำแหน่งดังกล่าว แต่ยังไม่เปิดตัวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทยได้ประสานไปยังผู้เสนอตัวเป็นประธานสภาฯ ของพรรครายหนึ่ง พร้อมกับแจ้งไปว่าถ้าไม่ได้รับการเสนอชื่อจาก พปชร. พรรคเพื่อไทยและพันธมิตรก็จะไม่เสนอชื่อบุคคลเข้าแข่งขัน แต่พร้อมให้การสนับสนุนลงมติให้ แต่ผู้เสนอตัวเป็นประธานสภาฯ ก็ต้องหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ใน พปชร.ราว 10-20 เสียงมาบวกกับ 245 เสียง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า พท.ยังมีความพยายามโน้มน้าวพรรคการเมืองต่างๆ ที่ยังไม่ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการร่วมกับฝ่ายใด อาทิ ปชป., ภท., ชทพ. และ ชพน.ให้ตัดสินใจร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจและปิดสวิตช์ ส.ว. รวมทั้งยังหวังว่าจะได้เสียงส่วนหนึ่งในกลุ่มของประธานสภาฯ ของพรรค พปชร.ที่ พท.สนับสนุนหันมาลงมติให้สนับสนุนนายกฯ ที่เสนอโดยพรรค พท. หรือพรรคพันธมิตรฝ่ายประชาธิปไตย แทนการลงมติให้ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะประเมินว่าท้ายที่สุดหาก ปชป.ตัดสินใจมาร่วมกับฝ่ายประชาธิปไตยจริงก็อาจได้ไม่ครบทั้ง 52 เสียง เนื่องจากมี ส.ส.บางส่วนที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่ร่วมมือกับพรรค พท.อย่างเด็ดขาด จึงต้องได้เสียง ส.ส.พรรค พปชร.มาทดแทน
ย้ำป้องสืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า จากการพูดคุยกับหัวหน้าและเลขาธิการพรรคการเมืองที่ร่วมลงสัตยาบันไม่เอาการสืบทอดอำนาจ ทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องรักษาระบบให้ประชาธิปไตยเดินไปได้ ส่วนกรณีจะมีงูเห่าหรือไม่นั้นเกิดขึ้นได้ทุกพรรค แต่ถ้าจะเล่นการเมืองระยะยาวต้องยืนบนผลประโยชน์ประชาชน ใครยืนบนผลประโยชน์ของตัวเองโดยไม่สอดรับกับผลประโยชน์ประชาชนจะเป็นวาระสุดท้ายในการเล่นการเมืองครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทยแม้ได้ ส.ส.มากที่สุด แต่เราเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นเรื่องสำคัญ จึงไม่เคยเอาเรื่องตำแหน่ง ทั้งตำแหน่งนายกฯ และประธานรัฐสภามาเป็นปัจจัยต่อรอง เพราะเห็นว่าปัญหาของประเทศคือการป้องกันการสืบทอดอำนาจ&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าถึงขั้นให้ตำแหน่งนายกฯ แก่พรรค ปชป.และ ภท.หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้เราบอกว่าไม่คุยรายละเอียดเพราะไม่ยึดติด ถ้าเป้าหมายใหญ่ได้อย่างอื่นก็คุยกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า พรรคได้พูดคุยกับพรรคต่างๆ ซึ่งเรายินดีทำงานกับทุกพรรคเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.และปิดสวิตช์ ส.ว. ส่วนทิศทางจะเป็นอย่างไรต้องขอสงวนไว้ก่อน ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ นั้น ขณะนี้ไม่สามารถตอบอะไรได้เพราะยังไม่ถึงเวลา และเพื่อเคารพเกียรติของทุกฝ่าย
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ส.ส. 5 เสียงของพรรคเพื่อชาติเมื่อมาด้วยกันก็ไปด้วยกัน ไม่มีใครแยกไปไหน ขอยืนยันจุดยืนอยู่ในฝั่งประชาธิปไตย ยอมรับที่ผ่านมามีคนมาทาบทามพรรคให้ไปร่วมงาน แต่ได้บอกว่าเราขออยู่ของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวถูกดูดไปอยู่ฝั่งพรรค พปชร.ว่า ยังคงอยู่พรรคเพื่อชาติ จุดยืนยังอยู่กับฝั่งพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ถูกทาบทามไปอยู่กับ พปชร. ซึ่งที่ผ่านมามีคนรู้จักใน พปชร.มาทาบทามให้ไปอยู่ด้วยจริง แต่ได้ตอบปฏิเสธไปเพราะไม่ได้สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลปกครอง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ &amp;nbsp;เข้ายื่นหนังสือถึงศาลปกครองขอให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อระงับประกาศของ กกต.ที่รับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 149 คน และเพิกถอนพร้อมสั่งให้ กกต.คำนวณจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เนื่องจากเห็นว่าการคำนวณของ กกต. ที่จัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับ 11 พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี ถือว่าเป็นการคำนวณที่ขัดกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) ทั้งยังพบว่ามีอีก 3 พรรคที่จะได้ ส.ส.ไปคนละ 1 รวมเป็น 14 คนที่ได้ ส.ส.ไปโดยไม่ชอบและไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวว่า 14 คนที่ได้ ส.ส.ไปโดยวิธีการไม่ชอบนั้นก็เท่ากับว่าอีก 14 คนที่จะได้ ส.ส.เขาเสียสิทธิ์ไป เป็นการเสียสิทธิ์โดยตรง ซึ่งใน 14 คนมาจาก 6 พรรค คือพลังประชารัฐเสียสิทธิ์ไป 3 &amp;nbsp;คน พรรคอนาคตใหม่ 6 คน พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คน พรรคเสรีรวมไทย 1 คน &amp;nbsp;และชาติไทยพัฒนา 1 คน ฉะนั้นขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้ กกต.ตัด 14 คนที่ประกาศไปโดยมีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์แล้วเอามาเพิ่มให้ 14 คนใน 6 พรรค และขอเรียกร้องให้ทั้ง 14 คนที่เป็นผู้เสียหายโดยตรงก็ควรอุทธรณ์ต่อ กกต. หรือจะมายื่นฟ้องศาลปกครองหรือจะยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินก็เป็นสิทธิ์ของทั้ง 6 พรรค หวังว่าศาลจะรับไว้พิจารณาและสั่งให้ไต่สวนรวมทั้งคุ้มครองชั่วคราว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเรืองไกรกล่าวด้วยว่า ภายหลังที่สื่อมวลชนกระแสหลักรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรองหัวหน้า คสช. และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดสรรตำแหน่ง ครม.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าจะมีข้อมูลเพียงพอหรือไม่ที่จะเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 &amp;nbsp;และมาตรา 92 (2) ที่มีโทษยุบพรรคหรือไม่ เพราะไม่อนุญาตให้บุคคลนอกพรรคการเมืองควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํากิจกรรมของพรรคการเมืองทั้งทางตรงหรือโดยทางอ้อม ซึ่งเบื้องต้นกำลังติดตามข้อมูลว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะต้องจับตาหลังจากนี้จะมีคนใน พปชร.หรือพรรคอื่นๆ อกหักไม่ได้รับตำแหน่งสำคัญ จนออกมาเปิดเผยข้อมูลในการจัดตั้งรัฐบาลว่าทั้ง 3 คนเกี่ยวข้องหรือไม่ เมื่อนั้นตนจะรวบรวมหลักฐานและส่งเรื่องให้ กกต.พิจารณา ก่อนไปที่ศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งยุบพรรค &amp;nbsp;รวมทั้งตัดสิทธิ์นักการเมืองหรือไม่ต่อไป
จี้นับคะแนนใหม่ 349 เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำ ส.ส.ของพรรคเข้ารับหนังสือรับรองจาก กกต.เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังเรียกร้อง กกต.ให้เร่งดำเนินการในเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง ประกอบด้วย กรณีที่ กกต.ตัดสิทธิ์ผู้สมัครเขต 2 สมุทรสาคร โดยอ้างว่าผู้สมัครของพรรคที่เป็นอดีตสมาชิก อบต.ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถูกให้ออกจากราชการ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวพรรคได้ยื่นค้านต่อ กกต.แล้วว่าศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องในกรณีดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้มีเหตุทุจริตตามที่กล่าวอ้าง แต่เหตุใด กกต.ยังตัดสิทธิ์ผู้สมัครคนดังกล่าวของพรรค ซึ่งการถูกตัดสิทธิ์ส่งผลให้คะแนนรวมของพรรคลดลง และกระทบต่อจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่น้อยลงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังกล่าวถึงเรื่องถูกร้องว่าขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถูกให้ออกจากราชการในสมัยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่า การถูกพิจารณาเรื่องดังกล่าว เนื่องจาก นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ปล้นตำแหน่งตนไป และได้มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวทั้งหมดแล้ว ซึ่งหากไม่เกษียณอายุราชการก่อน ตนก็สามารถกลับเข้าไปรับตำแหน่งดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการนับคะแนนใหม่ของเขต 1 นครปฐม แม้ว่าจะเป็นเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ที่ร้องจนมีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งผลจากการนับคะแนนใหม่ทำให้พบว่าผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทยมีคะแนนเพิ่มขึ้น 44 คะแนน ซึ่งทำให้ตั้งข้อสงสัยว่า ในการนับคะแนนครั้งแรกคะแนนดังกล่าวหายไปไหน ในฐานะหัวหน้าพรรคก็ได้นำคะแนนของผู้สมัครทุกคนมาพิจารณา เนื่องจาก จ.นครปฐม มีผู้สมัคร 21 พรรค แต่ กกต.รวมคะแนนผิดถึง 20 พรรค นี่ยังไม่คำนึงถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์หรือคะแนนอื่นๆ กกต.จะทำงานผิดพลาดได้อย่างนี้เชียวหรือ ดังนั้นนอกจากที่ จ.นครปฐมแล้ว ก็เชื่อว่าอีก 349 เขต กกต.จะรวมคะแนนได้ถูกต้องหรือไม่ การเลือกตั้งจะสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ จะรอดูว่า กกต.จะมีการสั่งนับคะแนนใหม่ใน 349 เขตหรือไม่ ไม่อย่างนั้นก็จะต้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังท้วงติงเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งผลที่ กกต.ประกาศออกมาทำให้พรรคต่างๆ คะแนนที่จะได้ ส.ส.ลดลง ซึ่งรวมถึงพรรคเสรีรวมไทยที่ควรจะได้ 11 ที่นั่ง ก็ได้เพียง 10 ที่นั่ง โดยเห็นว่าการคำนวณของ กกต.ที่แจก ส.ส.ให้กับพรรคเล็ก 11 &amp;nbsp;พรรคที่มีคะแนนรวมไม่ถึงจำนวน ส.ส.เพิ่งมีไม่น่าจะถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สำนักงาน กกต.ยังคงเปิดให้ ส.ส.ที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 349 คน และแบบบัญชีรายชื่อ149 คน รวม 498 คน เดินทางมารับหนังสือรับรองเพื่อนำไปรายงานตัวต่อสํานักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยยังคงเหลือ ส.ส.ใหม่ ที่ยังไม่เดินทางมารับหนังสือรับรองเพียง 2 คน คือ นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้ประสานมายัง กกต.ว่าไม่สบาย และจะมารับเอกสารในภายหลัง และนายกนก ลิ้มตระกูล ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 1 พรรคเพื่อไทย ติดต่อประสานมายัง กกต.ว่าจะมารับเอกสารภายในวันพุธที่ 15 พ.ค. ก็จะครบจำนวน 498 คน ที่กกต.รับรอง อย่างไรก็ตาม ยังเหลือ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่ออีกอย่างละ 1 คน ซึ่ง กกต.จะต้องรอผลการเลือกตั้งใหม่ของเขตเลือกตั้งที่ 8 จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 26 พ.ค.ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35771</URL_LINK>
                <HASHTAG>11พรรคเล็กหนุนลุงตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ฟอร์มรัฐบาล, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, รัฐบาลพลังประชารัฐ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd9789728464.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
