<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’ยันไม่ต้องตั้งวอร์รูมช่วย‘เฉลิมชัย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์กรณีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ได้ตั้งวอร์รูม เพราะมั่นใจว่าท่านสามารถชี้แจงได้ และตอบได้ทุกคำถาม ไม่ได้มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อกล่าวหาในรายละเอียดที่ฝ่ายค้านยื่นนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ และต้องถามฝ่ายค้าน บางครั้งถ้าเราติดตามตัวญัตติกับคำอภิปรายก็อาจไม่ตรงกันเป๊ะก็ได้ เพราะฉะนั้นก็ไม่ทราบว่าประเด็นเนื้อหาสาระสำคัญจริงๆ นั้นเป็นอย่างไร แต่ว่าถ้าจะตั้งข้อหาว่าบริหารเกษตรล้มเหลวนั้น คิดว่ามันไม่น่าใช่ เพราะที่ผ่านมาต้องถือว่ากระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงหนึ่งที่สามารถบริหารงานเป็นที่พอใจของพี่น้องเกษตรกร และพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศได้ดีที่สุดกระทรวงหนึ่ง และมั่นใจว่ารัฐมนตรีสามารถตอบได้ทุกคำถาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่สามารถตอบได้หรอกครับ ต้องถามฝ่ายค้าน แต่เราทำงานด้วยกันมา อยู่ด้วยกันมาเราก็มั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ท่านชี้แจงอธิบายได้ แล้วก็ไม่มีข้อสงสัยในส่วนของพรรค เราก็มั่นใจในตัวเลขาธิการพรรค พวกเรามั่นใจครับ มั่นใจในตัวเลขาธิการพรรคในการปฏิบัติหน้าที่&amp;rdquo;นายจุรินทร์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงเรื่องราคาพืชผลการเกษตร และการแก้ไขปัญหาทางการเกษตร ว่าในเรื่องของตลาดในประเทศ ในเรื่องของการส่งออก ทุกอย่างก็สามารถคลี่คลายไปได้ แม้ว่าต้องมาเผชิญวิกฤติปัญหาหน้างาน ในเรื่องสถานการณ์โควิดอยู่ในบางช่วง บางเวลาก็ตาม แต่ทั้งหมดก็ไปได้ดี คลี่คลายได้ เช่นล่าสุดมังคุดจากภาคใต้ซึ่งมาออกในช่วงล็อกดาวน์พอดี ทำให้ติดปัญหาทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ เพราะสำหรับต่างประเทศนั้นการที่จะเคลื่อนย้ายมังคุดข้ามแดนลาว เวียดนาม เพื่อไปยังจีนซึ่งเป็นตลาดสำคัญ ก็ติดขัดในบางช่วงบางเวลา แต่ทูตเกษตรก็ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีเกษตร รวมทั้งทูตพาณิชย์ก็สามารถแก้ไขปัญหาคลี่คลายไปได้ ตลาดในประเทศ ล้งไม่สามารถเคลื่อนย้ายจากภาคตะวันออกไปรับซื้อที่ชุมพร นครศรีธรรมราช และภาคใต้ได้ ก็มีการประชุมร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด และประชุมร่วมกันกับฝ่ายต่างๆ รวมทั้งล้งทั่วประเทศ จนในที่สุดตอนนี้สถานการณ์ก็คลี่คลาย เพราะล้งก็สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานจากภาคตะวันออกไปรับซื้อที่ชุมพร นครศรีธรรมราช และภาคใต้ได้ รวมทั้งโมเดิร์นเทรดต่างๆ ก็ช่วยกันกระจาย กระทรวงเกษตรก็มีโครงการเกษตรแฮปปี้ ในการช่วยกระจายมังคุด ตอนนี้สถานการณ์ก็คลี่คลายดีขึ้น ราคาก็ขยับดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้แต่ทุเรียนตามที่ปรากฎเป็นข่าวว่าจีนปฏิเสธการรับซื้อ เรื่องนี้กระทรวงเกษตร โดยทูตเกษตร กับทูตพาณิชย์ ได้มีการประสานงานเจรจากับทางจีน สุดท้ายได้รับข้อมูลว่าที่พบเชื้อโควิดนั้น พบที่บรรจุภัณฑ์ในตลาดแห่งหนึ่งของจีน ไม่ได้พบที่ด่าน เพราะฉะนั้นยังวินิจฉัยไม่ได้ว่าทุเรียนไทยนั้นติดโควิด และขณะนี้จีนไม่ได้ปฏิเสธการรับซื้อ การส่งออกยังสามารถเดินหน้าไปได้ โดยเฉพาะที่เอกชนเป็นห่วงว่า จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นที่ตั้งด่านไทยข้ามไปลาว ผู้ว่าราชการจังหวัดมีการตรวจเข้มซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งทุเรียนส่งออกไปยังเวียดนาม เพื่อไปประเทศจีนนั้น ตนได้รับรายงานว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้มีมาตรการใดในลักษณะที่จะเป็นการสกัดการส่งทุเรียนข้ามแดนจากนครพนมไปฝั่งตรงข้ามแต่อย่างใด และที่มีข่าวว่าล้งที่ชุมพรปฏิเสธการรับซื้อทุเรียนนั้น ก็ปรากฏแต่เพียงว่าล้งที่รับซื้อเพื่อการส่งออกหยุดรับซื้อเพียง 3 วัน ระหว่างวันที่ 16-18 สิงหาคมเท่านั้น และจากการเจรจาแล้วก็จะเปิดรับซื้อในวันพรุ่งนี้ แต่ส่วนการรับซื้อเพื่อตลาดในประเทศยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องราคาข้าว รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ก็มีช่วงระยะเวลาที่ราคาสูง และราคาต่ำ ปีที่แล้วราคาแตะหมื่น แต่ปีนี้ราคาหย่อนลงมาพอสมควรทีเดียว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะตลาดส่งออกของเรานั้นมีปัญหาในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เพราะค่าเงินบาทแข็งในช่วงก่อนหน้านั้น ขณะเดียวกันราคาของเราไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ประกอบกับติดปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ และค่าระวางเรือที่สูงมาก บางกรณีสูงกว่าราคาข้าว จึงทำให้เราไม่สามารถแข่งขันได้ ส่งผลให้ราคาหย่อนลงมา แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรที่จะเข้ามาช่วยประกันให้กับชาวนาว่า ถ้าข้าวเปลือกเจ้าราคาต่ำกว่า 1 หมื่น ก็จะมีเงินส่วนต่าง โดยเอา 1 หมื่นลบด้วยราคาตลาด หากราคาตลาดเหลือ 7,000 บาท ในส่วน 3,000 บาทนี้ก็จะเป็นเงินส่วนต่างที่จะโอนให้กับเกษตรกรโดยตรงไม่หายหกตกหล่น ก็จะทำให้เกษตรกรได้รับ 7,000 + 3,000 และได้ 1 หมื่นตามรายได้ที่ประกัน ซึ่งถือเป็นตัวช่วยให้ชาวนายังยืนอยู่ได้ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ครึ่งปีหลังในปี 64 จะมีสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยจะดีขึ้น เพราะเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้เราสามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113702</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c86e5bfbb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; โวแหลกได้เป็นนายกฯราคายางพุ่งแน่  กวักมือเรียก &#039;ประยุทธ์&#039; มาพบจะสอนวิธีแก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 61 - พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหายางพาราของรัฐบาลว่า เป็นการแก้ปัญหาที่แย่มากเพราะเมื่อทราบว่าชาวบ้านจะเดินขบวนก็นำงบ2&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท หรือมาตรการช่วยเหลือไร่ละ1,800&amp;nbsp;บาทเพื่อหยุดการเดินขบวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือว่าเอาเงินภาษีประชาชนไปละลายน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ราคายางก็เหมือนเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ผมมองว่าการแก้ปัญหาเช่นนี้&amp;nbsp;นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ถือว่าไม่มีประสิทธิ์ภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่มีความรับผิดชอบ และไม่ได้ทำประโยชน์เพื่อประชาชนและบ้านเมืองอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ราคายาง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อ100&amp;nbsp;บาท ตกต่ำมา4-5ปี อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งหากตนมีอำนาจก็ทำให้ยางพารากิโลกรัมละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาทแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากอยากทราบว่าทำอย่างไรให้ยางราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;60บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ มาขอคำปรึกษาตนก็ได้ และจะเสริมประเด็นเศรษฐกิจอื่นๆให้ไปแก้ไข อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปาล์ม และประมง ที่วันนี้ชาวบ้านเดือดร้อนแสนสาหัสเหลือเกินเพราะไม่มีอำนาจต่อสู้กับเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าสถานการณ์เช่นนี้ต้องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี และผู้รับผิดชอบทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากยังให้ทำงานอยู่ต่อไปชาวบ้านจะลำบาก และยิ่งรัฐบาลจะสืบทอดอำนาจต่อไปผ่านพรรคพลังประชารัฐ ที่รวมดาวสีดำซื้อขายกันเข้ามายิ่งกว่าตลาดนัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยิ่งน่ากลัว เพราะอยู่มา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีกว่า มีมาตรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;44&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังแก้ปัญหายาง และเศรษฐกิจไม่ได้เลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และยิ่งต่อไปไม่มีมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จึงถือว่าเป็นฝันร้าย&amp;nbsp;และความต่ำตมของประเทศและประชาชน อย่างแม้จริง หากคนพวกนี้กลับมาอีกหรือไม่&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22696</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวสวนยาง, พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวช, ยางพาราราคาตก, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ราคายางพารา, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd02352ef124.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประชาชาติ&#039;ฉะไทยนิยมฯแก้ปัญหาไม่ตรงจุดไม่คลายทุกข์ปชช.ผลผลิตเกษตรตกต่ำทำศก.แย่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2พ.ย.61-นายนัจมุดดีน อูมา โฆษกพรรคประชาชาติ (ปช.)ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนและเข้าถึงประชาชนโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ได้ดีหรือไม่ ว่า โครงการไทยนิยมไม่ได้ทำให้ประชาชนคลายความทุกข์ลง เพราะภาคใต้เกษตรคือรายได้หลัก และผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำลงจริงๆ ดังนั้นไม่ว่าโครงการจะลงมาอย่างไรก็ไม่สามารถพบสิ่งที่ชาวบ้านเขาเดือดร้อนได้เลย โครงการยังไม่เข้าใจสิ่งที่เป็นปัญหา และแก้ไขปัญหาได้ไม่ตรงจุด ทั้งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ควรจะแก้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม การทำงานตรงนี้ต้องอาศัยคนที่มีความเป็นมืออาชีพมากจริงๆ วันนี้มีแต่แย่ลง ตอนที่เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศว่าสามเดือนราคายางจะดีขึ้น แต่นี่ก็เลยเวลานั้นมาแล้วยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง เรื่องอย่างนี้เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยง่าย เราต้องจับมือกับต่างประเทศ ซึ่งที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย(พท.)เคยทำ คือ จับมือกับ 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย วันนี้เราต้องการคนที่มีความกล้าเข้ามาทำ และแก้ไขปัญหาตรงนี้&amp;quot;นายนัจมุดดีน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21203</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัจมุดดีน อูมา, นโยบายไทยนิยมยั่งยืน, พรรคประชาชาติ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181102/image_big_5bdba4a1d9dc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.เกษตรฯกราบขอโทษปมเก็บ 450 บาทขึ้นทะเบียนหมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.61 - นายกฤษฎา บุญราช &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสโซเซียลโจมตีคัดค้านร่างพ.ร.บ.ป้องกันทารุณกรรมสัตว์ ที่ให้ผู้เลี้ยงจ่ายค่าธรรมเนียม ขึ้นทะเบียน สุนัข แมว มีอัตราตัวละ 450 บาท และหากไม่ขึ้นเสียค่าปรับ ตัวละ1-2.5 หมื่นบาท ว่ายอมรับว่า ในเรื่องนี้เป็นจุดบกพร่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมกราบขอโทษไว้ ณ โอกาสนี้ เพราะอาจจะเร็วไปไม่ได้ชี้แจงประชาชน ในฐานะกระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าของร่าง โดยหลักการของกฎหมายนี้ต้องการจัดระเบียบดูแลสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งปัจจุบันมีการเลี้ยงกันมาก แต่พอหมาแมวไม่น่ารัก ก็ปล่อยปละละเลย ไม่เลี้ยงนำไปปล่อยวัด หรือที่สาธารณะ ซึ่งในร่างนี้การขึ้นทะเบียน ค่าปรับ ต่างๆยังไม่ชัดเจน ผมได้อธิบายในการประชุม ครม. ซี่งท่านนายกฯก็เห็นว่าหลักการในกฎหมายดี แต่ให้กระทรวงเกษตรฯนำกลับเกษตรฯไปหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา นำไปปรับแก้ไข เรื่องขึ้นทะเบียนไม่เป็นภาระประชาชน&amp;rdquo; รมว.เกษตรฯ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของนายกฯ ตนเองก็ไม่คิดว่า จะมีคนสนใจกันมาก เพราะก่อนนำเสนอ ครม. ทางกรมปศุสัตว์ ได้ขึ้นร่างนี้ในเว็บไซต์ 1 เดือน ที่ผ่านมาไม่มีคนสนใจ แต่พอเข้า ครม. มีคนมาออกความเห็นเยอะแยะ มองอีกด้านเป็นเรื่องดี ที่เราประสบความสำเร็จให้คนมาสนใจ หลังจากหารือกฤษฎีกา นำร่างเข้าสภา ตนจะเสนอให้ตั้งตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง สมาคม ชมรม มูลนิธิ ภาคประชาชน มาร่วมด้วยเสนอแนะด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ส่วนที่ประชาชนกังวลในเรื่องค่าธรรมเนียม ซึ่งมีการกำหนดราคาในการฝั่งชิพ 300 บาทต่อตัว ทำให้เห็นว่า แพง ตรงนี้ ตนได้ถามเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ว่า ทำไมต้อง ระบุราคา เพราะท้องถิ่นเป็นผู้กำหนดการออกค่าธรรมเนียม ซึ่งอาจจะไม่ถึงราคานี้หรือแพงกว่านี้ก็ได้ จึงให้เอาออกไป โดยอปท. นำไปใส่ไว้ในกฎหมายลูก อีกอย่างตนจะดูเรื่องยกเว้นไม่เก็บค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับการประกาศให้นำปืนมาขึ้นทะเบียนปืน ได้ยกเว้นในช่วงแรกว่า ชาวบ้านให้นำปืนเถื่อนมามอบให้เจ้าหน้าที่ไม่มีความผิด ขึ้นทะเบียนจะไม่มีค่าธรรมเนียม โดยเว้นระยะช่วงกี่วัน กำลังคุยกับกฤษฎีกา รวมทั้งแนวคิดตนจะแบ่งผู้เลี้ยงสัตว์ออกเป็น 3 กลุ่ม องค์กร มูลนิธิ วัด ประชาชนที่เลี้ยงทั่วไป และเลี้ยงเพื่อการค้า เช่น กำหนดจำนวนสัตว์เลี้ยงในครอบครัว จะเป็นกี่ตัวที่ไม่เกินกำลัง สมาคม มูลนิธิ กลุ่มการค้าพาณิชย์ ที่ไม่เสียค่าธรรมเนียม และตัวที่เท่าไหร่ จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อคิดเห็นต่างๆจากประชาชน จะนำมาดูชั้นคณะกรรมาธิการวาระสอง ผมเสนอภาคประชาสังคม ชมรม ผู้เลี้ยง เข้าไปเสนอความเห็น จากที่ดูการคัดค้าน แม้มีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมาก แต่เห็นด้วยหลักการของกฎหมาย เพียงแต่ให้กำหนดรายละเอียด ลดค่าธรรมเนียมค่าปรับที่ไม่เป็นภาระ ซึ่งการเสนอกฎหมายนี้ ยืนยันจะเดินหน้าในแนวทางเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน และมีความเหมาะสมการดูแลสวัสดิภาพสัตว์ จะไม่ปล่อยให้ล่าช้า พยายามให้ทันรัฐบาลนี้&amp;rdquo; นายกฤษฎา กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19765</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปศุสัตว์, กฤษฎา บุญราช, ขึ้นทะเบียนสัตว์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, หมาแมว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5ba9f79555054.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนเที่ยวงาน&#039;เกษตรสร้างชาติ&#039;วันสุดท้าย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2561 - นายกฤษฎา &amp;nbsp;บุญราช &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การสร้างอนาคตประเทศไทย เราจำเป็นต้องสร้างรากฐานที่แข็งแรงของภาคการเกษตร ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ จนถึงวันนี้ทุกอย่าง ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น และได้รับความเชื่อมั่นจากต่างชาติมากขึ้น ซึ่งประเทศกำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมุ่งเสริมสร้างให้เกิดรากฐานที่ดี เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎากล่าวว่า ปัจจุบันเรามีกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง ได้แก่ Smart Farmer 1,056,026 ราย มีเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพแล้วกว่า 7,598 ราย มีอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ที่คอยสนับสนุนงานทั่วประเทศ 75,138 ราย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร 19,151 กลุ่ม สมาชิก 479,822 ราย สมาชิก กลุ่มยุวเกษตรกรรวมทั้งประเทศ 165,216 ราย นอกจากนี้ ยังมีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก.ที่มีเกษตรกรต้นแบบ 882 ราย สมาชิกแปลงใหญ่ จำนวน 3,899 กลุ่ม ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรกว่า 50 ปี ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้น ในการสร้างเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมชาย &amp;nbsp;ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดงานเกษตรสร้างชาติ ขึ้นระหว่างวันที่ 30 ส.ค. &amp;ndash; 2 ก.ย.เป็นอีกงานที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจมหภาครวมทั้งการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนายกระดับสินค้าเกษตร และเข้าสู่การแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากตลาดท้องถิ่น ตลาดภูมิภาค สู่ตลาดต่างประเทศ และตลาดออนไลน์ ให้คนเมืองได้เห็น อย่างเป็นรูปธรรม และเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ทั้งเกษตรผู้ผลิตและผู้บริโภค จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และผู้ที่สนใจ เข้าเยี่ยมชมงาน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคการเกษตร และทำความเข้าใจว่าเกษตรสร้างชาติได้อย่างไร ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16639</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา  บุญราช, งานเกษตรสร้างชาติ, ประเทศไทย, ภาคการเกษตร, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8b712aeefd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
