<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอแฉวัคซีนขาด! แพทย์ชนบทอ้างลับลวงพรางรัฐบาลไม่พูดความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เร่งฉีดวัคซีน สะสมแล้วเกือบ 6 ล้านโดส &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ยันวัคซีนที่จัดสรรให้ผู้ประกันตน ม.33 จะได้ฉีดตามกำหนดวันที่ 14 มิ.ย.แน่นอน แต่หมอชนบทแฉ 14-20 มิ.ย.นี้ จะเป็นสัปดาห์แห่งความโกลาหล เพราะวัคซีนขาด หลายจังหวัดที่ยอดจองหมอพร้อมมีมากจะได้วัคซีนไม่พอ ระดับอำเภอก็ยิ่งโกลาหล การแจ้งเลื่อนการฉีดจะมีให้เห็นทั่วไป ซัดรัฐบาล-ศบค.ไม่แถลงความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2564 ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานความคืบหน้าการฉีดวัคซีนสะสม (28 ก.พ.-11 มิ.ย.2564) รวม 5,975,070 โดส ใน 77 จังหวัด จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม 4,362,685 ราย จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม&amp;nbsp; 1,612,385 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 มีการฉีดวัคซีนแล้ว 1,756,976 โดส&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 1 สะสม&amp;nbsp; 1,507,644 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวนผู้ได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 สะสม&amp;nbsp; 249,332 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันที่ 11 มิ.ย. มีผู้ได้รับวัคซีน 308,012 โดส แบ่งเป็นในกลุ่มผู้ประกันตน มาตรา 33 ประกอบด้วย ผู้ประกันตนมาตรา 33 สัญชาติไทย อายุ 60 ปีขึ้นไป 177,847 คน ผู้ประกันตนมาตรา 33 สัญชาติไทย มีโรคประจำตัว 7 โรค 432,708 คน คงเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 10,441,147 คน โดยมีผู้ประกันตนมาตรา 33 ต้องการรับวัคซีน 6,037,497 ราย แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 2,373,615 คน อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 จังหวัด และเพชรบุรี 774,086 คน&amp;nbsp; จังหวัดสีแดงเข้ม (3 จังหวัด) และปริมณฑล 3 จังหวัด 1,265,112 คน ปูพรมฉีด 66 จังหวัดภูมิภาคให้ครอบคลุมผู้ประกันตน 1,624,684 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ลงพื้นที่สำรวจการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ภายในสถานีกลางบางซื่อ พร้อมกับบุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ขณะนี้ระบบการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเป็นไปตามเป้าหมายในแต่ละวัน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้จัดเตรียมวัคซีนให้กับทุกส่วนตามความต้องการ ส่วนการจัดสรรวัคซีนให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ขณะนี้ได้เร่งฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการศึกษาให้ครบ 45,000 คน คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน ก่อนเปิดเทอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่วัคซีนที่จัดสรรให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จะได้ฉีดตามกำหนดวันที่ 14 มิ.ย.นี้ ไม่มีการเลื่อน ซึ่งเดิมได้เตรียมวัคซีนไว้สำหรับกลุ่มนี้ประมาณ 1 ล้านโดส โดยได้ส่งมอบวัคซีนไปแล้วกว่า 200,000 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.สาธารณสุขยืนยันว่า วัคซีนที่ให้บริการอยู่ทั้งแอสตร้าเซนเนก้าและซิโนแวค ทั้ง 2 ชนิดได้รับมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปไม่พบว่ามีอันตราย เมื่อได้รับการฉีดอาจมีอาการข้างเคียงเท่านั้น แต่กรณีที่พบว่าประชาชนเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีน อาจมีปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งจะต้องพิสูจน์และดูเป็นรายบุคคล เพราะส่วนใหญ่ที่ตรวจพบเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจากการฉีดวัคซีนโดยตรง จึงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่จัดสถานที่เพื่อดูอาการหลังเข้ารับการฉีด 30 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ผู้นำไต้หวันบอกว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในไทย และต้องจัดส่งมาไต้หวันล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากความรุนแรงของโควิดในไทยที่ต้องกักตุนไว้ใช้ในประเทศก่อน นายอนุทินชี้แจงว่า ประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลไทย เป็นเรื่องระหว่างผู้ผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากับไต้หวัน ซึ่งรัฐบาลไทยเองก็ต้องจัดซื้อตามสัญญาจากผู้ผลิตเช่นกัน ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องชนิดการฉีดวัคซีน เพราะหากกำหนดให้สามารถเลือกชนิดวัดซีนได้ อาจส่งผลกระทบในเรื่องการแย่งชิงวัคซีนและปัญหาทางการค้าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับยอดการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคมมาจนถึงวันนี้ ฉีดให้กับประชาชนไปแล้วประมาณ 215,756 คน เฉพาะยอดการฉีดให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ตอนนี้ฉีดไปได้แล้ว 70-80% คาดจะฉีดให้แล้วเสร็จครบทุกคนได้ภายในวันจันทร์นี้
ม.33 ฉีดต่อ 14 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานประกันสังคมได้ประกาศเลื่อนการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 45 ศูนย์ออกไป ซึ่งในเรื่องนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีความเป็นห่วงผู้ประกันตนและเข้าใจดีว่าผู้ประกันตนประสงค์อยากจะฉีดวัคซีนโดยเร็ว จึงได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานปรับปรุงจุดบกพร่องทั้ง 2 ประการอย่างเร่งด่วน ทั้งกรณีสถานที่บางแห่งที่ไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากไม่มีแอร์ อากาศร้อน จะยกเลิกสถานที่ดังกล่าว โดยจะยุบรวมมาอยู่ในสถานที่ที่มีความพร้อมและมีแอร์คอนดิชั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเรื่องข้อมูลของผู้ประกันตนที่ฝ่ายบุคคลของสถานประกอบการส่งมาให้เกิดความสับสนไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงจากเหตุผลหลายประการ อาทิ ลงทะเบียนซ้ำซ้อนหลายแห่ง การไปฉีดวัคซีนจากที่อื่นมาก่อนแล้ว ผู้ประกันตนไม่พร้อมมาฉีดตามวัน เวลา ที่กำหนด แต่ฝ่ายบุคคลไม่ได้แจ้งกลับมา หรือกรณีที่ผู้ประกันตนมีสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมจะฉีด เป็นต้น ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมได้ประสานไปยังสถานประกอบการต่างๆ เพื่อเร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ได้ข้อมูลของผู้ประกันตนที่ประสงค์จะฉีดวัคซีนอย่างแท้จริง หากว่าสถานประกอบการใดยังไม่พร้อมก็จะให้รอไปก่อน เราจะดำเนินการฉีดให้สถานประกอบการที่มีความพร้อมไปก่อน โดยจะเริ่มดำเนินการฉีดอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอย้ำว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า สำหรับผู้ประกันตนไม่ขาด ผมกับท่านรองนายกฯ อนุทิน ทำงานกันอย่างใกล้ชิดและปรึกษาหารือกันมาโดยตลอด เพื่อให้การฉีดวัคซีนซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ สามารถควบคุมการแพร่ระบาด เกิดประโยชน์สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า โดยกระทรวงแรงงานจะเร่งดำเนินการเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนโควิดสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะสามารถกลับมาเปิดบริการฉีดได้ใหม่ในวันจันทร์ที่ 14 มิ.ย.ที่จะถึงนี้&amp;quot; นายสุชาติกล่าวในท้ายสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชมรมแพทย์ชนบทเผยแพร่บทความเรื่อง ลับลวงพราง วัคซีนโควิด ตอน 10 : 12-06-64 ระบุว่า
ความจริงของสัปดาห์หน้า แอสตร้าจะมาช้า ซิโนแวคมีไม่พอ Kick off วัคซีน ภาพรวมไปได้สวย 7 มิ.ย. ฉีดได้ 416,847 โดส, 8 มิย.ได้ 472,128 โดส, 9 มิย.ได้ 336,674 โดส, 10 มิ.ย.ได้ 223,315 โดส และ 11 มิ.ย.ได้ 308,012 โดส ที่แผ่วลงไปไม่ใช่เพราะแรงตก แต่เพราะวัคซีนหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่ 14-20 มิ.ย.นี้ จะเป็นสัปดาห์แห่งความโกลาหลในการแก้ปัญหาหน้างานเช่นเดิม เพราะวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1.5 ล้านโดส ที่รับปากว่าจะมาให้ทันฉีดในวันจันทร์ที่ 14 มิถุนายนนั้น ส่งมอบไม่ทัน กำหนดส่งเป็น 16-18 มิถุนายน ทาง ศบค.กำลังเจรจาขอให้ส่งเร็วขึ้นเป็น 15 หรือ 16 มิถุนา เร็วขึ้น 1 วันก็ยังดี แอสตร้า 1.5 ล้านโดสนี้ ต้องใช้สำหรับ 2 สัปดาห์อีกต่างหาก เพราะ lot อีก 1.5 ล้านโดสสุดท้ายของเดือนมิถุนา กำหนดส่งมอบไกลไปถึงวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน กว่าจะมาก็สิ้นเดือน จึงกลายเป็นสองสัปดาห์ที่ประชาชนหวัง แต่มีวัคซีนให้ฉีดไม่พอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใกล้ๆ นี่สิคือของจริง เมื่อแอสตร้ามาช้ากว่า ซิโนแวคจึงต้องรับบทหนักมาเป็นวัคซีนขัดตาทัพเช่นเดิม นำเข้ามาได้อีก 1 ล้านโดส แต่รอบนี้จะสาหัสกว่าเก่า เพราะข้อเสียเปรียบของซิโนแวคเมื่อเทียบกับแอสตร้าคือ ซิโนแวคต้องนัดเข็ม 2 ห่างไป 3 สัปดาห์ ไม่ใช่ 16 สัปดาห์เหมือนแอสตร้า ทำให้ซิโนแวคที่ได้มาไม่สามารถเอามาฉีดให้ผู้จองวัคซีนรายใหม่ได้ทั้งหมด จึงต้องเก็บไว้ปิดเข็มสองด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสรุป สัปดาห์ที่ 14-20 มิถุนายนนี้ บางจังหวัดจะมีวัคซีนเพียงพอ เพราะมีเหลือมาจากสัปดาห์แรกมาสมทบ บางจังหวัดที่ยอดจองหมอพร้อมน้อยจะได้วัคซีนมาปริ่มๆ พอกับยอดจอง แต่หลายจังหวัดที่ยอดจองหมอพร้อมมีมากจะได้วัคซีนไม่พอ พอจัดสรรลงระดับอำเภอก็ยิ่งโกลาหล การแจ้งเลื่อนการฉีดวัคซีนจึงจะมีให้เห็นทั่วไป ซึ่งคาดว่า รมต.อนุทินจะทำใจได้บ้างแล้ว
วัคซีนไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏการณ์ชัดๆ ที่สะท้อนว่าวัคซีนไม่มีก็คือ การประกาศปิดชั่วคราวเพื่อปรับปรุงศูนย์ฉีดวัคซีนโควิดเพื่อผู้ประกันตนมาตรา 33 ของสำนักงานประกันสังคม โดยกำหนดเปิดอีกครั้ง 28 มิถุนายน 2564 แท้จริงที่ปิดเพราะไม่มีวัคซีนจะฉีดให้ ส่วนที่จะเปิด 28 มิถุนายนนั้น ก็ตรงกับการเข้ามาของแอสตร้าล็อตสุดท้ายของเดือนนี้พอดีเลย บัดนี้สำนักงานประกันสังคมก็ติดเชื้อรัฐบาล พูดความจริงไม่เป็นแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใหญในรัฐบาลควรจะแถลงยอมรับความจริง สร้างความเข้าใจกับประชาชน และเอื้อให้หน้างานบริหารจัดการวัคซีนได้โดยไม่ต้องเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องดังเช่นที่ผ่านมา อาทิ ขอให้ฉีดช้าๆ เพื่อให้ได้ฉีดทุกวัน หรือห้ามประกาศเลื่อนโฉ่งฉ่าง แต่ถ้าเลื่อนก็ให้เงียบๆ รวมทั้งการห้ามพูดห้ามให้ข่าวออกสื่อ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกชมรมแพทย์ชนบทเราคุยกัน ด้วยก็มีความงงอยู่ ประการสำคัญคือ ทำไมรัฐบาลหรือ ศบค.ไม่แถลงความจริง ซึ่งก็ไม่ได้เสียหายอะไรมากมายเลย มิเช่นนั้นชมรมแพทย์ชนบทก็จะทำหน้าที่ ศบค.เงา แถลงแจ้งข่าวบอกเล่าความจริงต่อสาธารณะแทนไปก่อน จนกว่า ศบค.จะทำหน้าที่นี้ก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก นพ.ยง ภู่วรวรรณ ระบุว่า อาการไข้หรือปวดศีรษะคล้ายไข้หวัดใหญ่ หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ถือเป็นอาการที่พบได้ โดยวัคซีน Sinovac มีอาการข้างเคียงน้อยกว่า AstraZeneca โดยเฉพาะในเรื่องไข้ ปวดบริเวณที่ฉีด เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเหมือนเป็นไข้หวัดใหญ่ ปวดศีรษะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นผู้ที่ฉีดวัคซีน AstraZeneca ถ้ามีไข้หรือปวดศีรษะ ท้องเสียอาเจียน ปวดเมื่อยตามตัว คล้ายไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นอาการที่พบได้หลังการฉีดวัคซีน ดังนั้นหลังฉีดเมื่อกลับไปถึงบ้านถ้ามีอาการดังกล่าว รับประทานยาพาราเซตามอลได้เลย ไม่ต้องรอให้ไข้ขึ้นสูงหรือปวดเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว และสามารถทานซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง อาการดังกล่าวจะอยู่ประมาณ 1-2 วัน ก็จะหายเป็นปกติ นอกจากว่ามีอาการมาก เช่น ไข้สูงติดต่อกันหลายวัน หรือสูงมาก ปวดศีรษะอย่างรุนแรง และรับประทานยาแล้วไม่หาย ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ ถ้าทุกคนเข้าใจจะได้ไม่เกิดความวิตกกังวล ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนในกลุ่ม Virus Vector (AstraZeneca) หรือ mRNA (Pfizer, Moderna) วัคซีนจะมีอาการข้างเคียงได้มากกว่าวัคซีนชนิดเชื้อตาย (Sinovac, Sinopharm) ตามหลักฐานเชิงประจักษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยว่า จำนวนวัคซีนที่กรมราชทัณฑ์ได้รับการจัดสรรจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขมาแล้วกว่า 40,000 โดส และยังอยู่ระหว่างการจัดสรรเพิ่มเติมจนครอบคลุมทั้งหมดนั้น ได้ดำเนินการจัดส่งไปยังเรือนจำและทัณฑสถานเป้าหมายในระยะแรกไปแล้วจำนวน 37 แห่ง โดยเรือนจำและทัณฑสถานส่วนใหญ่ได้ดำเนินการฉีดจนแล้วเสร็จ แต่ยังมีเรือนจำและทัณฑสถานบางแห่งที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งได้สั่งการเร่งรัดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดสรรวัคซีนให้แก่กรมราชทัณฑ์ เพื่อบริหารจัดการวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขัง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำและทัณฑสถานเป็นการเฉพาะ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อ จึงขอให้เรือนจำ/ทัณฑสถานที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนในครั้งนี้ ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์และแผนการบริหารจัดการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ครบตามจำนวนที่ได้รับในเข็มแรกให้แล้วเสร็จและครบตามจำนวน โดยไม่ต้องสำรองวัคซีนเพื่อฉีดเป็นเข็มที่ 2 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต้องขัง ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กำชับเป็นพิเศษแก่กรมราชทัณฑ์ ว่าต้องได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของการจัดสรรวัคซีนต่อเนื่องในเข็มที่ 2 กรมราชทัณฑ์จะประสานขอรับไปยังกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง ซึ่งทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการวัคซีน ที่ทุกเรือนจำและทัณฑสถานจะได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มตามจำนวน ในระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการฉีด ซึ่งรวมถึงเรือนจำและทัณฑสถานนอกเขตพื้นที่สีแดง ที่จะได้รับการจัดสรรวัคซีนอย่างทั่วถึงต่อไป ควบคู่กับแผนการฉีดวัคซีนของประชาชนภายนอก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106170</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, รัฐบาลไม่พูดความจริง, วัคซีนขาด, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แพทย์ชนบท, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c322aa0ccbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
