<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2018 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2018 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวิทย์ เมษินทรีย์&#039;ร่ายยาวทำไมลงการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.2561 - ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโพสต์เฟซบุ๊กอธิบายถึงการเข้ารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในหัวข้อ &amp;ldquo;สุวิทย์ เมษินทรีย์กับอีกก้าวสำคัญ บนเส้นทางใหม่ทางการเมือง&amp;rdquo; ว่า หลายท่านคงทราบข่าวการเข้ารับตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรค&amp;quot;พลังประชารัฐ&amp;quot; ของผมทางสื่อต่างๆกันมาบ้างแล้วนะครับ ผมขอใช้พื้นที่บนเพจส่วนตัวของผม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตัดสินใจเดินสู่เส้นทางการเมืองให้ผู้ที่สนใจได้รับทราบกันครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ ระดับปริญญาตรีด้านเภสัชศาสตร์ จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระดับปริญญาโทด้านการตลาด จากคณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่ท่านทราบกันครับ ผมเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และท่านสมคิดได้ส่งต่อให้ผมได้มีโอกาสเป็นลูกศิษย์ของ ศ.ฟิลิป คอตเลอร์ (Philip Kotler) อาจารย์ด้านการตลาดที่ Kellogg Graduate School of Management, Northwestern University โอกาสในครั้งนั้นทำให้ผมได้เขียนหนังสือ&amp;ldquo;The Marketing of Nations : A Strategic Approach for Building the National Wealth&amp;rdquo; ร่วมกับอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน คือ ศ.ฟิลิป คอตเลอร์ และ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นอกจากนี้ระหว่างที่ผมได้มีโอกาสช่วยงานท่านสมคิดทางการเมืองช่วงปี 2546 จนถึงปัจจุบันผมยังเขียนหนังสืออีกหลายเล่ม โดยส่วนใหญ่เนื้อหาจะบอกเล่าถึงความเป็นไปของโลกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;เมื่อโลกไม่ใช่ใบเดิม&amp;rdquo; &amp;ldquo;โลกพลิกโฉม: ความมั่งคั่งในนิยามใหม่ (Post Knowledge Based Society), &amp;ldquo;จุดเปลี่ยนประเทศไทย : เศรษฐกิจพอเพียงในกระแสโลกาภิวัฒน์&amp;rdquo; และเล่มล่าสุด &amp;ldquo;โลกเปลี่ยน ไทยปรับ: หลุดจากกับดัก พ้นจากชาติที่ล้มเหลว&amp;rdquo; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้มีโอกาสทำงานในภาคการศึกษา โดยเป็นผู้อำนวยการ Sasin Institute of Global Affairs ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานกับบริษัทเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงองค์กรของรัฐในระดับบริหารและการให้คำปรึกษาในเชิงนโยบาย อาทิ บริษัท LEK Consulting บริษัท Booz Allen &amp;amp; Hamilton หรือการเป็นกรรมการบริษัทเอกชนต่างๆ อาทิ บมจ.ไทยออยล์ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ บมจ. น้ำมันพืชไทย หรือในสายการเงินการลงทุน เช่น กรรมการธนาคารนครหลวงไทย และเป็นที่ปรึกษา ตลาด MAI ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสบการณ์ตรงนี้เองที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ มีประสบการณ์และเข้าใจในมุมมองของภาคธุรกิจ การได้เห็นภาพใหญ่ในเชิงมหภาคที่จะวางนโยบายเพื่อรองรับและขับเคลื่อนงานต่างๆ
สำหรับเส้นทางทางการเมืองของผมในยุคแรกนั้นเริ่มต้นเมื่อปี 2546 หรือประมาณ 14 ปี มาแล้วครับ ผมได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ และที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ซึ่งท่านสมคิดก็ได้มอบหมายงานให้ผมรับผิดชอบในหลายๆเรื่องแต่เรื่องที่ผมภาคภูมิใจมากที่สุดคือการบริหารจัดการงานกับหลายภาคส่วนเพื่อปั้นและขับเคลื่อนโครงการ &amp;ldquo;หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&amp;rdquo; หรือ OTOP ซึ่งเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรัฐประหารโดย คสช. ผมได้รับเกียรติเข้ามาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทำวิสัยทัศน์และออกแบบอนาคตประเทศไทย ช่วงนั้นเองที่ผมได้มีแนวคิดในการร่างนโยบาย Thailand 4.0 เพื่อเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากนั้นผมได้รับโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ และปรับย้ายเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยรับงานสำคัญคือ เลขานุการคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) และปัจจุบันผมได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวผมเองมีโอกาสได้ทำงานการเมืองในหลายช่วงเวลา แต่ละยุคสมัยมีบริบทและปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกันมาก มีรัฐบาลในหลายรูปแบบแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาในหลายเรื่องที่สำคัญของประเทศได้ และนอกจากการแก้ปัญหาแล้วยังมีอีกเรื่องซึ่งผมให้ความสำคัญมากที่สุดคือการวางพื้นฐานในการพัฒนาคนให้พร้อมไปกับการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะให้พร้อมกับอนาคตข้างหน้าที่จะต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงจากหลากหลายมิติและปัจจัย ในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น ผมมีนโยบาย&amp;quot;วิทย์สร้างคน&amp;quot; เพื่อพัฒนาคนทุกช่วงวัยด้วยวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่สำคัญที่เราจะปลูกฝังให้พวกเขาเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอีกภารกิจที่สำคัญของผมที่ยังต้องขับเคลื่อนให้สำเร็จคือ การจัดตั้งกระทรวงใหม่ ซึ่งจะควบรวมกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับการอุดมศึกษาและสภาวิจัยแห่งชาติซึ่งกระทรวงใหม่นี้ ตั้งขึ้นเพื่อตอบโจทย์สองเรื่อง คือ 1) เป็นกระทรวงที่เตรียมคนไทยไปสู่ศตวรรษที่ 21 และ 2) เป็นกระทรวงหลักในการปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจสังคมไปสู่ฐานนวัตกรรม ซึ่งผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า กระทรวงนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผมได้เล่าให้ทุกท่านฟังทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบถึงประสบการณ์การทำงาน ความหวังและความตั้งใจที่ผมได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคการเมือง เพื่อมีโอกาสได้สานต่อในสิ่งที่ผมได้ช่วยวางรากฐานเอาไว้ และอยากที่จะขับเคลื่อนต่อให้สำเร็จ การพัฒนาประเทศไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาสั้นๆ ต้องอาศัยเวลาและการร่วมแรง ร่วมใจ กันทั้งรัฐบาลและประชาชน ความสามัคคีของคนในชาติ ประชาชนต้องกล้าเปลี่ยนแปลง เพราะเมื่อโลกเปลี่ยนไทยต้องปรับตัวให้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมตั้งใจไว้ว่าจะทำให้พรรคพลังประชารัฐ เป็นทางเลือกใหม่ของคนไทยทุกคน ที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง เดินหน้าประเทศไทย โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังครับ&amp;rdquo; สุดท้ายนี้ ผมขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนและให้กำลังใจผมในงานทุกอย่างที่ผมทำนะครับ กำลังใจเหล่านี้เป็นพลังสำคัญให้ผมมีแรงใจและพละกำลังในการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติของพวกเราทุกคนต่อไปครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18727</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., พลังประชารัฐ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สุวิทย์ เมษินทรีย์, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180930/image_big_5bb0853177293.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
