<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 18:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกาคุมเข้มสกัดม็อบขวาจัดประท้วงติดอาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาเพิ่มการรักษาความมั่นคงทั่วประเทศ รับมือการชุมนุมประท้วงติดอาวุธของกลุ่มผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ หลายรัฐระดมเนชันแนลการ์ด-ปิดรัฐสภาป้องกันซ้ำรอยวอชิงตัน ขณะโจ ไบเดน เตรียมเซ็นคำสั่งประธานาธิบดีกว่า 10 ฉบับในวันแรกที่รับตำแหน่งเพื่อยกเลิกคำสั่งเดิมของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารเนชันแนลการ์ดรวมพลด้านนอกอาคารรัฐสภาสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐจะจัดที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วันพุธที่ 20 มกราคมนี้ เอเอฟพีรายงานว่า สภาพในเมืองหลวงของสหรัฐเงียบและตึงเครียดคล้ายกับแดนสงคราม ทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดกว่า 20,000 นาย ถูกระดมมารักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ เจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจความมั่นคงกลางกรุงวอชิงตันเพิ่งจับกุมชายชาวเวอร์จิเนียชื่อ เวสลีย์ อัลเลน บีเลอร์ พร้อมกับอาวุธปืนพกบรรจุกระสุน และลูกกระสุนมากกว่า 500 นัดในรถของเขา บีเลอร์อ้างว่าตนเองเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของเอกชนที่ถูกเรียกมาทำงานที่เมืองหลวง แต่หลงทางเข้ามาในเขตหวงห้ามสำหรับงานพิธี ถือเป็นความผิดพลาดโดยสุจริต เขาถูกส่งตัวขึ้นศาลในวันเสาร์ และได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเข้มงวดในกรุงวอชิงตันเป็นหนึ่งในตัวอย่างจากทั่วสหรัฐ ที่มากกว่า 12 รัฐได้เรียกใช้กองกำลังเนชันแนลการ์ดมาช่วยรักษาความปลอดภัยตามอาคารที่ทำการของรัฐในเมืองหลวงของรัฐนั้นๆ หลังจากเอฟบีไอเตือนเรื่องการประท้วงติดอาวุธ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ระเบิด โดยพวกขวาจัดสุดโต่ง เช่น พวกลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ กับกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ ที่กำลังได้ใจจากการบุกโจมตีอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ทำให้มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน รวมถึงตำรวจสภา 1 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า เมื่อวันเสาร์มีการชุมนุมประปราย และรัฐสภาของรัฐต่างๆ ส่วนใหญ่ยังสงบ แต่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเตรียมพร้อมรับการชุมนุมใหญ่ในวันอาทิตย์ ที่ขบวนการ &amp;quot;บูกาลู&amp;quot; ต่อต้านรัฐบาลมีแผนรวมตัวกันในเมืองหลวงของ 50 มลรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐมิชิแกน ซึ่งรั้วสูงถูกติดตั้งรอบรัฐสภาในเมืองแลนซิง ทหารถูกระดมมาจากทั่วรัฐเพื่อช่วยรักษาความมั่นคง สภานิติบัญญัติยกเลิกการประชุมสัปดาห์นี้เนื่องจากกังวลภัยคุกคามที่น่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่หลายรัฐจัดตั้งรั้วสูงหรือสิ่งกีดขวางอื่นๆ เพื่อคุ้มครองอาคารรัฐสภา แต่ที่เทกซัสและเคนทักกีตัดสินใจปิดรัฐสภาห้ามบุคคลภายนอกเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐคอนเนตทิคัต โฆษกตำรวจรัฐกล่าวว่า เนชันแนลการ์ดเตรียมพร้อมรับมือกับผู้ประท้วงราว 2,000 คนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนทรัมป์ ที่อาคารรัฐสภาในเมืองฮาร์ดฟอร์ดเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่แน่ชัดว่าการเพิ่มมาตรการคุมเข้มทั่วประเทศจะทำให้ผู้ประท้วงบางส่วนยกเลิกการเคลื่อนไหวหรือไม่ แต่เอเอฟพีรายงานว่า มีกลุ่มติดอาวุธและกลุ่มสุดโต่งบางกลุ่มบอกกับสมาชิกให้อยู่บ้านในช่วงสุดสัปดาห์แทน เพราะกลัวว่าแผนการชุมนุมจะเป็นกับดักของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง รอน เคลน หัวหน้าคณะทำงานของโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ เผยเมื่อวันเสาร์ว่า ไบเดนเตรียมจะลงนามคำสั่งของฝ่ายบริหารประมาณ 12 ฉบับในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เพื่อกลับคำสั่งของทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการนำสหรัฐกลับเข้าสู่ความตกลงโลกร้อนปารีส และยกเลิกคำสั่งห้ามประชาชนจากประเทศมุสลิมหลายชาติเดินทางเข้าสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90123</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงติดอาวุธ, ผู้สนับสนุนทรัมป์, พิธีสาบานตน, ม็อบขวาจัด, ม็อบติดอาวุธ, รัฐสภาสหรัฐ, สหรัฐอเมริกา, เนชันแนลการ์ด, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60041f4e71d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ม็อบหนุนทรัมป์บุกรัฐสภาหมายฆ่าสมาชิกคองเกรส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอกสารที่อัยการยื่นต่อศาลสหรัฐเผยว่า อัยการมีความเชื่อว่าผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บุกโจมตีรัฐสภาเมื่อวันพุธที่แล้ว มีแผนที่จะ &amp;quot;จับตัวและลอบสังหารเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;quot; ในเหตุการณ์จลาจลซึ่งทำให้มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 15 มกราคม อ้างบันทึกการควบคุมตัวที่อัยการของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐในรัฐแอริโซนายื่นต่อศาลเมื่อวันพฤหัสบดี ที่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนของตำรวจสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เพื่อขอควบคุมตัวเจค็อบ แชนส์ลีย์ ชายชาวแอริโซนาวัย 33 ปี นักทฤษฎีสมคบคิดกลุ่มคิวอะนอนที่มีภาพถ่ายหราสวมหมวกเขาสัตว์ของหมอผี ยืนอยู่ที่โต๊ะของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ บนบัลลังก์ประธานวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักฐานหนักแน่น รวมถึงคำพูดและการกระทำของแชนส์ลีย์ที่อาคารรัฐสภา สนับสนุนว่า เจตนาของพวกผู้ก่อจลาจลในอาคารรัฐสภาคือการจับตัวและลอบสังหารเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งในรัฐบาลสหรัฐอเมริกา&amp;quot; อัยการกล่าวถึงเหตุการณ์วันที่ 6 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวว่า แชนส์ลีย์ทิ้งกระดาษโน้ตถึงเพนซ์ไว้บนบัลลังก์ประธานของสภาที่เพนซ์เพิ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุมไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น มีข้อความว่า &amp;quot;เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น ความยุติธรรมกำลังมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายของรัฐที่ว่าความให้แชนส์ลีย์ยังไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับรายงานนี้ แชนส์ลีย์มีกำหนดขึ้นศาลในวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวว่า ชายผู้นี้เสพยาเป็นประจำและน่าจะมีปัญหาทางจิต เขามักคุยว่า เขาเชื่อว่าตนเองเป็นมนุษย์ต่างดาว เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มายังโลกมนุษย์เพื่อก้าวสู่ความจริงอีกขั้น อัยการขอศาลอนุมัติการควบคุมเขาไว้เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่เขาจะหลบหนีและเป็นอันตรายต่อชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์จลาจลเมื่อวันที่ 6 มกราคม เกิดขึ้นภายหลังผู้สนับสนุนหลายพันคนฟังคำปราศรัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยุให้พวกเขาเคลื่อนขบวนจากด้านนอกทำเนียบขาวไปที่รัฐสภา เพื่อขัดขวางการประชุมร่วมสองสภาเพื่อลงมติรับรองว่าโจ ไบเดน คือผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างซ้ำๆ โดยไม่มีหลักฐานว่าเขาโดนโกงคะแนน และกล่าวชื่นชมการแสดงพลังของผู้สนับสนุนเขาในตอนแรก ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจมาประณามความรุนแรงในเวลาต่อมา เหตุการณ์วันนั้นซึ่งผู้สนับสนุนทรัมป์บุกทำลายข้าวของ ปล้นสะดมและโจมตีตำรวจ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน รวมถึงตำรวจรัฐสภา 1 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมสหรัฐดำเนินคดีอาญาแล้วมากกว่า 80 คดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ผู้ที่โดนตั้งข้อหาจำนวนมากถูกเอฟบีไอติดตามตัวได้อย่างง่ายดายจากวิดีโอและภาพถ่ายทางโซเชียลมีเดีย โดยขณะนี้เอฟบีไอมีผู้ต้องสงสัยแล้วมากกว่า 200 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีของแชนส์ลีย์เป็นข้อกล่าวหาหนักขึ้น ที่อัยการและเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเริ่มดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจลาจลที่มีพฤติการณ์รุนแรง โดยในวันพฤหัสบดีอัยการยังดำเนินคดีกับโรเบิร์ต แซนฟอร์ด นักดับเพลิงเกษียณ ที่ถูกกล่าวหาว่าเขวี้ยงถังดับเพลิงใส่ศีรษะของตำรวจนายหนึ่ง และปีเตอร์ สเตเกอร์ ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้เสาธงชาติทุบตีตำรวจอีกนาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนอื่นที่โดนตั้งข้อหาฐานมีส่วนร่วมในเหตุการณ์จลาจลครั้งนี้ด้วยยังรวมถึงชายคนหนึ่งที่ถือธงสมาพันธรัฐเดินอยู่ในอาคารรัฐสภา, ชายที่สวมเสื้อกีฬาแขนยาวมีข้อความว่า &amp;quot;ค่ายเอาช์วิตซ์&amp;quot; และนักกีฬาว่ายน้ำเหรียญทองโอลิมปิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แชนส์ลีย์ลงทะเบียนเป็นสมาชิกของคิวอะนอน ทฤษฎีสมคบคิดของกลุ่มขวาจัดที่ถูกระบุว่าเป็นตัวกระพือพฤติกรรมของผู้สนับสนุนทรัมป์ส่วนหนึ่งที่บุกรัฐสภาในวันนั้น ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียหลายรายเริ่มจัดการกับผู้ติดตามทฤษฎีเหล่านี้ ซึ่งเชื่อว่าทรัมป์กำลังทำสงครามลับกับลัทธิเสรีนิยมของพวกใคร่เด็กที่บูชาซาตาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ส.ส.เดโมแครตและรีพับลิกันเพิ่งลงมติถอดถอนทรัมป์ฐาน &amp;quot;ยุยงปลุกปั่นการก่อการกบฏ&amp;quot; ด้วยการปลุกเร้ากลุ่มผู้สนับสนุนเขาให้เคลื่อนขบวนบุกคองเกรส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอฟบีไอเพิ่งมีคำเตือนในสัปดาห์นี้ถึงแผนการประท้วงติดอาวุธในกรุงวอชิงตันและในเมืองหลวงของ 50 มลรัฐ ก่อนหน้าพิธีสาบานตนของไบเดนวันพุธที่ 20 มกราคม เมื่อเช้าวันศุกร์ ใจกลางกรุงวอชิงตันถูกล็อกดาวน์แล้ว โดยทหารกองกำลังเนชันแนลการ์ดมากกว่า 20,000 นายถูกระดมมาดูแลความสงบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89956</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุกรัฐสภา, ม็อบหนุนทรัมป์, รัฐสภาสหรัฐ, สมาชิกสภาคองเกรส, แผนลอบฆ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff669e525606.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2018 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2018 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนยัวะสหรัฐผ่านกฎหมายส่งเสริมสัมพันธ์ไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนไม่พอใจอย่างรุนแรงและยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดี ภายหลังวุฒิสภาสหรัฐผ่านกฎหมายส่งเสริมความสัมพันธ์กับไต้หวัน ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองที่จีนถือว่าเป็นมณฑลหนึ่งของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;อาคารรัฐสภาสหรัฐ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2561 ว่า พระราชบัญญัติการเดินทางไต้หวันฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมา กฎหมายเดียวกันนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจตนาของกฎหมายฉบับนี้คือเพื่อกระตุ้นการเดินทาง &amp;quot;ในทุกระดับ&amp;quot; ระหว่างสหรัฐกับไต้หวัน พร้อมกับสนับสนุนให้รัฐบาลสหรัฐกำหนดเป็นนโยบายที่ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไต้หวันเดินทางเข้าสหรัฐ, พบปะกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ และดำเนินธุรกิจในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนต่อไปรอเพียงแค่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งน่าจะไม่เป็นปัญหา เนื่องจากกฎหมายนี้ได้ผ่านมติของทั้ง 2 สภาอย่างเป็นเอกฉันท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐตัดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวันเมื่อปี 2522 เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนแผ่นดินใหญ่ และยอมรับว่ารัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนเป็นรัฐบาลจีนเพียงหนึ่งเดียวภายใต้หลักการ &amp;quot;จีนเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากกฎหมายนี้ผ่านสภาสูงสหรัฐในวันพฤหัสบดี หัวชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงตอบโต้ว่า ถึงแม้ว่าบทบัญญัติบางบทในกฎหมายฉบับนี้จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่จีนยังถือว่ากฎหมายนี้ &amp;quot;ละเมิดอย่างร้ายแรง&amp;quot; ต่อหลักการจีนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จีนไม่พอใจอย่างรุนแรง และคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อกฎหมายนี้&amp;quot; โฆษกจีนกล่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำวัน และว่า รัฐบาลจีนได้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลสหรัฐแล้ว สหรัฐควรหยุดการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน และจัดการกับประเด็นเกี่ยวกับไต้หวัน &amp;quot;อย่างรอบคอบและเหมาะสม&amp;quot; เพื่อหลีกเลี่ยง &amp;quot;การสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชบัญญัติความสัมพันธ์ไต้หวัน ฉบับปี 2522 กำหนดไว้ว่า สหรัฐจะคงสภาพความสัมพันธ์แบบคลุมเครือกับไต้หวันไว้ โดยรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและขายอาวุธให้ไต้หวันต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4134</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, จีนเดียว, พระราชบัญญัติการเดินทางไต้หวัน, รัฐสภาสหรัฐ, สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a9818706c607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
