<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาเซียน-ตะวันตกปรามรัฐบาลเงาเมียนมาประกาศสงคราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาติอาเซียนและตะวันตกขวางรัฐบาลเงาเมียนมาประกาศ &amp;quot;สงครามป้องกันประชาชน&amp;quot; กับรัฐบาลทหาร เรียกร้องทุกฝ่ายละเว้นใช้ความรุนแรง โฆษกรัฐบาลเมียนมาตอกฝ่ายต่อต้านเรียกร้องความสนใจก่อนประชุมสมัชชายูเอ็นสัปดาห์หน้า แต่ชาวบ้านร่วมเล่นด้วย โจมตีเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ 11 ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) อ้างตนเป็นรัฐบาลชอบด้วยกฎหมายของเมียนมา ประกาศ &amp;quot;สงครามป้องกันประชาชน&amp;quot; เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเรียกร้อง &amp;quot;พลเมืองทุกคนในเมียนมาปฏิวัติต่อต้านพวกผู้ก่อการร้ายทหารที่นำโดยมิน อ่อง หล่าย&amp;quot; รวมถึงขอให้ทหารและเจ้าหน้าที่แปรพักตร์มาร่วมกับฝ่ายตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม รัฐบาลเงาชุดนี้เคยประกาศจัดตั้ง &amp;quot;กองกำลังป้องกันประชาชน&amp;quot; เพื่อต่อสู้กับทหารของกองทัพเมียนมาที่กรำศึกและมีอาวุธพร้อม แต่ถึงบัดนี้พวกเขายังไม่ส่งผลกระทบสำคัญอันใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 8 กันยายน กล่าวว่า มีชาวบ้านบางส่วนตอบรับคำประกาศของเอ็นยูจีและทำลายเสาโทรศัพท์ 11 ต้นของบริษัท มายเทล ที่กองทัพเป็นเจ้าของและเป็น 1 ใน 4 เครือข่ายโทรศัพท์หลัก 4 แห่งของเมียนมา การก่อเหตุครั้งนี้เกิดที่เมืองบูดาลินในเขตสะกายทางภาคกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจตนาของพวกเราคือทำลายธุรกิจของกองทัพ ธุรกิจของพวกเขาสนับสนุนให้พวกเขายังครองอำนาจอยู่ได้ พวกเราจึงทำลายมัน&amp;quot; ชาวบ้านคนหนึ่งที่่ร่วมในปฏิบัติการเมื่อวันอังคารเผยกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเป็นภาพการวางระเบิดฐานของเสาโทรศัพท์ต้นหนึ่ง ก่อนที่เสาต้นนี้จะล้มลง แหล่งข่าวในพื้นที่บอกอีกว่า มีเสาอีก 2 ต้นโดนทำลายในพื้นที่อื่นของรัฐนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเมียนมาซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สภาบริหารแห่งรัฐ (เอสเอซี) กล่าวโจมตีเอ็นยูจีและพวกที่ร่วมมือด้วยว่าเป็น &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; ที่กำลังพยายามทำลายประเทศ ซอ มิน ตุน โฆษกเอสเอซีกล่าวถึงคำประกาศล่าสุดของเอ็นยูจีว่า เป็นความพยายามเรียกร้องความสนใจ ก่อนหน้าการประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติในนครนิวยอร์กสัปดาห์หน้า ซึ่งจะพิจารณาว่าผู้แทนของรัฐบาลทหารหรือรัฐบาลเงาควรเป็นตัวแทนของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มก่อการร้ายตระหนักว่าพวกเขาใกล้ล้มเหลว นั่นคือเหตุผลให้ต้องพยายามเรียกร้องความสนใจจากนานาชาติ&amp;quot; โฆษกผู้นี้กล่าวในแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมาจากอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป ว่าคำประกาศของเอ็นยูจีได้รับการสนับสนุนอย่างแรงกล้าจากโซเชียลมีเดียเมียนมา แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่ากองกำลังฝ่ายต่อต้านมีขีดความสามารถขยายการต่อสู้กับกองทัพที่มีอาวุธพร้อมหรือไม่ และคำประกาศ &amp;quot;สงคราม&amp;quot; ของเอ็นยูจีอาจส่งผลสะท้อนกลับด้วยการเพิ่มความยากที่บางประเทศจะให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียแถลงว่า ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเมียนมาเป็นอันดับแรก และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจะส่งเข้าไปได้ต่อเมื่อสถานการณ์มีความมั่นคงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซฟุดดิน อับดัลลาห์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า อาเซียนผิดหวังกับมติ 5 ข้อที่ไม่สามารถดำเนินการได้โดยเร็ว แต่การเรียกร้องให้ประชาชนปฏิวัติจะทำให้ต้องกลับมานั่งวางแผนกันใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐทราบเรื่องคำประกาศสงครามนี้ แต่สหรัฐไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรงเป็นทางออกของวิกฤติ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรักษาสันติเพื่อให้สามารถจัดส่งความช่วยเหลือและยาเข้าไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พีต วาวล์ส ทูตอังกฤษประจำเมียนมา โพสต์เฟซบุ๊กว่า อังกฤษประณามการรัฐประหารและความโหดร้ายของระบอบทหาร และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายสานเสวนากัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116069</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศสงคราม, รัฐบาลทหารเมียนมา, รัฐบาลเงาเมียนมา, รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ, สงครามป้องกันประชาชน, เอ็นยูจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611fad8a4bdba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเงาเมียนมาเริ่มจัดรายการวิทยุกองโจร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หาช่องทางสื่อสารกับแนวร่วม รัฐบาลเงาเมียนมาที่เคลื่อนไหวใต้ดินเพื่อโค่นล้มระบอบทหาร เริ่มจัดรายการทางวิทยุเป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ แนะประชาชนซื้อวิทยุไว้ฟังข่าวสารจากฝ่ายต่อต้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ซึ่งมาจากการรวมตัวกันของสมาชิกรัฐสภาเมียนมาที่พ้นจากตำแหน่งภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์และกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร ถ้าไม่หลบซ่อนตัวอยู่ ก็หนีไปลี้ภัยในต่างแดน และต้องระดมการสนับสนุนการเคลื่อนไหวต่อต้านผ่านรายการออกอากาศข่าวระหว่างประเทศ แต่เอเอฟพีรายงานว่า ในวันศุกร์ รัฐบาลเงาชุดนี้เริ่มออกอากาศรายการวิทยุของตนเองแล้ว ในชื่อรายการว่า &amp;quot;วิทยุ เอ็นยูจี&amp;quot; โดยเป็นการออกอากาศวันละ 2 ตอน ตอนละ 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการตอนแรกของวันนี้ เป็นการรายงานสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับโควิด-19, เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับความโหดร้ายของกองทัพ และการอ่านจดหมายจากผู้สนับสนุนประชาธิปไตย ส่วนรายการตอนที่ 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับกองกำลัง &amp;quot;ป้องกันตนเอง&amp;quot; ที่ผุดขึ้นทั่วเมียนมา เพื่อต่อสู้กับระบอบทหารโดยส่วนใหญ่ใช้ปืนล่าสัตว์หรืออาวุธที่ประดิษฐ์กันเองจากโรงงานในป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราขอส่งความปรารถนาดีถึงพวกคุณ และเราภูมิใจในตัวพวกคุณมาก&amp;quot; ข้อความในจดหมายฉบับหนึ่งที่อ่านออกอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชาสัมพันธ์รายการวิทยุของพวกเขาครั้งนี้ เอ็นยูจียังขอให้ผู้ฟังซื้อเครื่องรับวิทยุและหมุนฟังคลื่นของวิทยุเอ็นยูจี ซึ่งน่าจะเป็นการหาทางหลบเลี่ยงการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตที่โดนรัฐบาลทหารปิดกั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายการเมื่อวันศุกร์ถูกอัพโหลดลงเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของเอ็นยูจี และยังไม่มีความชัดเจนว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงคลื่นความถี่วิทยุจากที่ไหนหรืออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารจัดกลุ่มเอ็นยูจีว่าเป็น &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; ซึ่งทำให้ใครก็ตามที่ติดต่อพูดคุยกับพวกเขา รวมถึงนักข่าว อาจถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีภายใต้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากองค์กรสังเกตการณ์เอกชนระบุเมื่อวันพุธว่า การใช้กำลังปราบปรามฝ่ายต่อต้านของกองกำลังความมั่นคงเมียนมานับแต่รัฐประหารทำให้มีคนเสียชีวิตเกิน 1,000 คนแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114007</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดรายการวิทยุกองโจร, รัฐบาลเงาเมียนมา, รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ, วิทยุเอ็นยูจี, เมียนมา, เอ็นยูจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611fad8a4bdba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 23:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 23:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเงาเมียนมาถึงขั้นอ้อน&#039;โรฮีนจา&#039;ร่วมต่อต้านเผด็จการทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตอนนี้เห็นคุณค่าแล้ว รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของเมียนมาที่เป็นการรวมตัวกันของฝ่ายต่อต้านรัฐประหาร กล่าวเรียกร้องต่อชาวโรฮีนจาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมที่โดนกระทำมายาวนาน ให้เข้าร่วมกับการโค่นล้มเผด็จการทหาร โดยให้คำมั่นว่าจะให้สัญชาติและให้กลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติของเมียนมาที่พ้นจากตำแหน่งหลังการรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; นำโดยสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางอองซาน ซูจี ร่วมกันกับตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร จัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ขึ้น แต่รัฐบาลทหารขึ้นบัญชีสมาชิกรัฐบาลเงาชุดนี้ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ะผู้ที่ติดต่อสัมพันธ์กับพวกเขาจึงอาจถูกลงโทษต่อกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน กล่าวว่า กลุ่มนี้ออกแถลงการณ์ในวันเดียวกันนี้ เรียกร้องให้ชาวโรฮีนจาเข้าร่วมกับการต่อสู้ของพวกเขา &amp;quot;เราขอเชิญชาวโรฮีนจามาจับมือกับเราและคนอื่นๆ เพื่อเข้าร่วมในการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิต่อต้านเผด็จการทหาร&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลของนางซูจีหลีกเลี่ยงการใช้คำ &amp;quot;โรฮีนจา&amp;quot; มาโดยตลอด เนื่องจากเป็นคำที่มีความอ่อนไหวสำหรับเมียนมาที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ โดยมักเรียกชาติพันธุ์นี้ว่า &amp;quot;ชาวมุสลิมที่อาศัยในรัฐยะไข่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเมียนมา ชาวโรฮีนจามักถูกมองว่าเป็นพวกที่รุกล้ำข้ามแดนเข้ามาจากบังกลาเทศ และถูกปฏิเสธความเป็นพลเมือง, สิทธิ และการเข้าถึงบริการของรัฐมานานหลายสิบปี ภายใต้สภาพการณ์ที่แอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลเรียกว่า คล้ายการแบ่งแยกสีผิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นยูจียังให้คำมั่นสัญญาว่า จะยุติกฎหมายให้สัญชาติปี 2525 ที่เลือกปฏิบัติต่อชาวโรฮีนจา, ให้สัญญาว่าทุกคนที่เกิดในเมียนมาหรือเกิดกับชาวเมียนมาจะได้รับสัญชาติ นอกจากนี้ พวกเขายังให้คำมั่นว่าจะรับชาวโรฮีนจาทุกคนในค่ายลี้ภัยที่บังกลาเทศกลับเมียนมา &amp;quot;ทันทีที่การส่งกลับประเทศสามารถทำได้โดยสมัครใจ, ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปราบปรามที่รัฐยะไข่เมื่อปี 2560 ผลักดันให้ชาวโรฮีนจามากกว่า 740,000 คนหนีข้ามแดนเข้าบังกลาเทศ กองทัพเมียนมาอ้างว่าการปราบปรามครั้งนั้นชอบด้วยเหตุผล เพื่อกำจัดผู้ก่อความไม่สงบชาวโรฮีนจาที่โจมตีที่มั่นของตำรวจและสังหารเจ้าหน้าที่หลายนาย ทั้งยังปฏิเสธคำกล่าวหาทั้งหมดเรื่องการกระทำทารุณโหดร้ายกับชาวโรฮีนจา ที่รายงานขององค์การสหประชาชาติเรียกว่า เทียบได้กับการล้างเผ่าพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจีเคยปกป้องการกระทำของกองทัพ และถึงขั้นเดินทางไปขึ้นศาลที่กรุงเฮกเพื่อว่าความแก้ต่างข้อกล่าวหาล้างเผ่าพันธุ์ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้มีชาวโรฮีนจาอยู่ในเมียนมามากกว่า 600,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐยะไข่ แต่พวกเขาไม่ได้สิทธิพลเมืองและถูกจำกัดให้อยู่แต่ภายในค่ายหรือในหมู่บ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านรัฐประหาร, รัฐบาลเงาเมียนมา, รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ, รัฐประหารเมียนมา, ร่วมต้านเผด็จการทหาร, เมียนมา, เอ็นยูจี, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเงาเมียนมาจับมือกองกำลังกบฏชิน หวังโค่นระบอบทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของฝ่ายต่อต้านรัฐประหารเมียนมา ลงนามข้อตกลงกับกองกำลังกบฏกลุ่มชาติพันธุ์ชิน ยอมรับสถานะซึ่งกันและกันและเป็นหุ้นส่วนอย่างเท่าเทียม เพื่อร่วมกันโค่นล้มเผด็จการและกอบกู้ประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มแนวร่วมแห่งชาติชิน (ซีเอ็นเอฟ) ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์ชินที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์อยู่ในภาคตะวันตกของเมียนมา เป็นกองกำลังกบฏติดอาวุธที่เคยลงนามข้อตกลงหยุดยิงกับกองทัพเมียนมาเมื่อปี 2558 ส่วนรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) เป็นรัฐบาลเงาที่ประกอบด้วยอดีตสมาชิกรัฐสภาที่พ้นจากตำแหน่งภายหลังกองทัพยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ กับบรรดาฝ่ายต่อต้านกองทัพและตัวแทนชนกลุ่มน้อย ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อท้าทายรัฐบาลทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การลงนามข้อตกลงมีขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม แถลงการณ์ของเอ็นยูจีกล่าวว่า เป็นข้อตกลงที่จะ &amp;quot;ทำลายระบอบเผด็จการและใช้ระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ&amp;quot; ในเมียนมา ทั้งสองฝ่ายยังปฏิญาณ &amp;quot;ยอมรับซึ่งกันและกัน&amp;quot; และ &amp;quot;เป็นหุ้นส่วนอย่างเท่าเทียม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก และเอเอฟพีไม่สามารถติดต่อขอความเห็นจากโฆษกของซีเอ็นเอฟได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายปีมานี้ กำลังรบของกองกำลังชนกลุ่มน้อยชินลดจำนวนลง และริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเมียนมาของอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป กล่าวกับเอเอฟพีว่า ซีเอ็นเอฟไม่ได้มีขุมกำลังทางทหารอย่างแท้จริง ฉะนั้น ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นเพียงสัญลักษณ์ แต่ก็ยังถือว่ามีนัยสำคัญ เพราะซีเอ็นเอฟมีความโดดเด่นในกระบวนการสันติภาพเพราะมีแกนนำทางการเมืองพลัดถิ่นที่ได้รับความเคารพนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีกลุ่มกบฏติดอาวุธหลายกลุ่มของเมียนมาประณามการรัฐประหารและการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนที่ปราศจากอาวุธ ซึ่งมีรายงานจากกลุ่มสังเกตการณ์เอกชนว่ามีคนเสียชีวิตแล้วมากกว่า 800 คน บางกลุ่มยังให้ที่หลบภัยหรือแม้แต่ฝึกฝ่ายต่อต้านที่หนีมายังดินแดนของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมากองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่มีมากกว่า 20 กลุ่ม ไม่ไว้วางใจชาวพม่าที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ รวมถึงสมาชิกรัฐสภาที่เป็นพวกเดียวกับรัฐบาลของนางอองซาน ซูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ เอ็นยูจีได้เผยแพร่วิดีโอที่พวกเขากล่าวว่า เผยโฉมนักรบกลุ่มแรกจาก &amp;quot;กองกำลังป้องกันประชาชน&amp;quot; ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องพลเรือน และสำเร็จการฝึกแล้ว นักรบซึ่งมีประมาณ 100 คน เดินขบวนผ่านทุ่งราบที่แวดล้อมด้วยป่า แต่ไม่มีใครถืออาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารระบุว่า เอ็นยูจีและกองกำลังป้องกันประชาชนเป็น &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; ซึ่งหมายความว่า บุคคลใดที่สนทนาด้วย ซึ่งรวมถึงนักข่าว อาจถูกตั้งข้อหาภายในกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104682</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแนวร่วมแห่งชาติชิน, จับมือกองกำลังกบฏ, ซีเอ็นเอฟ, รัฐบาลเงาเมียนมา, รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ, ลงนามข้อตกลง, เมียนมา, เอ็นยูจี, โค่นเผด็จการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d12738660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนเมียนมาโวยโดนตบหน้า อาเซียนบรรลุฉันทมติกับ&#039;มิน อ่อง หล่าย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สังคมออนไลน์เมียนมาวิจารณ์ฉันทมติ 5 ข้อจากที่ประชุมซัมมิตอาเซียนเพื่อยุติวิกฤติในเมียนมา ว่าประชาชนเหมือนโดนตบหน้า เป็นข้อตกลงที่ไม่กล่าวถึงการฟื้นฟูประชาธิปไตยหรือเอาผิดกับกองทัพที่เข่นฆ่าพลเรือนหลายร้อยคนเลย ด้านรัฐบาลเงายินดี อาเซียนเห็นพ้องยุติความรุนแรงทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เดินเข้าสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2564 (Photo by Secretariat of the President of Ind/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่สำนักเลขาธิการอาเซียนในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียเมื่อวันเสาร์ที่่ผ่านมา พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา มาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วยตนเอง เช่นเดียวกับผู้นำของบรูไน, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์, มาเลเซีย และกัมพูชา ส่วนไทย, ลาว และฟิลิปปินส์ส่งรัฐมนตรีต่างประเทศร่วมประชุมแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์จากบรูไน ประธานอาเซียนวาระปัจจุบัน เมื่อคืนวันเสาร์ เผยว่า ที่ประชุมบรรลุฉันทมติ 5 ข้อ ได้แก่ ยุติความรุนแรงทันที, ให้ทุกฝ่ายเปิดการสานเสวนาอย่างสร้างสรรค์, ตั้งผู้แทนพิเศษของอาเซียนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่การเจรจา, ยอมรับความช่วยเหลือ และอนุญาตให้ผู้แทนพิเศษอาเซียนเดินทางเข้าเมียนมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉันทมติ 5 ข้อไม่ได้กล่าวถึงนักโทษการเมือง ถึงแม้แถลงการณ์จะเผยว่า ที่ประชุม &amp;quot;ได้ยินเสียงเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด&amp;quot; ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองเมียนมากล่าวว่า จำนวนนักโทษการเมืองที่โดนคุมขังนับแต่รัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ ถึงวันเสาร์ เพิ่มเป็น 3,389 คนแล้ว ขณะที่มีพลเรือนเสียชีวิตจากการปราบปรามของกองกำลังฝ่ายความมั่นคง 748 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน กล่าวว่า ยังไม่พบการประท้วงในเมืองใหญ่ๆ ของเมียนมาภายหลังการประชุมอาเซียน แต่ชาวเมียนมาหลายคนแสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียวิจารณ์ข้อตกลงของอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แถลงการณ์ของอาเซียนเป็นการตบหน้าประชาชนที่โดนทำร้าย, โดนฆ่า และโดนคุกคามข่มขวัญโดยกองทัพ&amp;quot; ผู้ใช้เฟซบุ๊กเชื่อมอชี ตุน กล่าว &amp;quot;เราไม่ต้องการความช่วยเหลือด้วยแนวทางและรูปแบบความเชื่อแบบนี้ของพวกคุณ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นัง ทิ ลวิน เป็นชาวเมียนมาอีกคนที่แสดงทัศนะต่อข้อตกลงของอาเซียนโดยให้ความเห็นท้ายข่าวของสื่อเมียนมาว่า แถลงการณ์นี้ไม่ได้สะท้อนความประสงค์ของประชาชนเลย ทั้งการปล่อยตัวนักโทษและผู้ถูกคุมขัง, หาตัวคนรับผิดชอบต่อชีวิตที่ตายไป, เคารพผลการเลือกตั้ง และฟื้นฟูรัฐบาลพลเรือนตามระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อแอรอน ทเว โพสต์ทวงถามว่า ใครจะเป็นคนจ่ายคืนให้แก่ชีวิตผู้บริสุทธิ์มากกว่า 700 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ความเห็นพ้องที่ให้เมียนมายุติความรุนแรงโดยทันทีนั้น ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) รัฐบาลเงาที่รวบรวมเอาฝ่ายประชาธิปไตยตั้งแต่อดีตสมาชิกรัฐบาลก่อน, อดีต ส.ส. และแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งต่างโดนรัฐบาลทหารตั้งข้อหาเป็นกบฏต่อแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ซาซา โฆษกของเอ็นยูจี ที่อยู่ระหว่างหลบซ่อนตัว กล่าวกับเอเอฟพีว่า ข้อตกลงนี้เป็นข่าวที่สร้างกำลังใจ &amp;quot;นี่คือสิ่งที่รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติกำลังเรียกร้อง&amp;quot; เขากล่าว และว่า เอ็นยูจีตั้งตาคอยการมีส่วนร่วมจากเลขาธิการอาเซียน และตั้งตารอการดำเนินการอย่างหนักแน่นจากอาเซียนเพื่อติดตามการตัดสินใจเหล่านี้ และการฟื้นฟูประชาธิปไตยและเสรีภาพสำหรับประชาชนและสำหรับภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทอม แอนดรูส์ ผู้จัดทำรายงานพิเศษขององค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า ยังต้องรอดูว่าการเกี่ยวพันของอาเซียนในครั้งนี้จะมีประสิทธิภาพอย่างไร &amp;quot;ผลของซัมมิตอาเซียนจะพบเห็นได้ในเมียนมา ไม่ใช่ในเอกสาร&amp;quot; เขาทวีตเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนังสือพิมพ์นิวไลต์ออฟเมียนมาของทางการ รายงานเกี่ยวกับการเดินทางเยือนจาการ์ตาของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย และว่า เขาได้หารือเกี่ยวกับ &amp;quot;การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง&amp;quot; ของเมียนมา แต่รายงานไม่ได้กล่าวถึงฉันทมติของอาเซียนที่ให้เมียนมายุติความรุนแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซัมมิตอาเซียน, บรรลุความเห็นพ้อง, ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, รัฐบาลเงาเมียนมา, รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ, อาเซียน, เมียนมา, โดนตบหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_60851fa4a6708.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
