<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขุนคลังรับถังแตก!จำเป็นต้องกู้5แสนล้านมาสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - ที่รัฐสภามีการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ วงเงิน 5แสนล้านบาท โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มาต่อเนื่องผ่านแหล่งเงินภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ แต่พบว่ายังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาการระบาดในระลอกใหม่ได้ เงินทุนสำรองจ่ายที่เหลืออยู่ มีไม่เพียงพอ ขณะที่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2564 นั้น รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ปี 2564 มีข้อจำกัดและได้รับผลกระทบจากการระบาดจากเชื้อโควิด-19 หากจะรอแหล่งเงินจากงบประมาณปี 2565 จะไม่ทันต่อการแก้ไขปัญหาการระบาดระลอกใหม่ ดังนั้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดเชื้อโควิด ซึ่งงบประมาณดังกล่าวไม่อาจดำเนินการให้ได้มาโดยวิธีงบประมาณปกติ จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีจำเป็นเร่งด่วน มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นทางเลือกสุดท้ายของรัฐบาลในการตราพ.ร.ก.ฉบับนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคมกล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ มีสาระสำคัญคือ การให้อำนาจกระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศในวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงินหรือออกตราสารหนี้ ภายในวันที่ 30 ก.ย.2565 เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายใน 3 แผนงานคือ 1.แผนงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการระบาดเชื้อโควิด-19 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน วงเงิน 3หมื่นล้านบาท 2.แผนงานที่มีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชย แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ วงเงิน 3แสนล้านบาท 3.แผนงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 วงเงิน 1.7แสนล้านบาท การตราพ.ร.ก.ฉบับนี้ รัฐบาลตระหนักถึงวินัยการเงินการคลังของประเทศ ความคุ้มค่า ความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินกู้ มีการกำหนดกรอบการใช้เงินที่สอดคล้องกับกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างรอบคอบรัดกุม รัฐบาลไทยและรัฐบาลทั่วโลกได้กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำให้สิ้นปี2564 ระดับหนี้ภาครัฐบาลของโลกคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 92 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,760 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ตัวเลขหนี้ของไทย &amp;nbsp;สิ้นเดือน เม.ย.2564 อยู่ที่ร้อยละ 50.69 ต่อจีดีพี ยังต่ำกว่ากรอบเพดานหนี้สากล โดยระดับหนี้สาธารณะที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ ไม่มีระดับตายตัว ขึ้นอยู่กับบริบทและปัจจัยที่แตกต่างกัน ดังนั้นการกู้เงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลมีเจตนาเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ การก่อหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังจะทำด้วยความรอบคอบ อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105764</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสนล้านบาท, กู้เงิน, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, พระราชกำหนด, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c04845e6e75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โปรดเกล้าฯ‘อาคม’ รมว.คลังคนใหม่/ภาคเอกชนขานรับแนะเร่งฟื้นศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โปรดเกล้าฯ &amp;quot;อาคม&amp;quot; นั่ง รมว.คลังคนใหม่แล้ว ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ขานรับ ชี้เป็นมืออาชีพ นักวิชาการแนะ รมว.คลังคนใหม่ต้องเร่งผลักดันมาตรการต่างๆ ให้เห็นผลในทางปฏิบัติว่าจะทำให้ ศก.ฟื้นตัวได้เร็ว สนค.เผยเงินเฟ้อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาติดลบ 0.70% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7&amp;nbsp; ติดต่อกัน เหตุเจอราคาพลังงานที่ปรับลดลงเป็นตัวฉุดหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp; แต่งตั้ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช&amp;nbsp; 2562 แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 5 สิงหาคม พุทธศักราช 2563 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ลาออกจากตำแหน่ง&amp;nbsp; สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 1 ตุลาคม พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 5ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การที่ รมว.การคลังคนใหม่เป็นนายอาคมถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเป็นบุคคลที่เอกชนยอมรับได้ ผ่านงานมาหลายตำแหน่ง มีความรู้ความสามารถในด้านเศรษฐกิจหลากหลาย มีประสบการณ์ทั้ง รมว.คมนาคมที่ดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน, เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสามารถทำงานประสานกับ พล.อ.ประยุทธ์ได้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เชื่อว่าเมื่อมารับตำแหน่งแล้วจะสามารถสานงานต่อได้ทันที เพราะตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ไทยต้องการมืออาชีพเข้ามาเป็น รมว.การคลัง เพื่อเข้ามาเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด ส่วนนโยบายเร่งด่วนที่ภาคเอกชนต้องการให้ รมว.การคลังคนใหม่เข้ามาสานต่อ เช่น การช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี, การขยายเวลาพักชำระหนี้ออกไปอีก 2 ปี, นโยบายเมดอินไทยแลนด์ ส่งเสริมใช้สินค้าไทย,&amp;nbsp; กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)&amp;nbsp; ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ประวัติการทำงานของนายอาคมในด้านการเมือง หรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้มีภูมิคุ้มกันการเมืองเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยสานต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเดิมที่สะดุดให้เดินหน้าต่อได้ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงสูง ส่วนการทำงานร่วมกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตลาดไม่ได้คาดหวังรายชื่อผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.การคลังมากนัก&amp;nbsp; เพราะคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ว่า หากเป็นคนนอกจะต้องเป็นข้าราชการเกษียณอายุและต้องปกป้องผลประโยชน์ได้ โดยการเข้ามาจะเป็นการสานต่อนโยบาย แต่คงไม่มีนโยบายแปลกใหม่ และไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ทำให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้ไม่ได้มีผลอะไรต่อตลาดหุ้นไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง กล่าวว่า นายอาคม&amp;nbsp; เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมเพราะมีประสบการณ์ทางการเมือง มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจในภาพใหญ่และการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ปกติ มองว่านายอาคมจะมีแรงกดดันจากการบริหารเศรษฐกิจอย่างมากในขณะนี้ เพราะภารกิจสำคัญที่ต้องทำคือ การทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากผลกระทบโควิด-19 อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการในระยะสั้น ดังนั้นต้องมีการผลักดันมาตรการต่างๆ ออกมาให้เห็นผลในทางปฏิบัติ ว่าจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนในทุกๆ ภาคส่วนได้จริงและทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การบริหารเศรษฐกิจของประเทศตอนนี้มีข้อจำกัด คือมีเงินไม่มาก ทั้งเงินจากงบประมาณและจาก&amp;nbsp; พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อใช้เต็มจำนวนก็จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยปี 2564 อยู่ที่ระดับ 59%&amp;nbsp; ต่อจีดีพี ซึ่งเสี่ยงหลุดกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 60% เพราะรัฐบาลยังต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และภาวะหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยก็อยู่ระดับสูง 84% ของจีดีพี เพิ่มมากสุดในรอบ 18 ปี ซึ่งล้วนเป็นข้อจำกัดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&amp;quot; นายสมชายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือน ก.ย.63 เท่ากับ 102.18 ลดลง 0.11% เมื่อเทียบกับเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และลดลง 0.70% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ย.62 เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกันของปีนี้ นับตั้งแต่ มี.ค.63 เป็นต้นมา ส่วนเงินเฟ้อ 9 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-ก.ย.) ลดลง 0.99%&amp;nbsp; ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานที่หักสินค้าอาหารสดและพลังงานออก ดัชนีอยู่ที่ 102.96 เพิ่มขึ้น 0.04% เมื่อเทียบเดือน ส.ค.63 และเพิ่มขึ้น 0.25% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ย.62 เฉลี่ย 9 เดือนเพิ่มขึ้น 0.32%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เงินเฟ้อของไทยได้กลับมาติดลบครั้งแรกในเดือน มี.ค.63 โดยลดลง 0.54% จากนั้นเดือน เม.ย.-ส.ค.63 ก็ติดลบมาโดยตลอด คือลดลง 2.99%, 3.44%, 1.57%, 0.98% และ 0.50% ตามลำดับ&amp;nbsp; ซึ่งตามทฤษฎีเงินเฟ้อติดลบติดต่อกัน 3 เดือนจะถือเป็นภาวะเงินฝืด แต่เป็นการฝืดทางเทคนิคไม่ใช่ฝืดจริง เพราะสินค้ายังมีการเคลื่อนไหวปกติและหลายรายการเพิ่มขึ้น แต่ตัวที่ฉุดให้เงินเฟ้อลดลงคือราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อลดลง 0.70% มาจากราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานที่ลดลงมาก โดยเฉพาะราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ แม้ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสดจะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถดึงให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะราคาเนื้อสัตว์อย่างเนื้อหมูและผักสดสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ส่วนสินค้าอื่นๆ เคลื่อนไหวปกติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อที่ลดลง 0.70% มาจากสินค้าหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.94% จากการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง 15.77% หมวดเคหสถาน ลด 0.19% หมวดบันเทิง&amp;nbsp; การอ่าน การศึกษา ลด 0.21% ขณะที่สินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 1.42% จากการเพิ่มขึ้นของเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ 3.38% ผักสด เพิ่ม 11.21% เครื่องประกอบอาหาร เพิ่ม&amp;nbsp; 2.25% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 1.71% อาหารบริโภคในบ้าน เพิ่ม 0.51% อาหารบริโภคนอกบ้าน เพิ่ม 0.67%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพิจารณาสินค้าที่คำนวณเงินเฟ้อ 422 รายการ พบว่าเดือน ก.ย.63 ราคาสินค้าสูงขึ้นมีจำนวน&amp;nbsp; 128 รายการ เมื่อเทียบกับเดือน ส.ค.63 และสูงขึ้น 224 รายการ เมื่อเทียบกับเดือน ก.ย.62 ส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกลุ่มอาหารสด ขณะที่ราคาลดลงมี 111 รายการ เมื่อเทียบเดือน ส.ค.63 และลดลง 130&amp;nbsp; รายการเมื่อเทียบเดือน ก.ย.62 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลังงาน ส่วนราคาไม่เปลี่ยนแปลงมี 183 รายการ&amp;nbsp; เมื่อเทียบเดือน ส.ค.63 และไม่เปลี่ยนแปลง 68 รายการ เมื่อเทียบเดือน ก.ย.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาส 4 ปีนี้คาดว่าจะยังคงติดลบ ประเมินไว้ที่ติดลบ&amp;nbsp; 0.34% เพราะราคาพลังงานยังลดลงจากความต้องการใช้ทั่วโลกที่ลดลง เพราะหลายประเทศกลับมาล็อกดาวน์อีกครั้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบ 2 แต่คาดว่าอัตราติดลบจะน้อยกว่าไตรมาส 2 และ 3 เพราะความต้องการบริโภคในประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จากมาตรการส่งเสริมการส่งออก&amp;nbsp; มาตรการจ้างงาน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในรูปแบบต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน รวมถึงราคาอาหารสดบางชนิด เช่น เนื้อสัตว์และผักสด ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นตามปริมาณผลผลิตและความต้องการของตลาด โดย สนค.ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2563&amp;nbsp; ไว้ที่ลบ 1.5% ถึงลบ 0.7% มีค่ากลางอยู่ที่ลบ 1.1%.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79591</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.คลัง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, สภาอุตสาหกรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7b1f94ccdbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาติชาย&#039;ปัดถูกทาบนั่ง&#039;ขุนคลัง&#039;แต่แบะท่าขึ้นกับนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน​ ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีชื่อ &amp;nbsp;1 ใน 3 เป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า​ ไม่เคยได้รับการทาบทามจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เข้าดำรงตำแหน่ง รมว.การคลัง ทราบเพียงกระแสข่าว &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ปรากฏชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนั้น น่าจะมาจากการผลักดันของผู้ใหญ่ในวงการหลายคน ที่เห็นประสบการณ์ทำงานและผลงานการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน ส่วนตัวโชคดีที่ผ่านมาทำงานประสานงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์ และธนาคารของรัฐ รวมถึงกระทรวงการคลังมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีประสบการณ์ตรง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่การพิจารณาของนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้ไลน์สอบถามหา นายสมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธกระแสข่าวที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 3 รายชื่อแคนดิเดต รมว.การคลัง ที่ปรากฏกระแสข่าวว่า นายกรัฐมนตรีทาบทามให้ดำรงตำแหน่ง ได้แก่ นายชาติชาย, &amp;nbsp;นายสมชัย และนายกานต์ ตระกูลฮุน อดีตผู้บริหารเอสซีจี โดยชื่อของนายชาติชายถือว่ามาแรงสุด ทั้งนี้คาดว่าจะมีความชัดเจนในตำแหน่งดังกล่าวเดือน​ ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77615</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, นายชาติชาย พยุหนาวีชัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c2587dd999c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ไพรินทร์”เลี่ยงตอบแคนดิเดตรมว.การคลังคนใหม่! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่าภายหลังการประชุมประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบศ.) นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการในคณะกรรมการการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจภายใต้ ศบศ.ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มีชื่อแคนิเดตเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแทนนายปรีดี ดาวฉายที่ลาออกไปเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ไม่มีครับ ยืนยันว่ายังไม่มีกระแสข่าวดังกล่าวแต่อย่างใด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีดี ดาวฉาย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f25984e4ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอกเตอร์พรรคสามัคคีไทย&#039;วิเคราะห์เหตุปรีดีลาออกสะท้อนเอกภาพรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวถึงการลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนายปรีดี ดาวฉาย ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่ถึงเดือน ว่าสะท้อนให้เห็นถึงเอกภาพ ความล้มเหลว และความไม่ปกติในการบริหารงานของรัฐบาล โดยเฉพาะภายในกระทรวงการคลัง ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรที่ถูกตั้งความหวังจากสังคมในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ แม้นายปรีดีจะให้เหตุผลถึงปัญหาสุขภาพ แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเข้ามารับตำแหน่งใช่หรือไม่ ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมมองเป็นอื่นไม่ได้ว่ามาจากปัญหาทางการเมือง โดยเฉพาะจากพรรคการเมือง และนักการเมืองมืออาชีพบางคน ในรัฐบาลที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตนเอง ไม่มองมิติของส่วนรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาล หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เชิญบุคคลนอกเข้ามาทำงานให้รัฐบาล ท่านนายกฯ เองต้องรับผิดชอบและต้องดูแลบุคคลเหล่านั้นให้ดี ไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้ ต้องให้อำนาจกับคนที่ทำงานกับส่วนรวมและประเทศอย่างเต็มที่ อย่าไปให้อำนาจกับคนที่ทำงานให้พรรคการเมือง หรือเห็นแก่ประโยชน์ทางการเมืองอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นคงจะไม่มีคนดี และคนเก่งที่ไหนอยากอาสาเข้ามาทำงานให้ประเทศอีกต่อไป เพราะเข้ามาก็ทนแรงเสียดทานต่างๆ ทางการเมืองแบบนี้ไม่ไหว ดังนั้น หากนายกฯ ไม่ยอมปฏิรูปการทำงานของคณะรัฐมนตรีเสียใหม่ ท่านก็เตรียมนับถอยหลังอายุรัฐบาลได้เลย เพราะคงสั้นแน่นอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76224</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.รยุศด์ บุญทัน, ปรีดี ดาวฉาย, พรรคสามัคคีไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f0e2aa9235.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;โยนเผือกร้อน&#039;ปรีดี&#039;ลาออกให้&#039;บิ๊กตู่&#039;สาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ หรือกระทบคณะรัฐมนตรี(ครม.) อย่างไร ว่าขณะนี้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.งการคลังทำหน้าที่รักษาการอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจจำเป็นต้องรีบหาบุคคลที่มาทำหน้าที่แทนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ อันนี้ต้องถามนายกฯ เชื่อว่าในการประชุมศูนย์บริหารสถารการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) ภาคเอกชนคงจะได้เข้าหารือกับนายกฯ อาจจะมีใครเสนอแนะอะไรดีดีก็ได้ เดี๋ยวก็เจอกันทั้งหมดที่จะมาประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76220</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีดี ดาวฉาย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48cabe9941a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปรีดี’ช็อกรัฐบาล! ลาออกพ้นรมว.คลัง/พท.ตาลุกวาวสัญญาณพัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐนาวาบิ๊กตู่ล่มปากอ่าว! ขุนคลัง &amp;ldquo;ปรีดี ดาวฉาย&amp;rdquo; ไขก๊อกพ้นเก้าอี้ มีผล 2 ก.ย.นี้ หลังอยู่ในตำแหน่งไม่ถึงเดือน สะพัดเหตุผลมีทั้ง &amp;ldquo;ป่วยไข้-เกาเหลา&amp;#39;สันติ&amp;#39;-อาถรรพ์ช้างคู่&amp;rdquo; สุพัฒนพงษ์เชื่อไร้ผลกระทบงานด้านเศรษฐกิจ ครม.ทิ้งทวนอนุมัติโผแต่งตั้งตามที่วายุภักษ์ 1 เสนอ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ได้ทีขย่ม ชี้เป็นสัญญาณพังพาบของรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 ประชดชง &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; นั่งควบเก้าอี้แทนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง รัฐมนตรีลาออก เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 200 ง แล้ว โดยเนื้อหาระบุว่า นายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2563 ความเป็นรัฐมนตรีของนายปรีดี ดาวฉาย จึงสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2563 ตามความในมาตรา 170 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันมีกระแสข่าวสะพัดว่านายปรีดีที่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 6 ส.ค. และเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ได้ยื่นจดหมายลาออก โดยส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ให้เหตุผลการลาออกว่าป่วย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้ลงนามอนุมัติ คาดว่าอยู่ระหว่างพูดคุยเพื่อให้นายปรีดีอยู่ในตำแหน่งต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายปรีดีเป็น รมว.การคลังคนที่ 53 หากนับการอยู่ในตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. จะอยู่ในตำแหน่ง 28 วัน แต่หากนับตั้งแต่วันถวายสัตย์ฯ 12 ส.ค. เท่ากับว่านายปรีดีปฏิบัติหน้าที่ รมว.การคลังเพียง 22 วันเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า ช่วงเช้าของวันที่ 1 ก.ย.2563 นายปรีดีได้เดินทางเข้ามาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กระทรวงการคลังตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากนั้นก็เดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล และไม่เดินทางกลับเข้ากระทรวงอีก โดยได้ให้คนขับรถประจำตำแหน่งเดินทางมารับหนังสือเอกสารไปให้นายปรีดี ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหนังสือลาออกเพื่อยื่นให้ พล.อ.ประยุทธ์
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เมื่อสักครู่มีคนมาบอก แต่ไม่ทราบเรื่อง โดยรู้ว่าเมื่อ 2 วันก่อนป่วย ซึ่งยังคิดในใจอยู่เลยว่าหากป่วยสามารถพักหรือลาได้ โดยตนเองก็ป่วย ป่วยกันทุกคน แต่ไม่รู้ว่าท่านออก ขณะที่ในที่ประชุม ครม.วันที่ 1 ก.ย.ก็ไม่มีท่าทีอะไร ท่านยังเสนอแต่งตั้งอธิบดี 5-6 กรมอยู่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าเหตุผลที่ลาออกเพราะไม่พอใจเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่น่าจะใช่ เพราะการแต่งตั้งวันนี้เป็นบัญชีเดียวกับตอนที่เสนอในที่ประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดระยอง
ไม่กระทบงานเศรษฐกิจ
ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการคลัง ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องดังกล่าว แต่ระบุว่าการเปลี่ยน รมว.การคลัง เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อการทำงานของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล เพราะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ แผนงานของรัฐบาลมีการวางไว้หมดแล้ว ดังนั้น รมช.การคลัง รวมทั้งข้าราชการ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังที่ยังทำงานอยู่ ก็ล้วนมีความเชี่ยวชาญ สามารถขับเคลื่อนงานให้เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลวางไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ในที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบเรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการคลัง) จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายจำเริญ โพธิยอด ผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 2.นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร 3.นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต และ 4.นางวรนุช ภู่อิ่ม ที่ปรึกษาด้านบริหารเหรียญกษาปณ์และทรัพย์สินมีค่า กรมธนารักษ์ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง
มีรายงานแจ้งว่า นอกจากอาการป่วยของนายปรีดีแล้ว ปัจจัยหนึ่งอาจเกิดจากความขัดแย้งในการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงภายในกระทรวงการคลัง เพราะในการประชุม ครม.สัญจรเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่นายปรีดีเสนอการแต่งตั้งนายลวรณไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต แต่ในที่ประชุม ครม.กลับขานชื่อว่าเป็นนายประภาส คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลังสนับสนุน ทำให้นายวิษณุทักท้วงว่าทำไม่ได้ เพราะชื่อที่ขานกับเอกสารที่นำเข้า ครม.ไม่ตรงกัน จึงขอให้ถอนเรื่องออกไปก่อน
สำหรับเบื้องหลังการแต่งตั้งอธิบดีกรมสรรพสามิต นายสันติต้องการผลักดันนายประภาส ซึ่งได้นำชื่อนี้มาฝากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เพื่อให้ช่วยผลักดันอีกทางหนึ่ง จึงเป็นเหตุให้สลับรายชื่อในการประชุม ครม.สัญจร ทำให้นายปรีดีรู้สึกหัวเสียอย่างมาก และตัดสินใจว่าถ้าหากตัวเองซึ่งเป็น รมว.การคลังไม่สามารถแต่งตั้งลูกน้องที่ตัวเองเห็นสมควรได้ ก็จะลาออกจากตำแหน่ง รมว.การคลัง แม้ล่าสุดในการประชุม ครม.วันที่ 1 ก.ย. นายปรีดีได้เสนอการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังเข้ามาอีกครั้ง โดยยืนยันตามเอกสารที่เสนอ ครม.สัญจร และที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่เสนอ นายปรีดีก็ยังตัดสินใจลาออก
หึ่ง! อาถรรพ์ &amp;ldquo;ช้างคู่&amp;rdquo;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า? ภายหลังการประชุม? ครม. บริเวณทางเชื่อมตึกสันติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่ พล.อ.ประวิตรจะเดินทางออกจากทำเนียบฯ ได้หยุดยืนคุยกับรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยมีนายสันติ, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เป็นเวลานานกว่า 10 นาที ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด และเดินทางออกจากทำเนียบฯ ไปทันที
สำหรับนายปรีดี ก่อนจะมารับตำแหน่ง รมว.การคลัง เป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย และเป็นประธานสมาคมธนาคารไทย ซึ่งนายปรีดีเคยกล่าวกับคนใกล้ชิดหลายครั้งว่าไม่ต้องการมารับตำแหน่ง รมว.การคลัง แต่ถูกนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย ได้ขอให้มาช่วยรัฐบาล นายปรีดีจึงต้องจำยอม เพราะถือนายบัณฑูรเป็นนาย เมื่อสั่งมาก็ต้องทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผลงานของนายปรีดีตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนั้น ในการประชุมนัดแรกวันที่ 13 ส.ค.2563 นายปรีดีได้ขวางข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทยที่จะให้ต่อสัญญาสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กับบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จากที่สิ้นสุดสัญญา ปี 2572 ต่อไปอีก 30 ปี จนถึงปี 2602 จะทำให้บีทีเอสได้รับสัมปทานรวม 60 ปี เพื่อแลกกับภาระหนี้ของกรุงเทพมหานคร ร่วม 70,000 ล้านบาท รวมทั้งกำหนดอัตราค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน 65 บาท นอกจากนี้นายปรีดียังได้เสนอ ครม.เห็นชอบ 5 มาตรการเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยนำวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารออมสินปล่อยไม่หมดมาจัดทำโครงการใหม่ รวมทั้งให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าไปค้ำประกันสินเชื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่กระทรวงการคลัง ข้าราชการและพนักงานได้วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นการลาออกของนายปรีดี ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอาถรรพ์ช้างคู่ประจำกระทรวงการคลัง ซึ่งมีกำหนดย้ายกลับมาตั้งไว้ที่เดิมภายในปีนี้ บริเวณโถงหน้าห้องประชุมวายุภักษ์ 1 ชั้น 1 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งอยู่ในวาระที่นายปรีดียังดำรงตำแหน่งหากยังไม่ลาออก โดยขณะนี้บริเวณแท่นที่วางช้างคู่ได้มีการปิดพื้นที่ปรับปรุงครั้งใหญ่ จากเดิมที่เป็นแท่นปูนก็มีการทุบออก และมีการทำโครงสร้างคานเหล็กที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างคู่ที่แกะสลักจากไม้เกิดความเสียหายจากสภาพอากาศ และถูกปลวกแทะกินอย่างที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับช้างคู่ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการคลัง เมื่อมีการปรับเปลี่ยนโยกย้าย รมว.การคลัง, รมช.การคลัง หรือข้าราชการระดับสูง ต้องมีการเข้าสักการะ โดยมีความเชื่อว่าในการคล้องพวงมาลัยให้ช้างคู่ จะต้องห้ามให้พวงมาลัยขาด หรือขยับเคลื่อนย้ายตำแหน่งของช้างเด็ดขาด เพราะจะส่งผลต่อตำแหน่ง ซึ่งที่ผ่านมาในยุคของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ได้ทำพวงมาลัยขาด หลังจากนั้นก็ดำรงตำแหน่ง รมว.การคลังเพียง 3 เดือน หรือยุคนายสมหมาย ภาษี รมว.การคลัง ปี 2557 ที่มีการสั่งย้ายช้าง เพื่อไปซ่อมบำรุงที่กรมศิลปากร เนื่องจากโดนปลวกแทะกิน ในวันที่ 26 มิ.ย.2557 ก็เกิดเหตุฟ้าผ่าใหญ่ที่กระทรวงการคลัง และนายสมหมายก็อยู่ในตำแหน่งเพียง 1 ปีเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคิดเห็นในซีกการเมืองนั้น นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า เคยเตือนรัฐบาลไปแล้วกรณีเกาเหลาเรียกพี่ของกระทรวงการคลัง ที่รัฐมนตรีว่าการน้องใหม่ นายปรีดีถูกหักหน้ากลางวงที่ประชุม ครม.ในเรื่องตั้งอธิบดี และการไม่ให้อำนาจที่เด็ดขาดกับ ครม.ชุดใหม่ หลายคนบ่นกับคนใกล้ชิดว่าอยากลาออก ซึ่งเปรียบเหมือนกับแค่เชิญนายปรีดีให้มาเป็นพระอันดับให้ครบองค์ สร้างภาพให้ ครม.ใหม่ดูดีเท่านั้น สุดท้ายก็บัวแล้งน้ำ
ยุบิ๊กตู่นั่งควบคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุกล่าวอีกว่า นอกจากประชาชนจะไม่สามารถคาดหวังสิ่งใดๆ ได้แล้วในรัฐบาลชุดนี้ และยังทำให้ ครม.ชุดใหม่ที่มาจากภาคเอกชนเช่นนายปรีดี และคนอื่นๆ ในตำแหน่งรองนายกฯ ก็อาจเป็นเพียงแค่หัวโขน สร้างภาพให้ทีมเศรษฐกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ดูดี แต่เอาเข้าจริงๆ ก็เล่นกันคนละคีย์ ประเทศเราจะไปไม่รอดและจะปรับ ครม.อีกกี่หนกี่รอบก็ไม่เป็นประโยชน์ใดๆ กับประเทศ หากยังดำเนินนโยบายกู้เพื่อชาติจนเป็นหนี้กันไปเป็นร้อยปีอย่างนี้ คงต้องเรียกว่า 6 ปีบิ๊กตู่ที่สูญเปล่าจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้มีแต่คนถีบหัวเรือรัฐนาวาของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งวันนี้ขอเรียกร้องว่า พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจอย่างเดียวจะมาบริหารประเทศแบบนี้ไม่ได้ ต้องมีกึ๋นด้วย ขอแนะนำว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอยู่นั้น ควรมานั่งควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกตำแหน่งไปเลย จะได้รู้แดงรู้ดำกันไปเลยว่ารัฐบาลชุดนี้กินปลาเยอะมีกึ๋น หรือมีขี้เลื่อยแค่ไหน เพราะสุดท้าย ที่ซวยมากที่สุดก็คือประชาชนคนไทยกว่า 70 ล้านคน ที่ต้องมาทนทุกข์ ซวยซ้ำซาก ซวยซ้ำซ้อน จากการยึดอำนาจด้วยวาทกรรมปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง สุดท้ายประเทศเข้าสู่การล้มละลาย อยากถามคนไทยว่ารู้สึกอย่างไรกับ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลชุดนี้ อยู่มาจะ 7 ปียังฝืนธรรมชาติ&amp;rdquo;
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์กว่าจะตั้ง ครม.ได้ก็เกิดสภาวะสุญญากาศอยู่นาน ไปชวนใครมาก็ไม่มีใครอยากมาเข้าร่วม นายปรีดีเพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 ส.ค. และถวายสัตย์ฯ เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ประชาชนยังสงสัยอยู่เลยว่าทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาลเริ่มทำงานกันหรือยัง แต่ปรากฏว่าเรือยังไม่ทันได้ออกก็ล่มปากอ่าว ก้นหม้อข้าวยังไม่ทันดำ ต้องบอกเลิกศาลาก่อนเวลาอันควร สถานการณ์บอบช้ำหนักของรัฐบาลเช่นนี้ เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง ที่รากของปัญหาหยั่งลึกยากแก้ไขยังมีอีกมาก
&amp;ldquo;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และทีมรัฐมนตรี 4 กุมารยังโบกมือลา แล้วนายปรีดีเป็นใคร จะทนพิษบาดแผลจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพได้อย่างไร วิกฤติเศรษฐกิจหนักขนาดนี้ 10 สมคิด 40 กุมาร ยังช่วยไม่ได้ ตราบใดที่ พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจก็ตัวใครตัวมัน พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมรับก่อนว่าเป็นศูนย์กลางของปัญหา รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญขนาดนี้ลาออก บ่งบอกถึงอาการว่าหนักมาก สัญญาณพังพาบของรัฐบาลมาถึงแล้ว&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76194</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, งานด้านเศรษฐกิจ, ปรีดี ดาวฉาย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เศรษฐกิจ, ไขก๊อกพ้นเก้าอี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e607bb1faf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
