<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 23:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตฯจับมือ12ค่ายรถยกระดับเป็นยูโร5 แก้ปัญหามลพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค. 2562 นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในวาระเป็นประธานในพิธีแสดงเจตนารมณ์การยกระดับมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศเป็นยูโร 5 ว่าจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ได้กลายเป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่วิกฤต และคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติยกระดับการกำจัดฝุ่นละอองให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งทางกระทรวงฯจึงได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เร่งดำเนินการปรับมาตรฐานการระบายสารมลพิษจากเครื่องยนต์ให้เทียบเท่ายูโร 5 ภายในปี 2564 และเป็นยูโร 6 ภายในปี 2565 เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพล &amp;nbsp;รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่ามีบริษัทผู้ผลิตและผู้นำเข้ารถยนต์ 12 แบรนด์ ได้แก่ Audi, BMW, Isuzu, Mazda, Mercedes-Benz, Mitsubishi, Mini, MG, Nissan, Suzuki, Toyota &amp;nbsp;และ Volvo ที่ตั้งใจร่วมแสดงเจตจำนงและผนึกกำลังในการยกระดับมาตรฐาน ทั้งนี้ปัจจุบันมีผู้ใช้น้ำมันยูโร 5 ในประเทศเพียง 70 ล้านลิตรต่อเดือน ทั้งนี้ภาคการผลิตมีกำลังการผลิตเต็มศักยภาพ ในปัจจุบันสูงถึง 500 ล้านลิตรต่อเดือน ซึ่งมั่นใจว่าหากมีการสนับสนุนในการพัฒนารถยนต์เป็นยูโร 5 จะผลักดันให้การใช้น้ำมันมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ค่ายรถยนต์จะเร่งรณรงค์ให้ลูกค้าที่ใช้รถยนต์มาตรฐานยูโร 4 เติมน้ำมันที่ได้มาตรฐานยูโร 5 ที่มีจำหน่ายตามสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยลดมลพิษโดยเฉพาะฝุ่นพิษได้กว่า 20 &amp;ndash; 25%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยูโร 5 ไม่มีผลต่อราคารถยนต์ที่ต้องปรับแต่อย่างใดแต่การเปลี่ยนเป็นยูโร 6 นั้นคาดว่าจะไมเกินหมื่นบาทต่อคัน แต่เมื่อถึงตอนนั้นก็อาจไม่กระทบเลยก็ได้ คงต้องดูเทคโนโลยีและรถแต่ละรุ่นด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเราเป็นผู้นำในอาเซียนในการดำเนินมาตรฐานดังกล่าวแต่ช่วงหลังมาเราถดถอยไปโดยขณะนี้มีสิงคโปร์เป็นผู้นำที่ผลิตรถยนต์เป็นยูโร 6 ขณะที่จีนและอินเดียเองก็กำลังจะทำเป็นยูโร 6 ในปี 2563 เช่นกัน&amp;rdquo;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ที่ปรึกษาบริหารอาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด &amp;nbsp;ยอมรับว่าปัจจุบันการผลิตรถยนต์ของไทยยังเป็นมาตรฐานยูโร 4 &amp;nbsp;ซึ่งการปรับเปลี่ยนไปสู่ยูโร 5 ภายในปี 2564 ทางโตโยต้า สามารถดำเนินการได้ทัน เพราะปัจจุบันมีการผลิตรถยนต์ที่รองรับ ยูโร 5 เพื่อส่งออกอยู่แล้วแต่การเปลี่ยนจากยูโร 5 เป็นยูโร 6 นั้นต้องรอดูความพร้อมในการผลิตโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ต้องรองรับการเผาไหม้ เพื่อไม่ให้เกิดฝุ่น รวมถึงการพัฒนาน้ำมันที่จะมารองรับ เชื่อว่าต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวของค่ายรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ภาคเอกชนที่มาร่วมประกาศเจตจำนงในการผลิตและนำเข้ารถยนต์เป็นมาตรฐานยูโร 5 ในปี 2564 และยูโร 6 ในปี 2565 นั้นมี 12 แบรนด์โดยพบว่าแบรนด์หลักที่ไม่มาร่วมครั้งนี้มี Chevrolet ,Ford และ Honda โดยทาง Chevrolet และ Ford ทางผู้บริหารระบุว่าแจ้งทางบริษัทแม่ไม่ทัน ขณะที่ Honda รับทราบนโยบายแต่ไม่ได้แสดงตัวที่จะเข้าร่วมประกาศเจตจำนงครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31106</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายรถยนต์, นายสมชาย หาญหิรัญ, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก, มาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศ, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, เครื่องยนต์ยูโร 5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5aa007327c334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
