<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นห่วงแทน สหรัฐชี้กัมพูชาไม่โปร่งใสให้จีนก่อสร้างที่ฐานทัพเรือเรียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐกล่าวหากัมพูชาว่าขาดความโปร่งใสกรณีการดำเนินการก่อสร้างของจีนที่ฐานทัพเรือขนาดใหญ่ที่สุดของกัมพูชา พร้อมเรียกร้องรัฐบาลกัมพูชาเปิดเผยต่อประชาชนชาวกัมพูชาว่าจีนเข้ามีเกี่ยวข้องทางทหารมากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า เมื่อวันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564 ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (ซีซิส) เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่พวกเขากล่าวว่า เผยให้เห็นการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ 3 หลัง และการเริ่มตัดถนนสายใหม่ภายในฐานทัพเรือเรียมที่จังหวัดพระสีหนุของกัมพูชา ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน แชด โรเดอไมเออร์ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกัมพูชา กล่าวในแถลงการณ์ว่า การแสดงตนทางทหารของต่างชาติที่ฐานทัพเรียมจะถือเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญของกัมพูชาและบั่นทอนความมั่นคงของภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลกัมพูชาไม่มีความโปร่งใสอย่างเต็มที่เกี่ยวกับเจตนา, ลักษณะ และขอบเขตของโครงการนี้ หรือบทบาทของกองทัพพีอาร์ซี ซึ่งก่อความวิตกกังวลเกี่ยวกับจุดประสงค์ในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของฐานทัพเรือแห่งนี้&amp;quot; เขากล่าวพาดพิงถึงกองทัพจีน &amp;quot;ชาวกัมพูชาสมควรได้รับรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการที่เรียม และควรมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อตกลงทางทหารประเภทนี้ ซึ่งส่งผลในระยะยาวต่อประเทศของพวกเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เกิดความบาดหมางในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับกัมพูชา สืบเนื่องจากสหรัฐกล่าวหาพรรครัฐบาลของนายกฯ ฮุน เซน ว่าปราบปรามฝ่ายค้าน และความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ 1 ปีก่อน กัมพูชาเผยว่าได้รื้อถอนสิ่งอำนวยความสะดวกที่สร้างด้วยทุนของสหรัฐภายในฐานทัพเรือแห่งนี้ เพื่อเปิดให้มีการขยายต่อเติม ขณะที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า กัมพูชาปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐเมื่อ 1 ปีก่อนหน้านั้นที่จะบูรณะซ่อมแซมฐานทัพเรือแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฮุน เซน ยืนกรานปฏิเสธรายงานที่บอกว่ากัมพูชามีแผนจะอนุญาตให้จีนวางกำลังทางทหารที่ฐานทัพแห่งนี้ หากเป็นเช่นนั้นจะถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญสำหรับจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สหรัฐอวดธงมานานหลายสิบปี ผ่านการตั้งฐานทัพในอดีต หรือการฝึกทหารร่วมกับหลายประเทศ เช่นไทยและฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาย สีพัน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ยืนยันอีกครั้งว่า การก่อสร้างของจีนที่ฐานทัพเรียมเป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือด้านการพัฒนา จีนไม่ได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการใช้งานทางทหารของจีนเอง และกัมพูชาจะเปิดกว้างสำหรับทุกประเทศที่ต้องการใช้งานเมื่อการบูรณะก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119683</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, จีน, ฐานทัพเรือเรียม, รัฐบาลสหรัฐ, ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166f7c78d8cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลทรัมป์ขึ้นบัญชีดำคิวบา&#039;สนับสนุนก่อการร้าย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับคิวบาขึ้นบัญชีดำรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง ทิ้งทวนก่อนพ้นตำแหน่งและทิ้งภาระด้านนโยบายต่างประเทศไว้ให้รัฐบาลใหม่ของโจ ไบเดน ตามแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ประกาศที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจขึ้นบัญชีคิวบาเป็นรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง เนื่องจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์แห่งนี้มีความสัมพันธ์กับกบฏโคลอมเบีย, เป็นพันธมิตรกับผู้นำฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลา และให้ที่หลบซ่อนแก่นักโทษหนีคดีจากสหรัฐหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยพฤติการณ์นี้ เราจะให้คิวบารับผิดชอบอีกครั้ง และส่งข้อความที่ชัดเจนว่า ระบอบคาสโตรต้องยุติการสนับสนุนการก่อการร้ายระหว่างประเทศ และการโค่นล้มกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐ&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำแถลงของปอมเปโอที่กล่าวถึงอดีตผู้นำคิวบาสองพี่น้อง ฟิเดล และราอูล คาสโตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขึ้นบัญชีดำคิวบาครั้งนี้จะส่งผลอย่างรุนแรงต่อการลงทุนของชาวต่างชาติในคิวบา และจะเพิกถอนได้ก็ต่อเมื่อผ่านการทบทวนอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลชุดใหม่ของโจ ไบเดน ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าจะเหลือเวลาทำงานอีกไม่กี่วันก่อนที่ไบเดนจะสาบานตนรับตำแหน่งวันที่ 20 มกราคมนี้ แต่ปอมเปโอประกาศนโยบายสำคัญทิ้งทวนแล้วหลายเรื่อง เมื่อวันเสาร์เขาเพิ่งขึ้นบัญชีกบฏฮูตีในเยเมนเป็นกลุ่มก่อการร้าย โดยไม่นำพาคำเตือนจากองค์กรบรรเทาทุกข์ว่าจะส่งผลถึงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวเยเมน และก่อนหน้านั้นเขายังประกาศผ่อนคลายข้อจำกัดในการติดต่อเกี่ยวพันระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับไต้หวัน ซึ่งทำให้รัฐบาลจีนไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งไบเดนเป็นรองประธานาธิบดี เคยลบชื่อคิวบาออกจากบัญชีรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายเมื่อปี 2558 ก่อนหน้าที่สหรัฐจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขั้นปกติกับคิวบา โดยโอบามาชี้ว่า ความพยายามโดดเดี่ยวคิวบายาวนานครึ่งศตวรรษนั้นไม่ได้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี เขาได้ยกเลิกนโยบายด้านคิวบาของโอบามาหลายอย่างด้วยกัน และยังออกมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา ซึ่งทำให้เขาได้รับเสียงสนับสนุนจากชุมชนคนเข้าเมืองในรัฐฟลอริดา ที่เป็นรัฐสำคัญในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเคยบอกไว้ว่า เขาต้องการรื้อฟื้นนโยบายเกี่ยวกับการเกี่ยวพันกับคิวบาบางด้านที่เคยเริ่มไว้ในยุคของโอบามา แต่โดนทรัมป์ยับยั้ง ซึ่งรวมถึงการอนุญาตให้ชาวอเมริกัน-คิวบาได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวและส่งเงินกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไม่นับรวมคิวบา มีเพียง 3 ประเทศที่สหรัฐขึ้นบัญชีดำรัฐสนับสนุนก่อการร้ายในขณะนี้ ได้แก่ อิหร่าน, เกาหลีเหนือ และซีเรีย หลังจากปีที่แล้วทรัมป์ลบชื่อซูดานออกจากบัญชีนี้ โดยอ้างเหตุผลที่ซูดานเปลี่ยนถ่ายสู่ระบอบประชาธิปไตย, ยอมชดใช้เหตุการณ์โจมตีในอดีต และตกลงยอมรับรัฐอิสราเอล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89631</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิวบา, บัญชีดำ, รัฐบาลสหรัฐ, รัฐสนับสนุนการก่อการร้าย, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13178e065a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลสหรัฐเชื่อ อิหร่านฆ่าม็อบเกิน 1,000 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐเชื่อว่าทางการอิหร่านสังหารผู้ประท้วงมากกว่า 1,000 คน ระหว่างปราบปรามการชุมนุมที่เริ่มตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว ขณะกระทรวงกลาโหมยอมรับว่ากองทัพกำลังพิจารณาจะส่งทหารไปเสริมกำลังในภูมิภาคนั้นเพิ่มราว 5,000-7,000 นาย ไม่ถึง 14,000 นายตามที่สื่อรายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ร้านค้าโดนผู้ประท้วงวางเพลิงระหว่างการต่อต้านการขึ้นราคาน้ำมันในเมืองชาร์เรียร์ของอิหร่าน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม อ้างคำกล่าวของไบรอัน ฮุก ผู้แทนพิเศษของสหรัฐประจำอิหร่าน ว่ารัฐบาลอิหร่านอาจสังหารพลเมืองอิหร่านไปแล้วมากกว่า 1,000 คนนับแต่เริ่มมีการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน แต่เขายอมรับว่าการตรวจสอบข้อมูลในอิหร่านเป็นเรื่องยาก อิหร่านควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด แต่สหรัฐมั่นใจว่ามีผู้ประท้วงถูกฆ่าหลายร้อยคนแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า มีชาวอิหร่านหลายพันคนได้รับบาดเจ็บจากการปราบปราม และมีผู้ประท้วงอย่างน้อย 7,000 คนถูกควบคุมตัว ในวิกฤติการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดของอิหร่านในรอบ 40 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งให้การต้อนรับนักการทูตขององค์การสหประชาชาติที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวถึงการปราบปรามของอิหร่านว่า &amp;quot;โหดร้าย&amp;quot; และเป็น &amp;quot;สถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว&amp;quot; ทรัมป์ประกาศกร้าวว่าภัยคุกคามของอิหร่านที่มีต่อผลประโยชน์ของสหรัฐจะเผชิญการตอบโต้ &amp;quot;อย่างรุนแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ สำนักงานข้าหลวงสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นที่นครเจนีวา แถลงว่า มีรายงานว่าผู้ประท้วงถูกจับกุมไม่ต่ำกว่า 7,000 คน และเรียกร้องให้อิหร่านปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังตามอำเภอใจทันที สำนักงานแห่งนี้ยังได้รับวิดีโอที่ผ่านการตรวจพิสูจน์แล้ว เผยให้เห็นทหารยิงผู้ประท้วง ที่เหมือนเป็นการฆ่าโดยเจตนา ข้อมูลที่ได้บ่งชี้ว่ามีผู้คนถูกฆ่าอย่างน้อย 208 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตรงกับขององค์กรแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขของรัฐบาลสหรัฐนั้นใกล้เคียงกับจำนวน 1,029 ศพ ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธโดยกลุ่มมูจาฮีดินอีคาลิก อดีตกลุ่มฝ่ายค้านติดอาวุธที่ต่อต้านระบอบอิหร่านอย่างดุดันและกำลังสานสัมพันธ์กับรัฐบาลของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุกกล่าวว่า สหรัฐอ้างอิงยอดผู้เสียชีวิตส่วนหนึ่งจากภาพถ่ายและวิดีโอที่ผู้คน 32,000 คนส่งมาให้สหรัฐ ตามคำเชื้อชวนของไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เพื่อท้าทายมาตรการจำกัดอินเทอร์เน็ตของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอหลายชิ้นจากเมืองมาห์ชาห์ร ถิ่นของชาวอาหรับที่เป็นชนส่วนน้อยในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน แสดงให้เห็นกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านใช้รถกระบะติดปืนกลไล่ต้อนผู้ประท้วงลงหนองบึงแล้วกราดยิง ฮุกกล่าวว่า ที่นี่ที่เดียวน่าจะมีคนตายมากถึง 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอิหร่านปฏิเสธข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตมากมายว่าเป็น &amp;quot;เรื่องโกหกทั้งเพ&amp;quot; โดยยืนยันว่ามีผู้ประท้วงตายแค่ 5 ราย มีเจ้าหน้าที่โดนผู้ก่อจลาจลฆ่าตาย 4 นาย และมีพลเรือนตายด้วย 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งสัญญาณโอนอ่อนและแสดงความเห็นใจต่อประชาชนโดยระบุว่า ผู้ที่ถูกฆ่าตายในเหตุการณ์รุนแรงจะได้รับการพิจารณาว่าเป็น &amp;quot;วีรชนพลีชีพ&amp;quot; ตราบใดที่ผู้นั้นไม่ได้ปลุกระดมความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุกเรียกร้องให้โดดเดี่ยวอิหร่านทางการทูตมากขึ้นเพื่อตอบโต้การปราบปราม ขณะที่อีกด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐบอกว่าสหรัฐไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะเสริมทหารในภูมิภาคนั้น โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่า มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหม กำลังพิจารณาแผนส่งทหารไปตะวันออกกกลางเพิ่มอีก ระหว่าง 5,000-7,000 นาย แต่ไม่ใช่ 14,000 นายตามที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานก่อนหน้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51941</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าผู้ประท้วง, ตะวันออกกลาง, รัฐบาลสหรัฐ, อิหร่าน, เสริมกำลังทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea5b204a0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
