<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขู่ร้อง &#039;ป.ป.ช.&#039; สอบเลขาสภาฯ-ผู้ลงมติงดหรือลดค่าปรับก่อสร้างรัฐสภาไม่เสร็จตามสัญญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.64 - ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่สารบาญถึงนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาฯ ในฐานะประธานกรรมการตรวจการจ้าง กรรมการและที่ปรึกษาทุกคน เพื่อคัดค้านกรณีนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้สั่งการให้คณะกรรมการตรวจการจ้างร่วมกับผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง และผู้แทนจากสำนักอัยการสูงสุดพิจารณางด หรือ ลดค่าปรับให้บริษัทคู่สัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ตามสัญญาเลขที่ 116/2556 ว่า&amp;nbsp;ตนในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีอากรเต็มจำนวน และมีส่วนได้เสียตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ขอคัดค้านแนวคิดและคำสั่งการของนางพรพิศที่ได้มีหนังสือลงวันที่ 4 ม.ค. 64 ถึงบริษัทผู้รับเหมาเพื่อเรียกค่าปรับ เนื่องจากผิดสัญญาโดยระบุว่า บัดนี้ได้ครบกำหนดเวลาทำงานแล้วเสร็จตามสัญญาดังกล่าวแล้ว แต่ปรากฏว่าผู้รับจ้างทำงานไม่แล้วเสร็จอันเป็นการผิดสัญญาซึ่งตามเงื่อนไขสัญญาผู้รับจ้างจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นรายวัน วันละ 12.28 ล้านบาท (สิบสองล้านสองแสนแปดหมื่นบาทถ้วน) และค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้ควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการเป็นจำนวนเงินวันละ 332,140 บาท นับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาทำงานตามสัญญา(วันที่ 1 ม.ค. 64) จนถึงวันที่ผู้รับจ้างทำงานแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวอีกว่า การงดหรือปรับลดค่าปรับตามกฎหมายเป็นอำนาจและหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการ ดังนั้น หากคณะกรรมการมีมติเกินกว่าอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ และหากเข้าข่ายเอื้ออำนวยประโยชน์แก่บริษัทเอกชน ไม่รักษาผลประโยชน์ของทางราชการ หากคณะกรรมการมีมติอย่างหนึ่งอย่างใดทำให้รัฐเสียหายแม้แต่น้อย ตนจะยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ลงมติทุกคนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทันที เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89468</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐสภาแห่งใหม่, วัชระ เพชรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc21370fe56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาสภาฯ แจงมติไม่ขยายสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.63 - นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่อนุมัติการขยายเวลาในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ครั้งที่ 5 ว่า เป็นไปตามมติที่ประชุม เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2563 ซึ่งการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจการจ้าง นั้นได้พิจารณาอย่างละเอียดมีการใช้ดุลยพินิจโดยเสียงข้างมากไม่อนุมัติให้มีการขยายเวลา ในการก่อสร้างเนื่องจากการที่บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ขอขยายเวลาและมีการอ้างเหตุว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรล่าช้าในการจัดหาผู้รับจ้างงานประกอบอาคารด้านสายสัญญาณท่อร้อยสายในระบบไอทีและระบบโสตฯ ในโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่พร้อมอาคารประกอบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการได้พิจารณาโดยเปิดโอกาสให้ผู้รับจ้างรวมทั้งผู้ควบคุมงานและที่ปรึกษาโครงการได้ชี้แจงแต่ไม่สามารถหาข้อเท็จจริงให้คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นในประเด็นที่ได้รับผลกระทบและจำนวนวันที่ได้รับผลกระทบที่จะมีการขอขยายเวลาซึ่งเป็นเหตุผลที่ทางคณะกรรมการมีมติ 6 ต่อ 3 ไม่อนุญาตให้ขยายสัญญา โดยเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมาทางบริษัท ซิโน-ไทย หนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคัดค้านมติของคณะกรรมการตรวจการจ้างและขอใช้สิทธิในการให้ทางสำนักงานพิจารณาลดหรืองดค่าปรับ ต่อคู่สัญญาซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด 19 ซึ่งเป็นการอ้างสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายโดยทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีการส่งให้ทางคณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาโดยด่วน เนื่องจากเรื่องนี้มีความสำคัญและเป็นประเด็นทางข้อกฎหมายพร้อมกันนี้ได้ขอให้ทางสำนักกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันในการพิจารณาโดยจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพรพิศ กล่าวว่า ในทางกฎหมายนั้นถือว่าสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งกระบวนการจากนี้ก็จะเป็นกระบวนการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างพ.ศ.2535 ซึ่งทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็จะมอบหมายให้ทางสำนักการคลัง พร้อมกับที่ปรึกษากฎหมาย จากสำนักงานอัยการสูงสุดและกรมบัญชีกลาง มาให้คำแนะนำเพื่อให้การบริหารโครงการสัญญาก่อสร้างแล้วเสร็จและเป็นไปตามระเบียบ ยืนยันดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภามีนโยบายมาโดยตลอดว่าอยากให้อาคารรัฐสภาก่อสร้างให้แล้วเสร็จและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการอย่างสูงสุด แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องของกฎหมาย&amp;rdquo;นางพรพิศ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88467</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโน-ไทย, พรพิศ เพชรเจริญ, รัฐสภาแห่งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe86920b5d3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; สั่งตรวจความเรียบร้อยก่อสร้างรัฐสภาใหม่ ก่อนสิ้นสุดขยายสัญญา 31 ธ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.63 - เวลา 13.30 น. ที่อาคารรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;มอบหมายให้นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสภาพทั่วไปของการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งเป็นการตรวจความเรียบร้อยครั้งสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดการขยายสัญญาก่อสร้างครั้งที่ 4 ในวันที่ 31 ธ.ค. 63&amp;nbsp;เนื่องจากตามมติที่ประชุม เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.63 คณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ได้มีมติไม่ขยายสัญญาการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีการขยายสัญญา แต่ทางบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) จะต้องดำเนินการก่อสร้างอาคารรัฐสภาให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ และส่งมอบงานให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88402</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ซิโน-ไทย, รัฐสภาแห่งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5fec43c6dcaea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โต้ &#039;ซิโน-ไทย&#039; ขยายเวลาก่อสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 เตือนสภาฯอย่าเสียค่าโง่ซ้ำซาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.63 - นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ล่าสุด นายสุทธิพล พัชรนฤมล ผู้อำนวยการโครงการบริษัท ซิโน-ไทย เอนจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) ได้ทำหนังสือร้องเรียนลงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ธ.ค.63&amp;nbsp;ไปยังนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ ประธานกรรมการตรวจการจ้างการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อตอบโต้ โดยระบุว่านายวัชระไม่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาขยายเวลาการก่อสร้างของบริษัท และหนังสือร้องเรียนของนายวัชระก็ไม่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้ อีกทั้งข้อสรุปของนายวัชระก็ไม่สามารถนำมาใช้คัดค้านได้เช่นกัน เพราะเหตุแห่งการขยายเวลาไม่ได้เกิดจากความผิดของบริษัท รวมทั้งหนังสือร้องเรียนของนายวัชระยังมีลักษณะเชิงบังคับว่า หากมีการขยายเวลาก็จะส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ดำเนินการ หรืออีกนัยหนึ่งคือการขยายเวลาเป็นการเหมารวมว่าทุจริตต่อหน้าที่ ทั้งที่ต้องพิจารณาว่ามีเหตุแห่งการขอขยายเวลาได้ตามสัญญาหรือไม่ และเป็นความผิดของผู้รับจ้างหรือไม่ จึงเห็นว่าการร้องเรียนของนายวัชระเป็นการแทรกแซงจากภายนอก เป็นเรื่องทางการเมืองกดดันคณะกรรมการตรวจการจ้าง จึงอยากให้กรรมการได้พิจารณาจากเหตุแห่งการขอขยายเวลาอย่างถูกต้องและเป็นธรรมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสาธิตได้พิจารณาวาระหนังสือคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตามที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯส่งไปแล้ว จะไปลบทิ้งหรือลบเทปการประชุมได้อย่างไร แต่เมื่อตัวแทนบริษัทซิโนฯส่งหนังสือดังกล่าวมา นายสาธิตก็ต้องให้ความเป็นธรรมบรรจุเรื่องเป็นวาระพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ตนมีสิทธิยื่นหนังสือคัดค้านในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง พ.ศ&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;63&amp;nbsp;และมาตรา&amp;nbsp;78&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวด้วยว่า กรณีที่บริษัทซิโนฯอ้างว่าหนังสือร้องเรียนเป็นเชิงบังคับกดดันนั้น ขอชี้แจงว่าตนเป็นแค่ประชาชนธรรมดา ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับกรรมการตรวจการจ้างได้ หนังสือที่ส่งถึงผู้รับผิดชอบก็เพียงต้องการบอกอย่างตรงไปตรงมากับกรรมการล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าได้อนุมัติ เพราะประธานตรวจการจ้างก็ย่อมรู้กฎหมายดี เมื่อสำนักกฎหมายของสภาไม่เห็นชอบการขยายเวลา และกลุ่มบริษัทATTA&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ควบคุมงานไม่เห็นชอบการขยายเวลามาตั้งแต่ครั้งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แล้ว กอปรกับมีการขยายเวลาซ้ำซากนานถึง&amp;nbsp;1,864&amp;nbsp;วัน และจะขอขยายอีกเป็นครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;133&amp;nbsp;วัน ซ้ำยังมีคดีฟ้องสภาเรียกค่าเสียหายอีกถึง&amp;nbsp;1,600&amp;nbsp;ล้านบาท หากกรรมการตรวจการจ้างมีมติให้ขยาย เท่ากับสภาเป็นฝ่ายผิด ทางบริษัทก็นำไปเป็นหลักฐานในศาลปกครองได้อีก สภาก็เสียค่าโง่ซ้ำซาก หากได้ใช้หลักวิญญูชนพิจารณาง่ายๆก็ตัดสินใจได้แล้วว่าอะไรคือถูก อะไรคือผิด หากตัดสินใจผิดก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ตัวอย่างมีให้เห็นที่อดีตอธิบดี อดีตรัฐมนตรีติดคุกล้วนเกิดจากความเกรงใจ หรือสมยอม หรืออาจถูกบังคับเพื่อแลกกับตำแหน่งหรือผลประโยชน์ต่างๆ ดังนั้น ข้าราชการต้องตัดสินใจให้ดี เพราะไม่มีใครมาติดคุกแทนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87881</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐสภาแห่งใหม่, วัชระ เพชรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe421103ed27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039; ตั้งคำถามเบิ้มๆ ก่อสร้างรัฐสภาขอขยายเวลาไม่รู้จบ มีอิทธิพลการเมืองแทรกแซงเอื้อเอกชนหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มอบให้นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปพิจารณาการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 ว่า การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สัญญาก่อสร้าง 900 วันเป็นเงิน 12,280 ล้านบาท เงื่อนไขที่ระบุไว้ผู้ซื้อซองทราบทุกบริษัทคือ ต้องสร้างเสร็จภายใน 900 วัน ก่อสร้าง 24 ชั่วโมง คนงานต้องไม่ต่ำกว่า 4,000 คน ถ้าสร้างไม่เสร็จต้องจ่ายค่าปรับวันละ 12 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมามีการขยายเวลาไปแล้วถึง 4 ครั้งรวม 1,864 วัน ในสมัยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติถึง 3 ครั้ง คือครั้งแรก 387 วัน ครั้งที่สอง 421 วัน และครั้งที่สาม 674 วันรวม 1,482 วัน สมัยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา 1 ครั้ง 382 วันรวมทั้งสิ้นขยายสัญญามาแล้ว 4 ครั้ง จำนวน 1,864 วัน โดยนายสรศักดิ์ เพียรเวช อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้อนุมัติทั้งสิ้น ซึ่งส่อว่าเอื้อประโยชน์ให้เอกชนอย่างเห็นได้ชัดและทำให้ราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาได้ยื่นหนังสือคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างต่อนายชวนและนายสรศักดิ์ แต่นายสรศักดิ์กลับงุบงิบเซ็นอนุมัติย้อนหลัง โดยไม่ใส่ใจความเห็นของกลุ่มงานพัสดุ สำนักการคลัง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และกลุ่มบริษัท ATTA ผู้ควบคุมงาน จึงได้ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.ให้สอบทุจริตการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ทั้ง 4 ครั้งแล้ว และให้สอบสวนกรณีนายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เคยอภิปรายระบุชัดว่าโครงการนี้มีเงินหล่นหลักร้อยหลักพัน (ล้าน) ให้กับผู้ที่รับไปแล้ว ฝากนายกรัฐมนตรีและ คสช.ขณะนั้น ไปดำเนินการ &amp;nbsp;จึงเชื่อได้ว่ามีการทุจริตจริง แต่ยังไม่ทราบผลการดำเนินการจนบัดนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ ย้ำว่า เมื่อการขยายเวลาครั้งที่ 4 ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วการขยายเวลาครั้งที่ 5 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย หากมีการต่อสัญญาอีกครั้งจริง ก็ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนนโยบายของนายชวนที่เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าไม่มีนโยบายให้ต่อสัญญาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่อีกต่อไป ดังนั้นตนจะยื่นหนังสือคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 ต่อนายชวน หลีกภัย นางพรพิศ เพชรเจริญ และ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ระงับการขยายเวลาครั้งที่ 5 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ ยังตั้งคำถามว่า มีบริษัทก่อสร้างใดในประเทศไทยได้รับอภิสิทธิ์การขยายเวลาก่อสร้างมากกว่าสัญญาหลักถึง 2 เท่า และทางราชการใจดีไม่เรียกค่าปรับเลยแม้แต่บาทเดียว มิหนำซ้ำบริษัทผู้รับเหมายังฟ้องเรียกค่าโง่จากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ศาลปกครองกลางมากถึง 1,600 ล้านบาท แล้วยังมีหน้ามาขอขยายเวลาครั้งที่ 5 อีกไม่น้อยกว่า 133 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงต้องถามประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศว่าจะยินยอมให้ขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 และขยายต่อไปไม่มีที่สิ้นสุดหรือไม่ ถ้าบริษัทก่อสร้างทั่วๆ ไปจะได้ขยายเวลาก่อสร้างอย่างง่ายดายเช่นนี้หรือ มีอิทธิพลการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแทรกแซงด้วยหรือไม่ ขอเตือนนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หากกล้าสวนนโยบายประธานรัฐสภา หลังเกษียณก็เตรียมตัวไปให้การต่อ ป.ป.ช.เช่นเดียวกับนายสรศักดิ์ และเรื่องนี้จะต้องจบที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86663</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวัชระ เพชรทอง, รัฐสภาแห่งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fc9d64b3c076.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039; ตั้งคำถามเบิ้มๆ ก่อสร้างรัฐสภาขอขยายเวลาไม่รู้จบ มีอิทธิพลการเมืองแทรกแซงเอื้อเอกชนหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มอบให้นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปพิจารณาการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 ว่า การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สัญญาก่อสร้าง 900 วันเป็นเงิน 12,280 ล้านบาท เงื่อนไขที่ระบุไว้ผู้ซื้อซองทราบทุกบริษัทคือ ต้องสร้างเสร็จภายใน 900 วัน ก่อสร้าง 24 ชั่วโมง คนงานต้องไม่ต่ำกว่า 4,000 คน ถ้าสร้างไม่เสร็จต้องจ่ายค่าปรับวันละ 12 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมามีการขยายเวลาไปแล้วถึง 4 ครั้งรวม 1,864 วัน ในสมัยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติถึง 3 ครั้ง คือครั้งแรก 387 วัน ครั้งที่สอง 421 วัน และครั้งที่สาม 674 วันรวม 1,482 วัน สมัยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา 1 ครั้ง 382 วันรวมทั้งสิ้นขยายสัญญามาแล้ว 4 ครั้ง จำนวน 1,864 วัน โดยนายสรศักดิ์ เพียรเวช อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้อนุมัติทั้งสิ้น ซึ่งส่อว่าเอื้อประโยชน์ให้เอกชนอย่างเห็นได้ชัดและทำให้ราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาได้ยื่นหนังสือคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างต่อนายชวนและนายสรศักดิ์ แต่นายสรศักดิ์กลับงุบงิบเซ็นอนุมัติย้อนหลัง โดยไม่ใส่ใจความเห็นของกลุ่มงานพัสดุ สำนักการคลัง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และกลุ่มบริษัท ATTA ผู้ควบคุมงาน จึงได้ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช.ให้สอบทุจริตการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ทั้ง 4 ครั้งแล้ว และให้สอบสวนกรณีนายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เคยอภิปรายระบุชัดว่าโครงการนี้มีเงินหล่นหลักร้อยหลักพัน (ล้าน) ให้กับผู้ที่รับไปแล้ว ฝากนายกรัฐมนตรีและ คสช.ขณะนั้น ไปดำเนินการ &amp;nbsp;จึงเชื่อได้ว่ามีการทุจริตจริง แต่ยังไม่ทราบผลการดำเนินการจนบัดนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ ย้ำว่า เมื่อการขยายเวลาครั้งที่ 4 ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วการขยายเวลาครั้งที่ 5 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย หากมีการต่อสัญญาอีกครั้งจริง ก็ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนนโยบายของนายชวนที่เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าไม่มีนโยบายให้ต่อสัญญาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่อีกต่อไป ดังนั้นตนจะยื่นหนังสือคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 ต่อนายชวน หลีกภัย นางพรพิศ เพชรเจริญ และ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ระงับการขยายเวลาครั้งที่ 5 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ ยังตั้งคำถามว่า มีบริษัทก่อสร้างใดในประเทศไทยได้รับอภิสิทธิ์การขยายเวลาก่อสร้างมากกว่าสัญญาหลักถึง 2 เท่า และทางราชการใจดีไม่เรียกค่าปรับเลยแม้แต่บาทเดียว มิหนำซ้ำบริษัทผู้รับเหมายังฟ้องเรียกค่าโง่จากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ศาลปกครองกลางมากถึง 1,600 ล้านบาท แล้วยังมีหน้ามาขอขยายเวลาครั้งที่ 5 อีกไม่น้อยกว่า 133 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงต้องถามประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศว่าจะยินยอมให้ขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 และขยายต่อไปไม่มีที่สิ้นสุดหรือไม่ ถ้าบริษัทก่อสร้างทั่วๆ ไปจะได้ขยายเวลาก่อสร้างอย่างง่ายดายเช่นนี้หรือ มีอิทธิพลการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแทรกแซงด้วยหรือไม่ ขอเตือนนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หากกล้าสวนนโยบายประธานรัฐสภา หลังเกษียณก็เตรียมตัวไปให้การต่อ ป.ป.ช.เช่นเดียวกับนายสรศักดิ์ และเรื่องนี้จะต้องจบที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;


	ไม่เกรงใจแล้วนะ &amp;#39;การ์ดแดง&amp;#39; ตอบแบบตรงๆ
	เลขาฯยูโทเปีย เพ้อสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่&amp;nbsp;
	สว.วันชัย สวมบทโหร
	ถึงเวลาเบิกเนตร! อิสรภาพแบบไหนที่คอยทำตามคำสั่งใครบางคน
	สาธารณรัฐสะดุ้ง! &amp;#39;เหวง&amp;#39; อยากเห็นมาตรา 113 สำเร็จโทษพวกกบฏ

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86662</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวัชระ เพชรทอง, รัฐสภาแห่งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fc9d64b3c076.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งแล้ว! เลขาฯสภาเผยยังหาสาเหตุไม่ได้ น้ำท่วมรัฐสภาหมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย. 63 - ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบกรณีน้ำท่วมอาคารรัฐสภาฝั่งวุฒิสภาว่า หลังจากที่ให้สัมภาษณ์ไปเมื่อวานนี้ ในช่วงเช้าวันนี้ได้ให้นายช่างของซิโน-ไทยเข้าไปตรวจเช็คโดยละเอียด เพราะสงสัยเช่นกันว่าปัญหาจริงๆเกิดมาจากอะไร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เศษอิฐเศษปูนที่คาดว่าอาจจะถูกน้ำฝนพัดมากระแทกกับท่อนั้นไม่สามารถทำให้ท่อแตกได้ ตนจึงได้ให้นายช่างของซิโน-ไทยตรวจสอบเรื่องของระบบแรงดันน้ำ ที่ท่อระบายน้ำฝนขนาดใหญ่ที่ต่อลงมาจากชั้น 7 ลงมาที่ชั้น 1 เพื่อระบายน้ำสู่ชั้นใต้ดินว่า แรงดันน้ำนั้นจะมากพอที่จะส่งผลให้ท่อแตกได้หรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าแรงดันน้ำก็ไม่ได้เป็นปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสรศักดิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบในส่วนของข้องอ ข้อต่อต่างๆว่าได้มาตรฐานตามที่ได้มีการออกแบบไว้หรือไม่ นายช่างซิโน-ไทยระบุว่า เขาทำตามแบบที่ออกมาทุกอย่าง รวมถึงความหนาของท่อต่างๆ ก็ได้มาตรฐานตามที่มีการออกแบบมาเช่นกัน ดังนั้น ขณะนี้จึงยังหาสาเหตุจริงๆ ไม่ได้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เราได้มีการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่และทดสอบระบบต่างๆทั้งหมด ตั้งแต่เวลา 19.30 น.ของวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว น้ำก็ไม่พบว่ามีการรั่วแล้ว โดยเราได้ทดลองนำน้ำใส่เข้าไปในท่อดูก็ไม่พบว่ามีปัญหาอะไร ทุกอย่างเป็นปกติ โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นทางนายช่างซิโน-ไทยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76284</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, รัฐสภาแห่งใหม่, เกียกกาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f5e09c0511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
