<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต.ค.ใช้คนละครึ่งเดลิเวอรี ‘โคราช’บี้‘18นักการเมือง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สุชาติ&amp;rdquo; ปลื้มตัวเลขเยียวยา ม.33 แจงโอนเงินกว่า 2.2 ล้านรายแล้ว เผยยังให้สิทธิ์พวกตกหล่นรีบแจ้งสิทธิ์ คาดได้รับต้น ก.ย. &amp;ldquo;ธนกร&amp;rdquo; โอ่สารพัดมาตรการรัฐเห็นผลกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 5 หมื่นล้าน แพลมคนละครึ่งตุลาคมใช้เดลิเวอรีได้ &amp;ldquo;เอกชน&amp;rdquo; โคราชฮึ่ม ชง 4 ข้อให้ 18 นักการเมืองช่วยลูกหลานย่าโม
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 10 จังหวัด 9 กิจการ ว่าผลเป็นที่น่าพอใจ โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) รายงานว่ามีการโอนเงินแล้ว 2,227,900 ราย เป็นเงิน 5,569,750,000 บาท ซึ่งไม่มีอะไรติดขัด &amp;nbsp;มีเพียงผู้ประกันตนประมาณ 200,000 ราย ที่ไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชน ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการให้ผู้พร้อมเพย์กับบัตรประชาชนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 ส.ค. เพื่อโอนเงินในวันที่ 13 ส.ค.นี้ ส่วน 3 จังหวัดเพิ่มเติม ได้แก่ ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา และพระนครศรีอยุธยา จะโอนเงินในวันที่ 9 ส.ค.นี้ และอีก 16 จังหวัดที่เหลือคาดว่าจะได้รับเงินชดเชยได้ไม่เกิน 24 ส.ค. โดยผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th/eform_news/
&amp;ldquo;ได้รายงานภาพรวมการจ่ายเงินเยียวยามาตรา 33 ใน 10 จังหวัด ให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว และท่านพอใจในภาพรวมที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนได้ในระดับหนึ่ง ตามนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo; นายสุชาติกล่าว และว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 ส.ค.นี้ กระทรวงจะเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณากรอบวงเงินชดเชยเพิ่มเติมในกลุ่มมาตรา 30 และมาตรา 40 ใน 29 จังหวัดที่อยู่ในกลุ่มประกาศให้ล็อกดาวน์ เพื่อให้กลุ่มอาชีพอิสระได้รับเงินเยียวยาความเดือดร้อนคนละ 5,000 บาทไปดำรงชีพต่อไปได้ ซึ่งหาก ครม.อนุมัติแล้ว น่าจะโอนเงินเยียวยาได้ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ ส่วนนายจ้างจะได้รับเงินชดเชยตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.เป็นต้นไป ในขณะที่ผู้ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนขอรับความช่วยเหลือใน 2 มาตราดังกล่าว กระทรวงเปิดโอกาสให้มาขึ้นทะเบียนโดยเร็ว ซึ่งกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนภายหลังคาดว่าจะได้รับเงินเยียวยาภายในต้นเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) กล่าวว่า ล่าสุด สปส.รายงานได้โอนเงินเยียวยาใน 10 จังหวัดเข้าบัญชีแล้ว 2,434,182 คน เบิกจ่ายเป็นเงินรวม 6,085.45 ล้านบาท ส่วนมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจต่างๆ นั้น ยังมีการใช้สิทธิ์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างจังหวัดซึ่งมีผู้ใช้สิทธิ์สะสมรวม 37.66 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสมรวม 58,495.4 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิ์ 23.22 ล้านคน ยอดใช้จ่าย 52,466.8 ล้านบาท 2.โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิ์ 63,093 คน ยอดใช้จ่าย 977.5 ล้านบาท 3.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิ์ 13.45 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 4,760.2 ล้านบาท และ 4.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิ์ &amp;nbsp;931,228 คน ยอดใช้จ่ายสะสม 290.9 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการคนละครึ่ง ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบบริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี คาดว่าจะดำเนินการเชื่อมระบบเสร็จสิ้นและพร้อมใช้งานได้ในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อรองรับการใช้จ่าย หลังกระทรวงการคลังโอนเงินคนละครึ่งรอบ 2 อีก 1,500 บาท ที่ประชาชนสามารถใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นปี 2564&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว &amp;nbsp;
วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อองค์กรภาคเอกชน 5 สถาบันจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา, สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดนครราชสีมา, เครือข่าย Biz Club นครราชสีมา และชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารจังหวัดนครราชสีมา นำโดยนายศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดออกแถลงการณ์ผ่านสื่อโซเชียล เรียกร้องให้นักการเมืองโคราชเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวโคราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ชายระบุว่า เราอยากเรียกร้องไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของประชาชน ผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลางในโคราช อันได้แก่ &amp;nbsp;2 รัฐมนตรี, 2 ส.ว. และ 14 ส.ส.ที่เป็นตัวแทนของพวกเราชาวโคราช ได้ออกมารวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ออกมาช่วยคิด ช่วยทำ ร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการที่จะบรรเทาวิกฤติครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านรัฐมนตรี ส.ส.และ ส.ว.ที่เป็นคนโคราชทุกท่านครับ ช่วงนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงให้เห็นถึงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ชัด ให้คนโคราชได้เห็นว่าทุกท่านได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยชาวโคราช ออกมาเถอะครับ เพราะทุกวินาทีที่ท่านล่าช้าคือการทำงานหนักขึ้นของบุคลากรทางการแพทย์ คือตัวเลขความตายที่สูงขึ้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อเรียกร้องนั้น ประกอบด้วย &amp;nbsp;1.ขอให้เร่งจัดหาวัคซีนทั้งวัคซีนของทางภาครัฐ และวัคซีนทางเลือก นำมาฉีดให้กับประชาชนในจังหวัดให้ครอบคลุมได้มากกว่า 70% โดยเร็วที่สุด 2.ขอให้ใช้ศักยภาพในทุกทางจัดหาชุดตรวจโควิด Antigen Test Kits (ATK) เพื่อทำการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปให้ทั่วถึงรวดเร็วที่สุด 3.ช่วยหาแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ Micro SME และ SME โดยเน้นไปที่สถาบันการเงินของรัฐ และ 4.ขอขยายเวลาการลงทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 40 ออกไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน และเพิ่มวงเงินเยียวยา เพื่อให้กลุ่มอาชีพอิสระที่มีอายุตั้งแต่ 15-65 ปี ได้เข้าถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สิ่งที่คนโคราชต้องการด่วนที่สุดในเวลานี้คือวัคซีน จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรี, ส.ส. และ ส.ว. ตัวแทนของคนโคราช ออกมาผลักดันตามบทบาทหน้าที่ของท่าน คือเป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนในจังหวัด และหาทางแก้ไขปัญหานี้โดยเร่งด่วน ภายในเดือน ก.ย.นี้คนโคราชควรได้รับวัคซีน 70% ของประชากรทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุรีวัลย์ จันทร์ประทักษ์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เห็นด้วยใน 4 ข้อเรียกร้อง เพราะในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่กำลังจะตาย ซึ่งไม่รู้ว่าจะตายเพราะติดโควิดหรือจะตายเพราะอดตาย หรือจะตายเพราะต้องฆ่าตัวตายจากปัญหาทุกอย่างที่มันรุมเร้าแล้วไม่มีทางออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สมลักษณ์ ศรีสุวรรณ ประธานคณะกรรมการเครือข่ายธุรกิจบิสคลับ กล่าวว่า พวกเราต้องการชุดตรวจโควิด ATK ซึ่งพวกเราเชื่อว่าผู้แทนราษฎรทุกท่านจะช่วยดำเนินการส่งให้ประชาชนทุกบ้านเหมือนตอนส่งเอกสารมาเชิญชวนให้ประชาชนมาเลือกตั้งท่านด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา ประธานชมรมผู้ประกอบการร้านอาหาร กล่าวว่า ขอให้นักการเมืองโคราชทั้ง 18 คนออกมาช่วยกันบ้าง ลองสู้ ลองคิด ช่วยชาวโคราช ก่อนที่จะไม่มีลมหายใจตายกันหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ องค์กรภาคเอกชน 5 สถาบันยังได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา เพื่อให้ช่วยดำเนินการเร่งผลักดันข้อเรียกร้องทั้งหมดให้ประสบผลสำเร็จด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112642</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุชาติ ชมกลิ่น, ปลื้มตัวเลขเยียวยา ม.33, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เผยยังให้สิทธิ์พวกตกหล่นรีบแจ้งสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a61f781c70a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ ห่วงใยผู้ใช้แรงงาน มอบหน้ากากอนามัย 100,000 ชิ้น สู้ภัยโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 มิถุนายน 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้เกียรติรับมอบ หน้ากากอนามัย (Surgical Mask) จำนวน 100,000 ชิ้น จาก นายสมยศ คงประเวศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ศักยภาพองค์กร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ใช้แรงงานซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันยังมีแนวโน้มการติดเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ผ่านมา โออาร์ ได้มอบเงินบริจาคและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ โออาร์ ที่จะดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร และพร้อมดูแลคุณภาพชีวิตคนไทยให้ร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105250</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุชาติ ชมกลิ่น, บริษัท ปตท., รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9d0c275237.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ ห่วงใยผู้ใช้แรงงาน มอบหน้ากากอนามัย 100,000 ชิ้น สู้ภัยโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 มิถุนายน 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย&amp;nbsp;
นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้เกียรติรับมอบ หน้ากากอนามัย (Surgical Mask) จำนวน 100,000 ชิ้น จาก นายสมยศ คงประเวศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ศักยภาพองค์กร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ใช้แรงงานซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันยังมีแนวโน้มการติดเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่ผ่านมา โออาร์ ได้มอบเงินบริจาคและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ โออาร์ ที่จะดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร และพร้อมดูแลคุณภาพชีวิตคนไทยให้ร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105249</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุชาติ ชมกลิ่น, บริษัท ปตท., รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9d0c275237.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สุชาติ’โยน’บิ๊กตู่’ตัดสินใจเคาะเก้าอี้รมว.แรงงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงคณะกรรมการบริหารพรรคมอบอำนาจให้หัวหน้าพรรคพิจารณาบุคคลเป็นรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมมีมติมอบให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พิจารณาก็ไม่มีอะไร และเป็นผู้ที่พวกเราให้ความเคารพนับถือ เป็นศูนย์ร่วมจิตใจของคนในพรรคอยู่แล้ว การตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่ท่าน ที่จะนำเสนอนายกฯ พิจารณา ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมในพรรคได้อีกนั้น ไม่ทราบ เป็นเรื่องหัวหน้าพรรคบริหารเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากถูกปรับออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีจะไม่เสียใจใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่การบริหารงานเพื่อชาติบ้านเมือง และความเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่นายกฯ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94843</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุชาติ ชมกลิ่น, ปรับคณะรัฐมนตรี, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603ef80d3c797.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนมีเงินฝากเกิน5แสนแห้วเข้าโครงการ’ม.33 เรารักกัน’เล็งจ่ายมี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 - &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมหารือทีมเศรษฐกิจที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือแรงงานผู้ประกันตนมาตรา 33 &amp;quot;โครงการม.33 เรารักกัน&amp;quot; โดยนายกฯอยากให้ครบทุกคนที่มีสิทธิดังกล่าว ส่วนเม็ดเงินจะได้คนละเท่าไหร่และออกมาในรูปแบบไหนนั้นต้องรอหารือในรายละเอียดอีกครั้ง แต่เบื้องต้นรูปแบบจะเป็นเหมือนโครงการเราชนะ โดยนำเงินเข้าแอบพลิเคชันกระเป๋าตังค์ เพื่อช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งด้วย โดยยืนยันว่าคนในครอบครัวมาตรา 33 จะให้ทุกคน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 11 ล้านกว่าคน สำหรับเงื่อนไขผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ดังกล่าวนั้น นายกฯ ให้ความอนุเคราะห์ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ คือ คงเหลือเงื่อนไขเดียว คนที่มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท จะไม่ได้รับสิทธิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนในประเด็นเงินเดือนต่อปีรวม 3 แสนบาทนั้น ถ้านำประเด็นนี้มาจับ คนที่ทำงานที่เดียวกันบางคนได้รับ แต่บางคนอาจไม่ได้ จึงอาจมีปัญหา และไม่เกิดความสามัคคีในที่ทำงาน จึงคิดกันว่าไม่เอาเกณฑ์เงินเดือนมาพิจารณา เพราะคนที่เงินเดือนสูงค่าใช้จ่ายก็อาจสูงและคนเงินเดือนน้อยค่าใช้จ่ายก็อาจน้อย ตนจึงเสนอนายกฯ และ รมว.การคลัง ไม่เอาเรื่องเงินเดือนตรงนี้มาจับ ซึ่งนายกฯ เห็นด้วยในเหตุผล อย่างไรก็ตามเงินในส่วนนี้เป็นการใช้เงินกู้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ลำบาก ดังนั้นคนมีเงินฝาก 5 แสนบาทแล้วก็อยากให้เห็นใจ เสียสละก็แล้วกัน ไม่อยากให้มีการมองว่ามีเงินฝาก 5 แสนหรือ 1 ล้านบาท แล้วทำไมมาเอาตรงนี้อีก จึงขอหลักเกณฑ์นี้ไว้หลักเกณฑ์เดียว ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังก็อยากได้เกณฑ์เหมือนโครงการเราชนะ แต่ตนขอนายกฯให้ใช้เกณฑ์เงินฝากไม่นำเรื่องเงินเดือนมาพิจารณา ส่วนเม็ดเงินนั้นก็เป็นการใช้เม็ดเงินกู้ก้อนเดียวกับโครงการเราชนะ ไม่ใช่เงินประกันสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า โครงการดังกล่าวจะมีวงเงินต่อคนจำนวนเท่าไหร่ นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องจำนวนเงินเดี๋ยวกลับไปทำตัวเลขอีกครั้ง แต่อยู่ประมาณ 3,500-4,500 บาท โดยจะเป็นการแบ่งจ่ายเป็นรายสัปดาห์ เช่นเดียวกับเราชนะ โดยคาดว่าอาจให้ประมาณ 1,000 บาทต่อสัปดาห์ และคาดว่าโครงการจะเริ่มจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนได้ภายในเดือน มี.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับเรื่องเงินชดเชยมาตรา 33 จะได้ข้อสรุปภายในวันศุกร์นี้ โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) เร็วสุดภายในสัปดาห์หน้า หากไม่ทันก็ถัดไปอีกสัปดาห์หนึ่ง แต่วันนี้ถือว่านายกรัฐมนตรีกดปุ่มอนุมัติทุกคนให้ทั้งหมด โดยขอเงินรัฐบาลมาช่วยในมาตรา 33 นี้ ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยหลังจากนี้จะมีการกดปุ่มเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์ ส่วนคนที่มีแอปฯกระเป๋าตังอยู่แล้วก็ต้องลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อยืนยันสิทธิ์เช่นเดียวกัน โดยย้ำว่าผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องเข้าหลักเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ เป็นคนไทย ,มีเงินฝากในบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท และเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้รับสิทธิ์ที่เข้าเงื่อนไขนี้ประมาณ 9 ล้านคน&amp;quot;นายสุชาติระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวว่า นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีฝากไปพิจารณาเรื่องเงินทุนชราภาพ ให้แก้ปัญหาให้เร็วที่สุด โดยทางออกมี 2 ทางในการแก้ปัญหาระยะยาวคือ การแก้ พ.ร.บ. ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้นกำลังหารือกฤษฎีกาตีความอยู่ว่าจะสามารถนำเงินมาลงทุนกับผู้ประกันตนได้หรือไม่ อย่างเช่นการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกันตนในอัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 2 ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนักร้อง นักดนตรี ที่เรียกร้องให้ชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นเงินสดว่า ตนเองก็เคยเป็นผู้ใช้แรงงาน บางครั้งมีเงินสดก็เอาไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องใช้เงินสด เช่น ค่าเทอม ค่าเช่าบ้าน ส่วนการซื้อของกินของใช้ ก็ใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชันเป๋าตังแทน ซึ่งต้องรู้จักบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะเป็นการตีกรอบการใช้เงินหรือไม่นั้น นายสุชาติ กล่าวว่า ตามหลักเศรษฐศาสตร์ การเอาเงินออกมาเป็นแสนล้าน สิ่งหนึ่งที่จะกลับเข้ามาจะเป็นการฟูขึ้นของเศรษฐกิจ จะทำให้เกิดการหมุนเวียนในภาพใหญ่และฟื้นตัวโดยเร็ว ขอให้เชื่อมั่น เพราะ รมว.การคลังได้คิดมาแล้ว และย้ำว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีคิดเพื่อช่วยเหลือแรงงาน นี่คือเจตนารมณ์ กระทรวงแรงงานเป็นผู้ช่วยสนับสนุนข้อมูลในการตัดสินใจ การใช้จ่ายชดเชยเป็นเงินสดเป็นไปได้ลำบาก หากใช้ผิดประเภทก็จะทำให้เจตนารมณ์สูญเปล่า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91859</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 แสน, นายสุชาติ ชมกลิ่น, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, โครงการม.33 เรารักกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_60123ba4a1503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุชาติ&#039;ลั่นเตรียมลุยตรวจโควิดโรงงานใน28จังหวัดเสี่ยงฟรี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ภายหลังกระทรวงได้รับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมให้แนวทางช่วยเหลือเชิงรุกนายจ้างและลูกจ้าง โดยให้โรงพยาบาลในเครือข่ายสำนักงานประกันสังคมบูรณาการทำงานเชิงรุกร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยเข้าไปตรวจสถานประกอบการเพื่อตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 ให้ผู้ใช้แรงงานในรูปแบบทางเดินหายใจ &amp;nbsp;(PCR) ที่จังหวัดสมุทรสาครไปเบื้องต้นแล้ว &amp;nbsp;ล่าสุดกระทรวงแรงงานจะทำงานตรวจเชิงรุกต่อไปใน 28 จังหวัดที่มีการคำสั่งควบคุมสูงสุดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต่อไป โดยขณะนี้มีหลายโรงงาน หลายสถานประกอบการ ได้ยื่นเข้ามาจำนวนมาก โดยรอพิจารณาคำขอจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ที่ผ่านการอนุมัติ &amp;nbsp;จะสามารถตรวจคัดกรองโควิด-19 ได้ฟรี ซึ่งสำนักงานประกันสังคมในสังกัดกระทรวงแรงงาน จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ตามนโยบายรัฐบาลและจากการกำชับของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลนโยบายของกระทรวงแรงงาน ได้ให้แนวทางการทำงาน ต้องทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้การช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้าง ให้ภาคการผลิตเดินต่อ และ ด้านสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ให้ปลอดภัยจากโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ประกอบการใน 28 จังหวัดที่จะเข้ารับการตรวจนั้นจะต้องผ่านเกณฑ์พิจารณาต่างๆ โดยประการแรกต้องยื่นความประสงค์ขอเข้าร่วมตรวจคัดกรองจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด &amp;nbsp; สาธารณสุขจังหวัด ประกันสังคมจังหวัด &amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้เห็นชอบขั้นตอนสุดท้าย โดยเงื่อนไขหลักๆ สถานการประกอบการจะต้องมีสถานกักกันในโรงงาน ที่มีความพร้อม Factory Quarantine (FQ) &amp;nbsp;ในกรณี ตรวจไม่ผ่านก็ให้โรงงานไปปรับปรุงแก้ไขใหม่ &amp;nbsp;และเมื่อผ่านการอนุมัติแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงพยาบาลในเครือข่ายสำนักงานประกันสังคม จะดำเนินการตรวจตามขั้นตอนการรักษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงแรงงานคาดหวังจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจเชิงรุกและป้องกันโควิด-19 โดยสถานประกอบการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจคัดกรองโควิด-19 จากเดิมที่นายจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ในการตรวจคัดกรองลูกจ้าง และ ที่สำคัญนโยบายรัฐบาลนี้ ยังเป็นการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการและลูกจ้าง ทั้งชาวไทย และต่างด้าวไม่ต้องหยุดกิจการ ภาคการผลิตและลูกจ้างไม่ต้องหยุดงาน &amp;nbsp;และการผลิตส่งออกเดินหน้าต่อไป เพื่อท่าจะมีเงินไปเลี้ยงชีพและดูแลครอบครัว &amp;nbsp; อีกทั้งกระทรวงแรงงานถือว่าเป็นกองหนุนเปรียบเสมือนเป็นผู้ช่วยการทำงานทุกภาคส่วนของภาครัฐ อาทิ &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;ที่เราเข้าไปลุยตรวจถึงโรงนั่นๆ ถือว่าเป็นการดูแล และ ห่วงใยผู้ประกอบการและลูกจ้างเพื่อให้ผ่านสถานการณ์เช่นนี้ไปด้วยกัน &amp;nbsp;สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องทำทุกมิติ เพื่อชาติ บ้านเมือง พี่น้องประชาชน ต้องผ่านวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด-19 ไปด้วยกัน&amp;quot; รมว.แรงงาน กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89646</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, นายสุชาติ ชมกลิ่น, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, โควิด-19, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffe53070d912.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุชาติ&#039;กวักมือเรียกทุกฝ่ายร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์พร้อมถ่ายทอดสดแสดงความจริงใจในการเจรจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อเสนอตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ว่าที่ประชุมไม่ได้หารือกันเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของรัฐสภา ส่วนที่มีกระแสข่าวฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมมาเป็นคณะกรรมการชุดนี้นั้น อยากให้ถอยกลับไปดูในอดีตที่เคยมีคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.นนทบุรี เป็นประธาน สมัยรัฐบาลก่อนมีได้ หากสมัยรัฐบาลนี้จะไม่ให้มี แล้วจะคุยกันอย่างไร ต้องเอาหลักความเป็นจริงมาคุยกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้กลับไปคุยกับพรรคพวกที่พรรคเพื่อไทยให้เข้าร่วมคณะกรรมการชุดนี้บ้างหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า &amp;nbsp;ผู้แทนทุกคนอยากทำเพื่อประเทศชาติไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 ต.ค.อยู่กับเพื่อนฝ่ายค้านหลายคน ทุกคนหวังดีกับประเทศชาติหมด เพียงแต่อาจมีมุมมองคนละมุม ถ้ากลับมาจูนมองมุมเดียวกันได้จะทำให้ประเทศชาติเจริญ ทุกสิ่งทุกอย่างจะสงบสุข &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าคณะกรรมการชุดนี้เป็นการยื้อเวลา นายสุชาติ กล่าวว่า คนเราอย่าไปคิดอะไรที่เดาโจทย์เดาคำตอบกันเอง ต้องยึดหลักตรรกะความเป็นจริง ต้องดูที่ความตั้งใจมากกว่า นายกรัฐมนตรีพูดตลอดว่าท่านตั้งใจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อถามว่า เชื่อว่าการเปิดโต๊ะเจรจาจะได้ข้อยุติหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทุกประเทศทั่วโลกเขาทำกัน หรือระหว่างประเทศที่มีความขัดแย้งกันก็ต้องเปิดโต๊ะเจรจา เรื่องทางการทูตอะไรเขาก็ต้องคุยกัน ทุกอย่างต้องบริสุทธิ์ใจในการเจรจา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ถามอีกว่า คาดหวังว่าผู้ชุมนุมจะเข้าร่วมกับคณะกรรมการชุดนี้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เราอย่าปิดกั้นโอกาส หากเราเป็นผู้ชุมนุมต้องมองว่าถ้าเป็นเวทีที่มีโอกาสเจรจาก็ถ่ายทอดสดว่ามีความจริงใจการเจรจากันหรือไม่ ถ้าทุกคนพูดด้วยตรรกะความเป็นจริง ประเทศชาติจะเดินหน้าไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า จะนำข้อเสนอเรื่องปฏิรูปสถาบันของผู้ชุมนุม มาไว้ในวงเจรจาหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องที่ไม่ผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญเราคุยได้หมด เรื่องไหนที่ผิดรัฐธรรมนูญมันคุยไม่ได้ เพราะทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยจะต้องรักษากฎหมาย หากไม่มีกฎหมายจะทำอย่างไร แต่เรื่องการปฏิรูปสถาบันแค่ใช้ความคิดก็ไม่ถูกต้องแล้ว ไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดได้ เป็นเรื่องสุดโต่ง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าไม่มีอะไร คนไทยด้วยกันสามารถพูดคุยกันได้ เมื่อก่อนรุนแรงกว่านี้ยังไปกันได้ วันนี้เบาบางขนาดนี้ ยิ่งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลก ถ้าเราไม่ร่วมแรงร่วมใจกัน แล้วเราจะไปทำกันตอนไหน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ถามอีกว่า สบายใจหรือไม่ที่นายกฯประกาศว่าจะไม่ลาออก นายสุชาติ กล่าวว่า ภารกิจประเทศชาติใหญ่หลวงมากหลายเรื่อง นายกฯพูดแล้วว่าหากออกไปสิ่งที่ทำมาทั้งหมดจะไปต่ออย่างไร ถือเป็นดุลยพินิจของท่าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82054</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการสมานฉันท์, คณะรัฐมนตรี, ครม., นายสุชาติ ชมกลิ่น, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9911de2cb58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
