<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;อัด&#039;บิ๊กตู่&#039;รัฐประหารเงียบเหน็บ&#039;ปชป.-ภท.&#039;ไร้ราคา นัดทุ่มตรงเปิดไฟมือถือไล่ประยุทธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;
30 เม.ย.64 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talkว่า หายนะของโควิดระบาดรุนแรงนั้น เริ่มต้นจากคนรวยทั้งสิ้น แล้วมาสร้างความฉิบหายให้คนจน เมื่อสถานการณ์คลี่คลายขึ้น พวกคนรวยกลับมาได้รับผลประโยชน์กันอีก การอภิปราย1-2 พ.ค. จึงมีนักการเมืองและนักวิชาการเข้าร่วม เพื่อเสนอข้อมูลให้ประชาชนได้รู้ทันประยุทธ์ อย่างเข้าใจได้ถ่องแท้และชัดเจนยิ่งขึ้นถึงพวกคนอยู่เบื้องหลังประยุทธ์ด้วย ขอให้ฟังการถ่ายทอดออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่ที่บ้าน เป็นการปกป้องโควิดระบาดรุนแรง นอกจากนี้ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสีย น้าค่อม ชวนชื่น ตนขอตั้งความสงสัยให้หาความจริง ว่า การสูญเสียชีวิตจำนวนมากในช่วงโควิดระบาดนั้น เกิดจากอะไรกันแน่ เพราะมีการอ้างถึงโรคประจำตัวของผู้ป่วย หรือเกิดจากไวรัสโควิด หรือได้รับผลข้างเคียงจากวัคซีน ดังนั้น ความจริงจากการเสียชีวิตจึงควรมีความกระจ่างและชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ประยุทธ์ รวบอำนาจตามกฎหมาย 31 ฉบับว่า เปรียบเสมือนทำ รัฐประหารเงียบยึดอำนาจจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาเป็นขอตัวเอง ตนจะชำแหละเนื้อหาและอำนาจในกฎหมายทั้ง 31 ฉบับให้เป็นเรื่องราวกัน เพราะประชาชนสมควรได้รับรู้ถึงอำนาจที่ยึดมานั้นมีหลายเรื่องไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาโควิดระบาดพร้อมทั้งจะชี้ให้เห็นสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ว่า ประยุทธ์ ต้องการชี้และแสดงตัวให้คนได้เห็นถึงกฎหมายคือข้าพเจ้าและข้าพเจ้าเป็นกฎหมาย ซึ่งสะท้อนถึงการใช้อำนาจเพื่อตัวเอง สิ่งนี้คือความแยบยลในการครองอำนาจของตัวเองเอาไว้ ความแยบยลของประยุทธ์ ยังสะท้อนมาตั้งแต่การยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค. 2557 โดยอ้างรักษาความสงบ และเช่นกัน มาถึง รปห.เงียบครั้งนี้ด้วยการรวบอำนาจจากกฎหมาย 31 ฉบับ แม้กฎหมายหลายฉบับไม่เกี่ยวกับปัญหาโควิด แต่ความต้องการนำอำนาจมาไว้ที่ตนเอง จึงแสดงให้เห็นว่า ประยุทธ์ ไม่เชื่อน้ำยาของ รมต. ฝ่ายนักการเมือง แต่นักการเมืองเหล่านั้น ทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย กลับทำตัวเป็นพวกสีทนได้อย่างหน้าตาเฉย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์ ทำเช่นนี้ได้ เพราะเขาไม่กลัวสูญเสียอำนาจ ขณะที่พวกนักการเมืองกลับทำตัวไร้ราคา ไม่มีน้ำยา หากนักการเมืองเกิดแข็งขืนแสดงถึงอาการพอมีน้ำยาอยู่บ้าง น้ำหน้าทหารแก่อย่างประยุทธ์ จะกล้าทำเช่นนี้หรือ ดังนั้น เกียรติยศ ศักดิ์ศรีนักการเมืองไม่มี จึงยอมให้ประยุทธ์ กดขี่ได้ปานนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวถึงในสถานการณ์วิกฤตช่วงนี้ได้พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า ประยุทธ์ ไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหาการระบาดโควิดรุนแรงทั้ง 3 รอบ ดังนั้น ประยุทธ์ ต้องเข้าเฝ้าในหลวงเพื่อขอคำปรึกษาจากพระเจ้าแผ่นดิน โดยการปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ถ้าศึกษาจากอดีตแล้ว ย่อมพบว่า เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นนายกรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าเพื่อขอคำปรึกษาจากพระเจ้าแผ่นดิน แต่ประยุทธ์ กลับละเลย อีกทั้งยังทำ รปห. เงียบรวบอำนาจตามกำหมาย 31 ฉบับมาเป็นของตัวเองแต่ผู้เดียวอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อนักการเมืองไม่คัดค้าน และนิ่งเงียบเหมือนนักการเมืองเป็นทาสในเรือนเบี้ย ยังสะท้อนว่า ประยุทธ์ มีอำนาจเหนือนนักการเมือง เปรียบเหมือนองค์รัฎฐาธิปัตย์เป็นประมุขของประเทศ ผมมีคำถามคือ ทำไมประยุทธ์ ไม่เข้าถวายรายงานและขอคำปรึกษาจากพระเจ้าแผ่นดิน ประยุทธ์ต้องการอะไรและคิดอะไรอยู่หรือ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประธานนปช. กล่าวอีกว่า การใช้อำนาจตามกำหมาย 31 ฉบับ ซึ่งมีบางกฎหมายที่ต้องการให้กระชับอำนาจ บางเรื่องเกี่ยวกับการโยกย้าย และไม่เกี่ยวกับปัญหาการระบาดของโควิด ดังนั้น ตนคงย้ำอีกว่า ประยุทธ์ ต้องการอะไรในการรวบอำนาจ เพื่อต้องการรักษาอำนาจ หรือต้องการสู้กับใคร ประยุทธ์คิดอะไรอยู่&amp;nbsp; สิ่งที่กังขาเหล่านี้ ตนจะชำแหละให้เห็น โดยการคลี่กำหมายที่ละฉบับในวันที่1 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การละเลยไม่ขอทำเรื่องขอเข้าเฝ้า เพื่อถวายรายงานและขอคำปรึกษา ได้สะท้อนชัดเจนว่า ประยุทธ์และคนที่อยู่ข้างหลังประยุทธ์ อยู่ในสถานการณ์ไหน นอกจากนี้ ประยุทธ์ ยังได้ประโยชน์จากการใช้ ม.112 ทั้งที่เคยประกาศไม่เอาโทษ แต่กลับมาเอาโทษ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความสงสัยว่า ประยุทธ์คิดอะไรและต้องการอะไรกันแน่ อย่าคิดว่า ประยุทธ์ ไม่คิดอะไร เพราะทุกท่วงทำนองได้ออกแบบวางแผนแยบยล ดังนั้นประชาชนต้องรู้ทัน จับให้ได้ไล่ให้ทันว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้น ทำไปเพื่ออะไร โดยเฉพาะเมื่อโควิดมีอยู่จริงและสถานการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนก็มีอยู่จริง ดังนั้น ต้องมีคนรับผิดชอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวต่อว่า สิ่งที่ประยุทธ์ ทำมานั้น เหมือนจะเอาฝ่ามือไปปิดแผ่นฟ้า ซึ่งปิดได้ไม่มิดแน่ ขอเตือนไว้ว่า อำนาจมีมาแล้วก็หมดไป ไม่ยั้งยืน การรวบอำนาจจากกฎหมาย 31 ฉบับ ได้สะท้อนตัวตนประยุทธ์ ชัดเจน เมื่อหงายไพ่ออกมาจึงรู้ว่า ประยุทธ์ ต้องการอะไรกันแน่ ดังนั้นเราจึงเรียกร้องให้ ประยุทธ์ ต้องออกไป
&amp;nbsp;
แกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชน กล่าวว่า คณะประชาชนไม่ทน พวกเราขอยืนหยัดเดินบนเส้นทางไล่ประยุทธ์ให้บรรลุผล สิ่งนี้ไม่ใช่ทำเพื่อเรื่องส่วนตัว แต่เพราะเราต้องการนำให้ประเทศเดินเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไคยตามเดิม ซึ่งถ้าไม่ทำลายระบอบประยุทธ์แล้ว เราก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เมื่อประยุทธ์ ยังอยู่ต่อเท่ากับขวางทางพัฒนาประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์ไล่ประยุทธ์นี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึก เนื่องจากโควิดระบาดมาสามรอบแล้ว จึงแสดงว่า ม้าไม่ดีจึงเกิดระบาดมาสามรอบ จึงต้องเปลี่ยนม้าได้ ยิ่งเป็นม้าไม่ดี ยิ่งต้องรีบเปลี่ยน เนื่องจากประเทศกำลังทำสงครามชีวภาพและต่อสู้ทางเศรษฐกิจ ยิ่งจะให้ม้าไม่มีสภาพออกไปรบไม่ได้ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บัดนี้ได้เวลาเปลี่ยนม้าแล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนก็จะมีการระบาดรอบสี่อีก ความรับผิดชอบเยียวยาให้ประชาชนก็ไม่มี คงมีแต่มาตรการบังคัประชาชน แม้ประยุทธ์และพวกพ้องข้างหลังอยู่ได้ แต่คนอื่นอยู่ไม่ได้ พวกเราจะจัดเวทีไล่ออนไลน์แบบนี้ และต่อไปคงนัดยกระดับอีก อาจนัดเวลา19.00 น. เปิดไฟฉายมือถือ พร้อมตะโกนกันทั่วประเทศว่า ประยุทธ์ออกไป ซึ่งจะนัดกันอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม วันพรุ่งนี้ตั้งแต่บ่ายโมงตรงเป็นต้นไป เราพร้อมกับนักการเมืองจะฉายภาพให้เห็นว่า ทำไมประยุทธ์ จึงต้องออกไป ทั้งที่อยู่มา 7 ปียังไม่ทำอะไรให้เกิดความสำเร็จได้เลยสักชิ้นงาน เอาแต่ทำเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองไว้เท่านั้น จึงไม่สมควรให้อยู่อีกต่อไป&amp;rdquo;นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101312</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, นัดไล่ประยุทธ์, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐประหารเงียบ, โควิดระบาดซ้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bcecdbf62e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้เปิดสภาวิสามัญแก้ชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กลุ่มต่อต้านรัฐบาลโวย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ทหารยึดสภา คือรัฐประหารเงียบ ด้าน &amp;quot;ราเมศ&amp;quot; แจง &amp;quot;ชวน&amp;quot; เป็นคนบอกไปยังรัฐบาลให้ถอนทหารออก เพราะสภามีมาตรการรักษาความปลอดภัยของตัวเองอยู่แล้ว ด้านเพื่อไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องเปิดสภาสมัยวิสามัญ แนะหัวหน้าทุกพรรคคุยกัน แต่ไม่ขอไปคุยที่ราบ 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; แผ่นเสียงตกร่อง ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง 6 ต.ค.2519 ตั้งใจกลับมาฉายภาค 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา แถลงชี้แจงกรณีมีกระแสการโจมตีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา หลังปล่อยให้มีกำลังทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 เข้ามาภายในบริเวณรัฐสภา เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังมีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ว่ากองกำลังทหารดังกล่าวได้ถอนออกจากพื้นที่อาคารรัฐสภาไปแล้วตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันเดียวกัน ซึ่งการเข้ามาของกองกำลังทหารดังกล่าว ก็เพื่อดูแลความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ เป็นไปตามข้อกำหนดของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศเผยว่า เรื่องนี้รัฐสภาไม่ได้มีการร้องขอ แต่เป็นการดำเนินการของฝ่ายรัฐบาลเอง เพื่อดูแลความเรียบร้อยตามปกติ นอกจากนี้ในช่วงบ่ายของวันที่ 15 ต.ค. นายชวนก็ยังได้ลงไปเยี่ยมพร้อมกับมอบอาหารและน้ำให้กับกำลังทหารที่อยู่ในพื้นที่รัฐสภา รวมถึงได้แจ้งไปยังรัฐบาลว่ายังไม่มีสถานการณ์ใดที่จะบ่งบอกว่าเป็นกรณีน่ากังวลหรือเกิดความวุ่นวาย และขอให้นำกองกำลังทหารออกจากพื้นที่บริเวณรัฐสภาและโดยรอบ เพราะรัฐสภามีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อยู่แล้ว ทั้งเรื่องของการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกสถานที่ และการห้ามพกพาอาวุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ออกมาไม่ได้มีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการทั้งชุดสามัญและวิสามัญต่างๆ ได้มีการประชุมตามปกติ ขณะเดียวกันทางรัฐบาลหรือฝ่ายความมั่นคงก็ไม่ได้มีการทำหนังสือขอความร่วมมือมายังฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้งดการประชุมคณะกรรมาธิการแต่อย่างใด หากจะขอความร่วมมือต้องทำหนังสือแจ้งมาอย่างเป็นทางการ&amp;quot; นายราเมศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า การประชุม ครม.นัดพิเศษครั้งนี้มีเพียงวาระเดียว คือเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในท้องที่กรุงเทพมหานคร ที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม.ภายใน 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเรียกร้องขอเสียงมายังพรรคประชาธิปัตย์เพื่อให้สามารถเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อแก้วิกฤติประเทศว่า การจะเปิดได้จะต้องมี ส.ส.ร่วมกับ ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของเสียงสองสภาถึงจะสามารถเปิดได้ จึงเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคต้องไปดูกันว่าเป็นอย่างไร จะอาศัยพรรคใดพรรคหนึ่งเสียงไม่น่าจะพอ แต่ข้อเท็จจริงคืออีก 2 สัปดาห์ก็จะมีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญในวันที่ 1 พ.ย.อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านต้องการให้เปิดสมัยวิสามัญเพื่อหารือถึงการชุมนุม นายจุรินทร์ตอบว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องดำเนินการ ซึ่งมีกฎหมายชัดเจนอยู่แล้วว่าจะเป็นอย่างไร &amp;nbsp;
กลไกสภาต้องเป็นทางออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลไกสภาต้องเป็นทางออกหนึ่ง รัฐสภาควรจะเป็นเวทีในการที่จะหาทางออกให้กับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญเงื่อนไขหนึ่งที่สามารถช่วยหาทางออกให้กับประเทศได้ อย่างน้อย 3 ฝ่ายที่ควรจะมีความเห็นร่วมกัน ได้แก่ ส.ส.รัฐบาล, ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว. ถ้าสามารถเห็นไปในทางเดียวกันได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้ ส่วนเรื่องการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคจะไปพิจารณา แต่ลำพังพรรคใดพรรคหนึ่งคงไม่สามารถไปกำหนดได้ แต่สภาจะเปิดอีกครึ่งเดือนอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าเป็นห่วงสถานการณ์การชุมนุมหรือไม่ ที่เริ่มมีการใช้ลักษณะฮ่องกงโมเดลจนอาจทำให้การทำงานของรัฐบาลสะดุด นายจุรินทร์กล่าวว่า ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันใช้โควิดโมเดลเข้ามาเป็นแนวทางในการคลี่คลายสถานการณ์ คลี่ปัญหาของประเทศ ทุกฝ่ายก็จะไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า โควิดโมเดลน่าจะสู้ฮ่องกงโมเดล น่าจะดีกว่าใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า โควิดโมเดลเป็นแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จจนเป็นที่ยอมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องของการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ? คงต้องฟังความเห็นของหลายๆ ฝ่ายก่อน เพราะไม่อยากแสดงความเห็นในช่วงที่มีความละเอียดอ่อน อย่างในช่วงนี้คงต้องมีการพูดคุยกันของหลายๆ ฝ่ายว่าแต่ละฝ่ายนั้นมีแนวทางอย่างไรบ้าง? ต้องฟังความเห็นหลายๆ ฝ่ายก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ทุกๆ คนคือทางออกของประเทศ ช่วยกันถอยคนละก้าวลดอารมณ์และหันหน้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผลก็น่าจะมี ทางออกได้ อย่าคุยกันด้วยอารมณ์ ต้องรอให้จังหวะดีๆ ก่อน &amp;quot;ไม่มีรัฐบาลแห่งชาติ ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลแห่งชาติมีไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดถึงรัฐบาลแห่งชาติว่า &amp;quot;โอ๊ย ยังไปอีกไกล&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องเข้าไปดูแลสถานการณ์เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ ไม่ได้บ้าอำนาจเหมือนรัฐบาลในอดีต เพราะม็อบคณะราษฎรสร้างสิ่งที่จะนำ ไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงให้กับประเทศ สร้างความเศร้าใจ ย่ำยีหัวใจของคนไทยทั้งประเทศ โดยการจาบจ้วงสถาบัน กล้าถึงขนาดขัดขวางขบวนเสด็จฯ ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจากหลายกลุ่มประกาศระดมพลออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักและศรัทธา รัฐบาลไม่อยากให้เกิดม็อบชนม็อบ เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน จึงจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าพรรคร่วมฝ่ายค้านยังยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข จะต้องเข้าใจและเห็นใจในสิ่งที่รัฐบาลทำ&amp;quot; นายธนกรกล่าว
เพื่อไทยออกแถลงการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และได้มีการออกข้อกำหนดอันเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการดำเนินชีวิตและการทำกิจกรรม พร้อมกับได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม จับกุมแกนนำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องหาทางออกด้วยวิธีการที่สันติ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญทันที โดยญัตติดังกล่าว นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ลงนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เริ่มทยอยลงนามตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเสียงพรรคร่วมฝ่ายค้านมี 211 เสียง ต้องการอีก 34 เสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทย เพื่อให้เกิน 245 เสียงตามมาตรา 123 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ในการขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พรรคเพื่อไทยจะติดต่อขอพบหัวหน้าทุกพรรคการเมือง เพื่อหารือและหาทางออกในการคลี่คลายสถานการณ์วิกฤติทางการเมืองในขณะนี้อย่างสันติวิธีร่วมกัน โดยใช้เวทีรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการช่วยเหลือเรื่องการประกันตัวนักศึกษาและประชาชนที่ถูกควบคุมตัวทุกพื้นที่ พร้อมให้คำแนะนำด้านข้อกฎหมาย โดยในส่วนของ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ขณะนี้ได้มีการประสานงานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.พรรคเพื่อไทยขอปฏิเสธไม่ได้มีการพบปะหารือที่ราบ 11 เพื่อจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติตามที่มีกระแสข่าว และยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.พรรคเพื่อไทยขอให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และไม่ควรที่จะมีการประกาศใช้เคอร์ฟิวในขณะนี้ เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นไปอีกจนยากจะแก้ไขด้วยสันติวิธี
รัฐประหารเงียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคณะประชาชนปลดแอกระบุว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ณ ช่วงเวลารุ่งสาง 04.00 น. ของวันที่ 15 ตุลาคม พร้อมๆ กับการเข้าสลายการชุมนุมของประชาชนมือเปล่า ล่าสุดก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวของทหารในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง พร้อมทั้งมีการเซ็นเซอร์สื่อหลายๆ สำนัก ซึ่งการกระทำเช่นนี้พูดได้เลยว่าเป็นการรัฐประหารเงียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามสำคัญคือ รัฐสภาอันเป็นอำนาจฝั่งนิติบัญญัติมีความคิดเห็นอย่างไรกับสถานการณ์นี้ การที่อำนาจนิติบัญญัติสามารถถูกควบคุมได้โดยกองกำลังทหารเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร สภาผู้แทนราษฎรจะยอมจำนนต่อการใช้กำลังพลเช่นนี้จริงๆ หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภาฯ ในฐานะผู้เป็นตัวแทนของผู้แทนราษฎรทุกคน ต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าการแทรกแซงอำนาจนิติบัญญัติเช่นนี้เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเป็นสิ่งที่ฝั่งนิติบัญญัติควรสยบยอมอย่างนั้นหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าคนออกมาไล่รัฐบาลจำนวนมากขนาดนี้ถือว่าหนักมาก แต่ที่สำคัญกำลังหลักในการขับไล่รัฐบาลประยุทธ์คือนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน&amp;nbsp; อนาคตของชาติ รัฐบาล ต้องประเมินและรับสภาพอย่างตรงไปตรงมา ว่าไปต่อลำบาก ทางเลือกไหนที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังพอตัดสินใจเลือกได้ แล้วสร้างความเสียหายหรือเกิดผลกระทบน้อยที่สุดต้องตัดสินใจ เร่งแสดงความจริงใจเปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับและยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด แล้วยุบสภาคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงเป็นผู้ตัดสิน ระบุไทม์ไลน์ให้ชัดและสั้นที่สุด การทู่ซี้อยู่ในอำนาจที่บริหารไม่ได้ ควบคู่กับการเดินหน้าปราบปรามจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างเด็ดขาด แก้ไม่ตรงจุด ปัญหาไม่จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ม็อบมาทุกวัน ผุดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ รัฐบาลจะปราบไหวหรือ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ที่เห็นต่างไม่ใช่ศัตรู การมีส่วนร่วมทางการเมืองมีความสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตย รัฐบาลต้องรับฟัง บ้านเมืองต้องการประชาธิไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เผยว่า พรรคก้าวไกลขอย้ำข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงทันที เพราะการประกาศดังกล่าวถือเป็นการฉวยโอกาสทำรัฐประหารเงียบ รวบอำนาจมาที่ พล.อ.ประยุทธ์ อดีตผู้นำคณะรัฐประหารอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณที่จะมีการใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ว่าจะเป็นการใช้กำลังสลายการชุมนุมที่เป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ การแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ชุมนุมร้ายแรงเกินกว่าเหตุ การควบคุมตัวประชาชนโดยไม่ต้องสนใจกระบวนการยุติธรรมปกติ การปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน การปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวลชน รวมไปถึงการส่งกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่ของรัฐสภา เป็นต้น&amp;quot;
&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot;ให้เลิกฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัชระบุว่า ในภาวะเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องใช้เวทีรัฐสภาเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติ พรรคก้าวไกลขอเชิญชวนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันลงชื่อขอให้เปิดการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้ตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร และใช้ระบบรัฐสภาในการหาทางออกจากปัญหาการเมืองโดนสันติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชั้น 5 อาคารไทยซัมมิท นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จัดแถลงข่าวความเห็นต่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และการดำเนินคดีกรณีขบวนเสด็จฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า การชุมนุม 3 ครั้งที่ผ่านมาของนิสิตนักศึกษา ไม่มีเหตุว่ากระทบความมั่นคงของรัฐ มีแต่การตั้งเวทีปราศรัย ผูกโบขาว ชู 3 นิ้ว ร้องรำทำเพลง เดินขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ผู้ที่เป็นวิญญูชนมีสติสัมปชัญญะจะเห็นได้ว่าการชุมนุมไม่มีอะไรที่รุนแรง ไม่มีการทำร้ายทรัพย์สินของราชการหรือเอกชนรายใดรายหนึ่ง แล้วเหตุใด พล.อ.ประยุทธ์จึงเลือกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ควรซื่อสัตย์กับตนเอง ควรกล้าหาญ พูดความจริง ว่าที่ท่านประกาศใช้ เพราะตนเองไม่สบายใจเรื่องที่นิสิตนักศึกษาเรียกร้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ กระทบเสถียรภาพต่อรัฐบาล กระทบเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของตนเอง ซึ่งตนคิดว่านี่คือเหตุผลของ พล.อ.ประยุทธ์มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากเรายังยอมให้รัฐบาลใช้กฎหมายแบบฟุ่มเฟือย ก็เหมือนเราปล่อยให้รัฐบาลรวบอำนาจเข้าสู่ตัวเอง เหมือนการรัฐประหารโดยไม่ฉีกรัฐธรรมนูญ และไม่ต้องใช้กำลังทหาร พล.อ.ประยุทธ์ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกทั้งระบบกฎหมายไทยไม่มีการถ่วงดุลใดๆ สภาผู้แทนราษฎรไม่มีอำนาจในการยับยั้งการใช้อำนาจของนายกฯ เลย เคยมีการร้องต่อศาลปกครอง ศาลยุติธรรม ก็ไม่มีการรับฟ้อง การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกของรัฐบาล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่คิดว่าไม่ควรเกิดซ้ำอีก นั่นคือผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง 6 ต.ค.2519 ตั้งใจกลับมาฉายภาค 2 อีกหรือไม่ เพราะเหมือนมีคนบางกลุ่มอยากให้เกิดซ้ำอีก ชนวนเหตุคือการยุยงปลุกปั่นว่านักศึกษาไม่ต้องการสถาบัน จึงเกิดการสังหารหมู่ที่ธรรมศาสตร์ วันนี้ดูเหมือนว่าต้องการนำขบวนเสด็จฯ มาอ้างในการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องการนำไปดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ทำให้เกิดความขัดแย้งกันเอง ซึ่งเราทุกคนต้องช่วยกันอย่าให้ผู้กำกับเรื่องนี้ทำได้สำเร็จ ประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์มายาวนาน เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย ซึ่งเราไม่ควรยอมให้กลุ่มบุคคลหนึ่งนำสถาบันมาเป็นข้ออ้างในการรัฐประหารหรือขัดแย้งกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นจึงอยากขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในทันที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80800</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อกำหนดของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน, ดูแลความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, รัฐประหารเงียบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f89b948c2539.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;เคาะกะโหลกพวกคิดเรื่องรัฐประหารเงียบบอกไม่มีคนบ้าจะยึดอำนาจจากโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.63- นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวตอนหนึ่งในการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ &amp;nbsp;โดยยังคงงดรวมตัวจัดกิจกรรมร้องรำทำเพลงออกไปก่อนถึงกรณีรัฐบาลประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ในการทำสงครามครั้งนี้เป็นเรื่องทางการแพทย์ที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน ไม่ใช่สงครามทางการทหาร หลายคนในโลก Social Media ได้แสดงความกังวลว่านี่จะเป็นการรัฐประหารเงียบหรือไม่นั้น ส่วนตัวบอกได้เลยว่าไม่เชื่อว่าจะเป็นการรัฐประหารเงียบ เพราะในประเทศไทยไม่มีคนบ้าที่จะไปยึดอำนาจจากโควิด 19 ดังนั้นบางเรื่อง ในบางสถานการณ์อย่าแสดงความวิตกไปจนเกินเหตุ เพราะสถานการณ์ในขณะนี้หากใครไปคิดเช่นนั้นตนเชื่อว่า สติสัมปชัญญะก็แย่เต็มที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า สิ่งที่ทางการแพทย์ได้ร้องขอคือ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ หากมีการปฏิบัติกันอย่างครบถ้วน และบางสถานที่ทำงานหรือหน่วยงานที่ยังมีความจำเป็นก็ต้องมีมาตรการป้องกัน ทั้งการฉีดยาฆ่าเชื้อหรือแม้กระทั่งการสวมหน้ากากอนามัยและที่สำคัญที่สุด คือ บุคลากรที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะต้องทำงานที่บ้าน หรือไม่ไปในที่ใดก็ตามที่ไปพบปะผู้คนเพื่อแสดงความรับผิดชอบต้อสังคม เพราะผู้ติดเชื้อ 1388 รายนั้นมีที่มาที่ไป เมื่อตรวจสอบดูแล้วมีพื้นที่เพียงไม่กี่จุดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเชื่อมาตั้งแต่ต้นว่าหากแต่ละคนได้แสดงความรับผิดชอบและรัฐบาลเองจะต้องแสดงความเชื่อมั่นว่าประชาชนที่เข้าข่ายสงสัยว่าติดเชื้อ ต้องไม่มีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ว่าการตรวจหรือการรักษา ซึ่งช่วงเวลานี้ก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่ว่าการสร้างความเชื่อเพื่อให้เกิดมีความกล้า ส่วนประชาชนที่ไม่เข้าข่ายว่าติดเชื้อก็อย่าวิตกจนเกินไป&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61360</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จตุพร พรพมพันธุ์, รัฐประหารเงียบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80757bec27b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กเพื่อไทย ชี้เปรี้ยง พรก.ฉุกเฉินต้านโควิด-19  คือการรัฐประหารเงียบ  ยึดอำนาจประชาชน-รมต.มาไว้ที่คนๆเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.63 - &amp;nbsp;นายนคร มาฉิม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าใช้วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด 19 เพื่อยึดอำนาจทำรัฐประหารเงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ คสช. สามารถยึดอำนาจ และสืบทอดอำนาจปกครองประเทศ เกือบ 6 ปีเต็ม ได้สร้างวิกฤตทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอย่างต่อเนื่อง มากมาย ทุกมิติ ได้สะสมความเครียดต่อสังคมมายาวนาน จนถึงช่วงปลายปี 62 ย่างเข้าต้นปี 2563 กระแสความไม่พอใจ ต่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ถึงจุดเดือด จากการบริหารประเทศที่ผิดพลาด ทำให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง การเมืองแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีการทุจริตคอรัปชั่นรุนแรง อาณาราษฏรเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า นักเรียน นักศึกษาปัญญาชนฝ่ายประชาธิปไตยเริ่มรวมตัวประท้วงขับไล่รัฐบาล กระแสจุดติดและดังกระหึ่มหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่รัฐบาลถูกกดดัน ถูกประท้วง ถูกขับไล่ ด้วยความไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถบริหารและกำลังเสื่อมทรุด จากวิกฤตโรคระบาดร้ายแรงเข้ามาและแพร่ระบาดแต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการป้องกัน ตั้งแต่แรกรัฐบาลเห็นแก่เงินมากกว่าชีวิตของประชาชนปล่อยให้นักท่องเที่ยวจีน เกาหลีซึ่งเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาแต่เริ่มต้นเข้ามาโดยไม่มีมาตราการป้องกันเพียงพอ จนสถานการณ์ปัจจุบันได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาไปเกือบทั้งประเทศ แล้วพลเอกประยุทธ์ จึงประกาศใช้ พ. ร. ก. ฉุกเฉิน พ่วงด้วยกฎหมายอีก 40 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกาศใช้ พ. ร. ก. ฉุกเฉิน แทบจะไม่มีใครต่อต้านเพราะทุกคน ทุกฝ่ายพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด 19 แต่เมื่อพิจารณาความสมเหตุสมผล เบื้องหน้า เบื้องหลัง เป้าหมาย และเจตนารมณ์อันแท้จริงของพลเอกประยุทธ์ ที่ประกาศ พรก. ฉุกเฉิน พ่วงด้วย พรบ. อีก 40 ฉบับ แล้ว การประกาศใช้ พ. ร. ก. ฉุกเฉินครั้งนี้ ไม่ได้ประกาศเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเพียงอย่างเดียว แต่ในทางวิชาการรัฐศาสตร์ ถือว่าเป็นการยึดอำนาจ หรือรัฐประหารเงียบ เป็นการใช้โครงสร้างการบริหารประเทศรวมศูนย์ ยึดอำนาจประชาชน ยึดอำนาจคณะรัฐมนตรี ให้มาอยู่ที่ตัวพลเอกประยุทธ์ เพียงคนเดียว แล้วให้รัฐมนตรีบางคนที่เป็นแกนนำการยึดอำนาจเดิม รวมทั้งปลัดกระทรวงและข้าราชการประจำมาบริหารประเทศแทนคณะรัฐมนตรีที่มาจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านรัฐสภาก็เช่นกัน ฝ่ายค้านพยายามเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาและเรียกร้องให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อระดมความคิด ความรู้ ความสามารถ แนวทางแก้ปัญหาวิกฤตชาติแต่รัฐบาล พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลกลับพยายามขัดขวางไม่ให้มีการเปิดประชุม ช่องทางรัฐสภาจึงไร้ความหมายและถูกปิดปากจากฝ่ายรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันรัฐบาลนี้ก็ถือโอกาสใช้วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินเพื่อสยบความเคลื่อนไหวทั้งหมดของนักเรียนนักศึกษาและฝ่ายประชาธิปไตย พร้อมกับรวบอำนาจมาไว้ในตัวเอง คล้ายกับรัฐบาลเผด็จการหลังยึดอำนาจเสร็จ ท่ามกลางความโกลาหลของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้การใช้ พรก. ฉุกเฉิน ครั้งนี้เป็นไปด้วยความซื่อตรงต่อประชาชน เพื่อป้องกัน แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา และคืนความเป็นปกติให้กับสังคมโดยเร็ว อย่าใช้ พรก. ฉุกเฉินเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ และคณะ บนความเสียหาย เสียโอกาส บนวิกฤตของประชาชนและประเทศชาติเลย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61237</URL_LINK>
                <HASHTAG>นคร มาฉิม, รัฐประหารเงียบ, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6c23998ec5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;เฉลยเหตุนักการเมืองโวย&#039;ลุงตู่&#039;ประกาศภาวะฉุกเฉินเท่ากับรัฐประหารเงียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 มี.ค.63 -นายนันทิวัฒน์ สามารถ&amp;nbsp; อดีตรองผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ&amp;nbsp; ภาวะฉุกเฉิน​ = ปว.เงียบ? มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;แปลกใจที่​นักการเมือง​ นักวิชาการ​ ออกมาประสานเสียงกันว่า​ การประกาศใช้ภาวะฉุกเฉิน​เท่ากับการรัฐประหารเงียบ​ ลดทอนอำนาจรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง​ เพิ่มอำนาจให้นายก​ สั่งงานโดยตรงต่อปลัดกระทรวง​ ข้ามหัวรัฐมนตรีเจ้าสังกัด ภายใต้อำนาจของ​ พรก.​ฉุกเฉิน​
กฏหมายให้อำนาจนายกสามารถ
ใช้อำนาจในกฏหมายต่างๆของกระทรวงทบวงกรมต่างๆที่เคยเป็นของรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันน่าแปลกใจ​ ก่อนหน้านี้​ มีแต่เสียงบ่นจากทุกทิศทุกทาง​ ว่า​ ทำไมรัฐบาลไม่ปิดประเทศ​ ทำไมไม่ประกาศ​ พรก.ฉุกเฉิน​ ในเมื่อประเทศเข้าสู่สถานการณ์ไม่ปกติแล้ว​ ประเทศอื่นๆปิดประเทศ หลายประเทศประกาศภาวะฉุกเฉินไปแล้ว
ไทยรออะไรอยู่​ จะต้องรอให้คนไทยล้มตายแบบอิตาลีก่อนหรือไงถึงค่อยใช้​ พรก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด
ที่ประเทศทั่วโลกเผชิญหน้า​ เสมือนสถานการณ์สู้รบ​ ต้องการความฉับไวในการแก้ไขปัญหา​ ที่รอเวลาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหลืออยู่ประเด็นเดียว​ คือ​ เมื่อประกาศใช้​ พรก.ฉุกเฉิน​ การทำงานของทุกส่วนราชการต้องกระชับ​ ฉับไว​ รวดเร็ว​ ในการเข้าจัดการปัญหา​ หน้ากาก​ เจล อุปกรณ์การแพทย์​ ไข่ไก่​ สินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประชาชน​ ต้องไม่ขาดแคลน​ ราคาต้องไม่แพง​ เหล่านี้ต่างหากที่​ ศอฉ.ต้องรีบจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากงานนี้​ พลาด​ ล้มเหลว​ ผู้รับผิดชอบคือ​ ลุงตู่​ ตรงๆ​ รัฐมนตรี​ นัก​การเมือง​ พรรคการเมือง​ ลอยตัว​ ไม่ต้องมัวหมอง​ ปล่อยลุงตู่ไปคนเดียว​ นักการเมืองน่าจะดีใจนะ​ หรือกลัวลุงตู่จะจัดการปัญหาได้สำเร็จ​ ได้คะแนนนิยมสูง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61144</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันทิวัฒน์ สามารถ, ประกาศภาวะฉุกเฉิน, ป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19, รัฐประหารเงียบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e211cdf308ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุชาติ&#039;ติงใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมือนรัฐประหารเงียบ เสนอเอาตามเพื่อไทยกับอดีตอนาคตใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.63 -นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ ผู้นำทางความคิดกลุ่มต่อต้านรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าเหมือนรัฐประหารเงียบแทนที่จะปิดประเทศเพื่อแก้ปัญหาแต่เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน ก็ปิดประเทศในแบบ &amp;quot;ยาแรง&amp;quot; เหมือนยังอยู่ใน &amp;quot;สถานะรัฐประหาร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชนชั้นล่างจะกระอักเลือดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสนอทางออกในการแก้ปัญหา &amp;quot;โควิด-19&amp;quot; ทั้งพรรคเพื่อไทย&amp;quot; และ (อดีต) &amp;quot;พรรคอนาคตใหม่&amp;quot; ก็เสนอมาตรการที่จะแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างมีรูปธรรมไว้แล้ว โดยไม่เห็นว่าจะต้องใช้ &amp;quot;พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&amp;quot; มาช่วยแก้ปัญหา ( เช่นประกาศ &amp;quot;เคอร์ฟิว&amp;quot; ) แต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ &amp;quot;โควิด-19&amp;quot; ไปแล้ว แต่ พ.ร.บ.นี้ยังปลายเปิด คือมันอาจจะไม่ไปตาม &amp;quot;โควิด-19&amp;quot; ก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอดูชมกันต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60815</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, รัฐประหารเงียบ, สุชาติ สวัสดิ์ศรี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfc8f9565360.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 21:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปากีสถานนองเลือด ระเบิดฆ่า 31 ศพ ก่อกวนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปากีสถานจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันพุธ ที่อาจทำให้ &amp;quot;อิมรอน ข่าน&amp;quot; อดีตนักคริกเกตคนดังได้เป็นนายกฯ คนใหม่ ขณะไอเอสระเบิดฆ่าตัวตายฆ่าคนอย่างน้อย 31 คนที่เมืองเกตตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายใกล้กับหน่วยเลือกตั้งในเมืองเกตตา เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งในวันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2561 ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะการถ่ายโอนอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนผ่านการเลือกตั้งเพียงครั้งที่ 2 ของปากีสถาน ซึ่งถูกปกครองโดยทหารมาเกือบครึ่งหนึ่งของประวัติศาสตร์ก่อตั้งประเทศ กระนั้นรายงานเอเอฟพีกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ถูกระบุว่าเป็น &amp;quot;การเลือกตั้งที่สกปรกที่สุด&amp;quot; เนื่องจากคำกล่าวหาอย่างกว้างขวางว่ามีการทุจริตก่อนเลือกตั้งโดยกองทัพที่ว่ากันว่าหนุนหลังอิมรอน ข่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุระเบิดเมื่อวันพุธเกิดที่เมืองเกตตา ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างว่าอยู่เบื้องหลัง โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ราย ระเบิดฆ่าตัวตายครั้งนี้เป็นการโจมตีใหญ่ของไอเอสครั้งที่ 2 ในจังหวัดบาลูจิสถานเดือนนี้ ครั้งแรกนั้นมีคนเสียชีวิตถึง 153 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮาชิม กิลซา เจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่นกล่าวกับเอเอฟพีว่า มือระเบิดรายนี้พยายามจะเข้าไปภายในหน่วยเลือกตั้ง แต่เมื่อตำรวจเข้าขัดขวางเขาก็จุดชนวนระเบิดตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งครั้งนี้โดยทั่วไปเป็นการชิงชัยกันระหว่าง 2 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคปากีสถานตอห์ริกอีอินซัฟ (พีทีไอ) ของข่าน และพรรคปากีสถานสันนิบาตมุสลิม-นาวาซ (พีเอ็มแอล-เอ็น) ของนาวาซ&amp;nbsp; ชาริฟ อดีตนายกฯ ที่ถูกขับพ้นเก้าอี้ ซึ่งชาห์บัซ น้องชายของเขาเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิมรอน ข่าน กล่าวกับสื่อภายหลังลงคะแนน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าน วัย 65 ปี หาเสียงแบบประชานิยมด้วยคำมั่นจะสร้าง &amp;quot;ปากีสถานใหม่&amp;quot; ขึ้นโดยกำจัดคอร์รัปชัน&amp;nbsp; รักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างรัฐ &amp;quot;สวัสดิการอิสลาม&amp;quot; แต่เขาถูกกล่าวหาว่าพึ่งพากองทัพหนุนหลัง โดยสื่อ&amp;nbsp; นักเคลื่อนไหว และหน่วยงานคลังสมองประณามว่าพวกนายพลกำลัง &amp;quot;รัฐประหารเงียบ&amp;quot; แต่กองทัพปฏิเสธว่าไม่ได้มีบทบาทโดยตรงในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคพีเอ็มแอล-เอ็นอ้างว่า พวกเขาตกเป็นเป้าหมายแผนการของกองทัพ อดีตนายกฯ ถูกขับพ้นอำนาจเมื่อปีที่แล้วและถูกจำคุกคดีคอร์รัปชันก่อนหน้าวันเลือกตั้งไม่กี่วัน ซึ่งเป็นการกำจัดคู่แข่งของข่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการได้วางกำลังทหารและตำรวจกว่า 800,000 นายดูแลหน่วยเลือกตั้งมากกว่า 85,000 แห่ง ด้วยความวิตกด้านความปลอดภัยหลังจากความรุนแรงก่อนเลือกตั้งทำให้ล้มตายมากกว่า 180 คน รวมถึงผู้สมัคร 3 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14118</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปากีสถาน, ระเบิดฆ่าตัวตาย, รัฐประหารเงียบ, อิมรอน ข่าน, เกตตา, เลือกตั้งปากีสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b5881144d28a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
