<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐบี้อาเซียนเอาจริงกับพม่า ย้ำร่วมยืนหยัดต้านการบีบบังคับของจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐประชุมทางไกลกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอาเซียน ระบุ สหรัฐ &amp;quot;กังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; เกี่ยวกับสถานการณ์ในพม่าและเรียกร้องอาเซียนดำเนินการทันทีเพื่อยุติความรุนแรงและฟื้นฟูประชาธิปไตยในประเทศนี้ อีกด้านยืนยันสหรัฐอยู่ข้างชาติอาเซียนที่เผชิญการ &amp;quot;บีบบังคับ&amp;quot; จากจีนกรณีทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ (Photo by Mark Makela/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 14 กรกฎาคม กล่าวว่า การประชุมทางไกลระหว่างแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กับบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน เป็นการประชุมกันครั้งแรกของสองฝ่ายในสมัยของประธานาธิบดีโจ ไบเดน และเกิดในช่วงยามที่มีความกังวลกันในหมู่นักการทูตและภาคส่วนอื่นๆ ว่ารัฐบาลสหรัฐจะไม่ให้ความสนใจมากพอแก่ภูมิภาคนี้ ซึ่งมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคของสหรัฐเพื่อทัดทานการแผ่อิทธิพลมากขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยในแถลงการณ์ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารตามเวลาสหรัฐว่า รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ &amp;quot;เรียกร้องให้อาเซียนดำเนินการร่วมกัน เพื่อผลักดันการยุติความรุนแรง, ฟื้นฟูการเปลี่ยนผ่านตามระบอบประชาธิปไตยของพม่า และปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรมทุกคน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกเหนือจากแสดงความ &amp;quot;ห่วงกังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; เกี่ยวกับเมียนมาซึ่งในแถลงการณ์ในชื่อเดิมของประเทศนี้แล้ว ไพรซ์กล่าวว่า บลิงเคนยังกระตุ้นให้กลุ่มอาเซียน &amp;quot;ดำเนินการทันทีทันใดเพื่อให้ระบอบการปกครองของพม่ารับผิดชอบต่อฉันทมติและแต่งตั้งผู้แทนพิเศษ&amp;quot; โดยเขาหมายถึงฉันทมติ 5 ข้อที่อาเซียนเห็นพ้องกันในการประชุมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการแต่งตั้งทูตพิเศษไปยังเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอาเซียนเป็นแกนหลักในความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ขัดแย้งในเมียนมา หลังจากกองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ระบอบปกครองทหารของเมียนมาไม่แสดงท่าทีใส่ใจที่จะปฏิบัติตามฉันทมติ 5 ข้อนั้น ที่รวมถึงการเรียกร้องให้มีการเจรจาและยุติความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากประเด็นเมียนมา บลิงเคนยังย้ำกับบรรดารัฐมนตรีของชาติอาเซียนด้วยว่า สหรัฐปฏิเสธ &amp;quot;การอ้างสิทธิทางทะเลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot; ของจีนในทะเลจีนใต้ และสหรัฐ &amp;quot;ยืนหยัดเคียงข้างผู้อ้างสิทธิ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการเผชิญหน้ากับการบีบบังคับ (ของจีน)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนอ้างสิทธิเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด รวมถึงพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาท โดยจีนอ้างแผนที่ &amp;quot;เส้นประ 9 เส้น&amp;quot; รูปทรงเกือกม้าที่จีนประกาศเองโดยฝ่ายเดียว เพื่อครอบครองอาณาเขตทางทะเลที่ทับซ้อนกับเขตเศรษฐกิจจำเพาะของเวียดนาม, มาเลเซีย, บรูไน, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงทะเลจีนใต้ ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงยังกลายเป็นแนวหน้าแห่งใหม่ในการขับเคี่ยวกันระหว่างสหรัฐและจีน แต่จีนนั้นแซงหน้าสหรัฐไปแล้ว ทั้งเรื่องการใช้จ่ายและอิทธิพลเหนือประเทศท้ายน้ำในฐานะที่จีนเป็นผู้ควบคุมต้นน้ำสายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไพรซ์กล่าวว่า บลิงเคนรับปากว่า สหรัฐจะสนับสนุนภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่เสรีและเปิดกว้างต่อไปภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านฮิชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย กล่าวว่า เขาหวังว่าการประชุมร่วมกันในวันพุธส่งสัญญาณถึงความทุ่มเทครั้งใหม่ของสหรัฐต่อความร่วมมือแบบพหุภาคีในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเข้าใจดีว่าพหุภาคีนิมยมไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐชุดที่แล้วให้ความสำคัญ แต่การเปิดรับความร่วมมือแบบพหุภาคีของรัฐบาลไบเดนเป็นพัฒนาการที่น่ายินดี&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;เส้นทางนี้เป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่เสถียรภาพ, สันติภาพ, ความรุ่งเรือง และความมั่นคงปลอดภัยในภูมิภาคของเรา&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลจีนใต้, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน, สหรัฐ, อาเซียน, เมียนมา, แอนโทนี บลิงเคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eebeb804445.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนฉะ รมว.ต่างประเทศสหรัฐพูดบ้าๆ กล่าวหาแล็บอู่ฮั่นต้นตอไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยังทะเลาะกันไม่เลิก สื่อทางการจีนตอบโต้ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐว่าพูดจาบ้าบอ ที่ระบุว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ต้นตอจากแล็บไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ทำให้จีนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอีกครั้งเมื่อเขากล่าวในรายการ &amp;quot;สัปดาห์นี้&amp;quot; ของสถานีเอบีซีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า มีหลักฐานมากมายมหาศาลที่แสดงให้เห็นว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีต้อตอมาจากห้องปฏิบัติการทดลองไวรัสของจีน แต่เขาก็ยังคงไม่ได้แสดงหลักฐานยืนยันคำกล่าวหานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกและผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์หลายคนต่างปฏิเสธทฤษฎีนี้ โดยระบุว่าไวรัสโควิด-19 นี้เกิดในธรรมชาติและไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์หรือการตัดต่อทางพันธุกรรม จีนพบผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของประเทศเมื่อปลายปีที่แล้ว และนักวิทยาศาสตร์จีนเชื่อว่าไวรัสนี้ข้ามจากสัตว์มาติดคนที่ตลาดสดอู่ฮั่นที่ลักลอบชำแหละสัตว์ป่าขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสัปดาห์มานี้ เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในสหรัฐมากเป็นอันดับ 1 ของโลก รัฐบาลของทรัมป์พยายามผลักดันทฤษฎีสมคบคิดของกลุ่มขวาจัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในรายการซักถามแสดงวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์ยังย้ำอีกครั้งว่าจีนทำผิดพลาดเรื่องไวรัส แต่เขาไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม สัปดาห์ก่อนหน้านั้นทรัมป์ก็เพิ่งบอกว่าเขามีข้อพิสูจน์เรื่องไวรัสหลุดจากแล็บอู่ฮั่น ทั้งที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐยอมรับว่าไวรัสนี้เกิดในธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนโจมตีรัฐมนตรีสหรัฐด้วยบทความว่า ปีศาจปอมเปพ่นพิษอย่างมัวเมาและแพร่กระจายคำโกหก พร้อมกับยกทัศนะของไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก และดับเบิลยู. เอียน ลิปคิน นักไวรัสวิทยามหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ที่ว่าไวรัสนี้เกิดในธรรมชาติและไม่ได้เป็นผลงานของมนุษย์หรือหลุดจากแล็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อทางการจีนกล่าวว่า ความเห็นที่ไร้เหตุผลและมีจุดบกพร่องของพวกนักการเมืองอเมริกันทำให้ผู้คนเห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าหลักฐานไม่มีอยู่จริง เรื่องไวรัสหลุดจากแล็บอู่ฮั่นเป็นเรื่องโกหกล้วนๆ พวกนักการเมืองอเมริกันกล่าวโทษจีนเมื่อความพยายามควบคุมไวรัสของพวกเขาล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทความของหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลีเมื่อวันจันทร์ก็โจมตีปอมเปโอและสตีฟ แบนนอน อดีตนักวางกลยุทธ์ของทำเนียบขาว ว่าเป็นคู่ขวัญตัวตลกขี้โกหก และเรียกแบนนอนว่าฟอสซิลมีชีวิตจากยุคสงครามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว แบนนอนกล่าวในรายการทอล์กโชว์ของพวกขวาจัดว่า จีนก่อเหตุ &amp;quot;เชอร์โนบิลชีวภาพ&amp;quot; โจมตีอเมริกา เขายังสนับสนุนทฤษฎีเรื่องไวรัสนี้มีต้นกำเนิดจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น แบบเดียวกับที่ทำเนียบขาวพยายามตอกย้ำในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสหรัฐรายงานกันว่า ทรัมป์ได้มอบหมายให้สายลับสหรัฐค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดของไวรัสโควิด-19 โดยเขาตั้งใจใช้ประเด็นเรื่องการจัดการการแพร่ระบาดของจีนเป็นประเด็นหลักในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในขณะที่พรรคเดโมแครตกล่าวหาทรัมป์ว่าพยายามกล่าวโทษจีนเพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันจันทร์ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ระบุว่า สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 1,159,245 ราย จากผู้ติดเชื้อทั่วโลก 3,529,408 ราย และเสียชีวิต 67,710 ราย จากผู้เสียชีวิตทั่วโลก 248,025 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65063</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, แล็บอู่ฮั่น, ไมค์ ปอมเปโอ, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e84a04ece04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไมค์ ปอมเปโอ&#039; รมว.ต่างประเทศสหรัฐเตรียมเยือนไทย ร่วมเวทีลุ่มน้ำโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หวังกันท่าจีน &amp;quot;ไมค์ ปอมเปโอ&amp;quot; รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ มีกำหนดจะเดินทางเยือนกรุงเทพฯ ปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนและประชุมลุ่มน้ำโขง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2562 อ้างคำกล่าวของมาร์ก คลาร์ก รักษาการรองผู้ช่วยรัฐมนตรีฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ปอมเปโอจะเดินทางมากรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของอาเซียน และการประชุมข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่างริเริ่มขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐขณะนั้น เพื่อใช้เป็นช่องทางส่งเสริมการประสานความร่วมมือและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกัมพูชา, ลาว, เมียนมา, ไทย และเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลาร์กกล่าวต่อที่ประชุมว่าด้วยภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่เมอริเดียนอินเตอร์เนชั่นแนลเซ็นเตอร์ในกรุงวอชิงตันว่า เมื่อรัฐมนตรีอาเซียนและรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐประชุมกันที่กรุงเทพฯ ต้นเดือนสิงหาคม สหรัฐจะขับเน้นถึงความสำเร็จในทศวรรษที่ผ่านมา และการยึดมั่นต่อความพยายามร่วมกันต่อไปเพื่อสนับสนุนประชาชนในลุ่มน้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาแสดงความกังวลถึงบทบาทของจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรของหลายประเทศในภูมิภาคนี้ โดยระบุว่าจีนพยายามเข้าควบคุมภูมิภาคนี้ทีละน้อยๆ และกำลังกดดันหลายประเทศให้เข้าร่วมโครงการความริเริ่มสายแถบและเส้นทางของจีน แต่เขาออกตัวว่า สหรัฐไม่ได้กำลังพยายามบีบให้ประเทศทั้งหลายเลือกข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากประเทศในลุ่มน้ำโขง คลาร์กล่าวว่า ปอมเปโอจะพยายามประสานร่วมมือกับออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อผลักดันความพยายามของสหรัฐในลุ่มน้ำโขงให้ดียิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37950</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อริเริ่มลุ่มน้ำโขงตอนล่าง, ประชุมรัฐมนตรีอาเซียน, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, เยือนไทย, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa781ccdb99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 22:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปอมเปโอ&#039; เยือนปักกิ่ง เจอรัฐมนตรีจีนไล่บี้ให้สหรัฐเลิกพฤติกรรมหลงผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐปิดฉากทัวร์เอเชียตะวันออกด้วยการเยือนปักกิ่ง พบหารือหวังอี้ รัฐมนตรีของจีนเมื่อวันจันทร์ แต่โดนอีกฝ่ายต่อว่าถึงพฤติกรรมหลายอย่างที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐยุติพฤติกรรมแบบหลงผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอเพิ่งเดินทางเยือนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขาประกาศว่าการพบเจรจากับคิม จองอึน นั้นให้ผลลัพธ์ที่ดี เมื่อวันจันทร์ ปอมเปโอยืนยันด้วยว่า ผู้นำเกาหลีเหนือรับปากว่า &amp;quot;พร้อม&amp;quot; จะเชิญผู้ตรวจสอบจากนานาชาติเข้าไปตรวจสอบสถานที่ทดลองนิวเคลียร์พุงกเยรี ที่เกาหลีเหนืออ้างว่าได้ระเบิดทำลายไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่ยังไม่อนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์จากนานาชาติเข้าไปตรวจพิสูจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเยือนกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อวันจันทร์ รัฐมนตรีสหรัฐไม่ได้พบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเหมือนเมื่อเดือนมิถุนายน แต่เขาได้พบหารือกับรัฐมนตรีหวังของจีน และหยางเจียฉือ มนตรีแห่งรัฐ ซึ่งได้เตือนให้ปอมเปโอรู้ตัวว่า จีนประท้วงอย่างเป็นทางการต่อสหรัฐด้วยความไม่พอใจกับพฤติกรรมหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจกำลังตึงเครียดเพราะความขัดแย้งทางการค้า และกรณีไต้หวันที่สหรัฐเพิ่งอนุมัติขายอาวุธแก่ไต้หวัน ระหว่างการพบกันที่เรือนรับรองเตียวยู่ไถ หวังกล่าวกับปอมเปโอว่า สหรัฐใช้คำพูดคำจาที่เพิ่มความตึงเครียดทางการค้ายิ่งขึ้นหลังจากทั้งสองฝ่ายใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้กันไปมา และสหรัฐยังดำเนินการหลายอย่างเกี่ยวกับไต้หวัน หวังระบุว่า การกระทำเหล่านี้ของสหรัฐกระทบความไว้เนื้อเชื่อใจและความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องการให้สหรัฐยุติการกระทำที่หลงผิดเหล่านี้&amp;quot; หวังกล่าว และว่า สหรัฐและจีนควรจะร่วมมือกัน ไม่ใช่ขัดแย้งและเผชิญหน้ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านปอมเปโอกล่าวตอบว่า เขาต้องการมาปักกิ่งเพื่อสนทนาหารือกัน ประเด็นที่หวังกล่าวถึงนั้นทั้งสองฝ่ายมีความคิดที่ขัดแย้งกันโดยพื้นฐานอยู่เดิม สหรัฐก็วิตกกับพฤติกรรมของจีนอย่างยิ่งเช่นกัน และเขาต้องการหารือในวันนี้ด้วยเหตุที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาตินั้นสำคัญอย่างเหลือเชื่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19419</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, รัฐมนตรีต่างประเทศจีน, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, สหรัฐ, หวังอี้, เกาหลีเหนือ, ไต้หวัน, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb742aeba9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 22:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ต่างประเทศสหรัฐยันแซงก์ชันเกาหลีเหนือต่อไป ชี้ &#039;คิม&#039; รู้ต้องรีบปลดนุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ย้ำเมื่อวันพฤหัสบดีว่า คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ รู้ดีว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์ต้องเกิดขึ้น &amp;quot;โดยเร็ว&amp;quot; พร้อมเตือนยังมีความเสี่ยงว่าอาจไม่บรรลุสันติภาพ ยืนยันคงมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือต่อไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แถลงที่กรุงโซลเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐผู้นี้เคยเดินทางไปพบคิม 2 ครั้ง ที่กรุงเปียงยาง ก่อนหน้าซัมมิตครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างคิม กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สิงคโปร์ เมื่อวันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ภายหลังซัมมิต ที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับแผนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ในวันพฤหัสบดี ปอมเปโอก็เดินทางไปกรุงโซลของเกาหลีใต้ เพื่อบรรยายสรุปเกี่ยวกับผลของซัมมิตสิงคโปร์ ต่อรัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นพร้อมกัน แล้วจากนั้นก็เดินทางไปยังกรุงปักกิ่งของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐของเขายังคงยึดมั่นกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์, ตรวจพิสูจน์ได้ และไม่อาจย้อนคืน &amp;quot;เราเชื่อว่า คิม จองอึน เข้าใจถึงความเร่งด่วนนี้ ว่าเราต้องกระทำเรื่องนี้โดยเร็ว&amp;quot; เขากล่าวถึงความพยายามทำให้เกาหลีเหนือล้มเลิกคลังแสงนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการพบกับหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ปอมเปโอกล่าวว่า สหรัฐเชื่ออย่างแท้จริงว่าได้เดินอยู่ในเส้นทางที่สามารถสร้างสันติภาพได้หลังจากผ่านมานานหลายปีมาก แต่ก็ยังมีความเสี่ยงว่าเราจะไม่สามารถบรรลุสันติภาพ แต่ตัวเขาเชื่อจริงๆ ว่าโลกได้วางเงื่อนไขที่เหมาะสมแล้วในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ภายหลังทรัมป์กล่าวว่า &amp;quot;ดีล&amp;quot; ของเขากับคิมช่วยยุติภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า การลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีย่อมได้รับการตอบรับที่ดีจากจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดเกาหลีเหนือที่สุด และทำการค้าเป็นสัดส่วนถึง 90% ของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนบอกใบ้ในทันทีว่า องค์การสหประชาชาติอาจพิจารณายกเลิกมาตรการลงโทษเกาหลีเหนือ ที่ผู้นำสหรัฐให้เครดิตว่าบีบให้เกาหลีเหนือยอมเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมค์ ปอมเปโอ จับมือกับหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ภายหลังการแถลงข่าวร่วมที่กรุงปักกิ่ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังกล่าวกับปอมเปโอว่า ซัมมิตที่สิงคโปร์ทำให้ประเด็นนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีเดินหน้าในเส้นทางที่ถูกต้องของสันติภาพ และการเจรจาที่ยึดตามทุกฝ่าย รวมถึงสหรัฐและจีน ไปจนถึงความหวังของสังคมนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ปอมเปโอยืนกรานที่การแถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นว่า พันธมิตรทั้ง 3 ชาติไม่มีความคิดเห็นแตกต่างกันเลยว่าจะทำอย่างไรจึงจะบรรลุความสำเร็จในการทำให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้าย ทาโร โคโน รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น, คัง คยองวา รัฐมนตรีต่างประทศเกาหลีใต้ และไมค์ ปอมเปโอ แถลงข่าวร่วมที่กรุงโซล / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาพาดพิงถึงรัฐบาลสหรัฐชุดก่อนๆ ด้วยว่า ยอมผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเงิน ก่อนที่การปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์จะเกิดขึ้น แต่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวชัดเจนว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งวันก่อนหน้าคำกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ สื่อของทางการเกาหลีเหนือรายงานเมื่อวันพุธว่า ทรัมป์ไม่เพียงเสนอจะยุติการฝึกซ้อมทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้เท่านั้น แต่เขายังจะยกเลิกการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือด้วย ซึ่งทำให้ทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นวิตกกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวไว้ภายหลังการประชุมกับคิมว่า รัฐบาลของเขาจะหยุดพักการฝึกซ้อมทางทหารหรือการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ คำประกาศนี้สร้างความประหลาดใจต่อรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งอาจรวมถึงกระทรวงกลาโหมของสหรัฐเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11403</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, จีน, ญี่ปุ่น, ปลดนุก, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, สหรัฐ, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, แซงก์ชัน, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b228a2b8aa84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายเหยี่ยว &#039;ไมค์ ปอมเปโอ&#039; นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;ไมค์ ปอมเปโอ&amp;quot; สาบานตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐคนใหม่แล้วเมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมเริ่มภารกิจแรกด้วยการเยือนยุโรปและตะวันออกกลาง ขณะทำเนียบขาวเผยแพร่ภาพถ่ายเข้าพบ &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; เมื่อต้นเดือนมีนาคม หมายขับเน้นสถานะนักการทูตของอดีตผู้อำนวยการซีไอเอรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ไมค์ ปอมเปโอ แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2561 ว่า ไมค์ ปอมเปโอ&amp;nbsp; อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) วัย 54 ปีรายนี้ เผชิญการคัดค้านท้าทายของ ส.ว.เดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งอดีตนักเรียนนายร้อยเวสต์พอยต์และอดีตสมาชิกคองเกรสรายนี้ ด้วยการเตือนว่าเขาจะช่วยกระพือนโยบายต่างประเทศที่ก้าวร้าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายในการลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี ปอมเปโอก็เอาตัวรอดได้และได้รับคะแนนรับรอง 57 ต่อ 42 คะแนนคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวชั่วโมงเศษหลังจากนั้น ปอมเปโอได้เข้าพิธีสาบานตนต่อผู้พิพากษาศาลฎีกา แซมมวล อาลิโต ที่ทำเนียบขาว และกระทรวงการต่างประเทศได้ประกาศทันทีว่า ปอมเปโอจะเป็นผู้นำคณะเจ้าหน้าที่ของสหรัฐเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มนาโตที่กรุงบรัสเซลส์ในวันศุกร์ และตามด้วยการแวะเยือนอิสราเอล, จอร์แดน และซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮทเธอร์ นาเวิร์ต โฆษกกระทรวง กล่าวว่า จุดหมายที่ปอมเปโอเลือกเยือนเป็นการสะท้อนความสำคัญของประเทศเหล่านี้ในฐานะพันธมิตรและหุ้นส่วนสำคัญของสหรัฐในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า การได้ไมค์ ปอมเปโอ ผู้มีความสามารถ มีพลังและสติปัญญา มาคุมกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นทรัพย์สินอันเหลือเชื่อสำหรับประเทศนี้ในช่วงเวลาที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ &amp;quot;เขาจะถือผลประโยชน์ของอเมริกามาก่อนลำดับแรกเสมอ เขาได้รับความไว้วางใจจากผม และความสนับสนุนของผม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอกล่าวภายหลังสาบานตนว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อความรับผิดชอบในตำแหน่งใหม่นี้ และรอคอยที่จะรับใช้ชาวอเมริกันและเริ่มทำงานทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตผู้อำนวยการซีไอเอรายนี้เข้ามารับตำแหน่งแทนเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน อดีตผู้บริหารบริษัทน้ำมัน ที่ทรัมป์สั่งปลดแบบสายฟ้าแลบเมื่อเดือนมีนาคม หลังจากทำงานได้เพียง 1 ปี ท่ามกลางความตึงเครียดกับทำเนียบขาวเกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศ และความปั่นป่วนภายในกระทรวง ในขณะที่ทิลเลอร์สันถูกมองว่าเป็นตัวแทนฝ่ายสายกลางในรัฐบาลทรัมป์ ปอมเปโอกลับถูกมองว่าเป็นสายเหยี่ยวที่จะเข้าขาได้ดีกับจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่ของทำเนียบขาว ที่สนับสนุนจุดยืนที่ก้าวร้าวของทรัมป์บนเวทีโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนับเป็นจุดสูงสุดในอาชีพทางการเมืองของปอมเปโอ ผู้มีความทะเยอทะยานและหมายตาเก้าอี้สูงสุดในทำเนียบขาว เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหารสหรัฐที่เวสต์พอยต์ แล้วจากนั้นก็จบนิติศาสตร์ที่ฮาร์วาร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอเคยเป็น ส.ส.แคนซัส 4 สมัย ก่อนที่ทรัมป์จะแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้อำนวยการซีไอเอในปีที่แล้ว เขารับตำแหน่งนี้พร้อมกับการให้คำมั่นว่าปฏิบัติการข่าวกรองของสหรัฐจะดุร้ายมากขึ้น และหลายครั้งที่เขากล่าวโจมตีเกาหลีเหนือและอิหร่านอย่างไม่ไว้หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี หลังฉาก ปอมเปโอออกเดินทางเยือนต่างประเทศหลายครั้งเพื่อพบผู้นำทางการเมืองและความมั่นคงของต่างชาติ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขายังนำคณะไปเยือนเกาหลีเหนืออย่างลับๆ และพบกับคิม จองอึน เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะจัดซัมมิตระหว่างคิมกับทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ทำเนียบขาวได้เผยแพร่ภาพถ่ายการพบปะกันระหว่างคิมกับปอมเปโอ เพื่อเน้นย้ำบทบาทของว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐคนใหม่ในขณะนั้น ว่าจะเป็นแกนหลักในการปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพถ่ายที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8022</URL_LINK>
                <HASHTAG>พบคิม, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, สาบานตน, สายเหยี่ยว, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180427/image_big_5ae332a097e76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 21:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; เด้ง &#039;เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน&#039; พ้นเก้าอี้รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปลดฟ้าผ่า &amp;quot;เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน&amp;quot; พ้นเก้าอี้รัฐมนตรีต่างประเทศ แล้วโยก &amp;quot;ไมค์ พอมเพโอ&amp;quot; ผู้อำนวยการซีไอเอ มาเสียบแทน เมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ส่งสายตามองประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2560 (แฟ้มภาพ AFP)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วอชิงตัน / เอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะทำงานของเขาก่อนหน้าการพบปะเจรจากับผู้นำของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตว่า เขาได้แต่งตั้งไมค์ พอมเพโอ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) มาทำหน้าที่แทนเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน และขอบคุณทิลเลอร์สันสำหรับการทำหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตำแหน่งของพอมเพโอนั้น ทรัมป์แต่งตั้งจีนา ฮาสเปล เจ้าหน้าที่ข่าวกรองมืออาชีพ มารับตำแหน่งแทน และทำให้เธอเป็นสตรีคนแรกที่มาคุมหน่วยงานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ไมค์ พอมเพโอ ขณะให้การต่อคณะกรรมาธิการการข่าวกรอง วุฒิสภา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอมเพโอเป็นอดีตนายทหารและสมาชิกสภาคองเกรส เพิ่งทำหน้าที่ผู้อำนวยการซีไอเอได้ไม่ถึง 14 เดือน ทรัมป์ยกยอว่ าเขาเป็นบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปรับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากคำประกาศว่า ทรัมป์ยอมรับการนัดพบปะตัวต่อตัวกับคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ แต่ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาและรายละเอียดของการพบปะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการปลดแบบสายฟ้าแลบนี้ ทรัมป์และทิลเลอร์สันมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยราบรื่นนัก และน้อยครั้งที่ทรัมป์จะกล่าวยกย่องทิลเลอร์สัน ระหว่างที่ทรัมป์ประกาศการตัดสินใจอย่างปุบปับรับคำเชิญพบปะผู้นำเกาหลีเหนือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น ทิลเลอร์สันยังอยู่ระหว่างเยือนแอฟริกา ภายหลังคำประกาศ ทิลเลอร์สันระงับกำหนดการที่เหลือโดยอ้างว่าไม่ค่อยสบาย และสุดท้ายก็ย่นภารกิจแล้วเดินทางกลับวอชิงตันล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐของอดีตซีอีโอของบริษัทน้ำมันเอกซอนรายนี้เผชิญอุปสรรคนานัปการจากปัญหาท้าทายต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ ตั้งแต่ภัยคุกคามจากนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ การบ่อนทำลายของรัสเซีย ไปจนถึงการโจมตีนักการทูตสหรัฐในคิวบา แต่การทำงานของเขากลับโดนกลบรัศมีโดยสไตล์ที่ไม่มีความเป็นการทูตเลยของทรัมป์ รวมถึงการทวีตข้อความที่กระพือความตึงเครียดระหว่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักธุรกิจวัย 65 ซึ่งได้รับการยอมรับนับถือในแวดวงอุตสาหกรรมน้ำมัน เคยต้องปฏิเสธข่าวลือเรื่องการไม่ลงรอยกันระหว่างเขากับทรัมป์หลายครั้ง พร้อมกับยืนกรานว่าเขายังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป แม้จะมีรายงานข่าวว่าเขาเคยเรียกทรัมป์ว่า &amp;quot;คนปัญญาอ่อน&amp;quot; ก็ตาม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4924</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีไอเอ, รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ, เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมค์ พอมเพโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7e2c4e40e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
