<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.แจงยิบ13ข้อกำหนดตั้งศูนย์พักคอย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64- นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังการลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์พักคอยวัดราษฎร์นิยมธรรม เขตสายไหม และศูนย์สร้างสุขทุกวัย เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานครว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทั้งในครอบครัว และชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ &amp;nbsp; ที่พบผู้ติดเชื้อรายวันเป็นจำนวนมาก จึงมีแผนให้สำนักงานเขตรับผิดชอบเปิดศูนย์พักคอยอย่างน้อยเขตละ 1 ศูนย์ ภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ล่าสุดดำเนินการแล้วเสร็จ 21 เขต โดยได้เปิดรับผู้ป่วยไปแล้ว ช่วยให้ผู้ป่วยที่ยังตกค้างในชุมชนได้แยกกักตัว ลดปัญหาการแพร่ระบาดในครอบครัวและชุมชน รวมถึงให้ผู้ป่วยได้เข้าสู่ระบบการดูแลเบื้องต้นโดยทีมแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลและศูนย์บริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานครได้อย่างทันท่วงที ซึ่งหากพบผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเหลืองและสีแดงก็จะมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลภูมิพลที่จะรับรักษาดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิตกล่าวต่อว่า โดยขณะนี้กรุงเทพฯ ได้ใช้สถานที่วัดจัดตั้งศูนย์พักคอยรอการส่งต่อแล้วจำนวน 6 วัด ได้แก่ วัดอินทรวิหาร เขตพระนคร วัดสะพาน เขตคลองเตย &amp;nbsp;วัดปากบ่อ เขตสวนหลวง &amp;nbsp;วัดสุทธิวราราม เขตสาทร &amp;nbsp;วัดศรีสุดาราม เขตบางกอกน้อย &amp;nbsp;และ วัดไทร เขตบางคอแหลม สำหรับศูนย์พักคอยวัดราษฎร์นิยมธรรม ได้รับความร่วมมือจากพระครูอาทรวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดราษฎร์นิยมธรรม &amp;nbsp;โดยมีนางวันทนีย์ &amp;nbsp;วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายอมฤต สุวรรณทิพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสายไหม และเครือข่ายสายไหมต้องรอด ช่วยดำเนินการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้มอบให้กรมอนามัยเข้ามามีส่วนช่วยในการให้คำแนะนำเรื่องการจัดระบบสุขาภิบาล มีกระบวนการกําจัดเชื้อโรค และมีระบบการจัดการมูลฝอยติดเชื้อสิ่งปฏิกูล การจัดการน้ำเสียที่เหมาะสมก่อนทิ้งลงสู่ชุมชน และการสร้างสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ถูกต้อง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ระหว่างการเปิดดำเนินการศูนย์พักคอยในชุมชน &amp;nbsp; ทั้งที่วัดราษฎร์นิยมธรรมและศูนย์สร้างสุขทุกวัย ได้มีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้ 1.มีระบบลงทะเบียนรับผู้ป่วยเข้ามาในศูนย์แยกกักตัว &amp;nbsp;2. ดำเนินการด้านการรักษา โดยระบบแพทย์ทางไกลตามแนวทางของกรมการแพทย์ 3.มีการดำเนินการเรื่องอาหาร ระบบระบายอากาศ ระบบสาธารณูปโภค ระบบระบายน้ำเสีย ระบบการจัดการกับสิ่งปฏิกูลและระบบสุขาภิบาลตามแนวทางการดำเนินงานศูนย์แยกกักตัวในชุมชน 4.เฝ้าระวังเรื่องการรักษาความปลอดภัยบริเวณศูนย์แยกกักตัวในชุมชน และ 5.มีการส่งเสริมสุขภาพทุกกลุ่มวัยร่วมด้วย ทั้งสุขภาพทางกายและสุขภาพจิต ทั้งนี้ การลงพื้นที่ศูนย์พักคอยในครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์พักคอย &amp;nbsp;พร้อมรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำไปพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า แนวทางบริหารในการจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนสามารถดำเนินการได้ดังนี้ 1.สถานที่จัดตั้งมีการถ่ายเทอากาศได้ดี 2.มีวัสดุอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ที่จําเป็น เช่น เครื่องอุปโภค บริโภค น้ำดื่ม เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันตัวทางการแพทย์ อุปกรณ์ทำความสะอาด 3.มีการปฐมนิเทศการปฏิบัติงาน ตลอดจนการกํากับดูแลการทํางานของบุคลากรโดยเฉพาะอาสาสมัคร 4.ระบบการดูแลรักษาผู้ป่วย ให้เป็นไปตามสถานพยาบาลคู่สัญญา มีช่องทางในการติดต่อแพทย์ หรือพยาบาล พร้อมวัดอุณหภูมิ วัดความดันโลหิต ความเข้มข้นของออกซิเจน อัตราการหายใจ สำหรับการรักษาให้เป็นไปตามแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข 5.ระบบการขนส่งต่าง ๆ รวมถึงระบบการส่งต่อผู้ป่วย 6.ระบบการเชื่อมโยงและระบบสื่อสาร อาทิ ระบบเวชระเบียน การติดต่อสื่อสารทั่วไป 7. ระบบการป้องกันควบคุมการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.ระบบสนับสนุน รวมถึงการจัดการด้านสาธารณูปโภคที่พักบุคลากร โภชนาการ เครื่องปั่นไฟ เครื่องกรองน้ำ ประปาสนาม 9.ระบบสุขาภิบาล มีกระบวนการกําจัดเชื้อโรค รวมถึงการจัดสัดส่วนห้องอาบน้ำ ห้องสุขา สำหรับผู้ป่วย และมีระบบการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ สิ่งปฏิกูล การจัดการน้ำเสียที่เหมาะสม 10. ระบบรักษาความปลอดภัย และป้องกันการก่อเหตุร้าย หากเป็นไปได้ควรมีระบบกล้องวงจรปิด 11. ระบบป้องกันอัคคีภัย และการซ้อมแผนจัดการอัคคีภัย 12. งานสังคมสงเคราะห์และจิตวิทยา เพื่อลดความกังวล และความเครียดของผู้ป่วย รวมถึงทีมบุคลากรทางการแพทย์ และ 13.การจัดระบบการสื่อสารความเสี่ยงและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ป่วย ญาติ และประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111396</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสาธิต ปิตุเตชะ, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ศูนย์พักคอย, สธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100f01be9240.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 19:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วินิจ&#039;ทำ&#039;รมช.สาธิต&#039;โดนทัวร์ลง หลังขอบคุณที่ช่วย&#039;น้าค่อม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากตัวเองจะโดนทัวร์ลง วินิจ เลิศรัตนชัย อดีตนักจัดรายการวิทยุคนดัง &amp;nbsp;ก็ยังพาทัวร์ชุดใหญ่ไปลง ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข อีกด้วย โดยทางวินิจนั้น ได้โพสต์ภาพและข้อความ ขอบคุณ ดร.สาธิต ที่เป็นธุระช่วยให้ น้าค่อม ชวนชื่น ได้ย้ายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเขียนข้อความระบุว่า &amp;ldquo;กราบแทนหัวใจทุกคนครับพี่ตี๋ รมช.สาธิต ช่วยเป็นธุระทุกทางให้น้าค่อม ได้ย้ายไป รามาฯ เช้านี้&amp;quot; ก่อนที่เจ้าตัวจะลบภาพดังกล่าวออกไป แต่ก็มีชาวเน็ตแคปภาพไว้ได้ทัน แล้วมีการนำมาโพสต์และวิจารณ์กันอย่างหนักถึงความเหลื่อมล้ำ ในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด หรือการมีอภิสิทธิ์ของดาราที่เข้าถึงการรักษาได้ง่ายกว่าคนธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม vinijdj&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่อม ชวนชื่น, ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, ย้ายโรงพยาบาล, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, วินิจ เลิศรัตนชัย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_60840f65797e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อสม.&#039;เตรียมเฮ&#039;สธ.&#039;เตรียมเพิ่มเงินฌาปนกิจเกือบ4แสนบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สธ.อยู่ระหว่างการดำเนินการเพิ่มสิทธิ์หลักประกันด้านฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับครอบครัวของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หาก อสม.คนหนึ่งเสียชีวิตทายาทจะได้เงินเกือบ 400,000 บาท และหากเจ็บป่วยจะได้รับสิทธิ์การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ และใช้ห้องพิเศษโดยไม่ต้องจ่ายเงินส่วนเกินในส่วนของค่าอาหารและค่าห้อง ส่วนเงินสร้างขวัญกำลังใจรัฐบาลได้อนุมัติเงินให้ไปแล้วเป็นเวลา 10 เดือน ซึ่งยังเหลืออีก 9 เดือน ตามที่นายกรัฐมนตรีรับปากไว้ กำลังรอสัญญาณดูว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เมื่อไหร่ ทั้งนี้ สธ.อยากขอให้รัฐบาลอนุมัติเพิ่มเงินช่วยเหลือ อสม.เป็นเดือนละ 1,500 บาทตลอดไป เนื่องจาก อสม.ถูกหักเงินบางส่วนไปจ่ายค่าฌาปนกิจเดือนละประมาณ 200 บาท หากรัฐบาลช่วยได้ตรงนี้จะถือเป็นสวัสดิการได้อย่างที่ อสม.ไม่ต้องเป็นกังวลครอบครัวของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้พยายามรณรงค์ให้ อสม.ยึดมั่นหลักการ อุดมการณ์ จิตอาสา หมายถึงการเข้ามาทำงานตั้งแต่เริ่มต้นโดยไม่หวังผลตอบแทน ฉะนั้นขอให้ยืนหลักตรงนี้ไว้ เพราะเป็นแบรนด์สำคัญซึ่งประเทศไทยมีจิตอาสาจำนวน 1.5 ล้านคน ที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเป็นประเทศเดียวในโลกที่ประเทศอื่นไม่มีแบบนี้&amp;rdquo;รมช.สาธารณสุขกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84213</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฌาปนกิจ, นายสาธิต ปิตุเตชะ, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, สธ., อสม., อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f99105fd83b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาธิต&#039;รีบโยนขี้งาบค่าต๋งสถานกักตัวบอกสธ.แค่ผู้ตรวจมาตรฐานคนดูแลเป็นฝ่ายความมั่นคงและ มท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกระแสข่าวมีบุคคลอักษรย่อ &amp;quot;พ.&amp;quot; เรียกรับหักหัวคิวจากโรงแรมที่ทำเป็นสถานที่กักตัวของรัฐ (State quarantine) ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าเป็นใคร แต่เท่าที่ดูยังไม่มีการพูดถึงรายละเอียด ส่วนจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองหรือ สธ.หรือไม่นั้น เรื่องสถานที่กักตัวมีคณะกรรมการดูแลโดยเป็นฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงมหาดไทย ส่วน สธ.เป็นเพียงผู้ตรวจมาตรฐานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขอให้ช่วยกันตรวจสอบว่าเป็นใคร อยากให้หาหลักฐานมาให้ได้ และทางฝ่ายตำรวจ รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงจะได้สืบสวนต่อไป เพื่อนำคนที่ฉวยโอกาสเวลาแบบนี้มาลงโทษให้ได้ แต่ถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ไว้ใจว่าจะให้ข้อมูลกับใครก็ขอให้เลือกไปให้ข้อมูลกับคนที่ไว้ใจที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าข้อมูลชัดเจนหรือไม่ว่าเป็นพลเรือนหรือเป็นคนมีสี นายสาธิตกล่าวว่า พยายามสอบถามข้อเท็จจริงที่มีคนมาพูด แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นใคร โดยฝ่ายทหารและตำรวจกำลังสอบสวนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่ามีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ ทั้งนี้ หากเรื่องดังกล่าวมีมูลทางเจ้าหน้าที่ตำรวจย่อมต้องสอบสวนอยู่แล้ว ในส่วนของ สธ. ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องเราพร้อมดำเนินการโดยได้สั่งการว่าถ้ามีข้อมูลใดๆ ขอให้ดำเนินการทันทีอย่าละเว้น แต่ก็อย่าเพิ่งฟันธงอะไร ขอให้ข้อมูลชัดเจนก่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67053</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, สถานที่กักตัวของรัฐ, สธ., สาธิต ปิตุเตชะ, หัวคิว, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ecde1616bbda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาธิต&#039;แจงมี3รายใน138ชีวิตกลุ่มคนไทยกลับบ้านปอดผิดปกติต้องเอกซเรย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 - ที่สโมสร รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, พล.ร.ท.วิชัย มนัสศิริวิทยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ, พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ และ นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจการกระทรวงสาธารณสุข แถลงความคืบหน้ามาตรการดูแลคนไทยกลับจากอู่ฮั่น กรณีไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิตแถลงว่า คนไทยจำนวน 138 คน ที่มาจากอู่ฮั่นวานนี้ พบว่ามีไข้สูงเกินเกณฑ์จำนวน 6 ราย ขณะนี้เหลือ 4 รายพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มี 3 ราย ปอดผิดปกติต้องเอกซเรย์ปอด ส่วนอีก 1 ราย มีอาการท้องเสีย ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีการตรวจซ้ำอีกครั้ง ส่วนคนไทยอีก 134 ราย ขณะนี้อยู่ในฐานดูแล ในวันนี้จะมีการปฐมนิเทศทำความเข้าใจในการปฏิบัติตัว และจะมีจิตแพทย์เข้าไปประเมินอาการความพร้อม คาดว่าจะสามารถให้ติดต่อกับญาติได้ในที่ 6 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิตกล่าวอีกว่า การอำนวยความสะดวกต่างๆ จะเป็นไปตามขั้นตอน และขอให้สื่อมวลชนเรียกคนกลุ่มนี้ว่าคนไทยกลับบ้านจะได้รับรู้ไปในแนวทางเดียวกัน เขาไม่ได้เป็นผู้ป่วย และขอทุกคนอย่ามองภาพว่า เชื้อจะลอยไปในอากาศ พอลอยไปเจอใครแล้วติด มันไม่ใช่ ประกอบกับบ้านเราเป็นเมืองร้อนเชื้อไวรัสแตกตัวยากกว่าเมืองหนาว เรื่องนี้ต้องชัดเจน อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุเทพ กล่าวว่า ในส่วนของการตรวจร่างกายคนไทย 134 ราย เป็นการตรวจทั่วไป พูดคุยภาวะเสี่ยง มีทีมนักจิตวิทยาเข้าไปพูดคุย ขณะที่คนไทย 4 รายที่อยู่โรงพยาบาลนั้น อาการทั่วไปค่อนข้างดี แต่ยังต้องดูอาการอีกครั้ง หากหายดีแล้วจะนำกลับมาที่เรือนพักกับคนไทย 134 คน โดยจะมีระบบประเมินความเสี่ยงดูแลทุกวันจนกว่าจะครบ 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุเทพกล่าวว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจเมื่อวันที่4 ก.พ. ทุกคนได้ผ่านกระบวนการเรียบร้อยแล้ว เพราะเป็นขั้นตอนปกติเช่นเดียวกับปฏิบัติงานในโรงพยาบาล และใส่ชุดป้องกันแบบ 100% และตลอด 14 วันจะมีการจัดเวรเหมือนในโรงพยาบาล ซึ่งคนกลุ่มนี้อาการเบากว่าผู้ป่วยที่โรงพยาบาล เพราะเป็นกลุ่มเฝ้าระวัง ไม่ใช่คนไข้ แต่เราก็ไม่ประมาท มีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.ประชาชาติ กล่าวว่า ในเรื่องของสถานที่ ซึ่งจัดเตรียมไว้ 5 อาคาร โดยรอบจะมีรั้ว สามารถออกมาเดินด้านนอกได้ รวมทั้งมีพื้นที่ส่วนรวม มีอาหารให้ 4 มื้อ เติมได้ไม่อั้น และมีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ติดต่อญาติ แต่จะติดต่อญาติได้เมื่อไรนั้น ต้องรอผลการประเมินความพร้อมก่อน เนื่องจากพวกเขายังอยู่ในภาวะเครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.วิชัย กล่าวว่า สำหรับหน่วยแพทย์ที่เข้ามาดูแล จะมีส่วนของเจ้าหน้าที่ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และทีมแพทย์สาธารณสุขจะเข้าไปตรวจเช้ากับเย็น และมีรถพยาบาลจอดรอส่งตัวไปโรงพยาบาลทันที ในส่วนของสุขภาพจิต หากประเมินแล้วสุขภาพจิตดีก็จะคืนโทรศัพท์ให้กับคนไทยทั้ง 138 คน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56343</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทย, นพ.สุเทพ เพชรมาก, พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริวัสดิ์, พล.ร.ท.วิชัย มนัสศิริวิทยา, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์, สาธิต ปิตุเตชะ, อาภากรเกียรติวงศ์, อู่ฮั่น, เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ, โฆษกกองทัพเรือ, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95fa7c5e19d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
