<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกอร์ลีย์&#039; วิ่งกระทุ้ง 3 ทัชดาวน์พา แรมส์ ออกสตาร์ทฤดูกาล 5-0</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาเร็ด กอฟฟ์&amp;nbsp; ควอเตอร์แบ็กแรมส์ขว้าง 321 หลากับ 1 ทัชดาวน์ และ ท็อดด์ เกอร์ลีย์ ทำ 3 ทัชดาวน์ ช่วยให้ ลอสแองเจลิส แรมส์ ยังรักษาสถิติไม่แพ้ทีมใดในฤดูกาลนี้หลังบุกมาชนะ ซีแอตเติล ซีฮอว์คส์ 33-31 ในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล สัปดาห์ที่ 5 เมื่อเช้าวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แรมส์ ที่ในฤดูกาลนี้ยังไม่แพ้ทีมใดต้องอาศัยความยอดเยี่ยมของ เกอร์ลีย์ และ กอฟฟ์ ในการเล่นต่อหน้าผู้ชม 68,900 คนที่เซ็นจูรี ลิงค์ ฟิลด์ ในซีแอตเติล มลรัฐวอชิงตัน หลังจากที่สองปีกนอกที่ดีที่สุดของพวกเขาอย่าง แบรนดิน คุกส์ และ คูเปอร์ คัปป์ ต้องออกจากสนามในครึ่งแรกเนื่องจากอาการกระทบกระเทือนทางสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรเบิร์ต วูดส์ ปีกนอกอีกคนของ แรมส์ ก็ทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่น พา ลอสแองเจลิส ออกสตาร์ทซีซั่นด้วยสถิติ 5-0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกอร์ลีย์ วิ่งทำทัชดาวน์ระยะ 2 หลาในควอเตอร์แรก และวิ่งทำทัชดาวน์ระยะ 2 และ 5 หลาในช่วงครึ่งหลัง ทำให้ แรมส์ ไล่มาเป็น 31-30&amp;nbsp; เนื่องจาก ไคโร ซานโตส ตัวเตะของแกะเขาเหล็กเตะแต้มพิเศษไม่เข้า ทำให้เจ้าบ้าน ซีฮอว์คส์ ยังได้เปรียบ 1 แต้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 นาที&amp;nbsp; 05 วินาทีสุดท้าย ซานโตส มาเตะฟิลด์โกล์ระยะ 39 หลาให้ แรมส์ บุกมาชนะไป 33-31&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลงานของฝั่งเจ้าบ้าน รัสเซลล์ วิลสัน ควอเตอร์แบ็กขว้างไป 3 ทัชดาวน์ และตัววิ่งก็สามารถทำระยะได้เกิน 100 หลาเป็นเกมที่สามติดต่อกัน โดยเกมนี้ คริส คาร์สัน ถือบอลวิ่งไป 116 หลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19361</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนชนคน, จาเร็ด กอฟฟ์, ซีแอตเติล ซีฮอว์คส์, ท็อดด์ เกอร์ลีย์, รัฐวอชิงตัน, รัสเซลล์ วิลสัน, ลอสแองเจลิส แรมส์, อเมริกันฟุตบอล, อเมริกันเกมส์, เซ็นจูรี ลิงค์ ฟิลด์, เหยี่ยวทะเล, เอ็นเอฟแอล, แกะเขาเหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb033ab171c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อร’แทง‘แอ๋ม’ก่อนฆ่าตัว ญาติไม่ติดใจเหตุเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผลนิติเวชสหรัฐสรุป &amp;quot;อร&amp;quot; แทง &amp;quot;น้องแอ๋ม&amp;quot; &amp;nbsp;หลายแผล ก่อนฆ่าตัวตาย แจ้งผลทางการอีก 8 สัปดาห์ ครอบครัวแอ๋มรับยังทำใจไม่ได้ แต่ไม่ติดใจสาเหตุเสียชีวิต เร่งทำเรื่องรับศพกลับไทยบำเพ็ญกุศล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณี น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์ หรือ น้องแอ๋ม อายุ 25 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยวอชิงตัน และ น.ส.ฐิฏิอร โชติช่วงทรัพย์ อายุ 32 ปี เพื่อนสนิท และนักศึกษาสถาบันเดียวกัน ที่ถูกพบเป็นศพภายในอพาร์ตเมนต์มัลลอย ในยูนิเวอร์ซิตี ดิสตริกท์ ในนครซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันอังคารที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 กันยายน สำนักงานนิติเวชคิงเคาน์ตี ในรัฐวอชิงตัน ออกแถลงการณ์สรุปผลการชันสูตรศพ นักศึกษาสาวไทยทั้ง 2 คนว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนเป็นชาวไทย โดย น.ส.กรกมล เสียชีวิตจากการถูกแทงหลายครั้งตามร่างกาย เจ้าหน้าที่สรุปสาเหตุการเสียชีวิตจากการฆาตกรรม ส่วน น.ส.ฐิฏิอร เสียชีวิตจากบาดแผลถูกแทงที่หน้าอก และพนักงานสืบสวนสรุปสาเหตุการเสียชีวิตเป็นการฆ่าตัวตาย โดยหญิงสาวทั้ง 2 คนเสียชีวิตตั้งแต่วันเสาร์ที่ 1 ก.ย. ทั้งนี้ ไม่พบหลักฐานว่ามีผู้ต้องสงสัยรายอื่นก่อเหตุทำให้นักศึกษาไทยทั้ง 2 เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันเผยแพร่แถลงการณ์ของนางอานา มารี คอซ ประธานมหาวิทยาลัยวอชิงตัน &amp;nbsp;ยืนยันว่า น.ส.กรกมลและ น.ส.ฐิฏิอร เป็นนักศึกษาในคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความสูญเสียอย่างหาที่สุดมิได้สำหรับครอบครัว เพื่อน และชุมชนทั้งหมด ทางมหาวิทยาลัยขอแสดงความเสียใจอย่างสูงสุดไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ในนามมหาวิทยาลัยขอแสดงความเสียใจถึงทุกคนที่กำลังโศกเศร้าจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ มหาวิทยาลัยพร้อมให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาหรือคำแนะนำด้านจิตใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เว็บไซต์ซีแอตเทิลไทม์ส สื่อท้องถิ่นในนครซีแอตเทิล รายงานโดยอ้างว่าเป็นการเปิดเผยของคนในตระกูลหลีนวรัตน์ว่า น.ส.กรกมลและ น.ส.ฐิฏิอรได้รู้จักกันขณะศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จากนั้นหญิงทั้งสองคนยังได้เป็นรูมเมต อยู่ห้องพักเดียวกัน ตั้งแต่มาเรียนปริญญาโทใบที่ 2 ด้านกฎหมาย ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในเมืองซีแอตเทิล เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา สำหรับเหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจ เนื่องจากที่พักอยู่ในย่านที่ค่อนข้างปลอดภัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงได้รับรายงานเพิ่มเติมจากสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส กรณีการเสียชีวิตของนักศึกษาไทย 2 คน ที่นครซีแอตเทิลว่า เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ King County Medical Examiner ยืนยันอัตลักษณ์ น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ (Medical Examiner) แจ้งสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.กรกมล ว่าเสียชีวิตจากบาดแผลถูกแทงจากการถูกฆาตกรรม และ น.ส.ฐิฏิอร เสียชีวิตจากแผลถูกแทงที่หน้าอกจากการฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ รายงานการชันสูตรศพอย่างเป็นทางการจะใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสถานกงสุลใหญ่ได้ประสานกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเกี่ยวกับการจัดการศพ ขั้นตอน และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องแล้ว น้องชาย น.ส.ฐิฏิอรอยู่ระหว่างการขอวีซ่าเข้าสหรัฐเพื่อเดินทางไปซีแอตเทิลและจัดการฌาปนกิจและนำอัฐิกลับประเทศไทย ส่วนญาติของ น.ส.กรกมลอยู่ในสหรัฐ จะเดินทางไปรับศพและดำเนินการจัดศพกลับประเทศไทยเพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานกงสุลใหญ่ยังคงประสานงานและติดตามกับตำรวจซีแอตเทิลเกี่ยวกับคดีและรายละเอียดอื่นๆ อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ สถานกงสุลใหญ่ได้ประสานกับมหาวิทยาลัยวอชิงตันเกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่าทำศพและจัดส่งศพที่จะเบิกจากระบบประกันของมหาวิทยาลัยด้วย ทั้งนี้ ล่าสุดสถานทูตสหรัฐได้ให้วีซ่าน้องชาย น.ส.ฐิฏิอรแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จ.ปทุมธานี อาของ น.ส.กรกมล กล่าวว่า วันนี้ได้ข้อสรุปและระบุว่าสาเหตุของการเสียชีวิตของหลานสาวนั้นคือ น.ส.ฐิฏิอร ได้ใช้มีดแทงน้องแอ๋มหลายแผลจนเสียชีวิตคาประตูห้องพัก และได้ใช้อาวุธมีดแทงตัวเองบริเวณหน้าอก 1 แผลตายตาม ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของพนักงานสืบสวนว่าการเสียชีวิตครั้งนี้ไม่พบร่องรอยของผู้กระทำผิดที่เป็นบุคคลที่สาม แต่เป็นการฆาตกรรมและฆ่าตัวเองตายตาม ซึ่งตรงกับที่ตนเองได้คิดไว้ตั้งแต่ทราบข่าวการเสียชีวิตของน้องแอ๋ม โดยครอบครัวเตรียมประสานสถานทูตไทยประจำสหรัฐให้ช่วยตรวจสอบและช่วยเหลือในคดีนี้ และจะนำศพ น.ส.กรกมลหรือน้องแอ๋มกลับมาบำเพ็ญกุศลที่ประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อช่วงวันแม่ที่ผ่านมา น้องแอ๋มได้เดินทางกลับบ้านมาพบคุณพ่อและพี่ๆ ก่อนเดินทางกลับไปเรียนต่อเมื่อประมาณ 10 วันก่อน กระทั่งติดต่อไม่ได้ โดยหลานสาวไม่เคยเกเรหรือติดต่อไม่ได้ ทำให้ครอบครัวกังวลใจมาก จนมหาวิทยาลัยแจ้งมาว่าไม่ได้ไปเรียนหนังสือ จึงประสานไปที่ญาติอีกคนที่อยู่ซีแอตเทิลให้ช่วยไปดูที่ห้องพัก ก็ไม่พบว่าน้องอยู่ที่ห้อง และไม่ทราบว่าหายไปไหน กระทั่งเจ้าของอพาร์ตเมนต์แจ้งตำรวจว่าพบน้องแอ๋มเสียชีวิตในห้องพักพร้อมเพื่อนรูมเมต&amp;quot; อาของน้องแอ๋มระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น้องแอ๋มเรียนจบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เกียรตินิยมอันดับสอง ก่อนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในบอสตัน จนจบปริญญาโทด้านกฎหมาย จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่มหาวิทยาลัยในซีแอตเทิล น้องแอ๋มเป็นคนเก่ง และมีอนาคตไกล แต่ต้องมาเสียชีวิตแบบไม่คาดคิดแบบนี้ ซึ่งเสียใจการจากไปของหลานสาวในครั้งนี้มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หมู่บ้านภัสสร คลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ สภาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) ปทุมธานี พี่ชายน้องแอ๋ม เปิดบ้านพักเปิดใจเกี่ยวการเสียชีวิตของน้องสาวว่า หลังจากทราบเรื่องจากญาติที่ต่างประเทศที่เดินเรื่องให้ ก็ไม่ได้ติดใจเกี่ยวกับเสียชีวิตของน้อง ยอมรับผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่สหรัฐ ซึ่งครอบครัวที่เมืองไทยเร่งรวบรวมเอกสารฉบับจริงเพื่อส่งไปให้กับญาติที่อยู่ต่างประเทศ พร้อมทั้งมอบอำนาจให้ญาติดำเนินการรับศพน้องแอ๋มส่งกลับเมืองไทย ส่วนครอบครัวที่เมืองไทยจะได้เตรียมรอรับศพน้องสาวและนำมาประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งคาดว่าจะถึงไทยภายในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวยังทำใจไม่ได้ แต่ก็ต้องเดินหน้าทำเรื่องเพื่อรับน้องกลับมาเมืองไทย มาประกอบพิธีทางศาสนาต่อ แต่ที่ทุกคนเป็นห่วงคือพ่อ เพราะพ่อรักน้องแอ๋มมาก คอยดูแลน้องอย่างใกล้ชิด ไปรับไปส่งโรงเรียนตลอด เป็นดั่งลูกหัวแก้วหัวแหวน และเป็นน้องสาวที่น่ารักของพี่ๆ และครอบครัวทุกคน เพราะน้องเป็นคนร่าเริง น่ารัก และจะคอยปลอบหรือเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีกันในครอบครัวเสมอ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับครอบครัวที่ต้องสูญเสียน้องไปอย่างไม่มีวันกลับ&amp;quot; พี่ชายน้องแอ๋มกล่าวด้วยความเศร้าสลด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์กล่าวว่า เพิ่งมาดูรูปภาพเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ไปส่งน้องแอ๋มที่สนามบินกลับไปอเมริกา พบว่าทั้งครอบครัวสวมเสื้อดำโดยไม่ได้นัดหมาย และทั้งที่หลายครั้งที่น้องจะไปต่างประเทศมักจะไปส่งกันไม่ครบ แต่ครั้งนี้ไปกันครบ โดยน้องแอ๋มกอดตนเองและบันทึกภาพถ่ายภาพกัน ทั้งที่ปกติตนเองจะเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยกอดน้อง แต่ครั้งนี้มีการกอดและลูบหัวเล่นกันอย่างมีความสุข ไม่คิดว่าจะเป็นการอำลากันครั้งสุดท้ายแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ต้องพยายามเข้มแข็งเพื่อเดินหน้าดูแลพ่อและครอบครัวต่อไป และรอรับน้องสาวกลับเมืองไทย พร้อมประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดนาบุญ คลองเจ็ด ซึ่งเป็นวัดที่แม่อยู่ ต้องให้น้องไปอยู่กับแม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17060</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์, น.ส.ฐิฏิอร โชติช่วงทรัพย์, นครซีแอตเทิล, ผลนิติเวช, รัฐวอชิงตัน, หนังสือพิมพ์, เร่งทำเรื่องรับศพกลับไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b928654ee551.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
