<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียล็อกดาวน์รัฐพิหาร125ล้านคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินเดียเริ่มล็อกดาวน์รัฐพิหารที่มีประชากรมากกว่า 125 ล้านคนเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะยอดติดเชื้อโควิด-19 ของอินเดียจ่อทะลุ 1 ล้านราย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านค้าบนถนนบอริงคานัลในรัฐปัฏนาปิดกิจการชั่วคราวเนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีรายงานว่า รัฐพิหารในภาคเหนือของอินเดียติดชายแดนเนปาลเริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563 โดยในวันเดียวกันนั้น อินเดียรายงานว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตมากกว่า 600 รายภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 24,914 ราย และผู้ติดเชื้อ 968,857 รายตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ โดยคาดว่ายอดผู้ติดเชื้อของอินเดียจะทะลุ 1 ล้านรายในวันศุกร์หรือวันเสาร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นไม่หยุดทำให้รัฐบาลท้องถิ่นทั่วอินเดียกลับมาใช้มาตรการควบคุมโรคที่เพิ่งยกเลิกไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยรัฐพิหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐฐานะยากจนที่สุดของอินเดียมีประชากรมากกว่า 125 ล้านคน เริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์นาน 15 วันตั้งแต่เวลาหลังเที่ยงคืนของวันพุธ หนึ่งวันก่อนหน้านั้นเมืองบังกาลอร์ในภาคใต้ที่เป็นศูนย์รวมไอทีของอินเดียและมีประชากร 13 ล้านคน เริ่มการชัตดาวน์นาน 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐพิหารบังคับให้ปิดโรงเรียนทุกแห่ง รวมถึงสถานเริงรมย์, วัด และธุรกิจที่ไม่จำเป็น แต่ยังอนุญาตกิจกรรมก่อสร้างและการเกษตร ระบบขนส่งสาธารณะก็หยุดบริการด้วย แต่ยานพาหนะของเอกชนยังดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศกล่าวว่า ในขณะที่โลกพุ่งความสนใจไปที่วิกฤติในสหรัฐและอเมริกาใต้อยู่นั้น โศกนาฏกรรมของมนุษยชาติที่เกิดขึ้นพร้อมกันก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วในเอเชียใต้ ซึ่งมีประชากร 1 ใน 4 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากอินเดีย ภูมิภาคเอเชียใต้ยังมีโควิด-19 ระบาดอยู่ในปากีสถานและบังกลาเทศ ที่มีผู้ติดเชื้อเกือบ 260,000 ราย และ 195,000 ราย ตามลำดับ โดยทั้งสามประเทศมีผู้ติดเชื้อรวมกันมากกว่า 1.4 ล้านราย และเสียชีวิตรวมเกือบ 33,000 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71679</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐพิหาร, ล็อกดาวน์, อินเดีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f10596b0f30b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 22:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียสังเวยฟ้าผ่าใน 2 รัฐวันเดียว 107 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินเดียมีผู้เสียชีวิตเพราะโดนฟ้าผ่าอย่างน้อย 107 รายในรัฐพิหารและรัฐอุตตรประเทศของอินเดียเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในรัฐพิหารและอุตตรประเทศเผยว่า มีผู้เสียชีวิตเพราะโดนฟ้าผ่าในช่วงเริ่มต้นฤดูมรสุมที่รัฐพิหารภาคตะวันออก 83 ราย และเสียชีวิต 24 รายที่รัฐอุตตรประเทศภาคเหนือของประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากโดนฟ้าผ่าหลายสิบคน รัฐบาลท้องถิ่นของทั้งสองรัฐจะมอบเงินชดเชยให้กับญาติใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตคนละ 400,000 รูปี หรือราว 163,660 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฤดูมรสุมของอินเดียคือช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน ปกติเกิดฟ้าผ่าเป็นประจำ แต่ลักษมีสวาร์ ไร รัฐมนตรีกระทรวงจัดการภัยพิบัติรัฐพิหาร เผยกับเอเอฟพีว่า ผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าเมื่อวันพฤหัสบดีเป็นยอดผู้เสียชีวิตจากโดนฟ้าผ่าสูงที่สุดของรัฐเท่าที่บันทึกมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นที่เมืองทางเหนือและตะวันออกของรัฐที่เป็นเขตอันตรายจากน้ำท่วม และยอดผู้เสียชีวิตอาจมากกว่านี้ เนื่องจากกำลังรอเจ้าหน้าที่สำรวจผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากพื้นที่ตอนกลางของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรัฐอุตตรประเทศ เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าส่วนใหญ่เกิดที่เมืองโดเรียติดกับชายแดนเนปาลและที่เมืองปรยาคราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการส่งเสริมระบบการสังเกตการณ์สภาพภูมิอากาศของอินเดียกล่าวไว้ในรายงานเมื่อปีที่แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบภูมิอากาศที่มีช่องว่างยาวขึ้นระหว่างสภาพอากาศแห้งในหน้าร้อนกับช่วงที่ฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดฟ้าผ่ามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานดังกล่าวระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 เมษายน-31 กรกฎาคม 2562 เกิดฟ้าผ่าในรัฐพิหาร 225,508 ครั้ง และฟ้าผ่าที่รัฐอุตตรประเทศ 322,886 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของสำนักสถิติอาชญากรรมแห่งชาติอินเดียเผยว่า ผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าทั่วประเทศในปี 2561 มากกว่า 2,300 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟ้าผ่า, รัฐพิหาร, รัฐอุตตรประเทศ, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef610b72d47e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 21:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่-ลูกชาวอินเดียขัดขืนรุมโทรม โดนจับโกนผมแห่ประจาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สังคมอันตรายสำหรับเพศแม่ เกิดเหตุหญิงชราชาวอินเดียและลูกสาววัย 19 ปีในรัฐพิหารโดนกลุ่มชายในหมู่บ้านจับโกนหัวแล้วแห่ประจาน โทษฐานขัดขืนความต้องการข่มขืนลูกสาว ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวอินเดียชุมนุมประท้วงคดีข่มขืนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 อ้างคำกล่าวของตำรวจและสื่ออินเดียที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากปากเหยื่อการคุกคามทางเพศครั้งล่าสุดนี้ ว่าเหตุการณ์เกิดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐพิหารภาคตะวันออกของอินเดียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เมื่อโมฮัมหมัด คูร์ชิด สมาชิกสภาท้องถิ่น บุกเข้าไปในบ้านของสองแม่ลูกพร้อมกับชายอีกหลายคน และพยายามจะข่มขืนผู้เป็นลูกสาววัย 19 ปีที่เพิ่งแต่งงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เป็นแม่บอกกับตำรวจว่า เมื่อเธอและลูกสาวขัดขืน และฝ่ายสามีของลูกสาวพยายามอ้อนวอนขอความกรุณาแล้ว พวกเธอก็โดนทำร้ายร่างกาย จากนั้นคูร์ชิดได้นำตัวช่างตัดผมในหมู่บ้านมาแล้วโกนผมของพวกเธอ จากนั้นก็นำพวกเธอแห่รอบหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอ็นไออ้างคำกล่าวของหญิงชราด้วยว่า เธอทั้งสองโดนกระหน่ำตีด้วยท่อนไม้ เธอบาดเจ็บทั่วทั้งตัว ลูกสาวก็เจ็บด้วยเหมือนกัน และว่า พวกเธอโดนจับโกนผมต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซันเจย์ กุมาร ตำรวจในพื้นที่ กล่าวว่า ถึงขณะนี้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แค่ 6 ราย และกำลังตามล่าตัวพวกที่ยังหลบหนี พวกที่โดนจับกุมแล้วรวมถึงสมาชิกสภาท้องถิ่นและช่างตัดผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อระดับประเทศ และทำให้นักการเมืองฝ่ายค้านพากันโจมตีรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐนี้ คณะกรรมาธิการสตรีของรัฐพิหารประณามเหตุการณ์นี้และประกาศจะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้ไม่ใช่คดีคุกคามทางเพศคดีแรกในรัฐพิหาร เมื่อเดือนเมษายน มีเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งโดนสาดน้ำกรดเพียงเพราะเธอขัดขืนความพยายามรุมโทรม ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน หญิงคนหนึ่งโดนทำร้ายร่างกาย จับแก้ผ้าแล้วแห่ผ่านตลาดของหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียเคยเกิดคดีรุมข่มขืนที่สร้างความเดือดดาลทั่วประเทศเมื่อปี 2555 ที่แก๊งทรชนรุมโทรมนักศึกษาหญิงบนรถบัสที่แล่นตะบึงในกรุงนิวเดลี หญิงสาวเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่ปีที่แล้วก็เกิดเหตุล่วงละเมิดเด็กอีกหลายรายและกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39710</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, รัฐพิหาร, รุมโทรม, อินเดีย, โกนผมสองแม่ลูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d16217c34056.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งสอบวิกฤติโรคสมองรัฐพิหารคร่าเด็กเกิน 150 ศพแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โรคสมองอักเสบเฉียบพลันที่ถูกโยงถึงสารพิษในลิ้นจี่อ่อน คร่าชีวิตเด็กอินเดียในรัฐพิหารเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 150 คนแล้วเมื่อวันจันทร์ ศาลท้องถิ่นมีคำสั่งให้สอบสวนว่าผู้รับผิดชอบด้านสาธารณสุขประมาทหรือไม่ ขณะศาลฎีกาต้องการให้รัฐบาลพิหารแจกแจงมาตรการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผลลิ้นจี่ตกบนพื้นในสวนที่หมู่บ้านฮิชาราในอำเภอมูซัฟฟาร์ปูร์ รัฐพิหาร ซึ่งเป็นถิ่นที่ปลูกลิ้นจี่กันอย่างแพร่หลาย ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าสารพิษในลิ้นจี่ที่ไม่สุกอาจเป็นสาเหตุของโรคสมองที่คร่าชีวิตเด็กเล็ก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการอินเดียเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 ว่า ขณะนี้มีรายงานเด็กเสียชีวิตเพราะโรคสมองอักเสบเฉียบพลัน (เออีเอส) ในรัฐทางภาคตะวันออกแห่งนี้แล้ว 152 คน โดย 131 คนนั้นเสียชีวิตที่เขตมูซัฟฟาร์ปูร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า หัวหน้าคณะผู้พิพากษาเมืองมูซัฟฟาร์ปูร์มีคำสั่งให้สอบสวนว่า รัฐมนตรีสาธารณสุข ฮาร์ช วาร์ธาน ของรัฐบาลกลาง รวมถึงรัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐพิหาร กระทำการโดยประมาทเลินเล่อหรือไม่ ตามคำร้องเรียนของนักเคลื่อนไหวทางสังคมรายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กรุงนิวเดลี สำนักข่าวเพรสทรัสต์ออฟอินเดียรายงานว่า ศาลฎีกาของอินเดียก็มีคำสั่งเช่นกันให้รัฐบาลรัฐพิหารรายงานสภาพการณ์ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์, โภชนาการ, สุขาภิบาล และสุขอนามัยในรัฐนี้ แต่นิติกรของรัฐบาลพิหารแจ้งต่อศาลว่าสามารถควบคุมวิกฤติได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วง 10 ปีมานี้ มีเด็กอินเดียเสียชีวิตเพราะโรคนี้มากกว่า 1,350 คน โดยปี 2557 มีเด็กเสียชีวิต 355 คน เด็กส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตเพราะโรคเออีเอสเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปีที่มีภาวะขาดอาหาร ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่าอาจเป็นเพราะสารพิษในลิ้นจี่ที่ยังไม่สุก ที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็วจนส่งผลต่อสมอง อย่างไรก็ดี สามารถเลี่ยงการเสียชีวิตได้หากประชาชนมีความตระหนักรู้และเข้าถึงการสาธารณสุขและโภชนาการที่ดีขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39365</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐพิหาร, สารพิษในลิ้นจี่, อินเดีย, โรคสมองอักเสบเฉียบพลัน, โรคเออีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10cf228242e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2019 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2019 22:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐพิหารวิกฤติ โรคสมองคร่าเด็ดร่วมร้อย สังเวยร้อนจัดอีก 78 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐพิหารของอินเดียเผชิญกับวิกฤติทางสาธารณสุขพร้อมกัน 2 สถานการณ์ โรคไวรัสสมองที่อาจเกี่ยวโยงกับฤดูลิ้นจี่ของรัฐนี้ ทำให้เด็กเสียชีวิตแล้ว 97 คน ส่วนอากาศร้อนจัดคร่าเพิ่มเป็น 78 ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทะเลสาบใกล้เมืองอัจเมอร์ทางภาคเหนือของอินเดียใกล้แห้งเหือดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะอุณหภูมิสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ว่าคลื่นความร้อน ที่มีสถิติกินเวลายาวนานที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอินเดีย ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นหลายพื้้นที่ของรัฐทางภาคเหนือแห่งนี้ต้องประกาศใช้มาตรการควบคุมคล้ายกับการประกาศเคอร์ฟิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุณหภูมิช่วงกลางวันทั่วพื้นที่ส่วนใหญ่ของอินเดียสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสมา 32 วันแล้ว ขาดอีก 1 วันก็จะเท่ากับสถิติ 33 วันเมื่อปี 2531 ส่วนที่เมืองชูรูในพื้นที่ทะเลทรายของรัฐราชสถานทางภาคเหนือของอินเดีย เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 50.3 องศาเซลเซียส อีกนิดเดียวก็จะเท่ากับสถิติ 51 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐพิหารมีอุณหภูมิประมาณ 45 องศาเซลเซียสนานติดต่อกันหลายวัน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยกับเอเอฟพีว่า อากาศร้อนจัดใน 3 อำเภอ ทำให้มีคนเสียชีวิตแล้ว 78 คนนับตั้งแต่วันเสาร์ ผู้ตายส่วนใหญ่อายุเกิน 50 ปี นอกจากนี้ยังมีอีกมากกว่า 130 คนต้องรับการรักษาฉุกเฉินในโรงพยาบาลหลายแห่งเพราะโรคลมแดด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลท้องถิ่นของอำเภอคยาต้องออกกฎห้ามประชาชนออกไปทำกิจกรรมที่ไม่จำเป็นกลางแจ้ง ระหว่างเวลา 11.00-16.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากปัญหาอากาศร้อนจัดแล้ว รัฐที่เป็นแหล่งปลูกลิ้นจี่ของอินเดียแห่งนี้ยังเผชิญกับการระบาดของโรคไวรัสไข้สมองอักเสบเฉียบพลันมาตั้งแต่ต้นเดือน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวว่า มีเด็กเสียชีวิตเพราะโรคนี้ที่โรงพยาบาลและวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีกฤษณะ 80 คน และที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่ง 17 คน เด็กส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะขาดน้ำตาลกลูโคสในกระแสเลือดอย่างเฉียบพลัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคไข้สมองอักเสบเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในอำเภอเดิมๆ ของรัฐนี้ช่วงฤดูร้อนนับแต่ปี 2538 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับหน้าลิ้นจี่ หลายปีก่อนนักวิจัยสหรัฐกล่าวกันว่า โรคไข้สมองอาจเกี่ยวโยงกับสารพิษที่พบในลิ้นจี่ แต่นักวิจัยย้ำว่าจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อค้นหาสาเหตุของโรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา ในภูมิภาคที่ปลูกลิ้นจี่ของบังกลาเทศและเวียดนามก็เคยมีการระบาดของโรคทางระบบประสาทเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38797</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นความร้อน, รัฐพิหาร, ลิ้นจี่, อินเดีย, ไวรัสไข้สมองอักเสบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d07b7a6c9c7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลิ้นจี่เป็นเหตุ เด็กอินเดียป่วยสมองอักเสบตายแล้ว 31 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เด็กอินเดียอย่างน้อย 31 คนเสียชีวิตในเมืองหนึ่งของรัฐพิหารทางเหนือของอินเดียช่วง 10 วันที่ผ่านมา จากโรคสมองอักเสบที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับสารพิษที่พบในลิ้นจี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอินเดียเผยว่า มีเด็กที่เสียชีวิตอย่างน้อย 31 คนในโรงพยาบาล 2 แห่งของเมืองมูซัฟฟาร์ปูร์ ในรัฐพิหาร ทางเหนือของอินเดียในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเมืองที่ปลูกลิ้นจี่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อโศก กุมาร์ สิงห์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโส เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 12 มิถุนายนว่า เด็กที่เสียชีวิตทั้งหมดมีอาการของโรคสมองอักเสบเฉียบพลัน (เออีเอส) และเด็กที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการขาดกลูโคสในเลือดอย่างเฉียบพลัน และมีเด็กอย่างน้อย 40 คนที่มีอาการคล้ายกับเด็กที่เสียชีวิต ขณะนี้รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู นอกจากนี้มีประกาศเตือนให้ผู้ปกครองดูแลเด็กๆ ให้ดีในช่วงหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอส. พี. สิงห์ หัวหน้าคณะแพทย์ของโรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์ศรีกฤษณะ เมืองมูซัฟฟาร์ปูร์&amp;nbsp; เผยว่า จะพยายามอย่างดีที่สุดในการรักษาเด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมืองมูซัฟฟาร์ปูร์และเมืองใกล้เคียงในรัฐพิหาร พบการระบาดของโรคนี้ในช่วงฤดูร้อนทุกปีตั้งแต่ปี 2538 ที่ตรงกับหน้าลิ้นจี่ โรคนี้ในท้องถิ่นเรียกว่าโรค &amp;quot;Chamki Bukhar&amp;quot; ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจัยสหรัฐเผยรายงานในปี 2558 ว่า โรคสมองอักเสบที่พบในเด็กที่เมืองมูซัฟฟาร์ปูร์เชื่อมโยงกับสารพิษที่มีอยู่ในลิ้นจี่ แต่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ ซึ่งเด็กที่ป่วยมีอาการชัก, สภาพจิตใจแปรปรวน และมากกว่า 1 ใน 3 เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบการระบาดของโรคระบบประสาทในเขตที่ปลูกลิ้นจี่ในบังกลาเทศและเวียดนามด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38408</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐพิหาร, ลิ้นจี่, สมองอักเสบ, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d010f130748a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
