<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;การุณ&#039;ซัด&#039;บิ๊กตู่&#039;รักและหลงตัวเองจึงเกิดเหตุนินทานายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกมาตำหนิและคาดโทษรัฐมนตรีกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมขู่ว่าจะปลดออกจากตำแหน่งและริบโควตามาเป็นของตัวเอง เพราะทราบว่ามีรัฐมนตรีออกมานินทา มีทีมงาน ที่คอยติดตามและมอนิเตอร์ตามสื่อโซเชียลมีเดียของรัฐมนตรีทุกคน ว่าหากนายกฯ เอาใจใส่ปัญหาของประชาชนสักครึ่งหนึ่ง เหมือนกับการเอาใจใส่ปัญหาของตัวเอง เชื่อว่าประชาชนคงไม่ต้องเดือดร้อนแสนสาหัสเหมือนทุกวันนี้ ทั้งการปล่อยปละละเลยจนมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งประเทศ และความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จนความยากจนกระจายไปทั่วประเทศเช่นเดียวกัน ทางออกที่ดีที่สุดในวิกฤติไวรัสโควิด คือ รัฐต้องเร่งแก้ที่ปัญหาที่ต้นตอ คือ เร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้มากที่สุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนจนถึงวันนี้รัฐบาลสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้เพียง 1.2 ล้านโดส ไม่ถึงร้อยละ 2 ของประชากรทั้งประเทศ ถือว่าช้ามากหากเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาที่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาประกาศความสำเร็จที่สามารถฉีดวัคซีนโควิดไปแล้ว 200 ล้านโดสหลังดำรงไม่ถึง 6 เดือน เวลานี้รัฐบาลต้องเร่งเปิดให้เอกชนรวมถึงโรงพยาบาลเอกชนสั่งวัคซีนได้ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน ไม่ควรนำวัคซีนมาเป็นปัจจัยทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนไทยโชคร้ายที่ได้นายกฯ ที่รักและปกป้องตัวเองแทนที่จะเป็นที่พึ่งของประชาชนและปกป้องประชาชน ถึงเวลานี้คนไทยต้องพึ่งตัวเองที่ดีสุด ไม่อยากเชื่อเลยว่านายกฯ จะเห็นแก่ตัว และคิดถึงแต่ตัวได้มากขนาดนี้ พวกเราทุกคนคงต้องรักตัวเอง และปกป้องตัวเองให้ปลอดภัยที่สุด เพราะเชื่อได้ว่านายกฯ คนนี้คงให้ความสำคัญของประชาชนมาที่หลังตัวเองและพวกพ้องอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายการุณ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101039</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, นายการุณ โหสกุล, นินทา, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ส.ส.กทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088f6226103e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประวิตร&#039;โชว์ผลงานถกมั่นคงที่สิงคโปร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) เปิดเผยว่า เมื่อ 2 มิ.ย.2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เข้าร่วมการประชุม IISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่ 17 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมี รมว.กห.และผู้บริหารหน่วยงานความมั่นคงประเทศต่างๆ เข้าร่วมประชุมหารือเต็มรูปแบบในประเด็นต่างๆ ประกอบด้วย บทบาทนำของสหรัฐอเมริกาและความท้าทายด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก &amp;nbsp;การผ่อนคลายความตึงเครียดของวิกฤตการณ์นิวเคลียร์ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี &amp;nbsp;และการกำหนดทิศทางวิวัฒนาการของระเบียบด้านความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เจมส์ แมททิส รมว.กห.สหรัฐได้กล่าวถึง บทบาทนำของสหรัฐอเมริกาต่อการดำเนินยุทธศาสตร์ความมั่นคงภูมิภาคอินโด - แปซิฟิกในลักษณะเปิดกว้างและเสรี โดยสรุปว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับการดำเนินงานการทูตเชิงป้องกัน โดยยึดหลักนิติธรรมและความเท่าเทียมของทุกประเทศ ในการร่วมแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี โดยไม่ต้องการให้มีการเผชิญหน้าและสะสมกำลังทหาร พร้อมย้ำว่าการคงอยู่ของสหรัฐในภูมิภาค เพื่อดำรงเสถียรภาพ ความมั่นคงและความก้าวหน้าของทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประวิตรได้พบและหารือทวิภาคีกับนางอนา เบอร์ชาลล์ รองนายกฯ โรมาเนียถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงของภูมิภาคและความร่วมมือด้านต่างๆ ต่อจากนั้น พล.อ.ประวิตรได้พบและหารือกับ นายกาวิน วิลเลียมสัน รมว.กลาโหมสหราชอาณาจักร ถึงการขยายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางทหารระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.อ.ประวิตรได้พบและหารือกับนาย ฮาจิต ซิงห์ สัจจาน รมว.กลาโหมแคนาดา ถึงแนวทางการขยายความร่วมมือด้านการทหาร ทั้งด้านการฝึก ศึกษา ด้านการรักษาสันติภาพ และด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้พบและหารือกับ นายราตู อิโนเก้ คูบูอาโบลา รมว.กลาโหมสาธารณรัฐฟิจิ โดยทั้งสองฝ่ายชื่นชมที่กำลังพลของทั้งสองประเทศ เคยร่วมงานกันในกองกำลังรักษาสันติภาพที่ติมอร์ตะวันออก และพร้อมจะขยายความร่วมมือด้านการเกษตรและการประมงระหว่างกันให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในตอนท้าย พล.อ.ประวิตร ได้พบกับ ดร.อึ้ง เอ็ง เฮน รมว.กลาโหมสิงคโปร์ โดยได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมการจัดงานประชุม IISS Shangri-La Dialogue ครั้งที่ 17 ซึ่งถือว่าเป็นเวทีพูดคุยด้านความมั่นคงที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาค ขณะเดียวกันสิงคโปร์พร้อมเพิ่มพูนความร่วมมือกับไทย และพร้อมให้การสนับสนุนไทยในการเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10564</URL_LINK>
                <HASHTAG>กห., พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, สหรัฐอเมริกา, สาธารณรัฐสิงคโปร์, โฆษกกระทรวงกลาโหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b1355711c4e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
