<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 22:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดติดไวรัสรายใหม่พุ่ง เมียนมาขยายล็อกดาวน์ยะไข่ 3 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเมียนมาประกาศขยายการใช้มาตรการล็อกดาวน์ป้องกันไวรัสโควิด-19 ครอบคลุมทั่วทั้งรัฐยะไข่ กักกันประชาชนรวมกว่า 3 ล้านไว้ในเคหสถาน ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 36 ชั่วโมงเมื่อวันพุธมากกว่า 100 คน เป็นสถิติสูงสุดนับแต่พบผู้ป่วยรายแรกเมื่อเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2563 กล่าวว่า เมียนมาพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่อีกมากกว่า 100 รายภายในเวลา 36 ชั่วโมง ทำให้ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสะสมในเมียนมาเพิ่มเป็น 580 ราย โดยรัฐยะไข่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือเป็นที่ที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุด ส่วนผู้เสียชีวิตยังจำนวนคงเดิมที่ 6 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมืองซิตตเวที่เป็นเมืองเอกของรัฐนี้อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวยามวิกาลมาตั้งแต่สุดสัปดาห์ แต่เมื่อวันพุธ ทางการรัฐยะไข่มีคำสั่งให้ขยายการล็อกดาวน์ครอบคลุมอีก 4 เมือง ได้แก่ เจาะพยู, อ้าน, ตองโกบ และตานตเว &amp;quot;ประชาชนจาก 4 เมืองที่กล่าวถึงนี้ต้องอยู่บ้านเท่านั้น&amp;quot; คำสั่งที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมาของทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขและการกีฬาออกแถลงการณ์ว่า สืบเนื่องจากการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นมาก ประชาชนในทุกเมืองของรัฐยะไข่ต้องอยู่กับบ้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่เชื้อ เท่ากับมาตรการล็อกดาวน์นี้ส่งผลต่อประชากร 3 ล้านคนของทั้งรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาตรการนี้จะอนุญาตให้เฉพาะยานพาหนะสำหรับการขนส่งเท่านั้น และยกเว้นให้แค่รถของข้าราชการและแรงงานโรงงาน นอกจากนี้แต่ละครอบครัวจะได้รับอนุญาตให้ออกไปจับจ่ายซื้อข้าวของได้เพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก่อความวิตกว่าจะส่งผลถึงกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาวันที่ 8 พฤศจิกายนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากสำมะโนประชากรปี 2557 ซิตตเวมีประชากรที่เป็นชาวยะไข่มากกว่า 318,000 คน ส่วนอีก 4 เมืองนี้มีประชากรรวมกันประมาณ 560,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวยะไข่เช่นกัน โดยยังไม่นับรวมชาวมุสลิมโรฮีนจาตามค่ายต่างๆ ทางตอนเหนือของยะไข่ยังเป็นพื้นที่สู้รบระหว่างกองทัพอาระกันกับกองทัพเมียนมาที่ทำให้ชาวบ้านนับหมื่นๆ คนทิ้งถิ่นฐานไปอยู่ในค่ายอพยพหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ องค์การสหประชาชาติประกาศว่า เจ้าหน้าที่ของตนบางคนที่ทำงานในรัฐยะไข่และในค่ายผู้อพยพเหล่านี้ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเมียนมากล่าวกันว่า ไวรัสที่พบในผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่งตรวจพบเมื่อไม่นานมานี้เป็นไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์เดียวกับที่พบในมาเลเซีย และเคยพบในยุโรป, อเมริกาเหนือ และหลายพื้นที่ของเอเชีย และเชื่อว่ากันแพร่เชื้อได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคอาเซียน ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดที่ 202,361 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันพุธอีก 5,277 ราย และมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 99 ราย ยอดรวมผู้เสียชีวิตเป็น 3,137 ราย ส่วนอินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อมากรองลงมาที่ 160,165 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 2,306 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 86 ราย ยอดรวมผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเป็น 6,944 ราย สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับสามของอาเซียนที่ 56,495 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 60 รายในวันพุธ และมีผู้เสียชีวิต 27 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75638</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายล็อกดาวน์, รัฐยะไข่, เมียนมา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 22:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาล็อกดาวน์เมืองเอกรัฐยะไข่หลังพบไวรัสโควิดพันธุ์ดุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเมียนมาล็อกดาวน์เมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ที่เกิดความขัดแย้งข้ามเชื้อชาติศาสนาเมื่อหลายปีก่อน พร้อมออกคำสั่งให้ประชาชนอยู่บ้านและประกาศเคอร์ฟิว ภายหลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ที่เคยพบในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเมียนมาเมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2563 ว่านับตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นมา พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 รายในรัฐยะไข่ที่อยู่ในภาคตะวันตกของเมียนมา โดยเป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศครั้งแรกในรอบหลายเดือน และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในเมียนมาเพิ่มเป็น 409 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียะ ทุ ยุน รองอธิบดีกรมวิจัยการแพทย์ของเมียนมา กล่าวว่า สายพันธุ์ไวรัสที่พบนี้เป็นสายพันธุ์เดียวกับสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่พบในมาเลเซียสัปดาห์นี้ และเคยพบในยุโรป, อเมริกาเหนือ และบางพื้นที่ของเอเชีย โดยเชื่อกันว่าเป็นสายพันธุ์ที่ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น &amp;quot;เราจึงอยากแจ้งต่อประชาชนให้ทราบว่า ไวรัสชนิดนี้มีอัตราการแพร่เชื้อที่เร็วขึ้น&amp;quot; เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ที่พบในสัปดาห์นี้อยู่ในเมืองซิตตเว เจ้าหน้าที่ที่นั่นได้ออกคำสั่งให้ประชาชนกักตัวอยู่บ้าน และประกาศใช้เคอร์ฟิวแล้ว สายการบินภายในประเทศระงับบริการระหว่างเมืองเอกของรัฐยะไข่แห่งนี้กับนครย่างกุ้งแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั่วรัฐยะไข่ยังมีผู้ไร้ถิ่นฐานเพราะการต่อสู้ระหว่างกองทัพกับกองกำลังชนกลุ่มน้อย อาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพอีกนับแสนๆ คน รัฐบาลเมียนมาปิดกั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคนี้โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะเมืองซิตตเวที่เป็นเมืองเอก มีค่ายอพยพที่ใช้กักกันชาวมุสลิมโรฮีนจาราว 100,000 คนมานับแต่เกิดความรุนแรงเมื่อปี 2555 ชาวโรฮีนจาที่นี่อาศัยกันอยู่อย่างแออัดและไม่เอื้อต่อการใช้มาตรการเว้นระยะห่างหรือการดูแลสุขอนามัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75183</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิตตเว, รัฐยะไข่, ล็อกดาวน์, เมียนมา, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถล่มรถWHOขนตัวอย่างตรวจ&#039;โควิด&#039;ที่ยะไข่ จนท.เจ็บ-คนขับดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รถยนต์ติดเครื่องหมายยูเอ็นกำลังขนตัวอย่างเพื่อนำไปทดสอบเชื้อไวรัสโควิด-19 โดนซุ่มโจมตีโดยมือปืนไม่ทราบฝ่ายในรัฐยะไข่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐบาลเมียนมาได้รับบาดเจ็บ แต่คนขับเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กาชาดเมียนมาเคลื่อนย้ายร่างของคนขับรถลงจากเรือที่เมืองซิตตเว รัฐยะไข่ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์อ้างคำแถลงขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน 2563 ว่ารถยนต์ติดเครื่องหมายยูเอ็นคันนี้โดนโจมตีบนสะพานใกล้กับเมืองมินเบียะ รัฐยะไข่ เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้พแย โซน วิน หม่อง คนขับรถชาวเมียนมาเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐบาลเมียนมาได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เมียนมาผู้นี้ทำงานร่วมกับองค์การอนามัยโลก กำลังนำตัวอย่างสำหรับตรวจโควิด-19 สำหรับกระทรวงสาธารณสุขและการกีฬาเดินทางจากเมืองซิตตเวไปยังนครย่างกุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาและกลุ่มกบฏต่างปฏิเสธว่าไม่ได้ทำและกล่าวโทษอีกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐยะไข่ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมาอยู่ในความไม่สงบมานานหลายเดือน เนื่องจากการสู้รบอย่างดุเดือดระหว่างกองทัพเมียนมากับกบฏกองทัพอาระกัน ที่ต้องการอำนาจปกครองตนเองมากขึ้นสำหรับประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ยะไข่ การปิดกั้นพื้นที่อย่างเคร่งครัดทำให้การตรวจสอบโดยอิสระทำได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเตย์ วิน หม่อง พ่อของคนขับรถรายนี้ว่า ลูกชายวัย 28 ปีของเขาขอว่าอย่าโทรศัพท์หาตอนที่ขับรถอยู่ และรับปากว่าจะโทรกลับ &amp;quot;นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้คุยกับลูก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลจัตวาซอ มิน ตุน โฆษกกองทัพเมียนมา ยืนยันว่า คนขับรถเสียชีวิตในเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้ ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชื่อ อ่อง เมียว อู ได้รับบาดเจ็บถูกส่งเข้ารักษาอาการที่โรงพยาบาลในเมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกลุ่มฟอร์ติฟายไรต์เรียกร้องเมื่อวันอังคารให้เปิดการสวบสวนอย่างอิสระต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับประณามการโจมตีอย่างอุกอาจครั้งนี้ และขอให้รัฐบาลอนุญาตให้หน่วยงานด้านมนุษยธรรมเข้าถึงพื้นที่โดยเร่งด่วน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63866</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐยะไข่, เมียนมา, โจมตีรถยูเอ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ef00a90313.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วางระเบิด 3 ลูก ต้อนรับ &#039;ซูจี&#039; เยือนรัฐยะไข่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดขนาดเล็ก 3 ลูกข้างทางในเมืองมานอองทางใต้ของรัฐยะไข่เมื่อวันพฤหัสบดี ไม่นานก่อนที่นางอองซาน ซูจี จะเดินทางมาเยือนพื้นที่นั้นเพื่อทำพิธีเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นางอองซาน ซูจี เดินทางกลับถึงกรุงเนปยีดอเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2562 โดยอ้างคำกล่าวของวิน มยิน โฆษกรัฐบาลท้องถิ่นรัฐยะไข่ ว่าระเบิดเกิดขึ้นที่เมืองอันเงียบสงบบนเกาะนอกชายฝั่งตะวันตกของพม่าแห่งนี้ ที่ซึ่งนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ มีกำหนดเดินทางมาเปิดโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีระเบิด 3 ลูก แต่ไม่มีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เกิดก่อนที่นางซูจีจะเดินทางมาถึง แต่จุดเกิดเหตุนั้นอยู่คนละฟากของเมือง พิธีเปิดโรงไฟฟ้าจึงดำเนินการตามแผน และนางซูจีขึ้นเครื่องบินกลับนครย่างกุ้งโดยปลอดภัยแล้ว &amp;quot;เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่มานอองมาก่อน&amp;quot; เขากล่าวกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศว่าเป็นผู้วางระเบิดขนาดเล็กๆ เหล่านี้ โดยภาพถ่ายของสื่อท้องถิ่นเผยว่าเป็นระเบิดที่วางไว้ข้างถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ดังกล่าวไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้นทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ ซึ่งกองทัพเมียนมากำลังสู้รบติดพันกับกองกำลังติดอาวุธกองทัพอาระกัน (เอเอ) และทำให้ชาวบ้านอพยพทิ้งถิ่นฐานแล้วนับแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กบฏกลุ่มนี้ต่อสู้เพื่ออำนาจปกครองตนเองมากขึ้นและสิทธิของชาวพุทธเชื้อสายยะไข่และได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านในพื้นที่ที่รู้สึกว่าพวกเขาเป็นคนชายขอบในประเทศนี้ที่ชาวพม่าเป็นคนส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งกองทัพเมียนมาและกบฏยะไข่ต่างถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิ กลุ่มสิทธิหลายกลุ่มกล่าวว่า กองทัพเมียนมาลักพาตัวพลเรือนและทารุณทรมานนักโทษ ขณะที่กองทัพโทษกบฏว่ายิงชาวบ้าน, วางระเบิดข้างทางและลักพาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนงานก่อสร้างชาวอินเดีย 1 คนเสียชีวิตขณะถูกลักพาตัวไปคุมขังไว้ และมี ส.ส.พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางซูจีคนหนึ่งถูกจับตัวไว้นาน 6 สัปดาห์แล้ว นอกจากนี้เมื่อเดือนตุลาคม ปฏิบัติการช่วยตัวประกันบนเรือเฟอร์รีที่กลุ่มกบฏยึดไว้ ทำให้ตัวประกันซึ่งรวมถึงตำรวจและทหารเสียชีวิตจำนวนมาก แต่ต่างฝ่ายต่างโทษว่าเป็นฝีมือของอีกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐทางเหนือของเมียนมาแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการปราบปรามกองกำลังติดอาวุธมุสลิมโรฮีนจาอย่างนองเลือดของกองทัพเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งทำให้ชาวโรฮีนจาราว 740,000 คนอพยพหนีภัยข้ามชายแดนเข้าสู่บังกลาเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมาเยือนของนางซูจีเมื่อวันพฤหัสบดี เป็นเพียงครั้งที่ 3 ที่นางเดินทางมาที่รัฐยะไข่นับแต่เกิดวิกฤติโรฮีนจาปี 2560.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52870</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางอองซาน ซูจี, รัฐยะไข่, วางระเบิด, เมียนมา, เมืองมานออง, เยือนรัฐยะไข่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb7e8339862.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 20:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวโรฮีนจา 2 แสนคนชุมนุมรำลึกครบ 2 ปี &#039;ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวโรฮีนจาราว 200,000 คนชุมนุมที่ค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองในบังกลาเทศเมื่อวันอาทิตย์&amp;nbsp; ในโอกาสครบ 2 ปี &amp;quot;การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; เมื่อกองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการกวาดล้างในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในบังกลาเทศร่วมงานรำลึกครบรอบปีที่ 2 ที่กองทัพเมียนมาเปิดปฏิบัติการกวาดล้างในรัฐยะไข่ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวโรฮีนจาราว 740,000 คนในรัฐยะไข่ของเมียนมาหลบหนีเอาชีวิตรอดข้ามพรมแดนมาบังกลาเทศในเดือนสิงหาคม 2560 ระหว่างการกวาดล้างของทหารและตำรวจเมียนมา โดยมีผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาที่อาศัยในบังกลาเทศอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วราว 200,000 คน ขณะนี้พวกเขากระจายกันอยู่ในค่ายลี้ภัยกว่า 30 แห่งในเมืองค็อกซ์บาซาร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศติดกับชายแดนเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม ในโอกาสครบ 2 ปีที่ทหารและตำรวจเมียนมาเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ผู้ลี้ภัยทั้งชายและหญิงพร้อมกับเด็กๆ ร่วมชุมนุมอย่างสงบในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองซึ่งเป็นค่ายผู้ลี้ภัยใหญ่ที่สุดในบังกลาเทศ ชาวโรฮีนจาระบุว่านี่คือการรำลึกถึง &amp;quot;วันฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ซากีร์ ฮัสซัน ตำรวจบังกลาเทศประเมินตัวเลขชาวโรฮีนจาที่ร่วมชุมนุมมีราว 200,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทายาบา คาทุน ชาวโรฮีนจา อายุ 50 ปี กล่าวทั้งน้ำตาขณะมาร่วมชุมนุมว่า เขาต้องการมาเรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกชาย 2 คนที่ถูกสังหาร และจะเรียกร้องไปจนกว่าลมหายใจสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮิบ อุลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มผู้ลี้ภัย กล่าวปราศรัยระหว่างการชุมนุมว่า พวกเขาต้องการเดินทางกลับบ้าน แต่ทางการเมียนมาต้องให้สถานะพลเมืองแก่พวกเขา, รับประกันความปลอดภัยและอนุญาตให้กลับไปตั้งรกรากในหมู่บ้าน พวกเขาเรียกร้องให้มีการเจรจากับรัฐบาลเมียนมาแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ แม้พวกเขาถูกทุบตี ถูกฆ่าและข่มขืนในรัฐยะไข่ แต่ที่นั่นก็ยังเป็นบ้านของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อ 3 วันก่อนความพยายามส่งกลับชาวโรฮีนจาล้มเหลว หลังจากเจ้าหน้าที่บังกลาเทศและยูเอ็นสัมภาษณ์ครอบครัวผู้ลี้ภัยเกือบ 300 ครอบครัว ไม่มีครอบครัวใดที่สมัครใจกลับเมียนมา เพราะกลัวจะถูกส่งตัวไปค่ายลี้ภัยพิเศษสำหรับผู้พลัดถิ่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44251</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, ผู้ลี้ภัยโรฮีนจา, รัฐยะไข่, รำลึก 2 ปี, เมียนมา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190825/image_big_5d6293606a337.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 22:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 22:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นหวั่นเมียนมา &#039;บล็อกเน็ต&#039; ปกปิดการละเมิดสิทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้สอบสวนด้านสิทธิของยูเอ็นแสดงความวิตกว่า การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตในรัฐยะไข่ของเมียนมาอาจเป็นการปกปิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในพื้นที่ที่ทหารเปิดปฏิบัติการปราบปรามอย่างโหดร้าย ที่เคยบีบให้ชาวโรฮีนจาหนีออกนอกพื้นที่หลายแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวเมียนมานั่งเล่นโทรศัพท์มือถือหน้าร้านขายภาพวาดในนครย่างกุ้ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2562 กล่าวว่า พื้นที่ที่รัฐบาลเมียนมาใช้มาตรการปิดกั้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ที่กองทัพกำลังสู้รบกับกองทัพอาระกัน (เอเอ) กลุ่มกบฏพุทธยะไข่ที่ต่อสู้เพื่ออำนาจปกครองตนเองมากขึ้น คำสั่งถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือครั้งนี้มีผลบังคับใช้กับอย่างน้อย 8 ตำบลในรัฐยะไข่ และอีก 1 ตำบลในรัฐชินซึ่งอยู่ติดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังฮี ลี ผู้สอบสวนพิเศษของยูเอ็นประจำเมียนมา แสดงความวิตกเมื่อวันอังคารว่า เธอหวาดกลัวแทนพลเรือนทุกคนที่นั่น และขอเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมายกเลิกการปิดกั้นทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แทนพิเศษของยูเอ็นรายนี้กล่าวถึง &amp;quot;ปฏิบัติการกวาดล้าง&amp;quot; ของกองทัพว่า อาจเป็น &amp;quot;การปกปิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่กระทำต่อประชากรที่เป็นพลเรือน&amp;quot; โดยเธอหมายถึงการกระทำโหดร้ายทารุณต่อชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งที่อาศัยอำนาจตามกฎหมายโทรคมนาคมนี้มีผลกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกรายโดยไม่มีกำหนดเวลา รายงานเอเอฟพีอ้างข้อมูลจากเทเลนอร์กรุ๊ปว่า กระทรวงคมนาคมและการสื่อสารให้เหตุผลว่า เป็นเพราะอินเทอร์เน็ตถูกใช้เพื่อ &amp;quot;ประสานการทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาส่งทหารไปวางกำลังในรัฐตะวันตกแห่งนี้หลายพันนาย เพื่อสู้รบกับกลุ่มกบฏ สถานการณ์รุนแรงซึ่งลุกลามเข้ารัฐชินด้วย ทำให้ชาวบ้านทิ้งถิ่นฐานหนีภัยแล้วมากกว่า 35,000 คน และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุรุนแรงลามเข้าใกล้เมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ โดยกลุ่มกบฏโจมตีเรือของกองทัพเรือ ทำให้เสียชีวิต 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตโทรศัพท์ครั้งนี้มีผลเท่ากับการตัดขาดกับโลกภายนอกเกือบสิ้นเชิง เนื่องจากชาวเมียนมาใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มากกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เมื่อวันอังคาร เอเอฟพีโทรศัพท์สอบถามชาวบ้านหลายคนใน 3 ตำบลที่โดนบล็อกอินเทอร์เน็ต ทุกคนโกรธแค้นและหวาดกลัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39462</URL_LINK>
                <HASHTAG>บล็อกอินเทอร์เน็ต, ปกปิดการละเมิดสิทธิ, พม่า, ยังฮี ลี, ยูเอ็น, รัฐยะไข่, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d123f3cc6023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารพม่ายิงชาวบ้านดับ 6 ศพ กักตัวอีกกว่า 270 คน ต้องสงสัยร่วมมือกบฏยะไข่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพเมียนมาแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทหารยิงผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 6 คน และได้ควบคุมตัวชาวบ้าน 275 คน ไว้ในโรงเรียนประจำหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่รัฐยะไข่ ฐานต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกกบฏอาระกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลในเมืองซิตตเว รัฐยะไข่ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในรัฐยะไข่ล่าสุดนี้เพิ่มความหวาดกลัวว่าการสู้รบระหว่างกองทัพของรัฐบาลกับกบฏกองทัพอาระกัน (เอเอ) ยังคงทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ปฏิบัติการของกองทัพในพื้นที่หวงห้ามนั้นไม่สามารถตรวจสอบหรือดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านและแหล่งข่าวทางทหารกล่าวว่า ทหารได้บุกจู่โจมหมู่บ้านเจ๊าะตุนในเมืองราทีดองเมื่อวันอังคาร และได้แยกควบคุมตัวผู้ชายอายุระหว่าง 15 ถึง 50 ปีไว้ ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2562 พลจัตวาซอ มิน ตุน โฆษกกองทัพเมียนมา เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า ทหารกำลังควบคุมตัวชาวบ้าน 275 คน ไว้ชั่วคราวที่โรงเรียนประจำหมู่บ้านเพื่อทำการสอบสวน แต่เมื่อเช้ามือวันพฤหัสบดี เกิดเหตุการณ์ที่ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวพยายาม &amp;quot;โจมตีกองกำลังฝ่ายความมั่นคง&amp;quot; ซึ่งไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีคนโดนยิงตาย 6 ราย บาดเจ็บ 8 ราย และหนีไปได้ 4 ราย&amp;quot; นายทหารผู้นี้กล่าว และว่า ทหารได้ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเตือนก่อน ส่วนคนบาดเจ็บนั้นถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านคนหนึ่งชื่อ อาย หม่อง เผยกับเอเอฟพีทางโทรศัพท์ว่า ศพทั้ง 6 ศพถูกนำมาวางไว้หน้าโรงเรียนให้เห็นอย่างชัดแจ้ง พวกที่เหลือนั้นยังถูกจับไว้เป็นตัวประกันในโรงเรียน และพวกชาวบ้านกำลังห่วงความปลอดภัยของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุน เอ เตน ชาวบ้านอายุ 57 ปี บอกว่า ถึงช่วงค่ำวันพฤหัสบดี ทหารยังคงปิดล้อมหมู่บ้านนี้ไว้ทั้งหมด เขายืนยันด้วยว่า ไม่มีกบฏเอเอในหมู่บ้านนี้แม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสู้รบระหว่างกองทัพกับกบฏอาระกันทางเหนือของรัฐยะไข่ตั้งแต่เดือนมกราคม ทำให้ชาวบ้านทิ้งถิ่นฐานแล้วมากกว่า 30,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนเมษายน ก็เคยเกิดเหตุชาวยะไข่ 3 คนเสียชีวิตขณะถูกทหารควบคุมตัว ศพของพวกเขาถูกเผาอย่างลับๆ กองทัพอ้างว่าชาวบ้าน 2 คนหัวใจวายตาย แต่กองทัพไม่ได้ข้อมูลของรายที่ 3 หรือชี้แจงว่าเหตุใดจึงเผาศพโดยไม่ได้แจ้งญาติก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34975</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอาระกัน, ทหารพม่า, รัฐยะไข่, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5ccb05e634ea0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
