<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039; แจ้งข่าวดีสาวก!รวบรวมความฉ้อฉลของครม.ยุคยิ่งลักษณ์ ครบเรียบร้อยแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษษการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ข่าวดีครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรวบรวมข้อมูล ความฉ้อฉลของคณะรัฐมนตรี รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ครบเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะไปฟ้องศาลดำเนินคดีนางสาวยิ่งลักษณ์ ครม. กระทรวงไอซีที กสทช. และกทค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการออกใบอนุญาตให้ไทยคม7 และไทยคม8 ไม่ชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานความผิดตามมาตรา157&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112948</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, รัฐบาลยิ่งลักษณ์, ไทยภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_611377a910dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 08:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ่นฮั้ว 2 สื่อใหญ่จัดอีเวนต์ 240 ล้าน &#039;ปปช.&#039; เชือด &#039;บิ๊กรัฐบาลยิ่งลักษณ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.63 - สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงาน ป.ป.ช. ถึงความคืบหน้ากรณีนี้ว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวพร้อมความเห็นจากคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ อย่างไรก็ดีไม่มีข้อมูลยืนยันว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกชี้มูลความผิดมีใครบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวอิศระ เผยว่า แหล่งข่าว ระบุด้วยว่า คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. รับรองรายงานการประชุมในการมีมติชี้มูลความผิดคดีนี้ จะมีการแถลงข่าวต่อสาธารณชน เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ เกี่ยวพันกับอดีตผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาล และประชาชนติดตามให้ความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อผู้ถูกกล่าวหามีทั้งสิ้น 17 ราย แบ่งเป็น กลุ่มนักการเมือง จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีต เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 9 ราย ที่เกี่ยวข้องการจัดทำราคากลางและจัดซื้อจัดจ้าง และกลุ่มเอกชน จำนวน 5 ราย จากบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อมวลชน แบ่งเป็นถูกกล่าวหาในนามนิติบุคคล 2 แห่ง ถูกกล่าวหาในนามผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท 2 ราย และผู้บริหารบริษัท 1 ราย โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 17 ราย ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อปลายเดือน มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงาน ป.ป.ช. ว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนชุดดังกล่าว ได้สรุปสำนวนคดีดังกล่าวแล้ว โดยเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาในกลุ่มการเมืองทั้ง 3 ราย มีมูลความผิดทางอาญา ส่วนกลุ่มข้าราชการ 9 ราย เห็นว่า มีมูลความผิดทางวินัย แต่ไม่มีมูลความผิดทางอาญา เนื่องจากดำเนินการตามที่ฝ่ายการเมืองสั่งการ ส่วนกลุ่มเอกชน 5 ราย แบ่งเป็นนิติบุคคล 2 แห่ง และผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัท 2 ราย เห็นว่า มีมูลความผิดทางอาญาฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนผู้บริหารอีก 1 ราย ไม่มีมูลความผิด เนื่องจากกระทำการตามที่ผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทสั่งการ (อ่านประกอบ : อนุฯ ป.ป.ช.สรุปคดี&amp;lsquo;ปู-นิวัฒน์ธำรง-สุรนันทน์&amp;rsquo;ฮั้ว 2 บิ๊กสื่อจัดอีเวนต์ 240 ล.-กก.ชุดใหญ่ชี้ขาด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวอิศรา รายงานด้วยว่า เกี่ยวกับกรณีการจัดงานจัดอีเวนต์พีอาร์โครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 วงเงิน 240 ล้านบาท บริษัทสื่อมวลชน 2 แห่ง ปรากฏรายชื่อเป็นผู้รับว่าจ้าง โดยรายแรก ได้รับงาน 140 ล้านบาท ,รายที่สอง ได้ 100 ล้านบาท ซึ่งในขั้นตอนการดำเนินงาน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ( สตง.) ได้ทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เพื่อขอให้ทบทวนการจ่ายเงินว่าจ้างจัดงานประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวให้กับบริษัทเอกชนทั้งสองราย ให้เหตุผลว่า กฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้าน ที่รัฐบาลนำมาใช้เป็นวัตถุประสงค์หลักในการจัดงานประชาสัมพันธ์ดังกล่าว อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่ปรากฏผลชัดเจนว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กระบวนการว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามารับงานนี้ ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น โดยเฉพาะการสืบราคางานจากบริษัทเอกชนเพียงรายเดียว แต่ สลน. โดยนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในหนังสือตอบ สตง. เป็นทางการว่า ไม่สามารถทบทวนได้ เนื่องจากเป็นงานที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ขณะที่บริษัทสื่อมวลชนได้ทำหนังสือถึง สตง. เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีนี้ ระบุว่าในการจัดงานที่ผ่านมาบริษัทได้ทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายไปทั้งสิ้นเป็นเงินกว่า 130 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างตามสัญญาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำจัดซื้อจัดจ้างมีการทำเอกสารย้อนหลังด้วยอ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลจากสำนักข่าวอิศรา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71700</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., รัฐบาลยิ่งลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb6c4bb51d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่หมด! &#039;หมอวรงค์&#039; เตรียมเป็นพยานคดียึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยง ปปง.ตามได้อีกก้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.62 - &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า คิดว่ายึดได้หมดแล้ว ผมเข้าใจว่าทางป.ป.ง.ติดตามยึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยง และเครือข่ายกรณีทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ไปหมดแล้ว ล่าสุดป.ป.ง.ยังตามได้อีกหนึ่งก้อน ผมจึงได้รับหมายศาลให้ไปขึ้นเบิกความเป็นพยาน ที่ศาลแพ่ง ในวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 9.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อยคดีจำนำข้าว น่าจะเป็นหนึ่งในอุทาหรณ์ของนักการเมืองที่ทุจริตเชิงนโยบาย และมีความพยายามที่ทำลายความน่าเชื่อถือของศาล การออกพรบ.นิรโทษแบบสุดซอย ใช้อำนาจเผด็จการรัฐสภา จึงทำให้ประเทศต้องติดปัญหามาถึงวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และวันนี้ปัญหายิ่งพัฒนามากขึ้น เมื่อนักการเมืองบางกลุ่ม เป็นผู้กระตุ้นและทำลายความมั่นคงของประเทศเสียเอง ถ้าอยากให้ประเทศสงบ ควรปรับแนวคิดตนเอง รับรองเลยว่า ทหารก็ทำอะไรไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48215</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีจำนำข้าว, คดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี, คดียึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยง, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, ป.ป.ง., รัฐบาลยิ่งลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3ab22f77eed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2019 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2019 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ลดาวัลลิ์&quot;ได้ทีโวรัฐบาลยิ่งลักษณ์คนมีเงินต่างจากยุคลุงตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 2562 นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลสำรวจวิจัยภาคสนามของซูเปอร์โพล ที่ระบุว่า ผู้นิยมฝ่ายค้าน 58.0% รู้สึกทุกข์มากที่สุด เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าของตัวเองและ 31.8 % ของผู้ที่นิยมพรรคฝ่ายรัฐบาล มีความรู้สึกทุกข์มากที่สุด สะท้อนถึงความเป็นจริง 3 ประการคือ 1.ประชาชนผิดหวังที่พรรคฝ่ายค้าน ซึ่งพวกเขาอยากให้มาเป็นรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆแต่ต้องกลับมาเป็นฝ่ายค้าน ในแง่ของอารมณ์ความรู้สึกจึงมีความทุกข์อย่างมาก 2.ผู้ที่สนับสนุนพรรคฝ่ายรัฐบาลก็มีความทุกข์เช่นเดียวกัน ซึ่งรู้สึกเงินในกระเป๋าของตัวเองพร่องไปมากแต่ก็ต้องทนกล้ำกลืน 3. ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ในยุค คสช.และรัฐบาลที่มีผู้นำชื่อพล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำให้ประชาชนยากจนโดยถ้วนหน้า เงินทองในกระเป๋าร่อยหรอและคลำหาไม่เจอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่พล.อ.ประยุทธ์พูดทุกวันบอกว่าจะคืนความสุขให้กับประชาชนนั้น แท้จริงแล้วความสุขของประชาชนที่เคยมีในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คลำกระเป๋าตัวเองทีไรก็มีเงินนำมาใช้จ่ายได้ แต่เมื่อพล.อ.ประยุทธ์เข้ามา กลับเอาความสุขของประชาชนไปโยนทิ้งน้ำอย่างไม่ใยดี อีกทั้งบอกว่าจะอยู่ไม่นานก็จะไป ที่ไหนได้อยู่มานานถึง 5 ปีแล้ว ตอนนี้อยากจะอยู่ให้ยาวออกไปอีก จึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่มีความทุกข์เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าตัวเองแล้วไม่มีให้ใช้จ่ายตามที่ซุปเปอร์โพลสำรวจออกมา ส่วนจะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องที่ไปคิดกันเอาเอง แต่ทางที่ดี ควรหยุดสร้างภาระให้ประชาชนยากจนและรู้สึกเป็นทุกข์เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋ามากไปกว่านี้อีกเลย&amp;quot; นางลดาวัลลิ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41524</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐบาลยิ่งลักษณ์, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0cc329e6633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>17กปปส.ร้องศาลวินิจฉัย ต้าน‘ระบอบทักษิณ’ไม่ผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;แก้วสรร&amp;quot; ยื่นศาลอาญาส่งศาล รธน.วินิจฉัยชี้ขาดคดี กปปส.ชุมนุมไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยกเหตุผล 9 ข้อ 46 หน้า ยันใช้ &amp;quot;สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ&amp;quot; ต่อต้านระบบเผด็จการพรรคการเมืองนายทุนที่แสวงหาอำนาจผิดครรลอง รธน. พยายามแก้ไข รธน.ตามอำเภอใจนิรโทษกรรมคดีคอร์รัปชัน ชี้ระบอบทักษิณมีอยู่จริง เป็นภัยต่อ ปชต. เหมือนงูเห่าที่เลื้อยเข้ามาในบ้านจนต้องปิดกรุงเทพฯ ต่อต้านขับไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 18 มิถุนายน ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดีชุมนุม กปปส. หมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อายุ 70 ปี อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกเป็นจำเลย กรณีร่วมกันชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อระหว่างวันที่ 23 พ.ย.2556-1 พ.ค. 2557 ซึ่งมีการพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งท้ายคำฟ้องอัยการโจทก์ยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของจำเลยด้วย มีกำหนด 5 ปี ขณะที่จำเลยได้ประกันตัวไปด้วยหลักทรัพย์คนละ 600,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยช่วงสืบพยานโจทก์ช่วงเช้า นายแก้วสรร อติโพธิ จำเลยที่ 21 ได้ยื่นคำร้องในนามจำเลย 17 คน ประกอบด้วย นายแก้วสรร, พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ, นายแซมดิน เลิศบุศย์, นายถนอม อ่อนเกตุพล, นายถวิล เปลี่ยนศรี, พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ, นายมั่นแม่น กะการดี, นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์, นายวิทยา แก้วภราดัย, พล.อ.อ.วัชระ ฤทธาคนี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายสาธิต เซกัลป์, นายคมสัน ทองศิริ, พ.ต.ท.สุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์, นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ศาลอาญาพิจารณาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2560 มาตรา 212 (ที่บัญญัติว่า หากมีคดีในศาลและมีความเห็นว่าบทบัญญัติที่นำมาใช้บังคับกับจำเลยนั้นไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว สามารถเข้าถึงอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ โดยศาลในคดีนั้นเห็นเอง หรือโดยคู่ความขอให้ศาลมีหนังสือยื่นคำร้องส่งมายังศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ เมื่อศาลวินิจฉัยเช่นใดก็จะมีผลผูกพันในทุกคดีความ)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใน 2 ประเด็น 1.ให้พิจารณาว่า &amp;quot;สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ&amp;quot; ตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550 มาตรา 69 รับรองไว้ว่า &amp;quot;บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใดๆ ที่เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้&amp;quot; ได้บังเกิดขึ้นแล้วแก่ปวงชนชาวไทยในปี 2556 และ 2557 ที่จะต่อต้านโดยสงบ ซึ่งกระบวนการทางการเมืองอันเป็นภัยต่อรัฐธรรมนูญที่นำโดยพรรคเพื่อไทย 2.ขอให้สั่งว่าการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการที่ไม่ยอมรับสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญของผู้ใช้สิทธิ์ตามข้อ 1 ในคดีต่อต้านระบอบทักษิณทั้งปวงจะกระทำไม่ได้ พนักงานอัยการต้องถอนฟ้องคดีใหม่ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจำเลยทั้ง 17 คนอ้างเหตุผล 9 ข้อ พร้อมเนื้อหาจำนวน 46 หน้า ให้ศาลอาญาพิจารณาเพื่อมีคำสั่ง ส่งเนื้อหาตามคำร้องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป ซึ่งเหตุผล 9 ข้อนั้น สรุปว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ โดยจะสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นในเดือน ก.ย.2562 และจะสืบพยานจำเลยเสร็จสิ้นในเดือน ธ.ค.2562 แต่จำเลยทั้ง 17 คนในฐานะผู้ร้องนี้ เห็นว่าคดีนี้จำเลยมีข้อต่อสู้สำคัญว่าการกระทำของตนตามฟ้องนั้นเป็นการต่อต้านขบวนการเผด็จการที่แสวงหาอำนาจโดยวิธีการที่ผิดครรลอง เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นจำเลยจึงมีสิทธิกระทำได้โดยชอบเพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามที่รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550 มาตรา 69 ได้บัญญัติรับรองสิทธิไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพฤติการณ์ที่อัยการฟ้องคดีทั้งหมดนี้ถูกเรียกรวมว่า คดี กปปส. ซึ่งที่เรียกเช่นนี้ไม่ใช่เพราะถูกบงการสั่งการโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จำเลยที่ 1 ที่เป็นผู้นำ กปปส. และพวกแต่อย่างใด แต่เป็นการประท้วงต่อต้านที่เกิดขึ้นโดยอิสระด้วยใจตรงกัน เพื่อต่อต้านเผด็จการขบวนการหนึ่งร่วมกันเท่านั้น ซึ่งหากศาลวินิจฉัยสภาพการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นว่าได้เกิดสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญแก่ปวงชนจริงแล้ว กรณีก็ย่อมจะมีผลทางกฎหมายรับฟังเป็นข้อต่อสู้ได้ในทุกกรณีทุกคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องอ้างถึงกำเนิดระบอบเผด็จการพรรคการเมืองนายทุนในไทยด้วยว่า เกิดขึ้นระหว่างปี 2543-2556 เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร และพวก ใช้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองด้วยความคิด ความเคลื่อนไหว และระบบที่ผิดเพี้ยนจากครรลองรัฐธรรมนูญ ระบบการปกครองที่เกิดขึ้นก็กลับกลายเป็นเผด็จการในเสื้อคลุมประชาธิปไตย จนเรียกขานว่าเป็นระบอบเผด็จการพรรคการเมืองนายทุน ซึ่งได้เกิดการแสวงอำนาจโดยผิดวิถีทางตามรัฐธรรมนูญอย่างเป็นขบวนการ และเติบโตจนเป็นภัยชัดเจนต่อรัฐธรรมนูญในปลายปี 2556 และในช่วงปลายสมัยของยุคนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ระบอบนี้ ได้พยายามใช้อำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างบิดผันถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกพยายามจะสร้างกระบวนการร่างใหม่ทั้งฉบับ เมื่อไม่สำเร็จก็หันมาแก้ไขเป็นรายมาตรา โดยมีสาระล้มหลักการพื้นฐานในมนุษย์หลายประการ เช่น เพิ่มอิสระรัฐบาลในการทำข้อตกลงสำคัญกับต่างประเทศ หรือให้วุฒิสภา (ส.ว.) มาจากการเลือกตั้งได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และผู้แทนก็สามารถลาออกจากพรรคการเมืองมาสมัคร ส.ว.เลยก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดแสดงถึงการแสวงอำนาจโดยผิดครรลองจนศาลรัฐธรรมนูญต้องยับยั้งให้ยุติ และเมื่อไม่อาจใช้อำนาจปรับแก้รัฐธรรมนูญตามอำเภอใจได้ ก็ตัดสินใจฝืนตรากฎหมายนิรโทษฯ ที่เป็นการนิรโทษกรรมคดีคอร์รัปชันให้แก่นายทักษิณ และคดีอาชญากรรมของแกนนำมวลชนไว้ด้วย ซึ่งแม้ฝ่ายค้านจะพยายามอภิปรายปรับแก้โต้แย้งว่าเป็นการล้มล้างกระบวนการยุติธรรมของชาติอย่างแรง ก็ถูกปิดด้วยเสียงข้างมากตลอดเวลา จนทำให้ประชาชนไม่พอใจเกิดกระแสต่อต้านครั้งใหญ่ โดยการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมคือจุดกำเริบสูงสุดของขบวนการนี้ ที่ทำร้ายหลักรัฐธรรมนูญจนย่อยยับ ปรากฏเห็นเป็นภัยใกล้ชิดชัดเจน ขณะที่สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 นั้น ได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่เดือน พ.ย.2556 และยังคงกล่าวอ้างถึงได้ในคดีปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคดีของจำเลย หรือคดีคัดค้านการเลือกตั้งของประชาชนอื่นๆ อีกหลายคดีนั้น เป็นการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2550 มาตรา 69 รับรองไว้ ซึ่งคำวินิจฉัยเรื่องกำเนิดสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญนี้ในระบอบกฎหมายจะต้องมีอยู่หนึ่งเดียว ยกขึ้นอ้างได้ในคดีอาญา และไม่อาจจะปล่อยให้ศาลยุติธรรมแต่ละคดีวินิจฉัยแตกต่างกันไปตามพยานหลักฐานในสำนวนที่ต่างกันและตามความเห็นที่ต่างกันได้ ดังนั้นทางที่จะทำให้เกิดเป็นเอกภาพได้ ก็ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชี้ขาดให้ยุติเป็นหนึ่งเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสิทธินี้ได้บังเกิดขึ้นแล้วในขณะใด คำวินิจฉัยนี้ก็จะส่งผลบังคับผูกพันไปยังศาลที่เกี่ยวข้องจนเกิดเป็นการให้จำเลยทุกคดีสามารถอ้างสิทธิได้ในคดีของตนต่อไป หรือหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสิทธินี้ไม่ได้บังเกิดขึ้น คดีในศาลยุติธรรมทุกคดีก็จะไม่มีปัญหานี้ให้ต้องวินิจฉัยอีกต่อไปเช่นกัน จึงขอให้ศาลอาญาได้พิจารณาส่งคำร้องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลอาญารับคำร้องไว้พิจารณาว่า มีเหตุที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแก้วสรรอธิบายเพิ่มเติมว่า คำร้องได้ระบุถึงพัฒนาการและตัวตนเผด็จการของระบอบนี้ ด้วยข้อวิเคราะห์ทางสังคมวิทยาการเมืองก่อนว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้กลายเป็นฮิตเลอร์เมืองไทยที่ลอยออกมาจากหีบเลือกตั้งได้อย่างไร จากนั้นจึงชี้ถึงการแสวงหาอำนาจโดยผิดครรลองรัฐธรรมนูญจนเกิดคดีความต่างๆ เช่นไรบ้าง ท้ายสุดจึงวิเคราะห์ยืนยันอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าประเด็นวินิจฉัยว่าระบอบทักษิณมีจริงหรือไม่ เป็นภัยใกล้ชิดชัดเจนต่อประชาธิปไตย เหมือนงูเห่าที่เลื้อยเข้ามาในบ้านจนต้องปิดกรุงเทพฯ ต่อต้านขับไล่นี้จะฟังได้เพียงใดนั้น นับเป็นข้อต่อสู้สำคัญที่สุดของจำเลย และมีแต่ศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่จะวินิจฉัยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำร้องนี้สำคัญต่อการเมืองไทยในอนาคตว่า กฎหมายไทยจะยอมรับให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยจนมีสิทธิต่อต้านผู้แทนที่ทรยศใช้สิทธิผิดครรลองได้จริงหรือไม่ หรือจะให้ก้มหน้าเลือกตั้งไปวันๆ แล้วให้กองทัพเข้ามาแทรกแซงเป็นระยะๆ ต่อไปอีกเช่นปัจจุบัน&amp;quot; นายแก้วสรรกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38884</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ต่อต้านระบบเผด็จการพรรคการเมือง, รัฐบาลยิ่งลักษณ์, สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08f306d2fc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ยันตีตกคดี​&#039;ครม.ปู&#039;ออกพรก.กู้เงินบริหารจัดการน้ำ แต่ยังไม่จบ!ตั้งอนุฯสอบปมกู้เงินหลังพ้นระยะเวลากำหนด-ออกแบบก่อสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.62 - &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.) แถลงถึงกรณีคณะกรรมการ​ ป.ป.ช.มีมติตีตกข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีกับพวก กรณีลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทโดยมิชอบ ว่า​ ยอมรับว่าเป็นคววามจริง เรื่องกล่าวหาดังกล่าวเป็นกรณีกล่าวหา​ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา ร่วมกันลงมติและเห็นชอบในการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 169&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 50/2559 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 &amp;nbsp;ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยอาศัยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ 5-7/2555 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าการตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 เป็นกรณีเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรคหนึ่ง และการตราพระราชกำหนดดังกล่าว เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นว่า การตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่ปรากฏว่า​ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คณะรัฐมนตรี กับพวก ได้ร่วมกันตราและเห็นชอบพระราชกำหนดดังกล่าวโดยไม่สุจริต หรือใช้ดุลพินิจบิดเบือนหลักการของรัฐธรรมนูญ เรื่องกล่าวหาดังกล่าวไม่ปรากฏข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์​ คณะรัฐมนตรี กับพวกผู้ถูกกล่าวหา &amp;nbsp;ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวด้วยว่าส่วนประเด็นเรื่องกล่าวหาการกู้เงินเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ประเด็น​ การดำเนินโครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 57 วรรคสอง มาตรา 67 วรรคสอง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 103/7 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และประเด็นการกำหนดรายละเอียดขอบเขตของงาน (TOR) ในโครงการดังกล่าว มีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนบางรายคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริงปัจจุบันอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33981</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ป.ป.ช., ปปช., ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ระบบบริหารจัดการน้ำ, รัฐบาลยิ่งลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190413/image_big_5cb1b1876ce8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องถูกโกงเพราะรู้ &#039;แพ้แล้ว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลุ่งพล่านกันเหลือเกินว่า &amp;quot;ขั้วไหน&amp;quot; จะได้เป็นรัฐบาล และ &amp;quot;ใคร&amp;quot; จะได้เป็นนายกฯ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ เรามาขยี้ให้สิ้นประเด็นสงสัยกันไปซักที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูการเมือง ก็เหมือนดูกีฬา สิ่งแรกต้องรู้คือ &amp;quot;กฎ-กติกา&amp;quot; ถ้าไม่รู้ เชียร์สะเปะ-สะปะ นอกจากทุเรศแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังเป็น &amp;quot;ตัวถ่วง&amp;quot; อีกตะหาก!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจ การเลือกตั้ง ๒๔ มีนา ถึง ณ ขณะนี้ กกต.ประกาศผล &amp;quot;ส.ส.แบ่งเขต&amp;quot; ออกมาเพียง ๙๕%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ละพรรค ได้ ส.ส.เขตกันคนละเท่าไหร่ &amp;quot;คะแนนรวม&amp;quot; ที่เรียกป๊อปปูลาร์โหวต ได้กันพรรคละเท่าไหร่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อย่างที่ประกาศ &amp;quot;ไม่เป็นทางการ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทยได้ ส.ส.เขต ๑๓๗ ป๊อปปูลาร์โหวต ๗.๔ ล้าน พลังประชารัฐได้ ส.ส.เขต ๙๖ ป๊อปปูลาร์โหวต ๗.๙ ล้าน ประมาณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกเป็นตัวอย่างคร่าวๆ ประกอบการทำความเข้าใจ เพื่อตาม &amp;quot;เกมชิงเมือง&amp;quot; ครั้งนี้ ให้ทัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นแรกที่ต้องเข้าใจ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขทั้งหมดที่ กกต.แถลง &amp;quot;ยังไม่เป็นทางการ&amp;quot; รวมทั้งจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น อย่าเพิ่ง &amp;quot;ทึกทัก&amp;quot; ตามประกาศเวลานี้เป็นตายตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่สอง.......&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขทั้งหมดที่ออกมา เพียง ๙๕%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ ยังเหลืออีก ๕% ที่ต้องรอ กกต.แถลงผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕% จากจำนวน ๓๕ ล้านคนที่ออกมาใช้สิทธิ์เมื่อ ๒๔ มีนา คำนวณแล้วตกประมาณอีก ๑.๗ ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.๗ ล้าน คือ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขที่จะเป็น &amp;quot;ตัวเพิ่ม-ตัวลด&amp;quot; ในจำนวน ส.ส.เขตและ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ รวมถึงคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตทุกพรรคที่ลงแข่งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ทุกคนต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนถึง ๙ พฤษภา......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าเพิ่งทึกทักทุกตัวเลข &amp;quot;ที่เห็น&amp;quot; ว่าเป็นเลข &amp;quot;ที่ใช่&amp;quot; ยังมีอีกตั้ง ๑.๗ ล้านคะแนน เป็นตัวแปร-ปัจจัยเปลี่ยน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่นับรวม กรณีใบเหลือง-ใบแดง และการเลือกตั้งใหม่บางเขต &amp;quot;อันอาจมี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกว่า ๙ พฤษภา กกต.ประกาศผลเลือกตั้ง &amp;quot;เป็นทางการ&amp;quot; แล้วนั่นแหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกรายชื่อ ทุกตัวเลข จึงจะเป็น &amp;quot;ของจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยึดเป็น &amp;quot;ฐานคำนวณ&amp;quot; ได้ครบ ๑๐๐%!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นตอนนี้ เข้าใจกันหรือยังครับ เมื่อเข้าใจแล้ว เห็นพรรคไหน-ขั้วไหน อ้างสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ให้เขาตั้งกันไป บนฐาน &amp;quot;ตัวเลขสมมุติ&amp;quot; ๙๕%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ให้เข้าใจว่า อีก ๕% ผลออกมาเมื่อไหร่ ไอ้ประเภท ถ้าข้าได้เป็นธรรม แต่ถ้าข้าเสีย ก็โวยว่าถูกโกง แบบนั้น อย่าให้มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามี ต้องช่วยกันด่า.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แก่แล้วอย่าดอกตามไอ้สันดานแดนไกล&amp;quot; ที่มันเที่ยวเห่าให้สื่อรับใช้แปลงออกมาเป็นข่าวตอนนี้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เห็นทั้งเพื่อไทยและทั้งพลังประชารัฐ ต่างจัดตั้งรัฐบาลนั้น ไม่ต้องสับสน-วุ่นวายไปกับเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อยู่ในเกณฑ์ &amp;quot;มีสิทธิ์&amp;quot; ด้วยกันทั้งคู่ คือ &amp;quot;จับขั้ว&amp;quot; แล้ว ทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่มีฝ่ายไหนได้เสียง &amp;quot;เกินครึ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทยรวมพวกแล้ว ก็ ๒๔๐ กว่า พลังประชารัฐ ก็ ๒๔๐ กว่า จะถูก-จะแพงกว่ากัน ก็แค่ ๓-๔ &amp;nbsp;เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่า ชอบธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย ส่วนใครจะชนะ ก็ขึ้นอยู่กับชั้นเชิง ลีลา ว่าฝ่ายไหนจะจีบพรรคพวกมารวมได้มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไม่ต้องกลัว เมื่อเสียงยันกัน จะตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะคนร่างรัฐธรรมนูญเขามีประสบการณ์ &amp;quot;ปิดจุดตาย-เปิดทางเกิด&amp;quot; ไว้ให้เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะว่าไป เหมือนตอน &amp;quot;ต้มยำกุ้ง&amp;quot; ปี ๒๕๔๐ เราเจ๊งทางระบบเศรษฐกิจการเงิน-การคลัง แทบถูก &amp;quot;ทุนอเมริกัน&amp;quot; ยึดประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เรามีบทเรียนแล้ว ก็ออกกฎหมาย &amp;quot;อุดช่องโหว่&amp;quot; เป็นอานิสงส์ถึงวันนี้ ที่ทั่วโลกพบวิกฤติเศรษฐกิจการเงิน-การคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไทยเรา &amp;quot;เสถียรประเทศ&amp;quot; แข็งแกร่ง-มั่นคงทางเศรษฐกิจการเงิน-การคลัง &amp;quot;มาตรฐานโลก&amp;quot; อันดับต้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำนองเดียวกัน ด้วยปัญหารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตัวนายกฯ สิ้นสภาพ เกิดสุญญากาศทางการบริหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นปัญหาใหม่ ที่รัฐธรรมนูญตอนนั้น &amp;quot;ผ่าทางตัน&amp;quot; ระบอบทักษิณที่สร้างประชาธิปไตย &amp;quot;รัฐสภาเบ็ดเสร็จ&amp;quot; กินเมืองไม่ได้ จนคณะ คสช.ต้องเข้ามาควบคุมอำนาจปกครองประเทศ เมื่อพฤษภา ๕๗&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำนองเดียวกันนั่นแหละ......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญ ๖๐ ที่ใช้ตอนนี้ ผู้ร่างจึงใช้ประสบการณ์นั้น เขียนเป็นกฎหมาย &amp;quot;ปิดจุดตาย&amp;quot; ไว้เรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรัฐธรรมนูญก่อนๆ ตัวนายกฯ กับ ครม.มาพร้อมกัน แต่ตามรัฐธรรมนูญนี้ ระบุเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดสภา (ราวๆ ปลายพฤษภา) ให้ ส.ส. ๕๐๐ กับ ส.ว. ๒๕๐ รวม ๗๕๐ คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชุมร่วม โหวตเลือกตัวนายกฯ ก่อนเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้ จะเห็นว่า ที่แย่งกันตั้งรัฐบาลตอนนี้ ไม่เด็ดสะระตี่เท่า พรรคไหน-ฝ่ายไหน...........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเสนอ &amp;quot;แคนดิเดตนายกฯ&amp;quot; คนไหนในฝ่ายตน ให้ ๗๕๐ ส.ส.-ส.ว.เป็นคนเลือก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ คือ คนไหนได้เสียงเกินครึ่งของทั้งสองสภา คือ ได้มากกว่า ๓๗๖ เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนนั้น ได้เป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วนายกฯ เมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ แล้ว ก็จะไปฟอร์ม ครม. &amp;quot;ตั้งรัฐบาล&amp;quot; ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ รัฐธรรมนูญ &amp;quot;ผ่าทางตัน&amp;quot; เลือกตั้งแล้ว &amp;quot;เสียงยันกัน&amp;quot; ก็มีทางออกให้เแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก มี ส.ส.เกิน ๒๕๑ เสียงขึ้นไป หรือเป็นเสียงข้างน้อย ต่ำกว่า ๒๕๐ เสียงก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไงๆ ประเทศก็มีรัฐบาลและ &amp;quot;หัวหน้ารัฐบาล&amp;quot; ตามวิถีทางประชาธิปไตย ประเทศไม่เกิด &amp;quot;สุญญากาศ&amp;quot; ทางบริหารไว้ก่อน เป็นใช้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อประเทศเข้าคลองประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว ถ้าเสียงข้างมาก ก็ลอยฟ่องล่องทะเลไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าเป็นรัฐบาล &amp;quot;เสียงข้างน้อย&amp;quot; ตามที่วิพากษ์-วิจารณ์กันตอนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ พอเปิดสภา ฝ่ายค้านถล่ม พอยกมือก็ &amp;quot;ล่มปากอ่าว&amp;quot; แล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ดีนะซี....!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมมุติ &amp;quot;พลังประชารัฐ&amp;quot; เป็น &amp;quot;รัฐบาลเสียงข้างน้อย&amp;quot; มีพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามเกมการเมือง เมื่อเป็นรัฐบาล ขั้นต้น ก็ต้องมีฝีมือในทางจับ &amp;quot;งูเห่า&amp;quot; มาเสริมให้เป็นเสียงข้างมากให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝีมือจับงู.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องยกให้ &amp;quot;สุริยะ-สมศักดิ์-อนุชา&amp;quot; เขา เพราะเป็น &amp;quot;หมองู&amp;quot; มือฉกาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรืออีกทาง ไม่ชอบเล่นกับงู ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายโค่นจะเป็นไรไป ก็พร้อม &amp;quot;ยุบสภา&amp;quot; ให้ประชาชนตัดสินกันใหม่อยู่แล้วนี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไงๆ &amp;quot;รัฐบาลรักษาการ-นายกฯ รักษาการ&amp;quot; ก็ยังอยู่ในมือ!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นมั้ย เล่นไม่ยาก ประชาธิปไตยมันมีทางไปตามวิถี-ตามระบบอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ชี้ให้เห็น คือ ใครอยากตั้งรัฐบาล ให้ตั้งไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอไปลุ้นตอนเปิดประชุมรัฐสภาเลือกตัวนายกฯ ตอนนั้นมันกว่าเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องกลัวว่าเลือกไม่ได้ หรือเลือกเอาคนเฮงซวยเป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่มี ๒๕๐ ส.ว.ก็เพื่อ &amp;quot;ทะลวงทางตัน&amp;quot; และป้องกัน &amp;quot;เลือกคนเฮงซวย&amp;quot; นั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณี มี ส.ส.ยันกัน คือแต่ละฝ่าย เสียงก้ำกึ่งอย่างเป็นตอนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒๕๐ ส.ว.จะโหวตให้ฝ่ายไหนเป็นนายกฯ ด้วยเสียงสองสภารวมแล้วกว่า ๓๗๖&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่า &amp;quot;ไม่น่าเกลียด&amp;quot; เพราะเสียงก้ำกึ่ง จะออกหัว-ออกก้อย ได้ทั้งนั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใคร &amp;quot;กระแนะ-กระแหน&amp;quot; ว่าพวกกัน ยันหงายท้องได้เลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หายข้องใจกันหรือยังล่ะ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องเครียด ยังมีคะแนนอีกร่วม ๒ ล้านให้ลุ้น ไม่ต้องเครียดเรื่องตั้งรัฐบาล ให้คะแนน &amp;quot;คี่-คู่&amp;quot; ไปอย่างนี้ดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงตอนโหวตนายกฯ นั่นละ &amp;quot;ทีเด็ด&amp;quot; ประชาธิปไตย จะได้เห็นคนตั้งโต๊ะแหลกันเพลินๆ อีก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิษมันต้องล้างด้วยพิษ การเมืองประชาธิปไตยมันต้องไฉไลด้วยเล่ห์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นคนต้องเป็นอย่างกระจ่า-ทัพพี อย่าเป็นอย่างสากกะเบือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ตอนนี้ ก็ดูเขาเถือกันไป เพราะมันรู้ตัวว่าพ่ายให้แก่ฝ่ายพลังประชารัฐแล้วนั่นแหละ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งลูกพี่-ลูกน้อง ถึงโวยว่า &amp;quot;ถูกโกง&amp;quot; ตามสันดาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32337</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลังประชารัฐ, รัฐบาลยิ่งลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
