<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สันติ&#039;ร่ายยาวไร้ขัดแย้ง&#039;ปรีดี&#039;แบะท่าพร้อมนั่งขุนคลัง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสข่าวนายปรีดี ดาวฉาย อดีตรมว.คลัง ลาออก เพราะขัดแย้งกันเรื่องแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวง ว่า ยืนยันไม่มีปัญหาความขัดแย้งในเรื่องดังกล่าว และความจริงอำนาจทุกอย่างก็เป็นของรัฐมนตรีว่าการ ส่วนตำแหน่งตนเป็นรัฐมนตรีช่วย ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าช่วยให้ภารกิจต่างๆ ที่รัฐมนตรีมอบหมายให้เสร็จอย่างเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด สังคมอาจเข้าใจว่าการแต่งตั้งข้าราชการระดับอธิบดีมีความขัดแย้งกัน ยืนยันไม่มีความขัดแย้ง จะสังเกตได้ว่าสัปดาห์ที่แล้วชื่อของอธิบดีเป็นอย่างไร สัปดาห์นี้ก็ผ่านไปด้วยความราบรื่น ชื่อไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง แต่การทำงานต้องมีการให้ข้อคิดเห็น ส่วนการตัดสินใจขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ หมายความว่าเมื่อรัฐมนตรีว่าการมาเป็นผู้บังคับบัญชา เราก็ต้องฟัง และรัฐมนตรีว่าการเองก็ต้องฟังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อคืนวันที่ 1 ก.ย. เวลาประมาณ 20.00น. นายปรีดีโทรมาหาว่าไม่ทราบว่าข่าวออกมาทำนองนั้นได้อย่างไร ท่านบอกว่าต้องแสดงความเสียใจกับผมที่ข่าวออกมาแบบนั้น ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้มีอะไรขัดแย้ง อีกทั้งท่านยังขอบคุณผมด้วยซ้ำที่ให้ความร่วมมือในทุกเรื่องทุกประเด็น และผมยังแนะนำประสบการณ์ที่ได้ทำงานมาเกิน 1 ปี ทำให้หลายเรื่องที่นายปรีดีออกนโยบายไปแล้วไม่ต้องมาศึกษา ซึ่งมาจากความคิดเห็นของผมหลายเรื่อง และผมเองผมก็ได้ช่วยงานท่านเยอะ ท่านก็บอกว่าอย่างนั้น ทั้งที่ผมไม่ได้รับผิดชอบในกรมนั้นๆ แต่ก็ช่วยดำเนินการ ซึ่งท่านบอกว่าเพื่อเปิดโอกาสให้ท่านได้ทำงานในเรื่องสำคัญๆ ของกระทรวงได้ และท่านก็ไว้ใจผมที่ไปทำงานในสภา ดังนั้นขอเรียนว่าทำงานด้วยความเข้าอกเข้าใจและด้วยประสิทธิภาพสูงสุดของกระทรวง นั้นคือบ้านเมือง ไม่มีความขัดแย้งแม้แต่น้อย&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติกล่าวอีกว่า นายปรีดีบอกว่าเคยป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้รักษาตัวหายแล้ว การมาทำงานในกระทรวงการคลังระยะนี้ จากภาวะโควิดและภาวะเศรษฐกิจโลกผู้ที่มาทำงานอยู่ในกระทรวงการคลังต้องยอมรับมีความกดดัน มีนโยบายใหม่ๆที่จะต้องคิดออกมาเพื่อดูแลประชาชนในทุกภาคส่วน ซึ่งจากปัญหาโควิดกระทรวงการคลังต้องเข้าไปดูการสร้างงานสร้างอาชีพ แต่ความกดดันผมยอมรับว่าไม่ว่าจะเป็นท่านว่าการหรือผมก็มี แต่บางครั้งผมหลีกเลี่ยงโดยการไม่พูด เพราะเรามีว่าการ ซึ่งว่าการมีหน้าที่ต้องพูด และความกดดันที่ต้องคิดอยู่ตลอดเวลาถือเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสาเหตุการลาออกของนายปรีดีมาจากการกดดันในการทำงานใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ความจริงเป็นเรื่องงานในช่วงนี้ที่ถาโถมเข้ามาให้กับกระทรวงการคลังที่ต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจจำนวนมากให้กับทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจแย่มากจนทำให้นายปรีดีลาออกส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน นายสันติ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริงที่สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รัฐมนตรีต้องลาออก เพราะเรา โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรียังสามารถรับได้ทุกสถานการณ์ เพราะเป็นทั่วโลก แต่ประชาชนอาจมีความลำบากอยู่บ้างแต่เมื่อเทียบกับประเทศใหญ่ๆในโลก พี่น้องของเราแม้จะมีเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง แต่ด้านอื่นๆเรายังแข็งแกร่งโดยเฉพาะระบบการเงินของเรายังดี มีเสถียรภาพที่แข็งแกร่งมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่านายปรีดีเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงกว่า 20 วันไม่น่าจะแบกรับภาระที่เกิดขึ้นในขณะนี้มากจนต้องลาออก หลายฝ่ายจึงมองว่าสาเหตุอาจมาจากปัญหาการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ นายสันติ กล่าวว่า ไม่มีความขัดแย้งทั้งภายในพรรคหรือกับตนแม้แต่นิดเดียว ในภาวะนี้ไม่ใช่ภาวะปกติคนที่จะมาเป็น รมว.การคลังและอีกหลายกระทรวงต้องมีความแข็งแกร่ง มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งนายปรีดีบอกกับตนมาเป็นอาทิตย์แล้วว่าแม้จะรักษาดีแล้ว แต่ต้องมาเจอเรื่องให้คิดตลอด 24 ชั่วโมงในการแก้ปัญหาให้ประชาชน ท่านบอกว่าความเครียด การใช้สมองมากๆ จะทำให้ร่างกายหย่อนสมรรถภาพ ท่านบอกว่าซีกขวาของร่างกายรู้สึกชาค่อนข้างมาก แพทย์จึงแนะนำให้ลดความเครียดและต้องคิดเรื่องงานให้น้อยลง แต่นายปรีดีบอกว่าหยุดคิดไม่ได้เพราะมารับตำแหน่งนี้แล้ว สุดท้ายก็ตัดสินใจลาออก ทั้งนี้ ตนให้ความร่วมมือเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในการผ่อนงานของนายปรีดี จะทำงานสนองในทุกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงรัฐมนตรีคนใหม่ควรมีคุณสมบัติอย่างไร เพราะหลายคนมองว่านายสันติก็สามารถเป็นรัฐมนตรีเองได้ นายสันติ กล่าวว่า ในภาวะเร่งด่วนแบบนี้ต้องมีผู้ที่รู้สถานการณ์ของทั้งประชาชนและระบบเศรษฐกิจในประเทศและโลกว่าเป็นอย่างไร และรัฐมนตรีที่จะมาใหม่ต้องเข้าไปสนับสนุนในภาคส่วนที่พลิกวิกฤตของโควิดให้เป็นโอกาสให้จงได้ ในสิ่งที่คนทั้งโลก 7 พันล้านคนต้องกินต้องใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าด้วยความรู้ความสามารถที่มีอยู่ หากนายกรัฐมนตรีทาบทามให้เป็น รมว.การคลัง พร้อมหรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า สิ่งที่ตนทราบ เพราะได้ทำงานกับนายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.การคลัง เป็นเวลามาหนึ่งปี สิ่งที่นายอุตตมทราบตนก็ทราบ สิ่งที่นายอุตตมทำแล้วเป็นประโยชน์ให้ทุกภาคฝ่าย ตนก็ทราบ สิ่งที่เป็นจุดอ่อน ตนก็ทราบอีก ฉะนั้น ต่อไปข้างหน้าเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าแสดงว่าถ้านายกฯทาบทามจะไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่ รมช.การคลัง ระบุว่า การทำงานให้บ้านเมืองโดยที่เดินต่อไปได้เลย ไม่ต้องศึกษางานนั้นก็ต้องอยู่ที่นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเรียนแล้วว่าผมทำงานร่วม 2 รมว.การคลังที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจและการเงิน และอีกหนึ่งรองนายกฯ ที่คว่ำหวอดทางด้านเศรษฐกิจ ฉะนั้นผมก็ซึบซับเศรษฐกิจของบ้านเราทั้งภาวะเดินหน้าและถดถอย โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ต้องทำงานได้ทันที ความกดดันนั้น ขอเรียนว่าผมผ่านมาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว ในอดีตผมก็เคยอยู่กระทรวงใหญ่ๆมาแล้ว เคยเป็น รมว.คมนาคม และ รมว.พัฒนาสังคมฯ ซึ่งผมมีความเชี่ยวชาญและภูมิต้านทานพร้อมรับแรงกดดันในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าดูเหมือนจะไม่ขัดข้องในการเป็น รมว.การคลัง นายสันติ กล่าวว่า นายกฯและพล.อ.ประวิตรมอบหมายให้ทำงานตรงไหน ตรงก็พร้อมน้อมรับทำงานเพื่อบ้านเมือง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76243</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีดี ดาวฉาย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, สันติ พร้อมพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f27b98aa0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ความมั่นคงก็จำเป็นไม่แพ้ปากท้อง&#039;ประธานกมธ.งบ64ประกาศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2564 กล่าวถึงการลงมติเห็นชอบให้มีการจัดซื้อเรือดำน้ำในวันนี้ว่าต้องฟังเหตุและผลของอนุ กมธ.ก่อน ยืนยันว่าคณะ กมธ.วิสามัญงบประมาณจะดูทุกมิติในการใช้งบประมาณ ต้องดูความเหมาะสมที่ครอบคลุมทั้งภาวะเศรษฐกิจ วิกฤตโควิด ปากท้องประชาชน รวมไปถึงความมั่นคงที่มีความจำเป็นไม่น้อยไปกว่าปัญหาปากท้อง เพราะจะช่วยในการป้องกันภัย โดยเฉพาะน่านน้ำของไทยที่มีทั้งอ่าวไทยและอันดามัน ประเทศเพื่อนบ้านก็มีความแข็งแกร่ง ดังนั้น การพิจารณาเรื่องเรือดำน้ำ จึงต้องพิจารณาอย่างเหมาะสมและสามารถชี้แจงต่อประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่ากระแสสังคมขณะนี้ไม่เห็นด้วยกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ ตามหลักการสามารถเลื่อนเรื่องนี้ออกไปอีกได้หรือไม่นายสันติ กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนคิดก็ไม่ผิด แต่ กมธ.ของสภาฯ พิจารณาด้วยการคํานึงถึงทุกภาคส่วน และยึดประโยชน์บ้านเมืองเป็นสำคัญ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75586</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, สันติ พร้อมพัฒน์, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a8603e9938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาตุรนต์โชว์กึ๋นอดีตรมช.การคลังแนะบิ๊กตู่ปรับทีมเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 ธ.ค.2562 - &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงรอยร้าวในรัฐบาลที่เกิดขึ้นว่า ปัญหาสำคัญมาจากพรรคร่วมที่ต่างฝ่ายต่างชิงดีชิงเด่นทำในสิ่งที่ได้คะแนนเข้าพรรคตัวเอง ในขณะที่นายกรัฐมนตรีไม่มีความเข้าใจในการทำงานกับพรรคร่วม ที่เป็นห่วงกันว่ารัฐบาลจะล้มนั้นไม่น่าห่วงหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยังคุม ส.ว.ได้ก็ไม่มีใครทำอะไร พล.อ.ประยุทธ์ได้ ถึงอย่างไรก็กลับมาเป็นนายกฯได้อยู่ดี แต่ปัญหาคือ​ การขาดการนำที่ดีเป็นผลเสียงต่อประเทศ เช่น การแบนสารพิษอันตรายก็ขาดการเตรียมการล่วงหน้า พอมายกเลิกการแบนก็ไปคนละทิศคนละทาง​ และนายกฯ ก็ทำอะไรไม่ได้เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกเรื่องที่สำคัญคือ​ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่แต่ละกระทรวงไปคนละทิศละทาง มาตรการของกระทรวงการคลังก็แจกแล้วแจกอีกไม่มีผลต่อการเพิ่มผลผลิตการจ้างงาน กระทรวงคลังกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ก็ทำกันไป เป็นมาตรการกระทรวงการคลังขาเดียว ทั้งที่กระทรวงการคลังต้องดูมาตรการการคลังที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงหลักๆ ทั้งหลายด้วย ดังนั้น นายกฯ ต้องหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงกระทรวงด้านเศรษฐกิจทั้งหมดเพื่อวางระบบใหม่ให้ประสานเชื่อมโยงกัน ซึ่งถือว่ายาก แต่ต้องรีบทำไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหาย พล.อ.ประยุทธ์ ต้องปรับการทำงานใหม่หมด ถ้ารับผิดชอบเรื่องเศรษฐกิจไม่ไหวก็ให้คนอื่นทำแทนแล้วมีอำนาจสั่งทุกกระทรวงได้จะเป็นการผ่อนหนักเป็นเบา การจะนัดมีตติ้งพรรคร่วมยังไม่เพียงพอ​ เพราะเวลานี้เศรษฐกิจเสียหายยับเยือนต้องการอะไรมากกว่านั้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51499</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ทษช., พรรคไทยรักษาชาติ, รัฐบาล, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08cbc8987b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
