<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุพัฒนพงษ์’ย้ำจัดเคาต์ดาวน์ปีใหม่ที่’ภูเก็ต’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าเปิดประเทศ ว่าทุกภาคส่วนต้องมาหารือพูดคุยกัน โดยเฉพาะประชาชนต้องมีการเตรียมความพร้อม ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอยู่แล้ว ยืนยันการออกแถลงการณ์เปิดประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่มีอะไรที่จะต้องงุนงง เพราะมีแผนการ และขั้นตอนรองรับ ที่สำคัญจะใช้ภูเก็ตโมเดลเป็นต้นแบบดำเนินการ แล้วนำมาเชื่อมโยงกัน จึงเชื่อว่าการดำเนินการต่างๆ จะรวดเร็วขึ้น เมื่อถึงเวลาหนึ่งรัฐบาลพร้อมให้ความสนับสนุนและชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน หากมีความกังวลเรื่องการฉีดวัคซีนที่ยังไม่ทั่วถึง ซึ่งจะต้องมีมาตรการต่างๆมารองรับอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลตั้งเป้าเรื่องการเปิดประเทศไว้ ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องไปทำการบ้านตามสิ่งที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ โดยจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพราะรัฐบาลทำคนเดียวไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเพิ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำในการเดินทางเข้าประเทศไทย นอกจาก 10 ประเทศ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกระทรวงสาธารณสุขจะพิจารณา การประชุม ศบค. ชุดใหญ่ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ จะมีความคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์ปีใหม่ครั้งนี้จัดได้หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้เตรียมการไว้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จะสามารถจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์ในช่วงปีใหม่ได้ และหากพื้นที่ไหนมีความพร้อมก็สามารถเสนอขึ้นมาได้ เนื่องจากภาคเอกชนไทยมีศักยภาพ ที่สำคัญ คือทุกฝ่ายต้องหารือกัน เพราะต้องเดินหน้าเศรษฐกิจควบคู่กับความปลอดภัยด้านสาธารณสุขไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า มั่นใจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะฟื้นตัวขึ้น โดยต้องจับตาไปที่ตัวเลขไตรมาส 3 ก่อนว่าติดลบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะส่งผลต่อไตรมาสสุดท้ายว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ยืนยันรัฐบาลนี้มีความพร้อมและจะทำให้ดีที่สุดแม้ขณะนี้จะมีปัญหาเรื่องของพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และกำลังหาวิธีเข้าไปดูแลควบคุมราคาไม่ให้กระทบประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119611</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_61665873bea21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบง.สั่งโละน้ำมันบี7-บี10 ออกชั่วคราว หลังราคาไบโอดีเซลพุ่งทะยาน เล็งปรับสูตรใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2564 ว่าปัจจุบันที่สถานการณ์ราคาของไบโอดีเซล(บี100) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่ประมาณ 40 บาทต่อลิตร ที่ประชุมจึงมีมติให้ปรับลดสัดส่วนการผสมบี100ในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลงจากเดิมที่ผสมอยู่ในสัดส่วน&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;หรือบี10&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;7%&amp;nbsp;หรือบี7&amp;nbsp;ให้เหลือ&amp;nbsp;6%&amp;nbsp;หรือบี&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เป็นการชั่วคราวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต.ค.-31&amp;nbsp;ต.ค.2564&amp;nbsp;เท่านั้น ทำให้เหลือน้ำมันดีเซลจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชนิด คือดีเซล บี6&amp;nbsp;และบี20&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การผสมบี100 ในสัดส่วนที่มากอาจจะทำให้ราคาดีเซลนั้นเพิ่มขึ้นสูง ซึ่งปัจจุบันมีราคาเกินกว่า 30 บาทต่อลิตรแล้ว โดยกลไกดังกล่าวจะทำให้ราคาน้ำมันดีเซล บี6&amp;nbsp;จะอยู่ที่&amp;nbsp;28.29&amp;nbsp;บาทต่อลิตร ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยประมาณ 2 บาท โดยการปรับลดครั้งนี้จะเป็นมาตรการระยะสั้น ซึ่งจะมีการทบทวนราคาน้ำมันตลาดโลกอีกครั้งภายในช่วงสิ้นเดือนต.ค. นี้ หากราคาอยู่ในสถานการณ์ที่ดีก็อาจจะกลับมาเป็นเช่นเดิม แต่ถ้ายังสูงอยู่ก็อาจจะต่อมาตรการนี้ต่อไปเพื่อคงราคาน้ำมันไม่ให้กระทบกับค่าครองชีพประชาชน&amp;rdquo;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การสนับสนุนราคาน้ำมันดีเซลรอบนี้ที่ใช้เงินกองทุนนั้นรวมเป็นเงินประมาณ 3,000&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันสถานะกองทุนอยู่ที่ 11,000&amp;nbsp;ล้านบาท ขณะเดียวกันในวันที่ 5 ต.ค. นี้ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนฯในส่วนของน้ำมันดีเซล บี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลงเหลือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สตางค์ต่อลิตร จากเดิมเรียกเก็บอยู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาน้ำมันดีเซล บี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลดเหลือต่ำกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อลิตร จากปัจจุบันปรับขึ้นไปอยู่ที่&amp;nbsp;31.29&amp;nbsp;บาทต่อลิตร ก่อนที่จะมีการงดใช้ในวันที่ 11 ต.ค. พร้อมให้ปรับลดค่าการตลาดน้ำมันดีเซลบี&amp;nbsp;10&amp;nbsp;และบี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;1.40&amp;nbsp;บาทต่อลิตร จากเดิมมีค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;1.80&amp;nbsp;บาทต่อลิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเตรียมมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลค่าน้ำมันและค่าครองชีพประชาชนโดยจะขอใช้วงเงินช่วยเหลือจากพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) เงินกู้เพื่อช่วยเหลือตามมาตรการโควิด-19&amp;nbsp;เข้ามาบรรเทาความช่วยเหลือ เช่น การตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ภาคครัวเรือน ถังขนาด&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กิโลกรัม จนถึงสิ้นเดือนม.ค.2565&amp;nbsp;จะมีการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;ล้านบาทต่อเดือน และการดูแลค่าไฟฟ้าที่คาดว่าจะมีการหารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในเร็ว ๆ นี้&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การช่วยเหลือแอลพีจี ล่าสุดได้แยกบัญชีระหว่างแอลพีจีและบัญชีน้ำมันออกจากกันเด็ดขาด เนื่องจากติดลบจากการอุดหนุนกว่า&amp;nbsp;1.7&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท จนใกล้เพดานที่กำหนด&amp;nbsp;1.8&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท และหลังจากนี้จะเสนอให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) อนุมัติวงเงินจากพ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนล้านบาท มาช่วยเหลือเป็นเวลา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน(ต.ค.2564-ม.ค.2565)&amp;nbsp;เพื่อตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มแบบถังขนาด&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กก. ให้อยู่ที่&amp;nbsp;318&amp;nbsp;บาทต่อถัง (ไม่รวมค่าขนส่ง) โดยจะช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มครัวเรือนเท่านั้นไม่รวมภาคขนส่ง&amp;rdquo;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่าการปรับลดสัดส่วนการผสม บี100 ในน้ำมันดีเซลลงนั้น จะทำให้มีการใช้งานในส่วนนี้ลดลงจาก 4 ล้านลิตรต่อวัน เหลือ 3 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งยอมรับว่าภาคเอกชนผู้ผลิตอาจจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง แต่ไม่หนักเนื่องจากปัจจุบันราคาอยู่ในระดับที่สร้างผลตอบแทนได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถส่งออกทั้งสัญญาระยะยาว และในระบบตลาดจร(สปอต) ได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118755</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.), รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa35d96157a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุพัฒน์พงษ์’อัปเดตมาตรการเยียวยาล็อกดาวน์10จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2564 &amp;ndash; นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์กราฟฟิกพร้อมเนื้อหาระบุว่า อัปเดตเยียวยาล็อกดาวน์ 10 จังหวัดสีแดงเข้ม ครม. อนุมัติเงินกู้ 3 หมื่นล้านบาท ชดเชยค่าจ้างเพิ่ม 5 หมวดกิจการ คนละไม่เกิน 1 หมื่นบาท พร้อมลดค่าน้ำค่าไฟสำหรับประชาชนทั่วประเทศ 2 เดือน วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ความคืบหน้าเยียวยาล็อกดาวน์ 4 หมวดกิจการ จ่ายเงินชดเชยแล้ว 87 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. นำโดยท่านนายกฯ รายงานความคืบหน้าการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ใน 4 หมวดกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร กิจการศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ และกิจการบริการอื่นๆ ที่ได้รับผลผลกระทบจากการล็อกดาวน์ 10 จังหวัดสีแดงเข้มตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. 64 เป็นต้นมา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำนักงานประกันสังคมได้จ่ายเงินเยียวยา เช่น เงินชดเชย ร้อยละ 50 ของค่าจ้างไปแล้ว 17,920 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 87 ล้านบาท แบ่งเป็นกิจการก่อสร้าง 16,468 ราย เป็นเงิน 79,801,420.45 บาท กิจการร้านอาหารและภัตตาคาร 1,452 ราย เป็นเงิน 7,829,613.35 บาท&amp;nbsp;
2.ครม. อนุมัติเงินกู้ 3 หมื่นล้านบาท เยียวยาล็อกดาวน์ ชดเชยค่าจ้างเพิ่ม 5 หมวดกิจการ คนละไม่เกิน 1 หมื่นบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการเพิ่มเติม 5 หมวดกิจการ จากเดิม 4 หมวดกิจการที่ประกาศเยียวยาไปก่อนหน้านี้ รวมทั้งหมดเป็น 9 หมวดกิจการ ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้เสนอ วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท&amp;nbsp;
-หมวดกิจการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ 5 หมวด ได้แก่
1. การขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า
2. การขายส่ง-ปลีก ซ่อมยานยนต์
3. กิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน
4. กิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และกิจกรรมทางวิชาการ
5. ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร
-ระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือ 1 เดือน (อาจมีการขยายต่อตามสถานการณ์)
-สำหรับลูกจ้าง ม.33 ในกิจการ 9 หมวด รัฐจะจ่ายเงินเยียวยาให้ร้อยละ 50 ของรายได้ (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท) และจ่ายสมทบให้ลูกจ้างสัญชาติไทยอีก 2,500 บาทต่อคน รวมแล้วได้สูงสุด 10,000 บาท
-สำหรับนายจ้าง ม.33 ในกิจการ 9 หมวด รัฐจะจ่ายเงินเยียวยาให้ตามจำนวนลูกจ้าง 3,000 บาทต่อคน สูงสุดไม่เกิน 200 คน
-สำหรับผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 รัฐจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้ 5,000 บาทต่อคน
3.มาตรการลดค่าน้ำค่าไฟทั่วประเทศ วงเงินรวม 12,000 ล้านบาท&amp;nbsp;
1. ลดค่าไฟ สำหรับประชาชนทั่วประเทศ เป็นระยะเวลา 2 เดือน (ก.ค.-ส.ค.)
2. ลดค่าน้ำ สำหรับประชาชนทั่วประเทศ เป็นระยะเวลา 2 เดือน (ก.ค.-ส.ค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลจะพยายามเยียวยาพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด โดยเร็วที่สุด และเต็มกำลังความสามารถ เพื่อช่วยให้ทุกๆ คนผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109623</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, ล็อกดาวน์, อัปเดต, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee409965b23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุพัฒนพงษ์’ร่ายยาวไม่ได้เที่ยวทองหล่อเป็นแฟมิลี่แมนไม่ใช่อาเสี่ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - &amp;nbsp; นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ว่าเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงชื่อ &amp;ldquo; Krystral Club Thonglor 25&amp;rdquo; ย่านทองหล่อซึ่งเป็นคลัสเตอร์แพร่กระจายเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;คริสตัลคลับคือที่ไหนหรือ เพราะไม่เคยไป &amp;nbsp;ช่วยบอกว่าสื่อใดที่นำเสนอข่าวเป็นที่แรก และแหล่งข่าวมาจากที่ไหน เพราะอยากจะตอบ ไม่ต้องบอกแหล่งข่าวว่าเป็นใครก็ได้ แต่ถ้าไม่แสดงตัว ก็จะสร้างความเดือดร้อน เพราะเราทำงานการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เมื่อมีข่าวออกไปซึ่งมีชื่อตนเองเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้ต้องพาทีมงานทั้งหมดไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 จึงเป็นที่น่าเสียดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าถ้ารู้ตัวคนปล่อยข่าวออกมาจะดำเนินการอย่างไร &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ก็อยากจะรู้ว่าเขาคิดอะไร เจตนาคืออะไร จินตนาการคืออะไร ถ้าเป็นเพราะความเข้าใจผิดหรือความเลินเล่อ ก็ไม่ว่าอะไร เพราะไม่มีเจตนาทำร้ายใคร แต่อยากให้เห็นว่าทุกคนมีหน้าที่ สิทธิ สื่อมวลชนก็มีสิทธิให้ข้อมูลข้อเท็จจริงตามหน้าที่ที่ได้เล่าเรียน แต่ก็ต้องมีหน้าที่ตรวจสอบความน่าจะเป็นด้วยก่อนที่จะเผยแพร่ข่าว การเร่งเพื่อนำเสนอข่าวเพื่อให้ตัวเองโดดเด่น อาจมีความสุ่มเสี่ยงต่อข้อมูลที่ผิดพลาด และก่อเกิดผลเสียอันไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีวิกฤตเศรษฐกิจที่ผิดปกติ ก็ยิ่งต้องรักษาไว้มากๆ อยากให้ไว้เป็นข้อคิด เพราะทุกคนมีส่วนร่วมที่จะนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ด้วยดีและเข้มแข็ง ตนมีหน้าที่ของตน สื่อมีหน้าที่ของสื่อด้วยเช่นกัน วิกฤตที่เกิดขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นทั่วโลก จึงจำเป็นที่ต้องมีความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งสิ้น ซึ่งตอนนี้การเติบโตและฟื้นฟูเศรษฐกิจกำลังไปด้วยดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;การที่สื่อวิเคราะห์ว่าค่าเงินบาทอ่อนแล้วจะทำให้เศรษฐกิจขาดความน่าเชื่อถือ แต่พอค่าเงินบาทแข็งก็วิเคราะห์ว่าจะกระทบกับการส่งออก วิธีคิดเช่นนี้ก็ต้องมานั่งคุยกันใหม่ว่าอยากเห็นอะไรกันแน่ หรือกรณีที่ระบุว่าดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลในรอบ 6 ปี ก็ขอชี้แจงว่าการติดลบนั้นเป็นเพราะการผลิตมีมากขึ้น สินค้าที่เป็นวัตถุดิบก็ถูกนำเข้ามามากขึ้น ทำให้มีการผลิตสูงและการจ้างงานมั่นคงมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวการลงทุนของภาคเอกชน นี่จึงเป็นประโยชน์กับประเทศในยามวิกฤตินี้ เป็นสิ่งที่นายกฯ อยากเห็นฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน เหมือนรวมไทยสร้างชาติ &amp;nbsp;ประเทศไทยมีโอกาสที่จะดีขึ้น วันนี้จะนำหลายเรื่องไปเสนอต่อที่ประชุม ครม. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าสไตล์ของตัวนายสุพัฒนพงษ์เป็นอย่างไร &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ไลฟ์สไตล์ของตนง่ายมาก ทำงานอย่างเดียว ออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพตัวเองและอยู่กับครอบครัวและหลาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าครอบครัวได้สอบถามหรือไม่ว่าได้ไปสถานบันเทิงตามที่มีข่าวออกมาจริงหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวทีเล่นทีจริงว่า &amp;ldquo;ก็ไม่ได้เดือดร้อน เพราะวันที่ถูกอ้างผมไปเที่ยวนั้น ที่จริง ผมกลับบ้าน เจอภรรยาผม แต่ก็บอกลูกทีมว่าให้ไปบอกเขาว่าเราไม่ได้ไป แต่ก็ไม่มีฟีดแบ็กกลับมา แต่อีก 2-3 วัน กลับมีคนบอกว่าไม่มีใครเชื่อ เพราะเขาไปมั่นใจในแหล่งข่าว ผมอยากเจอจังเลยว่าแหล่งข่าวคนนั้นเป็นใคร ครอบครัวไม่มีใคร เพราะมั่นใจ ผมยืนยันว่าไม่รู้จักและไม่เคยไปที่นั่น ผมก็อยากรู้ว่าสื่อมีข้อมูลอะไร ถ้าไม่มีข้อมูล ผมก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปยืนยันอะไร&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคนที่ปล่อยข่าวนี้ออกมา หวังจะเลื่อยขาเก้าอี้ของนายสุพัฒนพงษ์หรือไม่ เพราะมีคนอยากได้ตำแหน่ง รมว.พลังงาน &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ หัวเราะแล้วกล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;คงไม่มีหรอก ท่านไปคิดกันเอง ผมก็ทำงานของผมต่อไป เรื่องนี้ทีมงานของผมก็รู้สึกไม่ดี เพราะเกิดเรื่องขณะที่กำลังเดินทางไปตรวจราชการในภาคอีสาน และแปลกใจที่ผมบอกว่าไม่ได้ไป แต่ไม่มีใครเชื่อ กระแสดูเหมือนผมเป็นอาเสี่ยมากเลย อยากจะรู้เหมือนกันว่าทำไมคิดว่าผมจะไปที่นั่น เพราะผมยังคิดไม่ออก ดูแล้วไม่น่าใช่&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่านายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงกระแสข่าวที่ออกมาหรือไม่ &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่เคย คุยแต่เรื่องที่ตนจะมาชี้แจง ครม.เท่านั้น ตนต้องพิสูจน์อะไรอีกจึงจะเชื่อ อย่างไรก็ตาม ตนเป็นห่วงสื่อมวลชนที่ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับตนเมื่อสัปดาห์ก่อน รวมถึงคนที่ได้มาพบตนด้วย จึงตัดสินใจไปตรวจหาเชื้อโควิด เมื่อผลออกมาว่าไม่ติดเชื้อ แต่สื่อมวลชนกลับติดใจว่าไปเที่ยวจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นการมองมิติเรื่องส่วนตัว มากกว่ามองเรื่องของประเทศ &amp;nbsp;มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่ได้ไปและเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มีข่าวว่าตนจะไม่ไปร่วมงานมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้ง แต่เมื่อตนไปถึงงานนี้ และจะรอชี้แจงกับสื่อมวลชน ก็ไม่เจอสื่อมวลชนคนไหนเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบนี้มีความรุนแรงมากกว่า 2 รอบแรก รัฐบาลมีเงินเพียงพอรับมือกับวิกฤตนี้หรือไม่ &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า &amp;nbsp;มีเงินเพียงพอแน่นอน เรื่องนี้อย่าลืมว่าเป็นเรื่องของคนไทยที่มีสิทธิที่อยู่อย่างมีความผาสุกภายใต้กรอบกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องป้องกันตัวเอง &amp;nbsp;แม้ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อ แต่ยอดผู้ที่รักษาหายมีมากขึ้น เศรษฐกิจยังไม่หยุดร้อยเปอร์เซ็นต์ จะโกรธใครหรือไม่รักใคร ก็ขอให้ลืมตรงนี้ไปก่อน เอาประเทศมาก่อน และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และอยากให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเพื่อที่จะได้เห็นว่าประเทศไทยอยู่อย่างมีความสุข บ้านเมืองเราดีอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่านายสุพัฒนพงษ์จะรับการฉีดวัคซีนเมื่อไหร่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;จะรับการฉีดวัคซีนของบริษัท แอสตราเซเนก้า เข็มแรก ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ ที่โรงพยาบาลรัฐ โดยก่อนหน้านี้ได้หยุดยาประจำตัว เพราะเป็นโรคหัวใจ เบาหวานความดัน แต่แพทย์ที่รักษาประจำตัวยืนยันว่าฉีดวัคซีนนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98614</URL_LINK>
                <HASHTAG>Krystral Club, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6064299673717.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบง.เคาะขยายเวลาคงราคาก๊าซหุงต้มไปอีก 3 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.2564 นายสุพัฒนพงษ์ &amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 64 ว่าที่ประชุมมีความเห็นชอบให้ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ออกไปอีก 3 เดือนเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. - 30 มิ.ย. 2564 เพื่อให้มีราคาขายปลีกแอลพีจี อยู่ที่ประมาณ 318 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน รวมทั้ง มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ติดตามสถานการณ์ราคาแอลพีจี อย่างใกล้ชิด และนำเสนอแนวทางการทบทวนราคาแอลพีจี ให้ กบง. พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจากการติดตามสถานการณ์ราคาแอลพีจีตลาดโลก ที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงเม.ย.- มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ทำให้ความต้องการใช้โพรเพนลดลง กบง. จึงมีมติให้ขยายเวลาตรึงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นแอลพีจี ที่ 14.3758 บาทต่อกิโลกรัม และตรึงราคาขายปลีกออกไปอีก 3 เดือน เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน&amp;quot;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่ประชุมเห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2580 โดยมีทิศทางนโยบาย &amp;nbsp;5 ด้าน ได้แก่ 1.ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน 2.ลงทุนพลังงานสีเขียว 3.ดำเนินนโยบาย 4D1E เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคพลังงาน 4. เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน และ 5.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะครอบคลุมการขับเคลื่อนพลังงานทั้งด้านไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการดำเนินการทั้งหมดได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลจากศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ (NEIC) ทั้งข้อมูลเชิงนโยบาย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านพลังงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ มอบหมายให้ กระทรวงพลังงาน ไปจัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอ กบง. ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97374</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบง., ตรึงราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี), รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, สุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605da880b0694.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุพัฒนพงษ์’ขอ60วัน!มาตรการดึงดูดนักลงุนชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำทีมเศรษฐกิจเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี ว่า น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้มารายงานความคืบหน้าและให้ความมั่นใจในตัวเลขการดูแลเรื่องการลงทุนในประเทศ ซึ่งปี 2564 เป็นอีกปีสำคัญที่เราต้องประคับประคองเศรษฐกิจ ก่อนที่จะมุ่งหน้าเติบโตในปี 2565 โดยปีหน้าจะมีการเตรียมการ 2 เรื่อง คือ เรื่องการลงทุนว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน โดยทั้งอีอีซีและบีโอไอตั้งเป้ารวมกันแล้วประมาณ 400,000 ล้านบาท ที่จะมีการลงทุนในปีนี้กับภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่ในส่วนของการเดินหน้าธุรกิจใหม่ๆ เราจะใช้เวลาในปีนี้ดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ๆ เป็นปฏิบัติการเชิงรุก โดยมีการรายงานถึงผู้ที่สนใจจะมาลงทุนในประเทศ ทั้งบรรดาหอการค้าประเทศต่างๆ และทูตจากหลายประเทศที่มีความสนใจ แต่เรามีบางประเด็นต้องปรับปรุงแก้ไข เช่น กฎระเบียบ กฎกติกา ที่จะมีการปรับปรุงให้มีความสะดวกสำหรับการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศ การเข้ามาอยู่อาศัยในราชอาณาจักร การขอวีซ่า การขออนุญาตทำงาน การจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย เช่น ผู้ที่มีสำนักงานอยู่ในสิงคโปร์หรือฮ่องกงและสนใจจะมาตั้งสำนักงานที่กรุงเทพฯ เราจะต้องมีการปรับปรุงความสะดวกในการประกอบธุรกิจในการทำงานของเขา รวมถึงระบบภาษีบางประเภท ที่จะต้องทำให้สอดคล้องเพื่อไปแข่งขันกับประเทศที่นักธุรกิจเหล่านั้นมีสำนักงานในภูมิภาค ซึ่งจะเป็นการช่วยดึงดูดนักลงทุน โดยจะใช้เวลาจากนี้ประมาณ 60 วันที่จะมีความชัดเจน ในการหามาตรการต่างๆดึงดูดนักลงทุน โดยทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราไปทำการบ้านมา 1 เดือน แล้วกลับมารายงานนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของการโรดโชว์ที่ขณะนี้ติดสถานการณ์โควิด-19 ไม่สามารถเดินทางต่างประเทศได้นั้น เรามีการใช้เทเลคอนฟอเรนซ์พูดคุยกันได้ อีกทั้งเรามีตัวแทนของสำนักงานบีโอไอและหน่วยสำนักงานต่างๆอยู่ตามต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยได้เชิญ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ที่ปรึกษาของตน &amp;nbsp;ซึ่งท่านเป็นอดีตผู้บริหาร บริษัทเจพีมอร์แกน ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทการเงินขนาดใหญ่ระดับสากล มีลูกค้ามากมายทั่วโลก &amp;nbsp;มาเป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการเชิงรุกทาบทามทั้งบริษัทเอกชนไทยใหญ่ๆและในต่างประเทศ โดยจะแสดงให้เข้าใจถึงศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยและเชิญมาลงทุน ซึ่งท่านมีเครือข่ายและมีความเข้าใจเรื่องการลงทุนต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ลักษณะทีมงานเป็นทีมเล็กๆเคลื่อนตัวเร็ว ไม่ต้องตั้งคณะทำงานกันใหญ่โต แต่เน้นที่เป้าหมาย แก้ตรงจุด เช่น ถ้าเราตั้งสำนักงานภูมิภาคที่จะให้ประเทศไทยมีศักยภาพในด้านนี้ ก็จะสอบถามความต้องการและเปรียบเทียบกับประเทศที่มีความโดดเด่นในเรื่องนี้ว่าเขาทำอะไรกันบ้าง และประเทศไทยมีความแตกต่างจากเขาอย่างไร ส่วนใดแก้ได้ทันทีและจะดำเนินการแก้ไข&amp;rdquo; นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91855</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a38d13cc39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;เชื่อ&#039;ปรีดี&#039;ไขก๊อกไม่กระทบเชื่อมั่นเศรษฐกิจ!  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.30 น. เพื่อร่วมประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) &amp;nbsp;แต่เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีการที่นายปรีดี ดาวฉาย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลาออก นายสุพัฒนพงษ์ ไม่ได้ตอบคำถาม พร้อมเดินคุยโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 09.00 น.ระหว่างเดินไปประชุมที่ตึกภักดีบดินทร์ นายสุพัฒพงษ์ กล่าวตอบคำถามถึงการลาออกของนายปรีดีจะมอบหมายให้ใครมารักษาการแทน ว่าเดี๋ยวจะลองไปฟังก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่านายปรีดีจะยังอยู่ช่วยงานรัฐบาลในฐานะที่ปรึกษาต่อไปหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ให้ท่านไปพักผ่อนก่อน เพื่อรักษาสุขภาพ ผมคิดว่าจิตใจท่านพร้อมที่จะช่วยรัฐบาลอยู่แล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการลาออกในช่วงรอยต่อขณะนี้จะเป็นกระทบกับมาตรการของกระทรวงการคลัง หรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะวันนี้เข้าสู่กระบวนการแล้ว เมื่อถามย้ำว่าจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอย่างไร นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ก็ดูกันที่ผลงานที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76216</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีดี ดาวฉาย, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, ศบศ., ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f03b738c8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
