<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯถือไม้เรียวกำชับพรรคร่วมรัฐบาลอย่าโดดประชุมรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2565 &amp;nbsp;- รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงเกี่ยวกับกฎหมายการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ที่จะครบกำหนด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีในเดือน เม.ย.2565&amp;nbsp;ว่า หากทำกฎหมายไม่แล้วเสร็จ อาจมีปัญหา จึงขอให้เร่งรัดดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กำชับพรรคร่วมรัฐบาลว่า ช่วยให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมประชุมรัฐสภาสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ที่กำลังจะเปิดในวันที่ 1 พ.ย.นี้ พร้อมกับย้ำให้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคกำชับ ส.ส.อย่าขาดประชุมโดยเด็ดขาด ให้ช่วยกันเข้าประชุม ทั้งนี้ นายกได้กำชับอย่างนี้ทุกครั้งที่มีกฎหมายสำคัญเข้าสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120255</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พรรคร่วมรัฐบาล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dbe6811f78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจสอบรายชื่อ โหวต วาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญ &#039;กลุ่มธรรมนัส&#039; ล่องหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผลการลงคะแนนเสียงร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม พบว่าในฝั่งของพรรครัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ และส.ส.ในกลุ่ม อาทิ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต่างไม่ปรากฏตัวในการ ลงมติวันนี้ ส่วนกลุ่มของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร. รวมถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน และนายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร. ล้วนลงมติเห็นชอบอย่างพร้อมเพรียงตามมติพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่มีใครแต่แถว แม้กระทั่งนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่มักจะโหวตสวนมติพรรค แต่รอบนี้ก็ลงมติเห็นชอบตามมติพรรค ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคชาติพัฒนา ต่างก็เห็นชอบเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกันกับพรรคฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่มีส.ส.โหวตสวน ยกเว้นน.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ที่มักเป็นงูเห่า ไม่ลงมติใดๆ ส่วนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โหวตงดออกเสียง ยกเว้นนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. ที่ลงมติเห็นชอบ สำหรับพรรคเพื่อชาติ (พช.) ส่วนใหญ่เห็นชอบ ยกเว้น &amp;nbsp;น.ส.ปิยะรัตน์ ติยะไพรัช ที่งดออกเสียง พรรคเสรีรวมไทย (สร.) ลงมติไม่เห็นชอบทั้งพรรค และพรรคประชาชาติ (ปช.) ส่วนใหญ่ลงมติเห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับพรรคเล็กอื่นๆ ลงมติ ดังนี้ เห็นชอบ ได้แก่ นายดำรงค์ พิเดช และนายยรรยง &amp;nbsp;ถนอมพิชัยธำรง พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ นางนันทนา สงฆ์ประชา หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เห็นชอบ ได้แก่ พรรครวมพลังประชาชาติไทยทั้ง 5 ส.ส. &amp;nbsp;นายปรีดา บุญเพลิง พรรคครูไทยเพื่อประชาชน นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคไทยศรีวิไลย์ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค พรรคไทรักธรรม นายพิเชษฐ สถิรชวาล พรรคประชาธรรมไทย นางศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ พรรคพลเมืองไทย พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ พรรคพลังชาติไทย นพ.ระวี มาศฉมาดล พรรคพลังธรรมใหม่ นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล พรรคเพื่อชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย งดออกเสียง อย่างไรก็ตาม พรรคเศรษฐกิจใหม่ เสียงแตก มีทั้งโหวตเห็นชอบ และงดออกเสียง แต่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงมติเห็นชอบ และพรรคพลังท้องถิ่นไท ซึ่งมีส.ส. 5 คน เสียงแตก โดยเห็นชอบ 2 คน ได้แก่ นายจารึก ศรีอ่อน และนายนภดล แก้วสุพัฒน์ ส่วนที่เหลืออีก 3 คน งดออกเสียง ได้แก่ นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรค นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมการลงมติของส.ว.ที่น่าสนใจ อาทิ &amp;nbsp;บรรดาส.ว.โดยตำแหน่ง สายผบ.เหล่าทัพ ไม่มาร่วมลงมติ ส่วนเสียงโหวตส.ว.ส่วนใหญ่ ทั้งในส่วนส.ว.สายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม และส.ว.สายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ต่างโหวตเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ ลงมติเห็นชอบ อาทิ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว.น้องชายนายกฯ และพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ส.ว.เพื่อนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับนายกฯ รวมถึงพล.อ.นพดล อินทปัญญา ส.ว.เพื่อนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร ที่โหวตเห็นชอบ ยกเว้น พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ส.ว.สายพล.อ.ประวิตร ที่ลงมติไม่เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ด้านกลุ่มอดีต 40 ส.ว. ที่เเสดงจุดยืนค้านบัตรเลือกตั้ง2 ใบมาตลอดเพราะเกรงว่า จะเกิดการกินรวบของพรรคใหญ่ และเกรงว่าพรรคเพื่อไทย ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะกลับมา ต่างลงมติไปในทิศทางเดียวกัน คือไม่เห็นชอบ และงดออกเสียง &amp;nbsp;อาทิ นายตวง อันทะไชย นายถวิล เปลี่ยนศรี นายคำนูณ สิทธิสมาน นพ.เจตน์ ศิรธารานนท์ คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายเสรี สุวรรณภานนท์ และพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม เป็นต้น ส่วนนายวันชัย สอนศิริ ที่ก่อนหน้าแสดงจุดยืนไม่เห็นชอบ แต่เมื่อถึงเวลาลงมติจริงกลับไม่ยอมลงมติใดๆ ได้แต่เพียงแสดงตนเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116290</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, รัฐสภา, ร่างรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613b27af88fd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิโธ่!ก้าวไกลกัดฟันหนุนบัตร2ใบแต่ซัดร่างแก้ไขรธน.ยับ             </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงถึงการประชุมรัฐสภาที่จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม วาระที่สาม ในวันที่ 10 ก.ย. นี้ ว่า พรรคก้าวไกลยังยืนยันว่าเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และไม่เห็นด้วยกับบัตรเลือกตั้งใบเดียวของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้กลับแก้ไขไปเป็นแบบรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ซึ่งทำให้พรรคใหญ่เกิดการกินรวบและนำสู่การรัฐประหาร ซึ่งพรรคไม่อยากเห็นเช่นนั้นอีก การแก้ไขครั้งนี้ พรรคขนาดใหญ่ทั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ประโยชน์ แต่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การโหวตวาระสามในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ จะผ่านหรือไม่ผ่านอยู่ที่ 2 ส่วน คือ หนึ่ง เสียงของ ส.ว. เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 อนุหก กำหนดว่าต้องได้เสียงเห็นชอบจาก ส.ว. 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว.ทั้งหมด &amp;nbsp;หรือ 84 เสียง และสอง อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไร และอยากถามพล.อ.ประยุทธ์ว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะยื่นดาบให้ศัตรูเพื่อมาฆ่าตัวเอง&amp;rdquo; นายธีรัจชัยกล่าวและว่า พรรคก้าวไกลจะมีประชุมช่วงเย็นของวันที่ 9 ก.ย. นี้ เพื่อกำหนดว่าจะมีมติพรรคอย่างไรในการออกเสียงโหวตวาระสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขฉบับนี้ ไม่เรียบร้อย และลุกลี้ลุกลน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ ส.ส.พึงมี กล่าวคือ มีการแก้ไขให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อก็จริง ขณะเดียวกันยังคงมาตรา 93 และมาตรา 94 ให้ต้องคำนวณ ส.ส.พึงมีไว้ตามเดิม เสมือนเป็นหัวกุดท้ายมังกร และอยากถามว่าหากเป็นเช่นนี้จะแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการออกมาคัดค้านเนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคได้จำนวน ส.ส.ลดลงใช่หรือไม่ นายธีรัจชัย กล่าวว่า คิดว่าไม่ลด แต่กลับจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในพรรคมากกว่าเดิม เพราะประชาชนอยากได้พรรคที่อยู่กับร่องกับรอย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ก., นายธีรัจชัย พันธุมาศ, พรรคก้าวไกล, รัฐสภา, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61383663bcc67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 07:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 07:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตบัตรสองใบศุกร์นี้เสียงแตก! &#039;บิ๊กเยิ้ม&#039;รับหวั่นเกิดเผด็จการรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมร่วมรัฐสภา (ส.ส.และ ส.ว.) เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา เรื่องการเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง ส.ส.จากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบและเปลี่ยนระบบการคิดคะแนนผลการเลือกตั้งในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นการโหวตวาระสาม ซึ่งร่างแก้ไขรธน.ที่จะผ่านจากรัฐสภา จะต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เกินกึ่งหนึ่งขึ้นไปและในจำนวนดังกล่าวต้องมี สมาชิกวุฒิสภาด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 84 เสียง ร่างแก้ไขรธน.ดังกล่าว จึงจะผ่านความเห็นชอบ และจากนั้นจะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร หรือบิ๊กเยิ้ม&amp;nbsp; สมาชิกวุฒิสภา เพื่อนร่วมรุ่น ตท. 12 กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังคงเหมือนเดิม คือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่ตอนรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรก ที่พรรคการเมืองเสนอเข้ามา 13 ร่างแล้ว โดยที่ไม่เห็นด้วยเพราะมองว่าที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ดีอยู่แล้ว จะไปแก้ไขทำไม โดยเรื่องระบบการเลือกตั้ง ทางผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการพูดคุยวางแผนแก้ปัญหาต่างๆ ของรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ โดยมีการคุยกันมาเป็นปี และคนที่ร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็เคยมีประสบการณ์การร่างรัฐธรรมนูญมาก่อนแล้ว จนเห็นปัญหาต่างๆ จนทำออกมาให้ดีขึ้น ได้สิ่งที่ดีที่สุดมาอยู่แล้ว ในเมื่อมันดีอยู่แล้ว จะไปแก้ไขทำไม อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ผลการลงมติในวันที่ 10 ก.ย.นี้จะออกมาแบบไหน เพราะอย่างในกลุ่ม ส.ว.ด้วยกันเอง ก็ไม่ได้คุยกันเลย เพราะยังเหลือเวลาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะคิดว่าระบบบัตรสองใบ จะทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภาใช่หรือไม่ พลเอกธวัชชัย กล่าวว่า ก็อาจจะมีส่วน เพราะก็มีตัวอย่างมาแล้ว เพราะอย่างผมเคยเป็นทหารอยู่ที่ภาคอีสานมาตลอดชีวิต ผมรู้เรื่องพวกนี้ดีเยอะแยะไปหมด เพียงแต่ไม่อยากพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา หรือเสธอู้ กล่าวถึงเรื่องนี้เช่นกันว่า การลงมติวาระ 3 วันศุกร์นี้ ดูแล้วน่าจะผ่านความเห็นชอบไปได้ โดยในส่วนของ ส.ว.นั้น ส่วนใหญ่ไม่มีใครขัดข้องเรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้งส.ส. เพราะ ส.ว. เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของส ส. ที่อยากได้ระบบเลือกตั้งแบบไหน อีกทั้งก็เห็นกันแล้วว่า ระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวและการคิดคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.ในสภาฯ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เป็นระบบที่สร้างปัญหามาก ทำให้หากเทียบกับที่เสนอแก้ไข แม้จะถอยหลังกลับไปใช้กติกาตอนปี 2540 และตอนปี 2554 แต่โดยรวมก็ยังดีกว่าที่เขียนในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เพราะทุกอย่างชัดเจน ไม่สลับซับซ้อน การคำนวณคะแนนทำได้ง่ายกว่า จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของเดิม เพราะเห็นกันแล้วว่า ระบบบัตรใบเดียว มันสร้างปัญหามากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเสียงทักท้วง ข้อเป็นห่วงว่าระบบเลือกตั้งส.ส. ที่แก้ไข จะทำให้เกิดระบบเผด็จการรัฐสภาเสียงข้างมากแบบในอดีต เพราะการตรวจสอบฝ่ายบริหารจะทำไม่ได้ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า หากดูจากรธน.ฉบับปี 2560 ผู้ร่างรธน. ระมัดระวังเรื่องเผด็จการัฐสภาไว้แล้ว เลยเขียนไว้ว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกและรัฐมนตรีให้ใช้เสียงส.ส.ฝ่ายค้านแค่หนึ่งในห้า คือหนึ่งร้อยคนขึ้นไปเท่านั้นในการลงชื่อเสนอญัตติขออภิปรายรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่า ยังไง ฝ่ายค้าน ก็เกินหนึ่งร้อยเสียงอยู่แล้ว ขนาดเลือกตั้งปี 2548 ที่ไทยรักไทยได้ส.ส.มากถึง 377 เสียงเพียงพรรคเดียว ตอนนั้น ฝ่ายค้านก็ยังมี 123 เสียง อีกทั้ง เผด็จการรัฐสภาจะเกิดขึ้นได้ หลักคือจะเกิดการรวมพรรคกันหลังเลือกตั้ง เห็นได้จากตอนไทยรักไทย ที่ไปนำพรรคการเมืองอื่นมารวมเข้าด้วยกัน (ความหวังใหม่-เสรีธรรม-ชาติพัฒนา) โดยพรรคที่ไปรวมก็เห็นว่าไปรวมดีกว่า ไม่ต้องไปหาเสียง ไม่ต้องควักเงิน ก็เลยโดดเรือลำเดียวกัน แต่วันนี้มันยากมาก เพราะพรรคการเมืองปัจจุบันมีความหลากหลายมากกว่าอดีต โอกาสจะไปรวมกันเป็นพรรคเดียว มันเลยยาก หรือถึงต่อให้ไม่รวม แต่ตอนตั้งรัฐบาล ก็ไม่เชื่อว่าฝ่ายรัฐบาลจะใช้วิธีตั้งรัฐบาลให้ได้ส.ส.เกินสี่ร้อยเสียงเพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปราย เพราะทำแบบนั้น โควตารัฐมนตรีก็ต้องถูกแบ่งออกไปหลายพรรค อย่างมากก็ตั้งรัฐบาลแค่สามร้อยเสียง เผด็จการรัฐสภาจึงไม่น่าเป็นห่วงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในร่างแก้ไขรธน.ที่เสนอมา มีการให้ลดจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ จาก 150 คนเหลือ 100 คน แล้วไปเพิ่มส.ส.เขตจาก 350 เป็น 400 เขต ทำให้โอกาสที่จะมีพรรคการเมืองไหนจะได้ส.ส.เขตเกิน 300 คนจากระบบเขต&amp;nbsp; มันยากมาก จำนวนส.ส.เขตจะกระจายไปยังพรรคต่างๆ เพราะประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระบบที่เสนอแก้ไขครั้งนี้ จะทำให้ไม่มีพรรคการเมืองที่ได้ส.ส.หนึ่งคนเข้ามาเยอะ ที่ผ่านมา พรรคการเมืองที่มีส.ส.บัญชีรายชื่อหนึ่งคนเข้ามาหลายพรรค ก็เกิดจากการคำนวณคะแนนเลือกตั้งแบบปัดเศษ แต่ที่เสนอแก้ไข มีการลดจำนวนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลงเหลือ100 คน จะทำให้การมีเศษมันจะน้อยลง เพราะของเดิมมัน 150 คน มันก็เลยไปแบ่งคะแนนกันให้หลายพรรคการเมือง แต่เมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว คะแนนที่จะปัดไปให้พรรคเล็กมันจะยากขึ้น เพราะจากปาร์ตี้ลิสต์&amp;nbsp; 100 คน คำนวณแล้ว การจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องได้คะแนนขั้นต่ำ ประมาณ 350,000 คะแนน ที่คิดจากคะแนนของประชาชนที่มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศโดยประมาณ จึงจะได้เก้าอี้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน ทำให้พรรคการเมืองที่เคยได้คะแนนเลือกตั้ง 30,000-40,000 คะแนนแล้วได้ส.ส.หนึ่งคนอย่างที่เป็นมา&amp;nbsp; ต่อไปจะไม่มีทางได้ปัดเศษ แน่นอน เพราะหากจะปัดเศษกันจริงๆ ก็จะเหลือเต็มที่ก็จะประมาณ 200,000 กว่าคะแนน ที่ก็จะเหลือแค่ 6-7 เก้าอี้เท่านั้นจาก 100 เก้าอี้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะไม่ใช่เศษแบบ 30,000-40,000 คะแนน แบบที่ผ่านมาอีกแล้ว ทำให้โอกาสที่จะเกิดพรรคการเมืองได้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคละหนึ่งคนจะไม่มีเกิดขึ้นอีกแล้ว&amp;quot; พล.อ.เลิศรัตน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก็ยังมี ส.ว.บางส่วน ยังเห็นว่าระบบสัดส่วนผสมยังดีกว่าที่จะแก้ไขใหม่ โดยบางคนเกรงจะเกิดเผด็จการรัฐสภาหากแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างที่เสนอกัน แต่หากพิจารณาจากที่อธิบายเผด็จการรัฐสภา มันไม่ได้เกิดขึ้นง่าย แต่สิ่งที่ใช้อยู่ตอนนี้มันทำให้เกิดพรรคการเมืองขนาดเล็กจำนวนมาก ดูอย่างการเลือกตั้งรอบที่แล้วปี 2562 มีอย่างที่ไหนในโลก ที่มีผู้สมัครส.ส.เขตทั่วประเทศหนึ่งหมื่นกว่าคน และปาร์ตี้ลิสต์ยื่นชื่อไปอีกสองพันกว่าคน มีพรรคการเมืองส่งคนลงเลือกตั้ง 80 กว่าพรรค มีพรรคได้ ส.ส.รวม 29 พรรคการเมือง เป็นสถิติโลกเลย ในโลกนี้มีที่ไหนเป็นแบบนี้&amp;nbsp; ไม่มี แต่มันเกิดขึ้นก็เพราะช่องโหว่ที่เปิดเอาไว้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115741</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรสองใบ, บิีกเยิ้ม, พล.อ.ธวัชชัย, รัฐธรรมนูญ, รัฐสภา, เสธ.อู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135601f430bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘13 ปีสภาองค์กรชุมชน’ เครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ ประชุมสภาฯ ระดับชาติ ชูประเด็น“สิทธิพลเมือง-กระจายอำนาจเพื่อสังคมที่เป็นธรรม”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับชาติเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมาที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเมืองในรัฐสภาเพื่อเปิดศึกซักฟอกรัฐบาลกำลังเข้มข้นดุเดือด&amp;nbsp; ส่วนการเมืองบนท้องถนนก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศในนามของ &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; กำลังเฟ้นประเด็นปัญหาต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนเพื่อนำมาเสนอในที่ประชุมระดับชาติในวันที่ 10 กันยายนนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp; ภัยพิบัติ &amp;nbsp;ปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; กลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; ผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp; การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนจะนำประเด็นปัญหาและข้อเสนอจากภาคประชาชน...ไปออกแบบขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงให้เป็นรูปธรรมและเป็นจริงต่อไป&amp;hellip;!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;13 ปี...สภาของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; จัดตั้งขึ้นตาม &amp;lsquo;พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;rsquo;&amp;nbsp;ในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์&amp;nbsp; จุลานนท์&amp;nbsp; โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; ส่งเสริมให้กลุ่มและองค์กรต่างๆ ในตำบล (บางพื้นที่อาจเป็นเทศบาลหรือในกรุงเทพฯ เป็นเขต) &amp;nbsp;รวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อนำปัญหาหรือเสนอแนวทางการพัฒนาในตำบลมาประชุม&amp;nbsp;ปรึกษาหารือ เสนอความเห็น เสนอแนวทางพัฒนาหรือแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และสามารถเสนอแนะต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สุวัฒน์&amp;nbsp; คงแป้น ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผู้ที่มีส่วนในการร่าง พ.ร.บ. และผลักดันให้เกิด &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบายเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; เมื่อที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลได้แนวทางในการแก้ไขปัญหาหรือแนวทางการพัฒนาชุมชนแล้ว &amp;nbsp;เรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้เอง &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนฯ และสมาชิกก็สามารถนำไปดำเนินการได้ทันที &amp;nbsp;แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนฯ สามารถนำไปเสนอแนะการแก้ไขปัญหาและแนวทางการพัฒนาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลแต่ละแห่งจะต้องจัดประชุมอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง&amp;nbsp; และจัดประชุมสภาฯ ระดับจังหวัดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; สามารถเสนอแนวทางการพัฒนาจังหวัดต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัด &amp;nbsp;เพื่อนําไปประกอบการพิจารณาการจัดทําแผนพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp; รวมทั้งเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาตามความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การจัดทำบริการสาธารณะ&amp;nbsp; การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม &amp;nbsp;คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-3.7pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ประชาชนในตำบลแสดงความเห็นและความต้องการ&amp;nbsp; เป็นรากฐานของประชาธิปไตยทางตรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้จะต้องมีการจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; ที่สำคัญก็คือ&amp;nbsp; ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฉบับนี้&amp;nbsp; มาตรา 32 &amp;nbsp;(3) &amp;nbsp;กำหนดให้ที่ประชุมสภาฯ ระดับชาติ &amp;nbsp;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ &amp;nbsp;ซึ่งหมายความว่า &amp;nbsp;ปัญหาของประชาสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้โดยตรง &amp;nbsp;ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด &amp;nbsp;รวดเร็ว &amp;nbsp;และมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ถือเป็นบทบาทที่สำคัญของสภาองค์กรชุมชนฯ&amp;rdquo; &amp;nbsp;สุวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จนถึงปัจจุบัน พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551&amp;nbsp; ย่างเข้าสู่ปีที่ 13 &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;7,795 แห่ง &amp;nbsp;(ร้อยละ 99.62 ของจำนวนตำบล/เทศบาล/เขตทั่วประเทศ 7,825 แห่ง) &amp;nbsp;โดยแยกเป็น &amp;nbsp;กรุงเทพ ฯ ปริมณฑลและตะวันออก 881 แห่ง &amp;nbsp;ภาคกลางและตะวันตก 1,159 แห่ง &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; 2,908 แห่ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ &amp;nbsp;1,176 แห่ง &amp;nbsp;และภาคเหนือ &amp;nbsp;1,671 แห่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบล (ผู้แทนชุมชนและผู้ทรงคุณวุฒิ) รวม &amp;nbsp;254,944 คน &amp;nbsp;มีกลุ่มหรือองค์กรชุมชน/เครือข่ายองค์กรชุมชนที่จดแจ้ง &amp;nbsp;รวม 156,280 องค์กร &amp;nbsp;(ดูรายละเอียด พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ และผลการดำเนินงาน 12 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ได้ที่ web.codi.or.th )&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;รูปธรรมการใช้สภาฯ แก้ปัญหาในท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนสภาองค์กรชุมชนตำบลที่มีการจัดตั้งทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp; 7,795&amp;nbsp; แห่ง&amp;nbsp; ในจำนวนนี้มีสภาฯ ที่รวมกลุ่มกันจัดตั้งตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2551 &amp;nbsp;และบางแห่งเพิ่งจัดตั้งได้ไม่นาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมการจัดตั้งสภาฯ&amp;nbsp; ส่งเสริมกิจกรรมและการดำเนินงานของสภาฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การพัฒนาศักยภาพแกนนำสภาฯ&amp;nbsp; การศึกษาวิจัย&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณในการจัดประชุมสภาฯ&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับตำบล-ระดับชาติ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลแต่ละแห่งจะมีสมาชิกประมาณ 30-40 คน&amp;nbsp; มาจากผู้แทนกลุ่มต่างๆ ในตำบล&amp;nbsp; โดยจะมีการคัดเลือกประธานสภาฯ &amp;nbsp;รองประธาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขานุการ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;รวมทั้งคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิในตำบลให้เป็นที่ปรึกษา &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปราชญ์ชาวบ้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ครู &amp;nbsp;&amp;nbsp;พระ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯประกอบกับสภาพบริบทของแต่ละตำบล&amp;nbsp; ทำให้การดำเนินงานของสภาฯ&amp;nbsp; แต่ละแห่งแตกต่างกันไปตามสภาพของสังคม&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; และปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; ที่ตำบลเผชิญอยู่&amp;nbsp; เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง &amp;nbsp;อ.อุบลรัตน์ &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ใช้เวทีสภาฯ ขับเคลื่อนและต่อสู้จนสามารถทวงคืนผืนป่าสาธารณะห้วยเม็กที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน&amp;nbsp; เนื้อที่ 31 ไร่&amp;nbsp; จากบริษัทเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนชื่อดังที่งุบงิบทำเรื่องขอเช่าที่ดินสาธารณะโดยไม่ถูกต้อง&amp;nbsp; โดยบริษัทยอมยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินสาธารณะแปลงดังกล่าว&amp;nbsp; และยุติการสร้างโรงงานจนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศในช่วงปลายปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:-.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ &amp;nbsp;อ.แกลง &amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp; เดิมชาวบ้านมีปัญหาหนี้สิน&amp;nbsp; ผลผลิตราคาตกต่ำ&amp;nbsp; แกนนำในตำบลจึงใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีกลางสร้างความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน &amp;nbsp;นำไปสู่การวางแผนพัฒนาทั้งตำบล &amp;nbsp;โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เช่น &amp;nbsp;ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ &amp;nbsp;แปรรูปอาหารทะเล-ผลไม้ &amp;nbsp;จัดตั้งตลาดในชุมชน &amp;nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง &amp;nbsp;&amp;lsquo;มหาวิทยาลัยบ้านนอก&amp;rsquo; &amp;nbsp;ก่อนสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; มีนักท่องเที่ยวและผู้มาศึกษาดูงานตลอดทั้งปี &amp;nbsp;ประมาณปีละ 1 แสนคน &amp;nbsp;ทำรายได้เข้าชุมชนประมาณปีละ 20 ล้านบาท&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลแจงงาม&amp;nbsp; อ.หนองหญ้าไซ&amp;nbsp; จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; เริ่มมีผู้ติดเชื้อในตำบล&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ จึงใช้เวทีสภาฯ เปิดประชุมเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เชื้อโควิดแพร่กระจาย&amp;nbsp; โดยเชิญผู้นำในชุมชน&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; หน่วยงานสาธารณสุขในตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เข้าร่วม&amp;nbsp; นำไปสู่การสั่งปิดหมู่บ้านเป็นเวลา 14 วัน&amp;nbsp; ไม่ให้ผู้ติดเชื้อและครอบครัว&amp;nbsp; รวมทั้งคนภายนอกเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้าน&amp;nbsp; โดยชุมชนช่วยกันจัดหาอาหาร&amp;nbsp; ยาสมุนไพร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้ติดเชื้อและครอบครัว&amp;nbsp; 59 คน&amp;nbsp; รวม 120 ครอบครัว&amp;nbsp; รวมทั้งประสานงานกับ รพ.สต.&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และภาคเอกชนเพื่อให้ความช่วยเหลือจนผู้ติดเชื้อทุกรายหายเป็นปกติ&amp;nbsp; เชื้อไม่แพร่กระจายไปสู่ชุมชนใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;สภาองค์กรชุมชนตำบลแจงงามมีบทบาทในช่วงสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้สภาองค์กรชุมชนตำบลยังเป็นกลไกเชื่อมประสานงานพัฒนาในตำบลกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชนบทตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านพอเพียง&amp;rsquo; ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช. เพื่อสนับสนุนการซ่อม-สร้างบ้านให้แก่ประชาชนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมนั้น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบลจะทำหน้าที่สำรวจความเดือดร้อนของประชาชนในตำบล&amp;nbsp; เพื่อนำมาจัดทำโครงการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรับผิดชอบ&amp;nbsp; เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส&amp;nbsp; ประชาชนที่เดือดร้อนได้รับการช่วยเหลือจริง&amp;nbsp; รวมทั้งสภาองค์กรตำบลบางแห่งยังขยับไปแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุวัฒน์&amp;nbsp; คงแป้น&amp;nbsp; ที่ปรึกษาสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; บอกว่า รูปธรรมการใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นกลไกขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนตามตัวอย่างดังกล่าว&amp;nbsp; เป็นการแก้ปัญหาในระดับท้องถิ่น&amp;nbsp; ไม่ใช่การแก้ปัญหาในระดับโครงสร้าง&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากนโยบายของรัฐ&amp;nbsp; ดังนั้น พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 จึงออกแบบมาเพื่อให้มีการจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติปีละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; โดยมาตรา 32 &amp;nbsp;(3) &amp;nbsp;ระบุว่า &amp;ldquo;กำหนดให้ที่ประชุมสภาฯ ระดับชาติ &amp;nbsp;สรุปปัญหาที่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ประสบ &amp;nbsp;และข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;เปิดประชุมสภาฯ ระดับชาติ ชู 10 ประเด็นปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;การจัดประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rsquo; ในปี 2564&amp;nbsp; กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 10 กันยายนนี้&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศจัดขึ้น&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom Meetings&amp;nbsp; เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp; เพราะในแต่ละปีจะมีผู้แทนสภาองค์กรชุมชนฯ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมประมาณ 200 คน&amp;nbsp;โดยในปีนี้มีการจัดสมัชชาเชิงประเด็นตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม - 4 กันยายน&amp;nbsp; ผ่านระบบ Zoom Meetings&amp;nbsp; เพื่อให้ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลทั่วประเทศได้เสนอประเด็นปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งข้อเสนอแนะ&amp;nbsp; แนวทางการแก้ไข&amp;nbsp; และกลไกในการขับเคลื่อน&amp;nbsp; เพื่อนำมาสรุปและนำเสนอในวันประชุมระดับชาติวันที่ 10 กันยายน&amp;nbsp; โดยมีธีมงาน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; &amp;ldquo;13 ปีสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น &amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;การจัดสมัชชาเชิงประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนประเด็นปัญหาที่นำเสนอสู่สมัชชาประเด็นในปีนี้&amp;nbsp; ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างหรือเป็นผลกระทบจากนโยบายของรัฐที่ส่งผลต่อประชาชน &amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข&amp;nbsp; หรือบางกรณีมีความล่าช้า&amp;nbsp; ไม่ทันต่อสถานการณ์และความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.สถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;2.การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; 3.การทบทวน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท&amp;nbsp; 4.ปัญหาที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; 5.กลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.ผลกระทบจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC)&amp;nbsp; 7.ผลักดันโมเดลเศรษฐกิจใหม่ในรูปแบบเศรษฐกิจเกื้อกูล&amp;nbsp; 8.การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; 9.การคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมภาคประชาสังคม&amp;nbsp; 10.การสร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; ทบทวนข้อตกลงการค้าเสรี (CPTPP)&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชัชวาลย์&amp;nbsp; ทองดีเลิศ &amp;nbsp;ในฐานะภาคประชาสังคม&amp;nbsp; ให้ความเห็นต่อการขับเคลื่อนปัญหาของสภาองค์กรชุมชนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมาภาคประชาชนถูกกดด้วยอำนาจการรวมศูนย์ตรงกลางที่ค่อนข้างเข้มข้นมาก&amp;nbsp; เช่น การรวมศูนย์ในการจัดการทรัพยากร&amp;nbsp; มีการประกาศเขตป่าเหนือพื้นที่ที่ชุมชนอยู่มาก่อน&amp;nbsp; เป็นการละเมิดสิทธิชุมชนและกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; ทั้งสิทธิพลเมือง&amp;nbsp; สิทธิชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ&amp;nbsp; อยู่แบบผิดกฎหมาย&amp;nbsp; เมื่อผิดกฎหมายก็จะถูกจำกัดการพัฒนา&amp;nbsp; งบประมาณและการพัฒนาของหน่วยงานรัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการในพื้นที่เหล่านี้ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การจัดการทรัพยากร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังเชื่อมโยงกับสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; เพราะเมื่อเกิดปัญหาโควิดทำให้เศรษฐกิจหดตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงงานปิด&amp;nbsp; แรงงานถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; แต่เมื่อแรงงานกลับไปถิ่นฐานในชนบท&amp;nbsp; กลับถูกล็อกพื้นที่ไม่ให้เข้าถึงที่ดินที่ทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เข้าไม่ถึงฐานทรัพยากรที่สำคัญ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นพื้นฐานของชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่บางคนมีที่ดินในครอบครองกว่า 600,000 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการปฏิรูปการจัดการที่ดินที่ทำกินที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp; โดยการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.การพัฒนาสังคมฯ ร่วมงานประชุมสภาฯ ระดับชาติเมื่อปี 2563 ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมเชื่อว่าเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนมีข้อเสนอที่คมชัดแล้ว&amp;nbsp; แต่ทำอย่างไร&amp;nbsp; ?&amp;nbsp; จะออกแบบการขับเคลื่อนประเด็นปัญหาเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมทางสังคมขนาดใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เป็นวาระร่วมของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นประเด็นสาธารณะ&amp;nbsp; ให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกับเราด้วย&amp;nbsp; และสิ่งที่สำคัญก็คือการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; และจะต้องติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ชัชวาลย์เสนอความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นี่คือย่างก้าวของการประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบลประจำปี 2564&amp;nbsp; ที่กำลังจะเกิดขึ้น&amp;nbsp; เพื่อนำปัญหาและข้อเสนอจากผู้แทนสภาองค์กรชุมชนฯ ทั่วประเทศมาขับเคลื่อน และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง&amp;nbsp; เป็นสภาของประชาชนอย่างแท้จริง !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร&amp;nbsp; เนื้อหาการประชุมได้ทาง face book สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  และเว็บไซต์ www.codi.or.th )&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115469</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ปีสภาองค์กรชุมชน, 13 ปีสภาองค์กรชุมชน  ร่วมส่งเสริมสิทธิพลเมือง  กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น  เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การจัดประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับชาติ, การซ่อม-สร้างบ้านให้แก่ประชาชน, จุติ  ไกรฤกษ์, ชัชวาลย์  ทองดีเลิศ, บ้านพอเพียง, พลเอกสุรยุทธ์  จุลานนท์, พอช., รัฐสภา, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สภาองค์กรชุมชนตำบล, สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง, สภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ, สภาองค์กรชุมชนตำบลแจงงาม, สิทธิพลเมือง-กระจายอำนาจเพื่อสังคมที่เป็นธรรม, สุวัฒน์  คงแป้น, เครือข่ายประชาชน, โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131890b6549d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กลุ่มทะลุฟ้า&#039; ยื่นประธานรัฐสภา ขอให้กลับมาอยู่ข้าง 3 นิ้วเรียกร้องประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่กลุ่มทะลุฟ้า จะเริ่มกิจกรรมชุมนุม ที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา ถนนเกียกกาย ได้มีตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า จำนวน 5 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานการเมืองสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องให้รัฐสภาแห่งนี้กลับมารับใช้ประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญทุกหมวดทุกมาตรา ต้องมาจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า กล่าวว่า การที่เรามียื่นหนังสือวันนี้ อยากฝากไปถึงรัฐสภาว่า รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้มาจากประชาชน การที่เรามาเคลื่อนไหวทุกวันนี้ เพราะความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งเราเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ยืนหยัดในหลักประชาธิปไตย ดังนั้นเราต้องมาส่งคำร้องเพื่อให้รัฐสภาฟ้องเสียงประชาชน เพื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ตนจะส่งหนังสือดังกล่าวให้กับประธานรัฐสภา ซึ่งรัฐสภาเป็นที่ของประชาชน หาประชาชนมีเรื่องที่ต้องการแสดงความคิดเห็นก็สามารถมาส่งเรื่องที่นี่ได้ หรือผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งทางรัฐสภาจะรับเรื่องร้องเรียน และประธานจะมีดำริดำเนินการตามที่ร้องขอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114536</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทะลุฟ้า, ม็อบ25สิงหา, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210825/image_big_612620eeb095d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ก้าวไกล-พรรคเล็ก’ดิ้นพล่านค้านจำนวนส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.2564 &amp;ndash; การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ในเวลา 10.20 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธาน กมธ. รายงานว่า คณะ กมธ.ได้พิจารณาเสร็จ โดยมีมาตราที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องและเสนอคำแปรญัตติที่ชอบด้วยข้อบังคับการรประชุมรัฐสภา ข้อที่ 124 การแก้ไขในแต่ละมาตรา โดย กมธ.ได้นำคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภามีการแก้ไขมาตรา 86 แบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการแก้ไขจำนวน ส.ส.ให้สัมพันธ์กับการแก้ไขมาตรา 83 โดยตรง นอกจากนี้ ก็มียังมีการเพิ่มบทเฉพาะกาล พื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อมตอนนี้ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.38 น. ที่ประชุมพิจารณามาตรา 83 ว่าด้วยจำนวนส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ภาพรวมการอภิปราย พรรคก้าวไกล &amp;nbsp;พรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรคเสรีรวมไทย ไม่เห็นด้วยตามที่ กมธ.แก้ไข และเสนอให้คงใช้สัดส่วน ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ ส.ส.แบ่งเขต 350 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากกำหนดสัดส่วน ส.ส.ไม่ห่างกัน จะทำให้พรรคการเมืองได้เน้นนโยบายหาเสียง เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่าเมื่อพรรคได้เป็นรัฐบาลจะทำอย่างไร ไม่ใช่เน้น ส.ส.แบ่งเขตแบบตัวบุคคล ซึ่งการเข้ามา ส.ส.ก็จะใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์ ซึ่งแบบนั้นไม่ได้สะท้อนประชาธิปไตยในบ้านเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิรัจน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การให้สัดส่วน ส.ส.เป็นแบบที่ กมธ.แก้ไข จะทำให้มีการซื้อเสียงทวีคูณและแข่งขันมากขึ้น เราจะยอมรับหรือไม่ว่า มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจนเป็นธรรมเนียมว่า เงินไม่มา กาไม่เป็น เป็นแบบนี้ทั่วประเทศ ฟังปราศรัยได้ 200 บาท คืนหมาหอนได้อีก 500 บาท จึงอยากถามว่าสัดส่วน ส.ส.แบบที่ กมธ.แก้ไข ยังเหมาะสมจริงกับประเทศเราจริงหรือ ระบบนี้ใช้ในรัฐธรรมนูญปี 2540 เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นระบบกินรวบรัฐสภา เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่สะท้อนเจรจาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อยากถามผู้มีอำนาจว่าหากใช้ระบบนี้ ไม่กลัวผีแล้วหรือ หรือว่าเพียงเพื่อให้ได้ประโยชน์เท่านั้น ก็เลิกกลัวผี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช &amp;nbsp;ส.ว. อภิปรายสนับสนุนให้มีส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ใช้ใบเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะในการเลือกตั้งส.ส. ปี 62 ใช้แบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวมีปัญหามาก ตั้งแต่เกิดการร้องเรียนต่อกกต. ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการคำนวณส.ส.ใหม่ ได้เป็นส.ส.อยู่ดีๆ แต่เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อมและคำนวณคะแนนใหม่ ทำให้ส.ส.ต้องกลับบ้าน รู้สึกสงสาร ฉะนั้น ตนจึงเห็นด้วยที่จะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประชาชน แต่การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ดูเหมือนประชาชนจะไม่ได้อะไร เพราะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้บัตร 2 ใบ ตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการ ที่ผ่านมาการเลือกตั้งมีปัญหาสร้างความแตกแยก ถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญและให้ประชาชนได้ประโยชน์ต้องใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ มีส.ส.หลายคน ไม่ใช่เขตเดียวคนเดียวแบบที่ทำกัน ซึ่งเขตใหญ่ซื้อเสียงยาก ทำให้ได้ตัวแทนของประชาชนอย่างทั่วถึงกว้างขวาง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114496</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไพบูลย์ นิติตะวัน, พรรคพลังประชารัฐ, รัฐสภา, ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สัดส่วน ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d53a1376f79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
