<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สมศักดิ์’ปัดรอยร้าวพปชร.แค่จินตนาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรค ว่าดูเหมือนจะไม่มีอะไร จากประสบการณ์ด้านการเมือง หากกรณีไหนผ่านพ้นไปแล้ว ส่วนใหญ่ ส.ส.จะทำความเข้าใจกันได้ดี สิ่งที่เป็นข่าวออกไปทั้งหมดคิดว่าอาจจะมีเรื่องจริงบ้าง และอีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของจินตนาการของแต่ละคน อย่างไรก็ตามคิดว่าความสัมพันธ์ต่างๆ ก้าวหน้าไปถึงเรื่องของการจะมีปัญหามากขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องของจินตนาการ แต่ในข้อเท็จจริงคิดว่าไม่น่ามีอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเรื่อง 4 ช. นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะตอนนี้ยังไม่มีการประชุมพรรค หลังจากที่อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล แต่เห็นทุกอย่างเป็นปกติดี การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กันยายนก็เห็นไปครบถ้วนดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่จะมีการปรับเปลี่ยนเลขาพรรค นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อย่างที่เรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่า เรื่องจริงยังไม่มี แต่เรื่องของจินตนาการของทุกคนที่ว่ากันไปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115995</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความขัดแย้ง, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_613821449410e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สมศักดิ์’ตั้ง7คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกรมราชทัณฑ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ก.ย.2564 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามในประกาศกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;เรื่อง แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการราชทัณฑ์ โดยได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกเล่ม 138 &amp;nbsp;ตอนพิเศษ 209 ง แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการราชทัณฑ์ไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ 2.นายเผ่าทอง ทองเจือ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนา ศิลปะ หรือวัฒนธรรม 3.พลตำรวจเอก วันชัย ศรีนวลนัด ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาชญาวิทยา 4.นายนัทธี จิตสว่าง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านทัณฑวิทยา 5.นายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิมนุษยชน 6.นายพรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านจิตวิทยา และ7. นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการราชทัณฑ์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115989</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ, คณะกรรมการราชทัณฑ์, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, ประกาศกระทรวงยุติธรรม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125dec16e10c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สมศักดิ์’สั่งกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพจ่าย1.1แสนให้ครอบครัวเหยื่อ&#039;ผกก.โจ้&#039;แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนพล ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครสวรรค์ ออกจากราชการไว้ก่อนจากการถูกกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง และตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกรณีถูกร้องเรียนว่าทรมาน นายจิระพงศ์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด เรียกเงิน 2 ล้านบาท จนเสียชีวิตและถูกดำเนินคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาว่า ตามข่าวสื่อมวลชน คาดว่าเป็นความผิดต่อชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา &amp;nbsp;มาตรา 290 การเอาถุงพลาสติกคลุมหัวทำให้ขาดอากาศหายใจ ศาลฎีกาเคยระบุไว้ว่า กรณีแบบนี้แม้จำเลยจะไม่ประสงค์ให้ตาย แค่จะทรมาน แต่ย่อมเห็นได้ว่าทำให้ขาดอากาศและถึงแก่ความตายได้ จำเลยถือว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น จึงได้ให้ทางกรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ดูแลค่าชดเชย ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 &amp;nbsp;โดยทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัด (สยจ.) นครสวรรค์ได้ดำเนินการประสานพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อแจ้งสิทธิแก่ทายาท ซึ่งมีสิทธิจะได้รับค่าตอบแทนถึงแก่ความตาย 50,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู 40,000 บาท รวมทั้งสิ้น 110,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ แม้ว่าผู้เสียหายจะเป็นกลุ่มค้ายาเสพติด แต่เราก็ไม่มีสิทธิที่จะกระทำการที่รุนแรงเช่นนี้ ขณะนี้ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ได้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว เราไม่ได้มุ่งเน้นตัดตอนเอาชีวิต แต่เน้นการยึดทรัพย์ตัดวงจรเครือข่าย เรื่องนี้เราจะติดตามดู และจะเป็นคดีตัวอย่าง สังคมไม่ควรเกิดแบบนี้ หากประมวลกฎหมายยาเสพติดออกมาบังคับใช้จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน คนที่ทำแบบนี้อยากได้ทรัพย์สินเขา แต่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ซึ่งประมวลกฎหมายยาเสพติดจะมีการยึดทรัพย์ และจะมีรางวัลค่าตอบแทนให้กับผู้ที่ทำงานอย่างสมเหตุสมผล จะช่วยให้คนไม่ถูกทำร้ายด้วยเรื่องทรัพย์สินอีก นอกจากนี้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้เร่งจัดทำ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งอยู่ระหว่างการรอบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรก ซึ่งมีสาระสำคัญคือ การทำให้การป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย รวมทั้งการเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบ มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ร่างกฎหมายนี้ จะทำให้การกระทำทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐลดลงหรือหมดไป ซึ่งจะช่วยพัฒนากระบวนการยุติธรรม และยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากลเพิ่มมากขึ้น สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในสังคมโลก แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีเจตนารมณ์และความตั้งใจจริงที่จะเคารพสิทธิมนุษยชนเทียบเท่ากับระดับสากล ส่งเสริมให้สังคมไทยมีหลักประกันความปลอดภัยมากขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นด้านกระบวนการยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน เพิ่มแรงจูงใจให้นักธุรกิจเข้ามาลงทุนเพราะมีความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวเพราะพวกเขาจะมีความมั่นใจว่าเราได้ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล และมีกฎหมายกำหนดให้การกระทำทรมาน รวมทั้งเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการงดเว้นการลงโทษแก่บุคคลใดๆ และส่งเสริมให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและทัศนคติที่ดีต่อกระบวนการยุติธรรม&amp;quot; นายสมศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114490</URL_LINK>
                <HASHTAG>2 ล้าน, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, ผกก.โจ้, ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครสวรรค์, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนพล, ยาเสพติด, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_6125dec16e10c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ผวา!กำชับกรมพินิจฯดูแลเยาวชนตามหลักศบค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีเยาวชนจากสถานพินิจฯ ติดเชื้อโควิด-19 ว่าได้หารือและเน้นย้ำกับ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ให้ยึดตามแนวทางของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) อย่างเคร่งครัด และฝากความห่วงใยแก่เยาวชนและเจ้าหน้าที่ทุกคนขอให้เข้มแข็ง และร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่กระทรวงยุติธรรมและกรมกำหนด โดยเฉพาะมาตรฐาน Standard Operating Procedure (SOP) หากปฏิบัติตามจะช่วยให้ไม่มีผู้ติดเชื้อหรือติดเชื้อน้อย และจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังให้ยกระดับการเฝ้าระวัง ประสานงานกับ ศบค.จังหวัด หรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ตรวจหาเชื้อกับเยาวชนเชิงรุก ให้ชะลอการย้ายเด็กและเยาวชนไปก่อน ให้เพิ่มวันเวลาการให้บริการเยี่ยมญาติทางไกล เพื่อลดความวิตกกังวล รวมถึงการจัดเตรียมพื้นที่ในสถานพินิจฯ เป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราวเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยในสถานพินิจฯ ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ไว้ด้วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้เร่งการตรวจเชิงรุกเพิ่มเติม และประกาศใช้มาตรการ COVID Measures เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจากหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ซึ่งมาตรการดังกล่าวประกอบด้วย 1. Protect ป้องกันและเฝ้า ระวัง กักตัว คัดกรอง ลดปริมาณเด็กและเยาวชน และเข้มงวดห้ามเจ้าหน้าที่ไปพื้นที่เสี่ยงอย่างเด็ดขาด รวมถึงครอบครัวด้วย และงดกิจกรรมภายนอกต่างๆ 2. Early Detection ค้นหา แยกกลุ่มให้เร็ว Swab หรือ Rapid Test ยืนยันให้ได้มากที่สุด และ 3. Treatment รักษาโดยเร็ว ลดความเสี่ยง และเร่งการฉีดวัคซีน โดยให้ศูนย์ฝึกและอบรมฯ และสถานพินิจฯ ทุกแห่งดำเนินการในระดับพื้นที่เป็นสำคัญ ร่วมกับทาง ศบค.จังหวัด ซึ่งกรมพินิจฯ จะกำกับติดตาม สนับสนุน และผลักดันผ่านระบบสาธารณสุขหลักโดยให้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด ยืนยันว่ายังคงควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวได้ พร้อมให้จัดหาทรัพยากรที่จำเป็นลงไปยังพื้นที่เป้าหมายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมพินิจฯ ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยธ. และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ของกระทรวงยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ของกรมพินิจฯ ให้สาธารณะ ได้รับทราบทุกวัน ผ่านช่องทางการสื่อสารทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104214</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a5e1481163c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สมศักดิ์’ยก’บิ๊กตู่’จริงจังปราบบ่อน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนบ่อนการพนันว่า คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน คือ หน่วยงานตรวจสอบของทางตำรวจที่เป็นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่จะเข้ามาดูเรื่องเส้นทางการเงิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดูเรื่องการกระทำความผิดที่อาจจะมีเจ้าหน้าที่ไปเกี่ยวข้อง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่จะช่วยในการสืบสวนสอบสวน โดยการตั้งคณะกรรมการชุดนี้แสดงถึงความเอาจริงเอาจังของนายกฯ ในการกวาดล้างบ่อนการพนัน และคนกลุ่มนี้ ซึ่งตรงนี้เป็นการทำงานบูรณาการร่วมกันของ 4 หน่วยงาน ซึ่งในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ที่มีดีเอสไอเป็นคณะกรรมการชุดนี้ร่วมอยู่ด้วยคงไม่ได้มีการทำเป็นคดีพิเศษอะไร ต้องเป็นไปตามกระบวนการและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ และดีเอสไอพร้อมที่จะให้ความร่วมมือให้งานของคณะกรรมการชุดดังกล่าวออกมาดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ปัญหาโควิด ขอให้ประชาชนมั่นใจในรัฐบาล และในเร็วๆ นี้ จะมีวัคซีนจะเข้ามา ในเดือน ก.พ. ประมาณ 2 แสนโดส เพื่อใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ และจะทยอยนำเข้ามาเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป&amp;quot; นายสมศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88987</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff55f93cc810.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;หนุนผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขังขายผ่านตลาดอีคอมเมิร์ซ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ธ.ค.63 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือของผู้ต้องขังผ่านช่องทางออนไลน์ ว่า วัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าวเพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้ตรงกับยุคสมัย ประชาชนส่วนใหญ่ในขณะนี้มักจะนิยมซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะสะดวก เลือกซื้อและดูรูปแบบสินค้าได้โดยไม่ต้องเดินทางไปร้าน นอกจากนี้เรายังต้องการสร้างแบรนด์ใหม่ให้ทันสมัยในการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ เป็นการสนับสนุนการกลับคืนสู่สังคมของผู้ที่ก้าวพลาด และยังเป็นการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการกระบวนการด้านเทคโนโลยีของหน่วยงานด้วย โดยขณะนี้เราได้นำสินค้าขายบนตลาดออนไลน์แล้ว ผ่านทาง Shopee และ Lazada ในชื่อแบรนด์ &amp;quot;วันสุข&amp;quot; ตามคอนเซปต์ สุขที่ได้ให้โอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรามีสินค้าจากงานฝีมือของผู้ต้องขังหลายรายการ ทั้งกระเป๋า รองเท้า ผ้าขาวม้า ผ้าทอ ผ้าถุง ซึ่งเรากำลังทยอยเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้าไปเรื่อยๆ โดยตอนนี้ สินค้าที่ขายดีมาก คือ กระเป๋ายีนส์ปักลาย และกระเป๋าสายรุ้ง เป็นงานฝีมือของ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง โดยมีผู้ซื้อที่สนใจสินค้าในปริมาณมากด้วย บางครั้งแชทติดต่อเข้ามาสั่งซื้อ 20-30 ใบเลย ถือเป็นเรื่องที่น่าดีใจมาก โดยยอดรวมของการผ่านทางออนไลน์ขายในช่วงที่ผ่านมาเรามียอดขายไปแล้ว 30 ชิ้นมูลค่าเกือบ 5,000 บาท ยอดขายเฉลี่ยต่อผู้ซื้ออยู่ที่ 500 กว่าบาท โดยรายได้ทั้งหมดนี้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วบริษัทที่ปรึกษาจะทำการโอนให้แก่กรมราชทัณฑ์เพื่อแบ่งให้กับผู้ต้องขังต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สินค้าส่วนใหญ่ของกรมราชทัณฑ์เป็นงานฝีมือที่ราคาไม่แพง แต่ผมก็ได้เน้นย้ำว่าให้ทำสินค้าออกมาให้มีมาตรฐาน และรักษาคุณภาพงานฝีมือ เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่สนใจและเป็นที่ยอมรับของประชาชน และผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนลองมาเลือกซื้อสินค้าของเราซึ่งมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ และเรากำลังทยอยอัพเดทเรื่อยๆ ทั้งนี้ผมหวังว่าโครงการนี้จะช่วยพัฒนาศักยภาพฝีมือของผู้ต้องขัง เพิ่มโอกาสในการหางานทำและมีรายได้หลังการพ้นโทษ เพื่อให้พวกเขากลับคืนสังคมอย่างมีคุณภาพและไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก&amp;quot;นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86715</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, สมศักดิ์ เทพสุทิน, แบรนด์ &quot;วันสุข&quot;</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd59d6ca3985.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์ -วราเทพ&#039;นั่งหัวโต๊ะประชุมคกก.ขับเคลื่อนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ต.ค. 2563 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้เป็นประธานในการประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่ 3 จังหวัด (กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย ) ครั้งที่ 1 โดยมี นายวราเทพ รัตนากร อดีต ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการ นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมทั้งคณะกรรมการร่วมประชุม และมีการประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์ ร่วมกับ ส่วนราชการทั้ง 3 จังหวัดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เราอยากรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน เป็นการรับฟังกรอบแนวทางภาพรวมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน กรอบทิศทางในการขับเคลื่อนของจังหวัดในการช่วยเหลือประชาชน และแนวทางการแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนในชนบท แต่ในส่วนตัวตนอยากจะเน้นการแก้ปัญหาความยากจนให้ประชาชนมีกินมีใช้ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียมในพื้นที่ 3 จังหวัด ทั้งนี้ในระยะเร่งด่วน ตนได้ฝากเรื่องชายแดนจังหวัดตาก เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำคือ โควิด-19 เพราะเป็นเขตชายแดนมีคนข้ามไปข้ามมา เพราะอย่างในเรือนจำของ กรมราชทัณฑ์ เราเข้มงวดคนเข้าออกมากๆ เมื่อออกมาข้างนอกมาขึ้นศาล กลับเข้าเรือนจำผู้ต้องขังต้องถูกกักตัว 14 วัน ดังนั้นในจ.ตาก ตรงนี้ตนเกรงว่าหากเราไม่เข้มงวด มีแรงงานข้ามไปข้ามมา เพราะมีท่าเรือที่สามารถข้ามแม่น้ำเมยได้ หากมีโควิดเข้ามาจะต้องปิด อาจจะลำบากกันอีกในเรื่องของเศรษฐกิจ เราไม่ได้ห้าม แต่ขอให้ดูอย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ปีที่ผ่านมางบชุมชนเข้มแข็งทั้ง 3 จังหวัดเราทำเป็นกำแพงป้องกันยาเสพติด ซึ่งในปีนี้เราคงจะต้องมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนมาใช้ในการแก้ปัญหาความยากจนได้บ้าง จึงขอให้ทุกท่านลองไปคิดดู ส่วนการแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว คือ คลองแม่ระกา ที่ประสานกับทั้ง 3 จังหวัด คือการนำน้ำจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มาถึง อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ส่งต่อไปยัง สุโขทัย ได้ นี่เป็นเรื่องที่น่าผลักดันในแก้ปัญหาเรื่องน้ำได้ ในส่วนของเรื่องปศุสัตว์ ตนได้ทดลองการเลี้ยงวัว ที่จ.สุโขทัย ไประยะหนึ่งแล้ว ซึ่งปล่อยเลี้ยงแบบธรรมชาติ ถึงวันนี้จะสามารถผสมพันธุ์ได้แล้ว ในส่วนของ 3 จังหวัดนี้ตรงนี้น่าจะเป็นโครงการที่น่าสนใจ หากครอบครัวไหนที่มีพื้นที่เหมาะสมน่าจะทำได้ ส่วนภาคการเกษตร หากเกษตรกรทำบัญชีครัวเรือน การใช้จ่ายจะเกิดความระมัดระวัง ถือเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้อาจจะต้องลองปลูกพืชชนิดอื่นบ้าง ทั้งนี้ตนมั่นใจว่าทั้ง 3 จังหวัดเราจะประสบความสำเร็จ แค่การประชุมครั้งแรกก็เป็นไปในทิศทางที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมฝากทั้ง 3 จังหวัด ให้ทำอะไรที่เพิ่มมูลค่า เราทำอะไรอย่างเดียวไม่ได้ บางครั้งพาชาวบ้านไปลงทุนแล้วขาดทุน ผมพยายามทำอะไรที่ง่ายๆ เช่น การเลี้ยงสัตว์ ซึ่งไม่ได้เลี้ยงยาก เราสามารถมาปรับปรุงหาวิธีการเพิ่มมูลค่าได้ ผมอยากให้ทุกท่านนำไปคิดต่อ อาจจะได้อะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีก การประชุมครั้งหน้าเราจะได้เอาเนื้อๆมาคุยกัน&amp;quot;นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า ทางด้านนายวราเทพ อยากให้ทางคณะกรรมการจังหวัด ที่มีข้อมูลและมีการดำเนินการไปแล้ว อยากให้ส่งข้อมูลเข้ามายังคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ และหาแนวทางในการดำเนินงาน เพราะคิดว่างานที่คณะกรรมการชุดนี้จะทำมีเยอะมาก แต่อยากให้จังหวัดเรียงลำดับความต้องการแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ยังแก้ไม่ได้ ซึ่งเรื่องระบบน้ำ ระบบดิน นายวราเทพได้เสนอให้ทำในกลุ่ม 3 จังหวัด หากพัฒนาคลองส่งน้ำจะส่งผลดี ส่วนเรื่องดินนั้น มีการใช้ทำการเกษตรมานาน และทำให้เสื่อมสภาพเร็วโดยสารเคมี ถ้าเราจะนำร่องหางบประมาณให้เกษตรกรเข้าโครงการพัฒนาดิน จะสามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้ ทำให้เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งจะเป็นแนวทางให้กับจังหวัดอื่นๆต่อไปได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80128</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย, คณะกรรมการขับเคลื่อนไทย, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f8289b39acec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
