<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบฯคึกคัก 4 รมต.ใหม่เตรียมเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนรับหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นำรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 4 คน ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ประกอบด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และนายสนิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต กทม. ในเวลา 18.15 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตั้งแต่เวลา 15.45 น. บรรดารัฐมนตรีใหม่ต่างทยอยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อถ่ายรูปทำบัตร ครม. และเตรียมตัวเดินทางไปเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โดยนายสนิตย์ เดินทางมาถึงเป็นคนแรก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตื่นเต้นหรือไม่ นายสนิตย์ ยอมรับว่าตื่นเต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายวีรศักดิ์ เดินทางมาถึงคนที่ 2 ต่อด้วยนายชัยวุฒิ และน.ส.ตรีนุช โดยนายวีรศักดิ์ กล่าวว่า ตนจะเดินทางเข้ากระทรวงคมนาคม เวลา 09.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ส่วนจะมีการประชุมร่วมกับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมหรือไม่นั้น ยังไม่มีการนัดหมาย และยังไม่ได้มีการพูดคุย รวมถึงยังไม่ได้มีการมอบหมายงานให้ตนรับผิดชอบในส่วนใด เนื่องจากตนได้รับทราบว่ามีการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 มี.ค. อย่างไรก็ตาม คิดว่าในการทำงานที่กระทรวงคมนาคมไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ตนก็ทำงานเหมือนกับที่อยู่กระทรวงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนจะเข้ากระทรวงดีอีเอสในวันที่ 29 มี.ค.ช่วงบ่าย เพราะช่วงเช้าต้องมาประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าในวันที่ 31 มี.ค.หรือ 1 เม.ย. จะเข้ามอบนโยบายให้ข้าราชการประจำกระทรวงดีอีเอส
เมื่อถามว่า นอกจากงานที่จะต้องสานต่อจากรัฐมนตรีคนเก่าแล้ว มีโครงการใหม่จะต้องเร่งดำเนินการในช่วงแรกของการเข้าปฎิบัติหน้าที่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มี ต้องขอเข้าไปดูงานที่กระทรวงก่อน ใจเย็นๆยังมีเวลาเยอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่าการมาเป็นรัฐมนตรีดีอีเอสในช่วงการชุมนุมเข้มข้นและถือว่าหนักเอาการ รู้สึกกดดันหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า &amp;ldquo; หนักอย่างไร ไม่เห็นมีอะไร ผมว่ากระทรวงอื่นหนักกว่านี้อีก กระทรวงดีอีเอสเป็นกระทรวงที่แก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจยุคใหม่ และเรื่องปัญหาสังคม ความมั่นคง ซึ่งผมว่าหลายเรื่องก็ทำมาได้ดีแล้ว ผมก็สานต่อให้ดียิ่งขึ้น อาจจะมีบางเรื่องที่ยังไม่เด็ดขาด ยังไม่จบ ทั้งการติดในข้อกฎหมายและเงื่อนไขบางอย่าง เราก็มาดูกันว่าจะทำอะไรได้บ้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีทั้งเรื่องการแก้ปัญหาเว็บต่างๆ ซึ่งก็ทราบว่าบางเรื่องอำนาจรัฐหรือการดำเนินคดีต่างๆ ยังไม่รวดเร็วหรือเป็นรูปธรรมเท่าไร ก็ต้องหาวิธีต่อไป เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขที่สุด เมื่อถามว่าจะทำให้เฉียบขาดมากขึ้นใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ต้องมาคุยกันว่า ทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากเฉียบขาดมาก ก็อาจจะไปกระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็ต้องหาความพอดีที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข และประชาชนก็มีความสุขด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ตนจะเดินทางเข้ากระทรวงศึกษาธิการ ในเวลา 08.00 น. วันที่ 29 มี.ค. และจะมอบหมายงานในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 17.05 น. 4 รัฐมนตรีใหม่ได้ขึ้นรถตู้พร้อมกัน เดินทางไปพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97466</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ, ทำเนียบรัฐบาล, รัฐมนตรีใหม่, เข้าเฝ้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605f14b233cc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประวิตรเดือด!ด่า‘ไอ้ห่า’ ถามปรับกก.บห.‘พปชร.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4 ว่าที่ รมต.ตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกฯ ยันไม่ต้องให้นโยบายพิเศษ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ สั่งเปลี่ยนวิปฯ ชุดใหม่ เขี่ย &amp;quot;วทันยา-ศิริพงษ์&amp;quot; ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์พ้นตำแหน่ง &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; รับเป็นมาตรการลงโทษทางการเมือง ย้ำ ภท.พอใจแล้ว หงุดหงิดสื่อถามข่าวเปลี่ยนเลขาฯ พปชร. ด่าลั่น &amp;quot;ไอ้ห่า จะถามทำไม&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;มาดามเดียร์&amp;quot; ยันลาออกวิปรัฐบาลมาเป็นปีแล้ว ไม่เกี่ยวปมโหวตสวนซักฟอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.20 น. วันที่ 26 มีนาคม ว่าที่รัฐมนตรีใหม่จำนวน 4 คน ได้เดินเข้ามาที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 27มี.ค.นี้ โดยนายสินิตย์ เลิศไกร ว่าที่ รมช.พาณิชย์ เดินทางมาถึงเป็นคนแรก ตามด้วย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ รมว.ศึกษาธิการ,&amp;nbsp; นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ว่าที่ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ รมช.คมนาคม เมื่อนายกฯ เดินทางมาถึงและภายหลังรับการตรวจ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยกับว่าที่รัฐมนตรีทั้ง 4 คนพักหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการมอบนโยบายให้กับ 4 รัฐมนตรีใหม่ ว่า ตนจะมอบนโยบายให้เขาได้อย่างไร ต้องรอให้ครบทุกขั้นตอนก่อน เมื่อช่วงเช้าเชิญมาเพื่อให้เห็นหน้าตากัน โดยพรุ่งนี้ต้องเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ ตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม คงไม่ต้องให้นโยบายเป็นพิเศษ เพราะเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่เรากำหนดไว้แล้ว หลายรัฐมนตรีก็ทำมา ก็ทำต่อให้สำเร็จ หลายอย่างก็มีการเปลี่ยนแปลงทุกกระทรวง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวุฒิเปิดเผยว่า ได้พูดคุยแนะนำตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ คุยกันแบบสบายๆ ธรรมดา ไม่ได้คุยกันเรื่องงาน แต่แค่หารือถึงกรอบงานที่อยากให้ทำ จากนั้นได้เข้าพบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อรับฟังนโยบายทำงานของกระทรวง ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเป็นรัฐบาลเดิม อะไรที่ทำไว้ดีแล้วก็ทำต่อไป ส่วนอะไรที่เป็นปัญหาเราก็แก้ไขและทำให้ดียิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 76/2564 เรื่องปรับปรุงองค์ประกอบในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ปสส. เพื่อดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาให้เป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผนตามระบบของรัฐสภา ตลอดจนเพื่อให้การประสานงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภา และพรรคการเมืองในปัญหาต่างๆ ด้านนิติบัญญัติดำเนินการให้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการ 12 คน ประกอบด้วย นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นางสาวภริม พูลเจริญ, นายจักรพันธ์ พรนิมิตร, นายมณฑล โพธิ์คาย, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ, นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล, นายสัมพันธ์ มะยูโซะ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, นายสาธิต อุ๋ยตระกูล และนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ และมีการแต่งตั้ง ปสส.เพิ่มเติม 3 คน ประกอบด้วย นายอภิชา เลิศพชรกมล, นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบุคคลที่ปรับออกจากวิปรัฐบาล ได้แก่ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, นายศิริพงษ์ รัศมี กลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ ในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่โหวตงดออกเสียงให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวตรวจสอบและเสนอให้กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พิจารณาดำเนินการกับ 6 ส.ส.ดาวฤกษ์และ 1 ส.ส.ระยอง ประกอบไปด้วยการเสนอให้ไม่ขอรับตำแหน่งต่างๆ เช่น กรรมาธิการและวิปรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบกรณี 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์งดลงคะแนนให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่าเขาได้ลงโทษไปหมดแล้ว และได้ขอโทษไปกับพรรคภูมิใจไทยไปบ้างแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล โดยถอด ส.ส.บางคนในกลุ่มดาวฤกษ์ออกไป เป็นการลงโทษอย่างหนึ่งของ พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใช่ และให้ออกทุกตำแหน่งที่เกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 3 เดือน อีกทั้งดำเนินการลงโทษทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ส่วนพรรคภูมิใจไทย โอเค พร้อมหันไปตอบสื่อด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายว่า &amp;ldquo;สื่อจะถามทำไม ผมไม่เข้าใจเลย จะถามให้ตีกันให้ได้ จะให้ตีกับใครล่ะ ให้ผมตีกับ ภท.หรือ&amp;quot; จากนั้นกล่าวยืนยันว่า &amp;quot;จะไม่เกิดรอยร้าวกับ ภท.แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แนวทางการลงโทษนี้จะทำให้พรรค ภท.และพรรค พปชร.เกิดความสมานฉันท์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มันเป็นแนวทางของพรรคการเมือง และ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ก็เป็น ส.ส.สมัยแรก เขาอาจจะไม่เข้าใจ และการลงโทษก็ถือว่าเป็นกฎของพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสถานการณ์ภายในพรรค พปชร.ที่มีกระแสข่าวความขัดแย้งเกิดขึ้น พล.อ.ประวิตรตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ว่า ไม่มีอะไร บอกไม่มีก็ไม่มี ถ้ามีจะอยู่ได้อย่างไร ถ้ามีพรรคก็อยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ถ้ามีความแตกแยกกันก็อยู่ไม่ได้หรอก เมื่อถามถึงการปรับโครงสร้างภายใน พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กำลังคิดอยู่ เดี๋ยวถามสมาชิกพรรคก่อนว่าคิดอย่างไร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคและ กก.บห. ไม่ใช่ใครจะไปคิดเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อซักว่าการปรับโครงสร้างจะปรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรหันไปตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า &amp;ldquo;ยังไม่ได้ปรับเลย ไอ้ห่า! จะถามทำไม&amp;rdquo; ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับไปว่า กระแสข่าวนี้มาแรงมาก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ยังไม่ได้ทำอะไรเลย จะปรับเลขาฯ พรรคหรืออะไรก็แล้วแต่ ต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคว่าจะทำอย่างไร คุณจะมาถามล่วงหน้าใครจะไปรู้ มีข่าวที่ไหน มีแต่คุณพูดกันแค่คนสองคน ประเทศไทยเป็นอย่างนี้เพราะว่าผู้สื่อข่าวถามไม่เป็นเรื่องเลย จริงหรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า มีการปรับเปลี่ยน เนื่องจากบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ต้องทำหน้าที่ใน กมธ. ทำให้ไม่มีเวลามาร่วมประชุมกับวิปรัฐบาล นอกจากนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็จะขอลาออกจากวิปรัฐบาล เนื่องจากมีภารกิจงานอื่นๆ ใน กมธ.ค่อนข้างมาก ก็เลยจะสลับให้นายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กทม. กลับเข้ามาเป็นวิปรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ยังมีพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการขอเปลี่ยนตัววิปฯ ด้วยเช่นเดียวกัน ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp; รมว.ดีอีเอส ก็ได้ลาออกจากวิปรัฐบาลเช่นเดียวกัน ในสัดส่วนของ ครม. ก็มีผู้ลาออก ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ,&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส ดังนั้นจะมีประกาศปรับปรุงองค์ประกอบใน ปสส.ออกมาใหม่อีก 1 ฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่อยากให้มองตรงนี้เป็นเรื่องของความขัดแย้ง เพราะการทำงานที่ผ่านมาวิปรัฐบาลมีการประสานงานร่วมกันด้วยดีทุกพรรค ซึ่งการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล ส่วนหนึ่งมาจากตลอดเวลากว่า 1 ปี ทุกคนมีภารกิจ มีงานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ไม่มีเวลามาทำงานตรงนี้ได้ จึงได้สลับปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม&amp;rdquo; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี แกนนำกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ กล่าวว่า ตนได้ลาออกจากวิปรัฐบาลกับนายวิรัชมาเป็นปีแล้ว อีกทั้งในรายชื่อเวลาเซ็นชื่อก็ไม่มีชื่อตนมาเป็นปีแล้วด้วย แต่ส่วนตัวเข้าใจว่าวิปรัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนชื่อและส่งรายชื่อให้นายกฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพราะรอให้เป็นวงรอบปี ซึ่งเรื่องมาลงในช่วงเวลานี้พอดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงผลสอบกรณี ส.ส.ดาวฤกษ์โหวตสวนมติพรรค ในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ กก.สอบข้อเท็จจริงของ พปชร.แจ้งผลสอบมาแล้วหรือไม่ น.ส.วทันยาระบุว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในการพูดคุยกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97404</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจหาเชื้อโควิด, ถวายสัตย์ปฏิญาณ, ปรับ ครม., รัฐมนตรีใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605de64ebd905.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>27 มี.ค.นายกฯนำรมต.ป้ายแดงเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯรัฐมนตรีใหม่ว่า เรื่องนี้ก็เดินหน้าไปแล้วเพราะเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว สำหรับการเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณรับทราบขั้นต้นว่า จะเป็นวันที่ 27 มี.ค. โดยจะมีคณะกรรมการตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนในขั้นองค์มนตรี ไม่น่ามีปัญหาอะไร เมื่อถามว่า กรณีน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว. ศึกษาธิการ ถูกสังคมมองว่าไม่มีประสบการณ์ด้านการศึกษามาก่อน นายกฯกล่าวว่า การทำงานมีหลายระดับ โดยระดับนโยบายคือนายกฯ ซึ่งตนก็มีประสบการณ์ด้านการศึกษามาก่อน เพราะเป็นทหาร แต่อย่าลืมว่ารัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบาย และวันนี้นโยบายที่ออกไปจะให้แนวทางในการวางแผนไปดำเนินการ มีกรอบยุทธศาสตร์ กรอบการปฏิรูปการศึกษา มีเรื่อง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และมีแผนงานหลายอย่างที่รัฐมนตรีในช่วงที่ผ่านมาดำเนินการไว้แล้ว ฉะนั้น ใครจะมาเป็นอะไรก็ตามต้องปฏิบัติตามนี้ นายกฯให้ความสำคัญในเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า อย่ามาบอกว่านายกฯไม่รู้ ตนรู้ แต่นายกฯไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ นายกฯเป็นผู้กำหนดนโยบาย และติดตามสั่งการในการปฏิบัติ กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ว่าใครจะพัฒนาอย่างไร ทั้งนี้ การศึกษาวันนี้ค่อนข้างหลากหลายทั้งในระบบ นอกระบบ เราก็เดินหน้าตรงนี้อยู่ โรงเรียนที่เก่งอยู่แล้วจะทำอย่างไรให้เขาเก่งที่สุด ส่วนการศึกษาในระบบที่มีประสิทธิภาพน้อยก็ต้องทำให้เก่งมากขึ้น รวมถึงโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดครู ก็ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน เพราะการใช้จ่ายงบประมาณไปถึงทุกวัน และทำอย่างไรที่จะส่งเสริมโรงเรียนให้มีคุณภาพ ให้ขึ้นมาให้ได้ตามงบประมาณที่มีอยู่เดิม และไม่ต้องเพิ่มมากนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ การปฏิรูปการศึกษา ยุทธศาสตร์ชาติ มีอยู่แล้วทุกข้อทุกเรื่อง เขาทำนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ ซึ่งตนได้เน้นย้ำตรงนี้ไปแล้ว ว่าการทำงานของรัฐบาลไม่ใช่ทำงานการเมือง เป็นการทำงานตามกรอบอำนาจหน้าที่ฝ่ายบริหาร ซึ่งทุกคนที่เข้ามาเป็น ส.ส.เป็นคนที่ประชาชนเลือกมา ก็ต้องเคารพเขาในการที่มาเป็นรัฐมนตรี หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งทั้งหมดก็ต้องถูกบริหารโดยนายกฯที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งบริหารผ่านช่องทาง ครม. เมื่อเช้าตนเห็นนักวิชาการพูดในโทรทัศน์ ตนก็เคารพในความรู้ของท่าน แต่ในเชิงบริหารท่านก็ต้องเข้าใจว่าบริหารกันอย่างไร ถ้าตามหลักวิชาการ ตนคิดว่าไม่ต่างกันมากไปกว่านี้ เพราะทุกคนก็สร้างการรับรู้เยอะแยะกันไปหมด แต่จะทำกันอย่างไร นั่นก็คือความร่วมมือ ความเข้าใจในนโยบายของรัฐ วันนี้เราให้ความสำคัญในคุณภาพของครู บางโรงเรียนไม่ครบสาขาวิชา มีนักเรียนน้อยจะทำอย่างไร เราต้องกระจายแหล่งเรียนรู้ออกไปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และตอบสนองความต้องการของรัฐว่าต้องการคนรุ่นใหม่อย่างไร ในการขับเคลื่อนประเทศไปพร้อมๆกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่า เราต้องสังคายนาหลายหน่วยงาน ซึ่งก็ต้องทำต่อไป ซึ่งรัฐมนตรีใหม่ก็ต้องทำตามนี้ หลักการสำคัญของตนมีหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งจะเรียกเขามาคุยก่อนปฏิบัติหน้าที่ หลังจากมีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ขอร้องว่าให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหนก็ตาม ทุกคนก็ต้องทำตามสิ่งเหล่านี้ และตนก็ไม่เคยปล่อยปละละเลย และย้ำอยู่เสมอว่าต้องระมัดระวังเรื่องของการทุจริต จะต้องโปร่งใสมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการใช้จ่ายงบประมาณ และบริหารราชการอย่างมีเป้าหมาย ต้องดูว่าจะทำงานอะไรบ้างให้กับแต่ละกลุ่มแต่ละภาคส่วน ถือว่าขอร้องแล้วกัน ขอให้ช่วยกันสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลตามนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งแผนปฏิรูปการศึกษา ถ้าเราขัดแย้งกันมากๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกันก็จะมีความเคลื่อนไหวรอบนอกขึ้นมาอีก ตนไม่อยากให้มีคำว่าเด็กดีเด็กเลว ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน ทำให้เด็กของเราเป็นคนดี เพราะทุกคนคือพลังสำคัญของชาติ ต้องเรียนรู้ว่าอะไรคือความถูกต้องความชอบธรรม อะไรคือประชาธิปไตยที่เป็นสากล ไม่เช่นนั้นก็จะพูดกันว่านายกฯเผด็จการ ๆ ผมขอถามว่าเผด็จการตรงไหน วันนี้ยังไม่เห็นมีเผด็จการอะไรเลย ผมสั่งเฉพาะในอำนาจของผม ในฐานะฝ่ายบริหาร&amp;rdquo; นายกฯกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคมที่มีการปรับเปลี่ยน เพราะตน ต้องการให้ทั้ง 2 กระทรวงมีการขับเคลื่อน เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในช่วงนี้ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสเรื่องของสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ทุกคนเข้าถึงให้ได้โดยเร็ว เพื่อที่จะได้มีรายได้ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ การขนส่งสินค้า 2 กระทรวงนี้มีความสำคัญ วันนี้เราต้องเร่งหารายได้ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งได้มีการเสนอแผนการต่างๆผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและสื่อมวลชน มีการเปิดตลาด การเจรจา และเดินหน้าเปิดข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับหลายๆประเทศ รวมทั้งกลุ่มประเทศอียู ซึ่งทุกปัญหาตนรับไว้ทั้งหมดเพื่อขับเคลื่อนต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนั้นมีความสำคัญ หลายอย่างอาจมีปัญหาอุปสรรค และการติดขัดเนื่องจากความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน และการสื่อสารออกไปบางครั้งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อีกทั้งความคิดของแต่ละคนห้ามไม่ได้ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยตนไปบังคับไม่ได้ ซึ่งจะต้องหาความร่วมมือระหว่างกันต่อไป ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ถ้าอยากเห็นประเทศดีก็ต้องช่วยกันบริหาร ช่วยกันทำประเทศให้ดีขึ้น ต้องทำให้ทั่วถึงและเกิดความเป็นธรรม และต้องสร้างความเข้าใจในเรื่องของประชาธิปไตยว่าควรจะเป็นอย่างไรที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ไม่ก่อหรือทำอะไรให้เกิดความวุ่นวายสับสนต่างๆ และผิดกฎหมาย นั่นถือเป็นประเด็นสำคัญของเราในขณะนี้ ขอร้องว่าต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ก็ดูก่อนครม.ใหม่เข้ามา เพราะครม.ก็ไม่ได้อยู่ตลอดไป ก็มีการปรับอยู่เรื่อย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำถึงเหตุผลในการสลับกระทรวงกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องการให้มีการขับเคลื่อนงานให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งตนก็คาดหวังเพราะมีหลายอย่างที่ต้องเร่งรัดดำเนินการในช่วงนี้ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ไม่ได้ผิดหลักการอะไร และถึงจะปรับหรือสลับอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าทำไม่ดีก็ต้องปรับออก ปรับใหม่ และตนจะประเมินผลงานของรัฐมนตรีทุกกระทรวงเองอยู่แล้ว วันนี้ก็ได้มอบหมายให้มีการรายงานผลความคืบหน้าในการทำงานของทุกกระทรวงในทุกช่วง 3 เดือน รวมทั้งข้าราชการและหน่วยงานท้องถิ่นด้วย ไม่เช่นนั้นก็ไปด้วยกันไม่ได้ และคิดว่าน่าจะดีขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97128</URL_LINK>
                <HASHTAG>27 มี.ค., ถวายสัตย์ปฏิญาณ, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีใหม่, ราชกิจจานุเบกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605ae02700aa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯแบ่งงาน29รมต. ดูแลจว.‘ขับเคลื่อนไทย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เซ็นคำสั่งแบ่งงานรัฐมนตรี 29 คน ลุยแนวคิดขับเคลื่อนไทยในระดับจังหวัดแล้ว เน้นตามฐานเสียงเจ้าตัวและของพรรค รัฐมนตรีใหม่เข้าทำงานคึกคัก &amp;quot;เสี่ยเฮ้ง&amp;quot; คิดการใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลั่นไม่อยากเหมือนปลาตาย ต้องว่ายทวนน้ำ ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กอาย&amp;quot; ดีใจได้กลับบ้านเก่า &amp;quot;ปรีดี&amp;quot; มาแปลก นั่งทำงานที่อาคารอนุรักษ์ในแบงก์ชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 14 ส.ค. ในช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 243/2563 เรื่อง มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด โดยมีเนื้อหาว่า ตามที่มีคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 242/2563 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน&amp;nbsp; ลงวันที่ 13 ส.ค.2563 นั้น เพื่อให้การพัฒนาและแก้ปัญหาในระดับจังหวัดสามารถขับเคลื่อนไปได้โดยเร็ว ลดปัญหาและอุปสรรค รวมทั้งใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีคำสั่งมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด ดังนี้
1.นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ รับผิดชอบ จ.ชัยนาท, สิงห์บุรี และลพบุรี 2.พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม รับผิดชอบ จ.นราธิวาส, ปัตตานี และยะลา 3.นายปรีดี ดาวฉาย รมว.การคลัง รับผิดชอบ จ.นนทบุรี, ปทุมธานี และสมุทรปราการ 4.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง รับผิดชอบ จ.เพชรบูรณ์, อุตรดิตถ์ และพิจิตร 5.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวฯ รับผิดชอบ จ.สุราษฎร์ธานี, กระบี่ และภูเก็ต 6.นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ รับผิดชอบ จ.อำนาจเจริญ, ยโสธร และพิษณุโลก
7.นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาฯ รับผิดชอบ จ.ลำปาง และเลย 8.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ รับผิดชอบ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี 9.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบ จ.หนองบัวลำภู, พะเยา และเชียงราย 10.น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ รับผิดชอบ จ.อุทัยธานี และนครสวรรค์ 11.นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ รับผิดชอบ จ.ร้อยเอ็ด และขอนแก่น 12.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม รับผิดชอบ จ.บุรีรัมย์และสุรินทร์ 13.นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม รับผิดชอบ จ.นครราชสีมา และชัยภูมิ 14.นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม รับผิดชอบ จ.พัทลุง, ตรัง และสตูล
15.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ รับผิดชอบ จ.ชุมพร, ระนอง และพังงา 16.นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ รับผิดชอบ จ.สุพรรณบุรี, นครปฐม และกาญจนบุรี 17.นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ รับผิดชอบ จ.อุบลราชธานี และศรีสะเกษ 18.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รับผิดชอบ จ.เชียงใหม่, ลำพูน และแม่ฮ่องสอน 19.นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รับผิดชอบ จ.สงขลา และนครศรีธรรมราช 20.นายทรงศักดิ์ ทองศรี? รมช.มหาดไทย? รับผิดชอบ จ.นครพนม, สกลนคร และบึงกาฬ?&amp;nbsp; 21.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม? รับผิดชอบ จ.สุโขทัย, กำแพงเพชร และตาก 22.นายสุชาติ ชมกลิ่น? รมว.แรงงาน? รับผิดชอบ จ.กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม? 23.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน? รับผิดชอบ จ.แพร่ และน่าน?
24.นายอิทธิพล คุณปลื้ม? รมว.วัฒนธรรม? รับผิดชอบ จ.ชลบุรี และฉะเชิงเทรา 25.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ? รับผิดชอบ จ.พระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง และสระบุรี?&amp;nbsp; 26.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ รับผิดชอบ จ.ราชบุรี, สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม?&amp;nbsp; 27.นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ รับผิดชอบ จ.ปราจีนบุรี, สระแก้ว และนครนายก? 28.นายสาธิต ปิตุเตชะ? รมช.สาธารณสุข? รับผิดชอบ จ.ระยอง, จันทบุรี และตราด? และ 29.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ? รมว.อุตสาหกรรม? รับผิดชอบ จ.มุกดาหาร, อุดรธานี และหนองคาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้? ให้รัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ และเสนอแนะแก่คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด ในพื้นที่จังหวัดที่รับผิดชอบ ตลอดจนมีหน้าที่และอำนาจตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563? และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกฯ หรือคณะกรรมการ?อำนวยการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันมอบหมาย? ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า? เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลแต่ละจังหวัดนั้น? หลายคนได้รับผิดชอบในจังหวัดที่ตนเองเป็น? ส.ส.? หรือพรรคต้นสังกัด?มี? ส.ส.อยู่ในจังหวัดนั้น? รวมถึงมีฐานเสียงอยู่ในจังหวัด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน รัฐมนตรีใหม่ในรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 ได้ทยอยเข้ากระทรวง โดยที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ พร้อมด้วยนางนฤมลเดินทางเข้าทำงานเป็นวันแรก โดยเข้าสักการะพระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล และศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง จากนั้นได้อัญเชิญพระพุทธชินราชหน้าตัก 9 นิ้ว ขึ้นตั้งบนหิ้งในห้องทำงานบนชั้น 6 อาคาร 15 ชั้น และลงนามในเอกสารรับ ตำแหน่งรัฐมนตรีในเวลา 07.57 น. มีนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีทุกกรม และข้าราชการรอต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่นางนฤมลขึ้นห้องทำงานบนชั้นเดียวกันแต่อยู่ฝั่งทิศใต้ เนื่องจากห้องทำงานของนางนฤมลบนชั้น 6 อาคาร 25 ปี กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยังปรับปรุงไม่แล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติกล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนคือการตั้งศูนย์อำนวยการแรงงานแห่งชาติ ตนจะเป็นประธาน บูรณาการทำงานภายในหน่วยงานและภายนอกกระทรวง รวมทั้งจะเข้ามาดูเรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยขึ้นมาอยู่ในระดับเทียร์ 1 ให้ได้ และในที่ 17 ส.ค.63 เวลา 14.00 น. จะประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกระทรวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมาอยู่กระทรวงไม่ได้มีอะไร ผมไม่อยากเหมือนปลาตาย ผมเป็นปลาเป็น ต้องว่ายทวนน้ำ ชอบทำเรื่องยากๆ และจะต้องทำให้ได้&amp;rdquo;นายสุชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมลกล่าวว่า มีความคุ้นเคยกับกระทรวงแรงงาน เพราะเคยเป็นที่ปรึกษา พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน มา 3 ปี การกลับมาครั้งนี้ตั้งใจมาทำงานอย่างเต็มที่ เนื่องจากนายกฯ ตั้งความหวังให้กระทรวงแรงงานซึ่งเป็นกระทรวงเศรษฐกิจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า นายปรีดีได้ขอใช้สถานที่อาคาร 6 ซึ่งเป็นอาคารอนุรักษ์และเคยเป็นวังเก่าที่อยู่ในธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั่งทำงานตลอดทั้งสัปดาห์ แม้ว่าเป็น รมว.การคลัง มีอำนาจเต็มอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม โดยนายปรีดีจะเข้าทำงานที่กระทรวงการคลังวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. เป็นวันแรก โดยในช่วงเช้า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงพลังงาน จะเป็นประธานให้นโยบายนายปรีดีและผู้บริหารกระทรวงการคลังทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงพลังงาน นายสุพัฒนพงษ์ได้เข้าสักการะศาลพระพรหม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพลังงาน โดยมีผู้บริหารกระทรวงพลังงานและหน่วยงานในสังกัดให้การต้อนรับและร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งนี้ หนึ่งในทีมว่าที่ที่ปรึกษาของนายสุพัฒนพงษ์คือ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมสักการะด้วย นอกจากนี้ยังตั้งนายกวิน ทังสุพานิช อดีตเลขาธิการ กกพ. เป็นว่าที่เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังทำพิธีเสร็จ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า วันที่ 17 ส.ค. จะมีการประชุมร่วมกับ รมว.การคลัง,&amp;nbsp; สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อหารือและรับฟังนโยบายเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ โดยเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่มีแนวโน้มติดลบ 9-10% ต้องเรียนว่าภาพที่ถูกมองว่าแย่นั้น ได้เข้าไปดูลึกในรายละเอียดแล้วหรือยัง?? นอกจากนี้วันที่ 19 ส.ค. จะมีการมอบนโยบายให้กับหน่วยงานของกระทรวงพลังงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้จะทำงานให้เต็มที่ หากมีอะไรที่ต้องปรับก็ค่อยๆ ปรับแก้กันไป ซึ่งผู้สื่อข่าวรู้ดีว่าผมเป็นยังไง&amp;quot; นายสุพัฒนพงษ์?กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74483</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับเคลื่อนไทยในระดับจังหวัด, ครม.ใหม่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36a337e692d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐมนตรีป้ายแดงเข้าทำเนียบฯก่อนถวายสัตย์ปฏิญาณตน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าว่า &amp;nbsp;รัฐมนตรีใหม่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.)ประยุทธ์2/2 ทยอยเดินทางมารวมตัวเพื่อถ่ายรูปทำบัตรรัฐมนตรีก่อนเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มรัฐมนตรีใหม่จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมาถึงเป็นกลุ่มแรก โดยเวลา 7.05 น. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เดินทางมาถึงเป็นคนแรก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตื่นเต้นหรือไม่ นางนฤมล อมยิ้มเบาๆ ก่อนจะเข้าตึกสันติไมตรีไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เวลา 7.12 น.นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เดินทางมาเป็นคนที่สองและสามตามลำดับ โดยนายอนุชา กล่าวสั้นๆว่า &amp;quot;ตื่นเต้น แต่พร้อมทำงาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน นายปรีดี ดาวฉาย รมว.การคลัง และนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม มาถึงเป็นคนสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เวลา 8.00 น.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ได้มาสมทบภายหลังร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ท้องสนามหลวงเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากนั้น เวลา 8.30 น.นายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74176</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม., ถวายสัตย์ปฏิญาณตน, ประยุทธ์2/2, รัฐมนตรีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f334d2f6944c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งรมต.ใหม่หลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนลุยทำงานทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พร้อมปฏิบัติงานทันที ซึ่งภายหลังการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในตำแหน่ง พร้อมอธิบายแนวทางการขับเคลื่อนภาพรวมของรัฐบาล ให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และรับข้อสั่งการจากนายก รัฐมนตรีไปขับเคลื่อน รวมถึงถือโอกาสพบปะครม.ทั้งคณะด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีขอให้เชื่อมั่นว่าครม.ใหม่ ผ่านการพิจารณามาเป็นอย่างดีแล้ว ทุกคนล้วนมีประสบการณ์ด้านการบริหารระดับสูงมาแล้วทั้งสิ้น มี ความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่ง เชื่อว่าจะสามารถสานต่องานทันทีโดยไม่สะดุด และริเริ่มโครงการใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีขอให้รัฐมนตรีทุกคนเร่งสร้างผลงานให้ปรากฎแก่สายตาประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงที่สถานการณ์โรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย จะต้องเร่งขับ เคลื่อนงานที่แต่ละกระทรวงรับผิดชอบ โดยเฉพาะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพราะประเทศไทย ถือว่าได้เปรียบที่สามารถรับมือกับการแพร่ระบาด ของโรคได้เป็นอย่างดี จึงควรใช้ตรงนี้เป็นโอกาส เร่งฟื้นฟูสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในประเทศ และชาวต่างชาติเกิดการลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศ ชาติและประชาชนในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจนอกจากการทำงานของคณะรมต.แล้ว ยังได้หารือกับคณะที่ปรึกษาด้านต่างๆ &amp;nbsp;กรรมการด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ผู้แทนสถาบันการเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ สมาคมผู้ประกอบการ ฯลฯ โดยพูดคุยเพื่อรับข้อเสนอและความต้องการต่างๆ &amp;nbsp;พร้อมพิจารณาร่วมกันถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการ อันจะเป็นหนทางสู่การเร่งแก้ไขสถานการณ์ของประเทศภายใต้ข้อกำจัด ซึ่งนายกรัฐมนตรียังมอบนโยบายให้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านการดำเนินการของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีทีมที่ปรึกษาที่มาจากประชาชน เพื่อ จัดทำฐานข้อมูลแบบ Big Data แล้วจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน ก่อนจะมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ซึ่งการดำเนินงานหลายเรื่องสามารถทำได้โดยระบบออ นไลน์ ตามความตั้งใจที่ประกาศจะเป็นรัฐบาล New narmal&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73905</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200804/image_big_5f2931382f3d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ7รมต.ใหม่ ตามโผ‘ดอน’ควบรองนายกฯเอกชนขานรับจี้เร่งฟื้นฟูศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ 7 รายแล้ว ไม่มีพลิกโผ แค่ &amp;ldquo;ดอน&amp;rdquo; โผล่ควบ &amp;ldquo;รองนายกฯ&amp;rdquo; อีกเก้าอี้ ทำให้ประยุทธ์ 2/2 อุดมรองนายกฯ ถึง 6 ตำแหน่ง ภาคเอกชนขานรับแต่จี้เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19&amp;nbsp; โดยเฉพาะการตกงานที่จะพุ่งขึ้นตามวิถีชีวิตใหม่ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ฟุ้งผลงานดันจีดีพีประเทศโตต่อเนื่องหลังทำรัฐประหาร สะกิดสังคมหากยังขัดแย้งอาจทำให้ไทยต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปีถึงผงาดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 137 ตอนพิเศษ 180 ง ความว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2562 แล้วและแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตำแหน่ง สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างและเพิ่มเติมบางตำแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายอนุชา นาคาศัย เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายปรีดี ดาวฉาย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 5 สิงหาคม พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ว่าส่งไปแล้ว แล้วก็จะมีการกำหนดเวลาเข้าเฝ้าฯ สบายใจแล้วกัน จะได้ทำงานกันได้ ทุกอย่างเรียบร้อย
สำหรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 ส่วนใหญ่เป็นไปตามโผก่อนหน้านี้ โดยเป็นคนนอก 2 คนคือ นายสุพัฒนพงษ์ และนายปรีดี ขณะที่อีก 4 รายสังกัดพรรค ทั้งนายอนุชา, นายสุชาติ, นายเอนก และนางนฤมล แต่ที่น่าสนใจคือ การเพิ่มตำแหน่งรองนายกฯ ขึ้นมา 1 ตำแหน่งของนายดอน ทำให้รัฐบาลมีรองนายกฯ ถึง 6 คน จากเดิมที่เพียง 5 คน ทำให้รัฐบาลประยุทธ์ 2/2 มี 36 คน 41 ตำแหน่ง &amp;nbsp;
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการแต่งตั้งนายดอนควบรองนายกฯ ว่า ไม่ทราบเหตุผล แต่ถ้าให้เดา นายดอนเป็น รมว.การต่างประเทศ ซึ่งในหลายเรื่องที่ต้องเดินทางและทำแทนนายกฯ ที่ผ่านมานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ เป็นผู้เดินทางไปทำหน้าที่ เมื่อเป็นเช่นนี้ นายดอนก็คงทำหน้าที่ดังกล่าวแทน ซึ่งภารกิจที่นายกฯ ต้องเดินทางไปในต่างประเทศมีมาก หากนายกฯ ไม่ไป จะมอบหมายรัฐมนตรีไม่ได้ ขณะที่ รมว.การต่างประเทศ กต.ต้องไปประชุมในระดับรัฐมนตรีอยู่แล้ว เมื่อแต่งตั้งเป็นรองนายกฯ จะสามารถประชุมแทนนายกฯ ได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชากล่าวภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งว่า เบื้องต้นรับทราบแล้ว และคงเตรียมความพร้อม เพื่อรอการประสานงานจากผู้เกี่ยวข้องถึงรายละเอียดการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติโพสต์เฟซบุ๊ก?ว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน? ตนเองและครอบครัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และจะขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนนางนฤมลกล่าวว่า ยังไม่ขอพูดอะไรในตอนนี้ ขอให้ผ่านขั้นตอนการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อน จากนั้นจะพูดในนโยบายที่ตั้งใจจะทำงานในส่วนของกระทรวงแรงงานที่ได้รับมอบหมาย
เอกชนจี้เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคิดเห็นของภาคเอกชนนั้น นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า รายชื่อของ ครม.ใหม่ โดยเฉพาะในทีมเศรษฐกิจนั้นเป็นที่ทราบกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนได้ เนื่องจากนายสุพัฒนพงษ์และนายปรีดีมีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์การทำงานในภาคเอกชนมาก่อน เชื่อว่าจะเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งเร่งด่วนที่ต้องการให้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ดำเนินการทันที คือ การตั้งคณะทำงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ เหมือนกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ที่มีหน่วยงานรัฐ และเอกชนเข้าร่วม เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปัญหาปากท้องประชาชน และการขาดสภาพคล่องของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย ภคภาสวิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง กล่าวว่า ภาพรวมรายชื่อรัฐมนตรีใหม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาด ซึ่งถือเป็นรายชื่อที่ยอมรับได้ โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่นายปรีดี ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับ และเป็นที่รู้จักของนักลงทุน ถือว่ามีประสบการณ์การทำงานค่อนข้างมาก ส่วนกรณีนายปรีดี ไม่ได้นั่งควบเป็นรองนายกฯ นั้น ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบแต่อย่างใด เพราะรัฐมนตรีคนไหนก็สามารถนั่งเป็นรองนายกฯ ขอให้ทำงานอย่างมีเอกภาพ เพราะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกกระทรวง เนื่องจากมาตรการต่างๆ เกี่ยวข้องกันระหว่างกระทรวง ดังนั้นคนที่จะมานั่งเป็นรองนายกฯ เพื่อดูแลด้านเศรษฐกิจ จึงต้องบูรณาการการทำงานตรงนี้ให้เป็นเอกภาพ และประสานการทำงานร่วมกันให้ได้ ซึ่งนายกฯ อาจลงมาดูเองก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โจทย์สำคัญของรัฐมนตรีใหม่หลังจากนี้ คือต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกติดลบเยอะมาก ตัวเลขส่งออกติดลบมากกว่า 10% สิ่งที่รัฐมนตรีทุกคนต้องเร่งดำเนินการ คือใช้งบที่มีอยู่อย่างจำกัดกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปีนี้ให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการเติบโตที่ติดลบของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ซึ่งงบประมาณมาจากการโยกงบประมาณ 8 หมื่นล้านบาท เงินจากการ พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 1.9 ล้านล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายปี 2564 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จำนวน 3.33 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุน 6 แสนล้านบาท&amp;rdquo; นายสมชายกล่าว และว่า หากมีการใช้งบดังกล่าวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังอย่างล่าช้า จะทำให้เศรษฐกิจทั้งปี 2563 ติดลบมากกว่าที่คาดการณ์ และจะทำให้เศรษฐกิจกลับมาขยายตัวเท่ากับก่อนเกิดโควิด-19 ต้องใช้เวลานานกว่าเดิมอาจถึง 5 ปี แต่หากกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว และทำได้สำเร็จ อาจใช้เวลาเพียง 3-4 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายกล่าวอีกว่า ตอนนี้มีประเด็นปัญหามากคือ งบจากการกู้เงินฉุกเฉิน 1.9 ล้านล้านบาท ในส่วนของการฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 4 แสนล้านบาทนั้นยังเบิกจ่ายจริงได้น้อยมาก รวมถึงเงินกู้ซอฟต์โลนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จำนวน 5 แสนล้านบาทเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอียังปล่อยกู้ได้เพียง 1 แสนล้านบาท แต่สิ่งที่เป็นอันตรายสำหรับเศรษฐกิจอีกเรื่องคือ การคลายล็อกดาวน์ของรัฐบาลที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องไม่จริง แต่หลังจากนี้จะมีคนตกงาน และธุรกิจปิดกิจการมากขึ้น เพราะว่าการทำธุรกิจจะเข้าสู่วิถีใหม่ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลต้องหามาตรการมารองรับว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร
บิ๊กตู่ฟุ้งผลงานดัน ศก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว พล.อ.ประยุทธ์ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;พลิกฟื้นประเทศไทย : ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนายกฯ เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2557 จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ อัตราการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจในปี 2557 อยู่เพียง 1% เพราะมีปัญหาความขัดแย้ง ความไม่มีเสถียรภาพ แต่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 3.1% ในปี 2558 และ 34% ในปี 2559 จากนั้นก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อถึงปี 2563 ประเทศไทยเผชิญปัญหาสำคัญทั้งเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจภายในประเทศ ที่ต้องเผชิญวิกฤตการณ์ทั้งการค้า การลงทุนต่างประเทศ และสิ่งสำคัญที่สุดคือโควิด-19 ซึ่งความรุนแรงยังเกิดขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าสถานการณ์เศรษฐกิจอยู่ในช่วงถดถอยทั้งโลก ประเทศไทยที่ว่าแย่ แต่ก็ยังมีหลายประเทศที่แย่มากกว่า ดังนั้นจึงขออย่าท้อแท้ เราต้องทำให้ดีและฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ ทุกคนต้องอดทนบ้าง และคาดว่าจากปีนี้จนถึงปีหน้าและปีต่อไปอีก 2 หรือ 3 ปี กว่าทุกอย่างจะกลับมาฟื้นฟูเข้มแข็งได้ จึงต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหา ซึ่งความร่วมมือและความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญ ลดความขัดแย้งในหลายๆ ประเด็น สร้างความมีเสถียรภาพเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งภายในและภายนอกประเทศ วิกฤติครั้งแตกต่างจากครั้งที่ผ่านๆ มา อะไรที่เกิดขึ้นแล้วสามารถแก้ไขได้ก็ต้องทำที่ไม่เกี่ยวกับความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งอะไรก็ตาม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราจะกลับไปสู่ที่เก่ากันหรือ ผมคิดว่ามันยังไม่ใช่ และยังไม่ถึงเวลานี้ แต่ทั้งหมดก็สุดแล้วแต่พวกท่าน เพราะพวกท่านคือผู้ที่จะตัดสินอนาคตประเทศไทย ผมเองก็ทำหน้าที่ฝ่ายบริหารของผมให้ดีที่สุด&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า วันนี้เราได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี อีกทั้งประเทศไทยก็มีความพร้อม ขอเพียงอย่างเดียวประเทศเราต้องมีเสถียรภาพ อย่าให้มีความวุ่นวาย ไม่เช่นนั้นนักธุรกิจและนักลงทุนจะรู้สึกไม่ปลอดภัยในการที่จะมาลงทุน ไม่เกิดความเชื่อมั่น ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีระบุว่าเศรษฐกิจไทยต้องรับมือไปอีก 1-2 ปี ว่าต่างประเทศก็เหมือนเรา ต้องใช้เวลา 1 ถึง 3 ปี ถ้าเราไม่ร่วมมือ หรือสร้างความเข้มแข็งในวันนี้ มันจะไปอย่างไร ก็อาจต้องนานเกิน 2 ปี ถ้ามัวแต่ตีกันไปตีกันมาแบบนี้ มันจะไปได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ?เงินกู้ 4? แสนล้านบาทจะออกมาใช้ได้เมื่อไหร่? พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ออกและอนุมัติไปแล้ว วันนี้รอบ 2 กำลังจะออกมา อย่างตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีก็กำลังจะดีขึ้น ดังนั้นภายในประเทศต้องมีความสงบและมีเสถียรภาพ จะได้ค้าขายกันได้ แต่ถ้ามันวุ่นวายกันหมดค้าขายไม่ได้ มันก็จะกลับไปสู่เหตุการณ์เมื่อปี 2557 ซึ่งขณะนี้ภาคการท่องเที่ยวถึงวันนี้ถือว่าดีขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73659</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ใหม่, ประยุทธ์ 2/2, ปรับครม., พระบรมราชโองการ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ฟื้นฟูเศรษฐกิจ, รัฐมนตรีใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200806/image_big_5f2c0a1c8161e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
