<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิพัฒน์’จัดวัคซีนแสนโดสให้โรงแรม5จังหวัดท่องเที่ยว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงการฉีดวัคซีนสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศว่า เรื่องนี้จะจัดวัคซีนส่วนหนึ่งให้โรงแรมที่เสนอตัวเป็นพื้นที่กักตัว ซึ่งโรงแรมจะฉีดวัคซีนให้พนักงานต้อนรับทุกคนทั้งหมดในโรงแรม และมีการจัดสรรเอาไว้แล้วโดยวัคซีนที่มาถึงวันนี้จะจัดสรรไปให้กับ 5 จังหวัดท่องเที่ยวคือ เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยจะได้รับในล็อตแรก และล็อตที่ 2 จังหวัดละหมื่นคน เท่ากับ 2 หมื่นโดส รวมทั้งหมด 1 แสนโดส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะมากักตัวในโรงแรมจะเป็นโครงการที่เราเสนอ ซึ่ง ศบค.และกระทรวงสาธารณสุขคาดว่าขั้นตอนเมื่อนักท่องเที่ยวมาแล้วจะให้กักตัวในห้องพักเป็นเวลา 3 วัน หลังจากนั้นจะอนุญาตให้ออกมาอยู่ในโรงแรมได้ แต่นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ศบค.และ กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีนายกฯระบุว่า จะให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องดูความเหมาะสมและต้องดูว่าคนไทยจะได้วัคซีนเท่าไหร่ภายในสิ้นปีนี้ และต้องดูว่ากรมอนามัยได้ออกวัคซีนพาสปอร์ต ออกมาหรือยัง ถ้าออกมาและมีการรับรอบแล้วก็ต้องนำเรื่องเข้า ศบค. เพื่อพิจารณาว่ามีข้อขัดข้องหรือไม่ แต่คาดว่าเรื่องนี้จะดำเนินได้ในช่วงไตรมาสสาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94074</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักท่องเที่ยว, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, วัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_60004be183822.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะกรรมการกีฬามวยอนุมัติ 25 ล้านเศษ เร่งเยียวยานักมวยและผู้ฝึกสอนที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานมวยฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกีฬามวย ครั้งที่ 2/2563 โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์&amp;nbsp; และกรรมการที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 10 เม.ย.&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ ประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติใช้มาตรการปิดสถานที่ซึ่งผู้คนไม่ได้มาชุมนุมเป็นกิจวัตร แต่มาเพื่อทำกิจกรรมที่มีการเบียดเสียด ใกล้ชิด และเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อง่าย ทางปาก (ตะโกน เชียร์) สัมผัส ถูกเนื้อ ถูกตัว หรือใช้สิ่งของร่วมกันเช่น สนามมวย สนามกีฬา โรงมหรสพ ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&amp;nbsp; ซึ่งผลของการดำเนินการภายใต้มาตรการของรัฐบาลทำให้ การจัดการแข่งขันกีฬามวย การอบรม และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกีฬามวย ไม่สามารถ&amp;nbsp; ที่จะดำเนินการได้ ทำให้เกิดผลกระทบต่ออาชีพนักมวย ผู้ฝึกสอน ในวงกว้างจากการไม่มีรายได้ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ได้รายงานเสนอแผนเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนของนักมวย และหัวหน้าค่ายมวยที่ได้รับผลกระทบจากการออกคำสั่งนายทะเบียนในสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสฯ ให้ระงับการแข่งขันกีฬามวย ภายใต้มาตราการของรัฐบาล โดยให้ความช่วยเหลือเพื่อการดำรงชีพสำหรับจำนวนนักมวยที่ได้รับผลกระทบจากการออกคำสั่งนายทะเบียนฯ และได้ขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย&amp;nbsp; จำนวน 2,000 คน และผู้ฝึกสอน จำนวน 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบอนุมัติหลักการปรับแผนงบประมาณประจำปี 2563 ของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย จำนวน 25,642,000 บาทเพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาให้กับนักมวยและผู้ฝึกสอนที่ได้รับผลกระทบและได้ขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยเบื้องต้น ระหว่างขอรับงบประมาณช่วยเหลือจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติเพิ่มเติม โดยมอบหมายฝ่ายเลขาฯ นำรายชื่อนักมวยและผู้ฝึกสอนที่ขึ้นทะเบียนฯ ข้างต้นไปตรวจสอบกับกระทรวงการคลังให้ถูกต้อง ว่าผู้ใดทีได้ลงทะเบียนรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพื่อเป็นข้อมูลคัดกรองเบื้องต้นและไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันให้กับคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการให้การช่วยเหลือต่อไป ซึ่งมี&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ เรืองเวส เป็นประธานอนุกรรมการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยหลังการประชุมว่า ประเด็นสำคัญในการประชุมหารือในวันนี้คือเรื่องของการพิจารณาให้ความช่วยเหลือนักกีฬามวยและบุคลากรในวงการมวยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ COVID-19 ได้มีการหารือและเร่งรัดการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือนักมวยกับผู้ฝึกสอน&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย 2 กลุ่มนี้ กกท.จะเร่งให้การช่วยเหลือ โดยการเร่งประสานข้อมูลกับกระทรวงการคลังตรวจสอบรายชื่อที่ได้รับการช่วยเหลือ เงินจำนวน 5,000 บาท จากโครงการรัฐบาล เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และนอกเหนือจากที่เร่งประสานข้อมูลจากกระทรวงการคลังแล้ว ทาง กกท.จะต้องดูแลส่วนที่ไม่ได้รับประโยชน์จากเงินการดูแล จำนวน 5,000 บาท ของโครงการของรัฐบาลด้วยในกลุ่มนี้ยกตัวอย่างเช่น ในกระบวนการของกระทรวงการคลังนั้นผู้ที่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ จะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป แต่ในทะเบียนมวยนักกีฬาอายุ15 ปีขึ้นไป ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เห็นแล้วว่าจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังอย่างเเน่นอน ที่ประชุมจึงได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อที่จะพิจารณาเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ต่างๆในการให้การช่วยเหลือ โดยในวันนี้คณะกรรมการกีฬามวยได้อนุมัติปรับแผน จัดสรรเงินจำนวน 25 ล้านบาทเศษในเบื้องต้น มาช่วยเหลือสนับสนุนให้บุคลากรในวงการกีฬามวย โดยเฉพาะนักกีฬามวยที่ไม่ได้รับสิทธิจากรัฐบาล เพราะฉะนั้นทุกคนที่อยู่ในระบบและได้ลงทะเบียนเป็นนักกีฬามวยและผู้ฝึกสอนอยู่ในระบบสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ของ กกท. ก็จะได้รับการดูและอย่างเท่าเทียมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62767</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, #โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, กกท., กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย, ดร.ก้องศักด ยอดมณี, ผู้ว่าการ กกท., รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e9071b0f1a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ท่องเที่ยว-กีฬาฯ  แย้มรัฐบาลเตรียมเจรจาต่อสัญญาโมโตจีพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันหนักแน่นรัฐบาลไทยพร้อมต่อสัญญา โมโตจีพี ในเมืองไทยไปออกไปอีก 3 ปี หลังหมดสัญญาในปี 2020 ดีเดย์นัดเจรจาข้อตกลง โดยมีนัดหารือกับดอร์น่าสปอร์ตตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยถูกบรรจุเป็นสนามที่ 15 ของฤดูกาล 2019 มีคิวดวลความเร็วระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้สนับสนุนหลักอย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีที โออาร์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, กรมการขนส่งทางบก และสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าความพร้อมของการจัดการแข่งขัน รวมถึงรายละเอียดความยิ่งใหญ่ของกิจกรรมต่างๆ ของ โมโตจีพี รายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019 และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เตรียมไว้รองรับแฟนความเร็วจากทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกยกมาพูดถึงอย่างมาก คือ สัญญาของประเทศไทยกับ ดอร์น่า สปอร์ต ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โมโตจีพี นั้นจะหมดลงหลังจบปี 2020 ขณะที่หลายฝ่ายต่างรอท่าทีของภาครัฐสำหรับการสนับสนุนงบประมาณในการต่อสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า กระทรวงฯ มีแผนในการต่อสัญญาจัด โมโตจีพี ออกไปอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อจบปี 2020 แล้ว เราจะพยายามต่อสัญญาต่อไปอีก 3 ปี ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมหารือกับดอร์น่าสปอร์ต ของเจ้าของลิขสิทธิ์ในวันที่ 23 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ถึงความเป็นไปได้ของข้อตกลงด้านต่างๆ&amp;rdquo; นายพิพัฒน์ เผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังกล่าวถึงการสนับสนุนของภาครัฐสำหรับการแข่งขัน โมโตจีพี ในปี 2019 ว่า &amp;ldquo;กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา จะให้การสนับสนุน โมโตจีพี อำนวยความสะดวก ประสานทุกภาคส่วนให้มีความพร้อมกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเราทราบว่าอาจประสบปัญหาบ้างเล็กน้อย โดยในตอนนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทยของเราก็ได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อบแล้วครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางกระทรวงของเรา จะพยายามประชาสัมพันธ์ให้คนได้รับรู้ว่า ประเทศไทยของเรากำลังจะจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาระดับโลก ออกไปทั้วประเทศ และทั่วโลกโดยเครือข่ายของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อประหาศให้ทั่วโลกได้รู้ถึงความพร้อมของเรา และรักษาความเป็น Best Grand Prix of the year ไว้ให้ได้ในปี 2019&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันนี้ การกีฬาและการท่องเที่ยวนั้นเป็นของคู่กัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการที่สุดคือชักชวนให้คนมาเที่ยว ให้เงินอยู่ในเมืองไทย และให้กำลังใจสนามแข่งในบุรีรัมย์ เพื่อให้จัดการแข่งขันระดับโลกได้ ซึ่งผมอยากจะให้เกิดอีเวนนต์ระดับนี้ในกีฬาประเภทอื่นด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พีทีที ไทยแลนด์ กรังดืปรีซ์ มียอดผู้เข้าชมทั้งหมด 222,535 คนซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลขผู้ชมทั้งหมด 19 สนามจากทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบนโยบายและแนวทางการเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขัน โมโต จีพี 2019 ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคม 2562 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่ร่วมกันจัดการแข่งขันให้ดีกว่าปีที่แล้วซึ่งเป็นปีแรกที่จัดการแข่งขัน ถือเป็นการนำกีฬามาต่อยอดเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ โดยการจัดการแข่งขัน โมโต จีพี นับเป็นรายการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วยส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงกีฬา การขยายตัวของอุตสาหกรรมกีฬา รวมทั้งช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้เราได้รับมอบนโยบายจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเรียบร้อยแล้ว เพื่อหาแนวทางที่จะให้มีการจัดการแข่งขัน โมโตจีพี ต่อเนื่องไม่ใช่ถึงเฉพาะในปี 2020 เท่านั้น จากผลสำรวจของกองยุทธศาสตร์และแผนงานกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปีแรก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นรายได้หมุนเวียนในประเทศกว่า 3,053 ล้านบาท ทั้งในส่วนจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงในงานตลอด 3 วัน&amp;rdquo; ดร.ก้องศักด ทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43434</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกท., กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กีฬาความเร็ว, ดอร์น่าสปอร์ต, มอเตอร์สปอร์ต, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, โมโตจีพี, โมโตจีพี 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53d79d7793c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ท่องเที่ยวลุยสางปัญหาท่องเที่ยวภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันนี้ 4 ส.ค.62 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารือและรับฟังข้อคิดเห็นในการพัฒนาการท่องเที่ยว มี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;และ พังงา &amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุม โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ จังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาคเอกชน ได้เสนอปัญหาต่างๆ แก่ที่ประชุม นำโดย &amp;nbsp;หอการค้าจังหวัดภูเก็ต เสนอให้รัฐบาลขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ในด้านความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน การเพิ่มถนนเส้นทางต่างๆ โครงการรถไฟรางเบา โครงการอุโมงค์ป่าตอง โครงการท่าเรือปลอดภัย ความปลอดภัยทางทะเล การแก้ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาขาดแคลนน้ำดิบ ขอให้ร่วมผลักดันงบประมาณสู่ภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสมาคมพ่อค้าภูเก็ต เสนอให้ขยายเวลาการเปิดสถานบริการ ในป่าตองเป็น &amp;nbsp;24 ชั่วโมง &amp;nbsp;ขอให้เร่งขับเคลื่อนโครงการอุโมงค์ป่าตอง โครงการรถไฟรางเบา โครงการพัฒนาท่าเรือและควรมีมาตรการเข้มงวดใน ความปลอดภัยทางทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน เสนอ ปัญหามัคคุเทศก์เถื่อน &amp;nbsp;ปัญหาบัตรมัคคุเทศก์ในพื้นที่กระบี่ มีการถูกตรวจจับกุมส่งศาลแล้ว ในการใช้บัตรผิดประเภท ขอให้พิจารณาการออกบัตรและข้อยกเว้นบัตรมัคคุเทศก์ในประเภทต่างๆ ในการปฏิบัติงานในทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เสนอให้ขับเคลื่อนความปลอดภัย และ ระบบสาธารณูปโภค ความสะดวกสบาย และ ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้มากขึ้น &amp;nbsp; ขอให้ผลักดันการตั้งศูนย์ประชุมนานาชาติ และ การบริหารสลอตการบิน ต่างๆ เพื่อความเติบโตของการท่องเที่ยว และขอให้ เลือกภูเก็ต นำร่องปรับใช้กฏหมายการขยายเวลาเปิดสถานบริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา เสนอให้ประสานกระทรวงคมนาคม ผลักดันการก่อสร้างสนามบินพังงา ซึ่งโครงการก่อสร้างสนามบินพังงา เป็นโครงการของAOT มีระยะทางห่างจากสนามบินภูเก็ต 20 กิโลเมตร สามารถรองรับคนได้15 ล้านคน สร้างบนพื้นที่โฉนด 500 แปลง อยู่ในขั้นตอน อนุมัติของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และไม่เห็นด้วยกับการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าอุทยานฯสิมิลัน จังหวัดพังงา ทำให้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เสนอแก้ปัญหาโรงแรมที่ไม่เข้าระบบ การนำบ้านจัดสรรทำเป็นที่พักโรงแรม เป็นปัญหาใต้ดินที่ทำห้องพักรายวันเกี่ยวขีองนอมินีข้ามชาติ &amp;nbsp;กระทบต่อโรงแรมที่เข้าระบบถูกต้องที่มีจำนวนผู้เข้าพักลดลง ขณะเดียวกันจะมีการลงทุนก่อสร้างห้องพักเพิ่มในภูเก็ตอีกกว่า50 โรง ห้องพักกว่าหมื่นห้อง &amp;nbsp;ขอให้พิจารณารวมทั้ง การพัฒนาการท่องเที่ยวควรทำคู่กับการอนุรักษ์ให้เกิดรูปธรรมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ &amp;nbsp;รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตามที่ ครม.ได้แถลงนโยบายต่อสภาฯ &amp;nbsp;บรรจุประเด็นการพัฒนาการท่องเที่ยวความหลากหลายแหล่งท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวรายได้สูง การพัฒนาธุรกิจบริการ การดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด การส่งเสริมธุรกิจสู่ชุมชน จะนำไปบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนแก้ไขให้เกิดผลในการปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ ประทับใจ หลายอย่างของภูเก็ต ได้ไปชมท่าจอดเรือยอช์ท และ เดินชมถนนบางลาป่าตอง &amp;nbsp;รวมทั้งพบปะชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต ทุกแห่งที่ได้ไปมา ขอชมเชยในการดูแลรักษาความสะอาดได้ดีมาก &amp;nbsp;ในส่วนนักท่องเที่ยวพบว่า มีนักท่องเที่ยวชาวจีนน้อย แต่ อืนเดีย และ ออสเตรเลีย มีจำนวนมาก ซึ่งอินเดีย ยังมีแนวโน้มเข้ามามากขึ้นกับการเช่าเหมาลำ และยังมีพม่า ลาว เขมร เข้ามามากเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มีข้อมูลว่า ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตกแต่งร่างกายจากคอลงล่างเป็นจำนวนมาก นับเป็น 1 ใน 3 ของโลก เป็นสิ่งจะช่วยกันส่งเสริมพัฒนาไว้จะนำเสนอนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาบัตรมัคคุเทศก์ที่นำใช้ในทะเลและถูกจับกุมที่กระบี่ นั้น จะติดตามเรื่องนี้กับกรมการท่องเที่ยว และจะไปกระบี่ ในสัปดาห์หน้า เพื่อติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขอขยายเวลาเปิดสถานบริการนั้นต้องทำให้เท่าเทียมในจังหวัดท่องเที่ยวทุกจังหวัด โดยจะร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ส่วน สลอตการบิน ได้หารือกับกระทรวงคมนาคมแล้ว พบว่าสนามบินภูเก็ต มีเที่ยวบินขึ้นลงวันละกว่า 300เที่ยวบิน แออัดมาก แนะนำให้ไปกระบี่บ้าง รวมทั้ง การก่อสร้างสนามบินพังงา ต้องใช้เวลาอีกนาน ซึ่งสนามบินภูเก็ตมีการขยายสนามบิน และเพิ่มรันเวย์ อาจเพิ่มเที่ยวบินได้มากกว่านี้ &amp;nbsp;&amp;quot;นายพิพัฒน์ กล่าวและว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาการท่องเที่ยวของภูเก็ตอาจจะมีมากกว่านี้ ดังนั้น ในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ จะเดินทางมาร่วมประชุมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ โรงแรมบียอนด์กะตะ จังหวัดภูเก็ต โดยจะเชิญรัฐมนตรีจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับปัญหาต่างๆร่วมประชุมในโอกาสดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42674</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพัฒนาการท่องเที่ยว, จังหวัดภูเก็ต, พิพัฒน์ รัชกิจประการ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46974365376.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 01:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 01:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิ่งลอยฟ้า สะพานพระราม8-ยกระดับบรมราชชนนี กับ &quot;เมืองไทยมาราธอน&quot; ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ สายัณห์ สมดุลยาวาทย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท จ๊อกแอนด์จอย จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ &amp;nbsp;เมืองไทยมาราธอน 2018 (MUANG THAI MARATHON 2018)นอกจากนี้ยังมี พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยแห่งประเทศไทย มาร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 61 ที่ ห้องโถงกิจกรรม ชั้น 5 อาคาร 1 เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยในปี 2561 นี้ จะจัดการแข่งขันใน 2 สนามได้แก่ เมืองไทยมาราธอน 2018 Smile @ Bangkok ในวันอาทิตย์ที่ &amp;nbsp;7 ตุลาคม 2561 ที่ &amp;nbsp;เส้นทางสะพานพระราม 8 &amp;ndash; สะพานยกระดับบรมราชชนนี และ เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน 2018 Smile @ Chiang Mai &amp;nbsp;ในวันที่ 23 ธันวาคม 2561 ณ ถนนรอบ &amp;lsquo;คูเมืองเชียงใหม่&amp;rsquo;ซึ่งเป็นรายการแข่งขันมาราธอนที่มีระยะทางได้มาตรฐานรับรองการแข่งขันโดยสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ &amp;nbsp;สหพันธ์กรีฑาแห่งเอเชีย (AAA) และสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (International Association of Athletics Federations : IAAF) &amp;nbsp;โดยแบ่งประเภทการแข่งขันตามระยะทาง คือ มาราธอน (Full Marathon) ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร, ฮาล์ฟมาราธอน &amp;nbsp;(Half Marathon) ระยะทาง 21.100 กิโลเมตร, มินิมาราธอน (Mini Marathon) ระยะทาง 10 กิโลเมตร และเมืองไทยสไมล์รัน (Muang Thai Smile Run) ระยะทาง 5 กิโลเมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความพิเศษของ &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมืองไทยมาราธอน 2018&amp;rdquo; ในครั้งนี้ ได้มีการจัดเตรียมความพิเศษสำหรับนักวิ่งด้วยระบบการประมวลอัลบั้มภาพนักวิ่งและระบบค้นหาภาพถ่ายโดยใช้หมายเลข BIB &amp;nbsp;และนักวิ่งสามารถแชร์ภาพถ่ายที่ชื่นชอบไปยัง Facebook และ Twitter นอกจากนั้นในงานยังมีการประกวดแต่งกายวิ่งแฟนซี ซึ่งเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้มาร่วมประกวดไอเดียการแต่งกายตามธีม &amp;quot;Healty Fabulous 4&amp;quot; ประกวดแฟนซีสุขภาพดี 4 ด้าน ได้แก่ Sport Fashion :ใส่แล้วมั่นใจก็คือสไตล์ตัวเรา (My Fashion) Food : ตัวแม่แห่งสุขภาพ ปรุงน้อยแต่ได้มาก Technology : สิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะ และ Education : แหล่งความรู้ และอัพเดทเทรนด์สุขภาพ ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย Healthy Is A Trend ของบริษัทฯ ในปีนี้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ยังเพิ่มความอุ่นใจให้กับนักวิ่งยิ่งขึ้น โดยมอบสิทธิพิเศษแก่ผู้สมัครวิ่งด้วยประกันอุบัติเหตุ &amp;ldquo;ฟรี&amp;rdquo; ทุนประกันสูงสุดถึง 100,000 บาท/คน (เงื่อนไขการได้รับสิทธิ์เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) พร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมากมายจากพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ รวมถึงกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิก &amp;ldquo;เมืองไทย Smile Club&amp;rdquo; ที่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นต้น นอกจากนี้ รายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่าย ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปบริจาคเพื่อหน่วยงานอันเป็นสาธารณะกุศลในท้องถิ่นแต่ละสนามอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กำหนดการปล่อยตัวในแต่ละระยะ คือ มาราธอน (Full Marathon) ระยะทาง 42.195 &amp;nbsp;กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา &amp;nbsp;01.30 น. ฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon) ระยะทาง 21.100 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 04.00 น. มินิมาราธอน (Mini Marathon) ระยะทาง 10 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 05.00 น. และเมืองไทยสไมล์รัน (Muang Thai Smile Run) ระยะทาง 5 กิโลเมตร ปล่อยตัวเวลา 05.15 น. ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.muangthaimarathon.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17600</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์, นายสาระ ล่ำซำ, บริษัท จ๊อกแอนด์จอย จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกนชีวิต จำกัด (มหาชน), พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยแห่งประเทศไทย, สายัณห์ สมดุลยาวาทย์, เมืองไทยมาราธอน 2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c031e7a423.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
